“ผมชอบช่องพี่มาก ฟังตอนออกกำลังกายเพลินเลย” เราเอ่ยขึ้นหลังจากทักทายกัน
“เพลินก็เพราะเราเป็นคนเมือง ฟังคำเมืองแล้วเข้าใจกว่า” โจ้ยิ้มกริ่ม และเราก็เห็นด้วยอย่างยิ่งกับความคิดเห็นนี้ (คนเหนือ เรียกตัวเองว่า คนเมือง เช่นเดียวกับ กำเมือง หรือ คำเมือง หมายถึง ภาษาเหนือ)
“เชื่อมั้ย คนที่เข้ามาดูช่องเราแล้วคอมเมนต์ขอบคุณ ส่วนใหญ่เขาเป็นคนเมืองที่อยู่ต่างถิ่น มีทั้งคนเมืองในฮ่องกง เกาหลี สวิตเซอร์แลนด์ และคนเมืองในกรุงเทพฯ ก็มีเยอะมาก” ปอนด์บอก
เราเลยอดสังสัยไม่ได้ว่า ถ้าวัฒนธรรมภาคเหนือไปได้ไกล แล้วทำไมถึงได้แมสยากแมสเย็น
“เราว่ามันไม่เกี่ยวกับคนเมืองเก่งหรือไม่เก่ง หรือกับข้าวเมืองอร่อยหรือไม่อร่อย แต่เป็นสิ่งสืบเนื่องมาจากสถิติประชากรด้วย เพราะสัดส่วนของคนเมืองมีแค่ประมาณ 9% ของประเทศเท่านั้นเอง ถ้าเทียบง่าย ๆ ให้เห็นภาพ เวลาพูดถึงประเทศญี่ปุ่น คุณนึกถึงอะไร” โจ้โยนคำถามกลับมาให้เรา
“ภูเขาไฟฟูจิ ซูชิ ราเมง ซามูไร…” เราไล่เลียงคำตอบเท่าที่พอจะนึกออกไว ๆ
“ที่พูดมาทั้งหมดคือวัฒนธรรมของคนโตเกียวทั้งนั้น เคยมีใครเริ่มจากการบอกว่าภูเขาฮักโกดะทางเหนือหรือโทริเท็นทางตะวันตก” โจ้ชวนคิดก่อนจะเล่าต่อ “เหมือนกัน เรามีแค่ 9% ถ้าวัดกันที่ความแมส เราแพ้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะ แต่ไม่ได้หมายความว่าวัฒนธรรมจะต้องถูกกั๊กไว้แค่ที่ 9% จึงพอมีความเป็นได้ที่จะทำให้แมส อาจต้องค่อย ๆ แทรกซึมเข้าไป เราใช้กรอบคิดแบบนี้ในการทำเพจ
“ว่าแต่ เราจะเริ่มสัมภาษณ์กันยังไงดี”
จวนบ่าย 3 ณ ร้าน Early Owls ย่านช้างเผือก จังหวัดเชียงใหม่
เรามีนัดคุยกับ ปอนด์-ปฏิภาณ สุธีรภิญโญ และ โจ้-ปรเมศวร์ ผาทอง สองผู้บริหาร บริษัท มีสติ โปรดักชั่น จำกัด ผู้ปลุกปั้น ‘อินไซด์ล้านนา’ สื่อซึ่งประกาศตัวเองว่าเป็นสำนักคอนเทนต์ออนไลน์สไตล์ล้านนาที่อายุเพิ่งครบปีไปหมาด ๆ แต่มีผู้ติดตามเป็นแสน ๆ ทั้งในจังหวัด ต่างภูมิภาค กระทั่งต่างแดน
เรื่องนี้คงไม่แปลก หากไม่ใช่เพราะความสุดแสนเฉพาะกลุ่มของการนำเสนอเนื้อหาที่ทุกรายการดำเนินโดยคนเมือง เพื่อคนเมือง ด้วยคำเมืองล้วน ๆ

เจ็บใจ๋ขนาด
ใครที่เป็นแฟนอินไซด์ล้านนาเหนียวแน่น คงสังเกตเห็นการเปลี่ยนชื่อเพจเมื่อต้นปี 2024 ใช่ เพราะอินไซด์ล้านนาเป็นเพจที่ปรับตัวจากอินไซด์เชียงใหม่ เดิมทีนำเสนอคอนเทนต์รีวิวอาหาร ก่อนปรับชื่อพร้อมปรุงเนื้อหาใหม่ สู่สื่อสาระบันเทิงหรือ Edutainment ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากเหตุการณ์ชวนเจ็บจี๊ด
“ต้องบอกก่อนว่าเพจนี้เกิดจากการตกผลึก เพราะจริง ๆ เริ่มจากเพจรีวิวอาหารที่พยายามฉีกจากแนวทางทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้เกิดประเด็นคือมีคนมาคอมเมนต์คอนเทนต์หนึ่งของโจ้ว่า แอดมินเพจอินไซด์เชียงใหม่ ไม่พูดเชียงใหม่เลย” ปอนด์เริ่มเล่าถึงจุดเริ่มต้น ขณะเดียวกันก็กลายเป็นจุดเดือด
“นี่คือคอมเมนต์ที่ทำให้ผมเจ็บใจมาก” โจ้ขำขื่น
“ผมเป็นคนแพร่ โตมากับวัฒนธรรมเมืองแพร่ แล้วก็เรียกว่า วัฒนธรรมคนเมือง ตอนนั้นเลยรู้สึกว่า อ้าว ก็คนเมืองเหมือนกันไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องมาเหยียดกันด้วย หนักกว่านั้นมีบางคนบอกว่า ไม่ใช่สำเนียงแพร่ คนแพร่ไม่พูดแบบนี้” อารมณ์ที่กำลังปะทุของโจ้ถึงคราวแหกโค้ง เมื่อเพื่อนหลุดขำกระจาย
และนี่จึงเป็นที่มาของรายการสั้น แต้อี้ ทีแรกทำขึ้นมาเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจในประเด็นข้างต้น พร้อมไขปริศนาคาใจแฟนเพจต่างภูมิภาคบางคนที่อาจยังไม่รู้ว่าภาษาเหนือนั้นมีหลายสำเนียง และสำเนียงก็บ่งบอกตัวตนของคนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งคลิปดังกล่าวกลายเป็นไวรัลในเวลาอันรวดเร็ว
มีก้าคนเพี้ยกแอดมินว่าบ่ไจ้คนเจียงใหม่ เพราะสำเนียงเหมือนคนน่าน คนแป้ คนพะเยา คนเจียงฮาย สุดต้ายแล้วเป๋นสำเนียงตี้ไหน? แล้วกำเมืองมีกี่สำเนียงกั๋นแน่? . #แต้อี้ #กำเมือง #insidecnx #อินไซด์เชียงใหม่
โพสต์โดย อินไซด์ล้านนา เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม 2023
“มันเป็นไวรัล เพราะคนคอมเมนต์ไม่ได้มีแค่คนต่างจังหวัด แต่ยังมีคนเชียงใหม่ที่ไม่ได้อยู่ในเมือง เขาบอกว่าอำเภอฮอด ดอยเต่า หรือพร้าว สำเนียงก็อีกอย่าง ประกอบกับเรามาเรียนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งนักศึกษาส่วนใหญ่เป็นลูกหลานคนเมือง แพร่ น่าน ลำปาง พะเยา เชียงราย ยิ่งทำให้เห็นว่าความเป็นคนเมืองที่คนภาคอื่นเข้าใจ อาจติดภาพจำมาจากสื่อหรือละครย้อนยุคที่ถูกผลิตซ้ำ และส่งผลให้เชียงใหม่ วงเล็บด้วยว่าเชียงใหม่ในเขตเมือง กลายเป็นศูนย์กลางของความเป็นคนเมือง แต่ความจริง สังคมคนเมืองนั้นมีหลากหลายวัฒนธรรมและสำเนียงภาษา ทั้งพูดจาหวานช้า เร็วและห้วนสั้น
“เราอยากหยุดการแบ่งแยก อยากนำเสนอภาพจำที่หลากหลายขึ้น เลยคุยกับโจ้ว่าเปลี่ยนเป็น ‘อินไซด์ล้านนา’ แล้วกัน ที่นำเสนอเรื่องราวความเป็นคนเมือง ในที่นี้หมายถึงทุกคนที่พูดคำเมืองได้”
ปอนด์สรุปเส้นทางการแตกหน่อต่อดราม่า จนกลายเป็นสำนักสื่อออนไลน์ที่เลือกนิยามว่า
‘ล้านนาไม่ใช่พื้นที่ แต่คือผู้คน’

หู้มือ
“จริง ๆ แล้วเราทำบริษัทชื่อ มีสติ โปรดักชั่น เป็นบริษัทผลิตสื่อ แต่อินไซด์ล้านนาเกิดขึ้นช่วงเวลาว่างจากงานหลัก” ปอนด์บอกเราในเรื่องที่คิดว่าควรต้องรู้ก่อนจะสนทนากันต่อไป พร้อมสาธยายว่านอกจากสถานะผู้บริหาร เขายังทำหน้าที่เป็นผู้กำกับโฆษณา ส่วนโจ้เป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ ซึ่งเขายกหูชวนมาร่วมลงเรือลำเดียวกัน ภายหลังสุดทนกับค่าตอบแทนมาตรฐานเชียงใหม่ของนักจัดรายการวิทยุ ตรงกันข้ามกับที่โจ้กำลังรุ่งโรจน์ในตำแหน่งซูเปอร์ไวเซอร์ประจำโรงแรม
“ตั้งแต่มัธยมถึงมหาลัย เราติดต่อกันอยู่ตลอด แล้วก็รู้กันว่าเพื่อนไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมที่เคยรู้จักตอนสมัยมัธยม พอปอนด์โทรมาบอกว่าลาออกแล้ว จะชวนตั้งบริษัท ในใจผมไม่ได้ปฏิเสธ ผมคิดแค่ว่า มา เอาไงเอากัน” โจ้รำลึกถึงความหลังในวันที่ตัดสินใจถอยกลับมาเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง
โจ้เล่าให้ฟังต่อว่า เขากับปอนด์รู้จักและรู้ใจกันมานานจากการเป็นคู่หูนักทำละครเวทีดาวรุ่งของโรงเรียนพิริยาลัย จังหวัดแพร่ ซึ่งตอนนั้นทั้งคู่เลือกนำวรรณคดีมาถ่ายทอดเป็นละครเวทีในขนบที่แตกต่าง โดยผสมผสานมุกตลกสามช่า เรียกเสียงฮาสนั่น จนกลายเป็นทีมทำละครที่ทุกคนตั้งตารอชมทุกปี
“บุคลิกของความอยากฉีกมีมาตั้งแต่สมัยนั้นแล้วล่ะ พอได้กลับมาตั้งบริษัทสื่อด้วยกัน จึงเหมือนรู้มือกันว่า ถ้าต้องทำอะไรสักอย่าง งานของเราจะต้องแตกต่างไปจากขนบเดิมโดยสิ้นเชิง”
“ก็กลัวเอาเพื่อนมาลำบากเหมือนกันนะ” ปอนด์พูดซื่อ ๆ
“ลำบากนี่ ลำบากเหมือนกันแหละ” โจ้สัพยอกจนทั้งวงหัวร่องอหาย
“ก็จริง เพราะต่างคนต่างทุบหม้อข้าวมาลงขัน แต่ตอนนี้ค่อนข้างอยู่ตัวแล้ว” ปอนด์เผยรอยยิ้ม
“อินไซด์ล้านนาถือว่ามาไกลเกินหวัง แล้วก็กำลังมุ่งไปในทิศทางที่เราอยากให้เป็น”

บะแต๋งฮิมจาน
“พอปรับมาเป็นอินไซด์ล้านนา เรามีจุดประสงค์ว่า อยากให้ทุกคนรับรู้ถึงความหลากหลายของวัฒนธรรมและสังคมคนเมือง รวมถึงวิถีชีวิตแบบที่เป็นอยู่จริงในปัจจุบัน” ปอนด์เล่าเป้าหมาย
ในแง่หนึ่ง การเกิดขึ้นของอินไซด์ล้านนาคือการพยายามลบการผลิตซ้ำภาพจำเดิม ๆ ที่คนทั่วไปมองว่าคนเมืองทุกคนต้องเนิบช้า และภาคเหนือคือพื้นที่สำหรับคนโหยหาความโบราณ ล้าหลัง
“เราแทบไม่เห็นพื้นที่ของคนเมืองในวิถีร่วมสมัยสักเท่าไหร่ ถ้าเป็นข้าวมันไก่ เราคือแตงกวาข้างจาน เวลาดูละครก็ อุ้ย ดีใจจัง เรื่องนี้มีตัวละครพูดภาษาเหนือด้วย เป็นไม้ประดับมาตลอด หรือทำไมต้องรอให้ช่องนั้นช่องนี้ทำคอนเทนต์จำพวกทายคำศัพท์ภาษาเหนือ ไม่ได้หมายความว่าผิดนะ แต่หมายถึงว่า กว่าเราจะมีพื้นที่ของคนเมืองในสังคมต้องรอให้มีอะไรแบบนี้ เลยเป็นที่มาของการตัดสินใจสร้างพื้นที่ของตัวเองด้วยการผลิตคอนเทนต์ร่วมสมัยและสื่อสารโดยใช้คำเมืองเป็นหลัก” โจ้เสริม
นอกเหนือจากการถ่ายทอดความตั้งใจทั้งหมด ผ่านเครื่องมืออัตลักษณ์ทางภาษา แกนหลักอีกประการคือการนำเสนอรายการเชิงสาระบันเทิงหรือ Edutainment ที่ไม่ได้ใช้คำเมืองเพียงเพื่อสร้างคอนเทนต์ แต่เป็นสื่อกลางในการสื่อสาร บอกเล่าข้อมูลข่าวสารและสาระความรู้ทั่วไป เพื่อเป็นแบบอย่างในการหยิบจับความร่วมสมัยมาผสมผสานสร้างจุดขายใหม่ให้กับวัฒนธรรมของคนเมือง

คอนเทนต์เป็นตี้ตั้ง
ฉันลุกบ้านมา เป็นรายการแรกที่อินไซด์ล้านนาส่งชิมลางในแพลตฟอร์มยูทูบ
“ฉันลุกบ้านมา คือ Long-form Video รายการแรกของเรา ตอนนั้นคิดกันว่า ถ้าชวนดารามาออกรายการจะทำให้เพจเราดังได้ ก็เลยติดต่อขอสัมภาษณ์ สงกรานต์-รังสรรค์ ปัญญาเรือน ชวนคุยกันเรื่องวิถีชีวิตคนเมืองที่อาศัยอยู่กรุงเทพฯ ซึ่งเขายินดีและคิดค่าตัวไม่แพงมาก เราก็ดีใจ แต่คิวดาราคนต่อ ๆ มาเราสู้ไม่ไหว สุดท้ายรายการนี้จึงมีแค่เทปเดียว แต่ก็เป็นเทปที่ทำให้รู้ว่ามีคนโหยหาการฟังคำเมืองในแพลตฟอร์มออนไลน์เยอะ เลยเกิดเป็น Core Idea ว่า ทุกรายการต่อจากนี้จะเอาคอนเทนต์เป็นที่ตั้ง ทำคอนเซปต์รายการให้แข็งแรง ส่วนคนที่มาร่วมรายการก็ไม่จำเป็นต้องโด่งดัง ขอแค่เป็นคนเมืองที่คุยสนุก มีความมั่นใจและเชี่ยวชาญในประเด็นนั้น ๆ อย่างแท้จริง” ปอนด์ไขหัวใจสำคัญของการทำรายการ
ปัจจุบันอินไซด์ล้านนามีรายการยาว 2 รายการหลัก คือ เล่าขวัญบ้านเก๊า ที่ชวนผู้คนมาแลกเปลี่ยนพูดคุยกันถึงสารพัดเรื่องราวการกินอยู่ การใช้ชีวิต วิถีวัฒนธรรมและประเพณีในบ้านเกิดของตัวเอง จุดเด่นคือการถ่ายทอดด้วยคำเมืองในสำเนียงภาษาท้องถิ่น ซึ่งแตกแยกย่อยในระดับตำบลเลยทีเดียว
“ตอนแรกเราคิดว่าจะชวนแขกรับเชิญที่มาร่วมรายการคุยกันเรื่องบ้านเกิดตัวเองในภาพรวมระดับจังหวัด แต่พอทำไปทำมามันกลับย่อยลงเป็นระดับตำบล เพราะถึงแม้ว่าจังหวัดเดียวกัน แต่คนละอำเภอ คนละตำบล ก็พูดคนละสำเนียง กินกันคนละแบบ เราเลยรู้สึกว่ารายการนี้ทำให้เห็นมิติของความหลากหลายและอัตลักษณ์ที่แตกต่างของคนเมืองชัดเจนมาก” ปอนด์อธิบาย
รายการ แต้อี้ แต้กะ พิธีกรหลักของช่องอย่างโจ้ เล่าว่าได้แรงบันดาลใจมาจากรายการเล่าประวัติศาสตร์แบบออกรสของ ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน จึงอยากหยิบประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนานของล้านนามาเล่าบ้าง
“ที่ผ่านมาเรื่องแบบนี้กว่าจะได้เล่า เราต้องรอให้มีรายการประวัติศาสตร์นอกตำรา ซึ่งตอนที่เกี่ยวข้องกับล้านนาก็มีไม่เยอะ แต่ไม่ใช่ความผิดของเขานะ เพราะประเด็นของเขาครอบคลุมประวัติศาสตร์ทั้งประเทศ สำหรับเราจึงยังไม่เต็มอิ่ม ก็เลยคิดรายการ แต้อี้ แต้กะ ขึ้นมา แล้วชวนอาจารย์ นักวิชาการ นักประวัติศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มาแบ่งปันเรื่องราวในหลากหลายประเด็น เช่น เงี้ยวคือใคร, ครูบาศรีวิชัยกับการสร้างทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ, นิทานล้านนา, มื้อจั๋น วันดี หรือการปรับตัวของปู่จ๋านในโลกยุคปัจจุบัน ซึ่งคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พอได้ฟังคนเมืองเล่าเรื่องประวัติศาสตร์คนเมืองด้วยกัน ทำให้เขาเข้าใจง่ายกว่าตอนฟังรายการประวัติศาสตร์ล้านนาที่เล่าด้วยภาษาไทยกลาง”
ไม่เพียงองค์ความรู้ในรากเหง้า ภูมิปัญญา และมิติทางวัฒนธรรมร่วมสมัย โจ้หวังใจให้รายการนี้เป็นต้นทุนทางความคิดที่คนเมืองรุ่นใหม่และผู้ฟังนำไปต่อยอดสร้างสรรค์ต่อไปได้


สูนอะสูนอานมาแต่เก๊า
อีกรูปแบบรายการที่เปรี้ยงปังไม่แพ้กันคือ Short-form Video บน TikTok ที่นำเสนอคอนเทนต์ฮิตติดเทรนด์ชาวโซเชียล อย่างรายการ แต้อี้ รายการ อู้เมืองได้ก่อ รายการ ออฟฟิศคนเมียง และรายการ บ้านเมียงเหมียงฝาย (เมียง มีความหมายเดียวกับ เมือง และ เหมียง ก็มี คือเหมือง ด้วยสำเนียงบางท้องถิ่นออกเสียงสระเอือเป็นสระเอีย)
“ถ้าใครเคยดูรายการของเราจะสังเกตเห็นว่ามันคล้ายกับรายการที่คนอื่นทำกันนั่นแหละ อาทิ เกมทายศัพท์ ต่อคำเมือง-ภาษาอังกฤษ หรือฟิตเช็ก เราก็ทำ เพียงแต่เราเปลี่ยนมาใช้คำเมืองและถามลูกหลานคนเมือง เพื่อให้ผู้ใหญ่หรือคนเฒ่าคนแก่ได้เห็นว่าลูกหลานยังไม่ได้ทิ้ง ยังใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน แค่เขาอาจไม่ได้พูดคำเมืองตลอดเวลา เพราะพูดกับอาจารย์ก็ต้องพูดภาษาไทยกลาง ภาษาจึงกลืนกัน เหมือนกับคำว่า ‘แซ่บ’ ที่เป็นคำอีสาน พอคนอีสานพูดออกสื่อบ่อย วันหนึ่งก็เกิดคำว่า ‘แซ่บเวอร์’ อีสานคำอังกฤษคำ เห็นไหมว่าภาษากลืนกันอยู่ตลอด และไม่เคยมีใครไปตำหนิเลยว่าเป็นความวิบัติทางภาษา
“แต่คนเมืองเราโดนผลิตซ้ำว่าเป็นลูกหลานคนเมืองต้องพูดคำเมือง พอใครพูดเมืองคำไทยคำหรืออังกฤษคำก็จะโดนแซว โดนว่า สิ่งนี้คือการแช่แข็งวัฒนธรรมตัวเอง ดังนั้น ทุกครั้งที่ทำรายการ เวลาเจอเด็กคนไหนพูดคำเมืองปนไทย ผมจะไม่แซวเลย เพื่อให้เขากล้าพูด มีความมั่นใจและภาคภูมิใจในตัวตน”
โจ้เน้นย้ำความตั้งใจ “มันคือการคิดไปข้างหน้า ถ้าวันหนึ่งเราต้องส่งออกวัฒนธรรม มันไม่ใช่การมานั่งทำแบบเดิม แต่ต้องวิวัฒน์ไปตามโลก” ก่อนยกเรื่องราวที่เป็นตัวอย่างที่ดีของประเด็นนี้ เขาเคยเชิญ อาจารย์สนั่น ธรรมธิ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา วรรณกรรม และพิธีกรรมล้านนา มาพูดคุยในรายการ
“อาจารย์สนั่นพูดเสมอว่า รากเหง้าของคนเมืองคือทัศนคติและแนวคิด ท่านเล่าว่าทุกวันนี้มีฝรั่งมาทำพิธีแต่งงานแบบล้านนามากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งไม่ใช่แค่ฝรั่งแต่งกับคนเมือง ฝรั่งแต่งกับฝรั่งก็มี เราเลยถามว่าไม่ผิดธรรมเนียมเหรอ ซึ่งท่านตอบว่าในวัฒนธรรมล้านนาไม่ได้เขียนว่าให้กีดกันวัฒนธรรมอื่น ดังนั้น ตอนสู่ขวัญแล้วต้องกล่าวบทอันเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ท่านก็ให้ล่ามถามว่าเทวดาของฝรั่งชื่ออะไร แล้วในบทสวดก็จะเพิ่มเทวดาองค์นั้นเข้าไปด้วย” โจ้เล่ากลั้วหัวเราะ ส่วนเราทั้งรู้สึกทึ่งและรู้สึกยกย่อง
“ท่านบอกว่าวัฒนธรรมล้านนาเป็นวัฒนธรรมผสมผสานมาตั้งแต่แรก วิถีคนเมืองเป็นวิถีมิกซ์แอนด์แมตช์มาตลอด เช่น ขนมจีนน้ำเงี้ยว แกงฮังเล ก็ต่อยอดจากวัฒนธรรมอาหารชาวไทใหญ่และพม่า”
ย่ะมาหื้อคนเมือง
จากอินไซด์เชียงใหม่ ปี 2017 สู่การรีโนเวตเพจที่เพิ่มจำนวนผู้ติดตามกว่าเท่าตัวในระยะเวลาเพียงปีเศษ น่าสนใจว่าอินไซด์ล้านนามีกลเม็ดเด็ดพรายอะไรในการปั้นสื่อเฉพาะกลุ่มให้เติบโตอย่างรวดเร็ว
“เราใช้เวลากับแต่ละเทปมากขึ้น และในแง่โปรดักชันก็จะพยายามคิดวิธีการตัดต่อ ใส่กิมมิก จัดไฟ ใส่ซาวนด์ หรือทำ Text Pop-up ให้งานออกมามีคุณภาพไม่ด้อยไปกว่าคอนเทนต์ของทีมโปรดักชันเก่ง ๆ ในกรุงเทพฯ” ผู้กำกับโฆษณาอารมณ์ดีเผยเคล็ดไม่ลับที่เขาเพียรพัฒนาให้ดีขึ้นสม่ำเสมอ
อีกประการคือการสร้างสรรค์เนื้อหาที่คิดถึงคนดูเป็นสำคัญ จนมีบางครั้งต้องยอมปฏิเสธลูกค้า ถ้ารู้สึกว่างานที่กำลังจะทำออกมากระทบกับตัวตนและเอาเปรียบคนดู
“หนหนึ่งเคยมีลูกค้าเข้าเป็นบริษัทผลิตภัณฑ์ป้องกันยุง คอนเซปต์แรกที่เขาให้มาคือแคมปิ้ง แต่เราเสนอไปว่า บริบทคนเมืองถ้าจะใช้ยาทากันยุง น่าจะเป็นแนวปูเสื่อ ปิ้งหมู ดื่มสังสรรค์กันมากกว่า ปรากฏว่าพอทำออกมาคนดูชอบมาก ดูจนจบแบบไม่รู้สึกว่ามีสปอนเซอร์ หรือเคยมีถึงขั้นว่า ขอได้ไหมอย่างน้อยถ้าพูดสโลแกนให้พูดเป็นภาษาไทยกลาง ซึ่งเราคัดค้านทันที เพราะคุณค่าของเพจคือทำมาให้คนเมืองดู เราพยายามรักษาคุณค่าตรงนี้ ชั่งน้ำหนักให้ลูกค้ากับคนดูได้ประโยชน์ทั้งคู่ และเราต้องไม่เสียตัวตนด้วย”
โจ้บอกกับเราว่า อินไซด์ล้านนาเข้มงวดเรื่องนี้สุด ๆ และคิดว่านี่ก็น่าจะเป็นอีกปัจจัยที่มีส่วนช่วยให้ปัจจุบันยอดผู้ติดตามพุ่งทะยานสู่ 4 แสน

9% ก่อปอ
“เราอยากลองทำ KOL Hub ผลิตรายการใหม่ ๆ โดยใช้ KOL เก่ง ๆ ในท้องถิ่น”
ปอนด์เผยก้าวย่างต่อไปในอีกปีสองปี ซึ่งจากการเฝ้าติดตาม KOL มากฝีมือ อาทิ แพทป่ะแล๊ดเมือง, โอปเป้ คนเมียง หรือ นาทีป๋าย ทำให้เขามองเห็นศักยภาพของทุกคนที่จะมาช่วยเติมเต็มพลังสร้างสรรค์ร่วมผลักดันสื่อของคนเมืองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นรากฐานสู่เป้าหมายใหญ่ในการเป็นผู้ส่งออกอัตลักษณ์วัฒนธรรมล้านนาที่สร้างงาน สร้างคุณค่า ให้กับคนในพื้นที่
“ล่าสุด ตอนกลับบ้านมีคนทักเราว่าเป็นพิธีกร ซึ่งนั่นเป็นภาพในใจของเราจริง ๆ นะ เพราะเราเปิดตัวด้วยการเป็นสำนักคอนเทนต์ไม่ใช่ KOL หรืออินฟลูเอนเซอร์ ชื่อโจ้ ชื่อปอนด์ แล้วก็ฝันไว้ว่าอยากเป็นแบบ Workpoint ไม่ได้หมายถึงขนาดนะ แต่คือเชิงรูปแบบ อย่างการเป็นที่ปรึกษาและสนับสนุนเพื่อสร้างรายการดี ๆ ให้กับคนที่มีไอเดียแต่ขาดทรัพยากร” โจ้ว่าภาพฝันสูงสุดของเขาคือการสร้างระบบอุตสาหกรรมสื่อสร้างสรรค์แบบเดียวกับที่กระจุกตัวกลางเมืองกรุง
“แต่กลุ่มเป้าหมายหลักมีอยู่แค่ 9% เท่านั้นนะครับ” ผมคลางแคลงว่าฝันใหญ่จะเกิดขึ้นได้อย่างไรกับตลาดเล็กเพียงนี้
“สำหรับเรา 9% เพียงพอแล้วนะ” โจ้แจกแจง “พูดตามตรง ถ้าทุกเช้ารายการของเราเป็นรายการที่คนเมืองตั้งตารอดู หรือถ้าข้อมูลข่าวสารจากเรากระจายสู่คนเมืองได้ทั้งหมด เราคิดว่าแค่นั้นสปอนเซอร์ก็เต็มใจจะจ่ายมากพอ ทำให้เราอยู่ได้และถือว่าเราประสบความสำเร็จ แล้วเราเชื่อว่าถ้า 9% ดูจนหมด อีก 91% ก็จะค่อย ๆ ทยอยตามมาเอง”
“อย่างไรก็ตาม ยังยืนยันว่าการจะขับเคลื่อนอะไรสักอย่าง เรามองมากกว่าแค่โฆษณา และสมมติถ้าวันหนึ่งคอนเทนต์ที่เราทำมันพาเราไปถึงจุดที่กลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ เป็นรายการที่ทุกคนเปิดใจดู เราคงภูมิใจมาก ๆ เพราะนั่นเท่ากับว่าเราจะมีพลังมากพอในการสนับสนุนเด็กรุ่นใหม่ให้ไม่ต้องลำบากไปหาประสบการณ์ฝึกงานไกลบ้านและมีงานทำในท้องถิ่น” ปอนด์เล่าเสริม
“การสร้างงานในพื้นที่คือความฝันที่โคตรใหญ่ของพวกเราเลย” โจ้สำทับ
“และสื่อที่ผลิตจะต้องสร้างคุณค่าให้กับคนในพื้นที่ด้วยเช่นกัน” ปอนด์ย้ำว่านี่คือสิ่งที่อินไซด์ล้านนาให้ความสำคัญเหนืออื่นใด

ตี้สุดของอินไซด์ล้านนา
ในรายการเล่าขวัญบ้านเก๊าจะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผู้เขียนชอบมาก ๆ ชื่อว่า ‘ที่สุดของล้านนา’ ที่พิธีกรจะถามผู้ร่วมรายการถึงที่สุดของของเด็ดของดีในแต่ละท้องถิ่น ท้ายบทความจึงขอถือโอกาสชวนคนต้นคิดคอนเทนต์สนุก ๆ นี้ มาลองสลับบทบาทกันดูบ้าง
- คำเมืองคำใดได้ยินแล้วงงที่สุด
‘มีไหน’ เป็นคำที่ตอนมาเชียงใหม่แรก ๆ งงมาก เพราะเท่าที่ทราบคนพะเยา เชียงราย แพร่ ไม่มีใครใช้คำว่า ‘มี’ ในความหมายของคำว่า ‘อยู่’ เช่น ถามว่า คิงมีไหน หมายถึง เธออยู่ไหน แล้วถ้าตอบว่า ฮามีบ้าน ก็หมายถึง ฉันอยู่บ้าน (คิง กับ ฮา เป็นคำสรรพนามที่จะใช้กับคนสนิทสนมกัน) ซึ่งถ้าจะพูดว่า ฉันมีบ้าน หรือ I have a house. ก็พูดว่า ฮามีบ้าน เหมือนกันเด๊ะ
- คอนเทนต์ไหนที่ภูมิใจที่สุด
เล่าขวัญบ้านเก๊า EP.7 : แม่สาย เชียงราย เทปนั้นเราชวน ต่าย-สุทธิณีย์ ฉัตรยาลักษณ์ มาเล่าเรื่องบ้านเกิดที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มีอยู่ประเด็นหนึ่งเขาบอกว่า ข้าวซอยที่แม่สายน้ำซุปไม่ได้เป็นสีเหลือง ๆ ซึ่งเกิดแง่มุมทางประวัติศาสตร์ที่เฉลยว่า ออริจินอลข้าวซอยต้องยกให้คนแม่สาย ส่วนข้าวซอยเชียงใหม่คือเวอร์ชันดัดแปลงมาอีกที กลายเป็นว่ามีคนมาคอมเมนต์ว่าต่อไปนี้ ถ้ามีโอกาสไปแม่สาย จะลองหาข้าวซอยแม่สายกิน แค่คลิปเดียวที่คนแม่สายมาพูดเรื่องข้าวซอยก็ทำให้เกิดคุณค่าทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจได้ในทันที
- คอนเทนต์ที่อยากทำที่สุด
ตอนนี้เรามี เล่าขวัญบ้านเก๊า แล้ว ก็อยากทำ ‘เล่าขวัญบ้านไก๋’ ชวนคนเมืองที่อยู่ไกลบ้านมาพูดคุยกันถึงการปรับตัวตามวัฒนธรรมต่างถิ่น เพราะเราพบว่ามีคนเมืองกระจายอยู่ทุกพื้นที่ เห็นบ่อยสุดจากคอมเมนต์จะเป็นกลุ่มคุณลุงคุณป้าที่ไปแต่งงานหรือใช้ชีวิตวัยเกษียณอยู่ต่างประเทศ ซึ่งเราคิดว่าคนกลุ่มนี้น่าสนใจและมีอินไซด์บางอย่างที่น่ารู้

Facebook : อินไซด์ล้านนา
