เพื่อน ๆ…
เสียงใส ๆ ที่มาพร้อมกับภาพของเมล็ดอะไรสักอย่างหรือสัตว์อะไรสักตัวที่ บี-ชัญญกัญญ์ สังข์ปัญจภรกัญ เจ้าของเพจและเจ้าของช่อง TikTok ‘Happybeefriends’ บอกว่าเจอแถว ๆ บ้าน จนเป็นคำถามที่หลายคนสงสัยว่าบ้านเพื่อนอยู่ที่ไหนกันนะ ทำไมมีอะไรแปลก ๆ เยอะจัง
บีเป็นหญิงสาวที่สนใจศิลปะและธรรมชาติ ตั้งใจทำคลิปวิดีโอให้เป็นเหมือนบันทึกการเรียนรู้ของตัวเอง โดยมีความสุขเป็นพระเอกในการดำเนินเรื่อง ทุก ๆ คลิปจึงเต็มไปด้วยความรู้สึกอยากรู้ ความรู้สึกชอบ และมีคุณค่าต่อจิตใจของตัวบีเอง
บางคนรู้จักบีจากคลิปเพาะเมล็ดมะม่วง บางคนรู้จักบีจากคลิปการเลี้ยงหนอนผีเสื้อลายทหาร หรือจากคลิปที่บีพาไปส่องรังนกกระจิบข้างบ้าน แต่วันนี้เราอยากพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักตัวตนของบีกันให้มากขึ้น ผ่านบทสนทนาที่มีเสียงหัวเราะใส ๆ ประกอบอยู่ ซึ่งอยากบอกว่าเป็นเสียงน่ารักเสียงเดียวกับที่ได้ยินกันในทุกคลิป

ไข่ใบจิ๋วใบนี้มีความฝันเล็ก ๆ อยู่นะ
เพื่อน ๆ ตอนเด็กเราชอบจับหนอนมาเลี้ยงมากเลย ชอบเดินไปส่องดูแถวต้นชวนชมว่ามันมีไข่หรือเปล่า แล้ววันนี้เราก็มาเจอมันอีกนะเพื่อน ๆ เป็นไข่แบบเดียวกัน แต่อยู่บนต้นดอกพุดนะ…
บีเป็นหญิงสาวที่ชอบสังเกตสิ่งเล็ก ๆ ในธรรมชาติ ตั้งแต่เด็ก ๆ เธอชอบจับแมลงมาเล่น เลี้ยงหนอนให้เป็นผีเสื้อและเลี้ยงลูกอ๊อดจนเป็นกบตัวโต บีเล่าความสนุกและสิ่งที่ได้เรียนรู้จากวัยเด็กให้ฟังว่า
“ตอนเด็ก ๆ เราชอบจับตัวอะไรมาเล่น เล่นแบบออกแนวทรมานด้วย (หัวเราะ) ตอนเด็กรู้สึกว่าตัวเองมือหนัก ทำขามันหักก็เศร้าแล้วเราไม่ได้ตั้งใจ พอขึ้นประถม เพื่อนที่ชอบสัตว์เหมือนกันถามว่ามีหนูแฮมสเตอร์มาขาย ซื้อมั้ย เราก็อยากรู้ว่าหนูแฮมสเตอร์เป็นยังไงเลยแอบเอาเงินจากที่บ้านมาซื้อในราคา 40 บาท เลยได้เลี้ยงหนูแฮมสเตอร์ เลี้ยงปลาทอง เลี้ยงเต่า นั่งดูมันทำอะไรไปเรื่อย ๆ และคุยกับมัน


“มีวันหนึ่งที่เรารู้สึกว่าการไปโรงเรียนแล้วกลับบ้านทุกวันมันน่าเบื่อ แล้วพวกที่อยู่ในกล่อง ในกรง จะเบื่อไหม เดินมาที่เดิม ว่ายมาที่เดิม เราสงสารสัตว์ที่อยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ เลยไม่อยากเลี้ยงแบบนี้แล้ว แต่ว่าหนอนไม่เหมือนกัน หนอนมีช่วงเวลาที่อยู่ในกล่อง และมีช่วงเวลาที่ออกไปบินเป็นผีเสื้อ เราว่ามันไม่โดนขังไว้ตลอดเวลา จึงเก็บมาเลี้ยงอยู่บ่อย ๆ ด้วยความสบายใจ ซึ่งไม่ได้ไปเสาะหาจากไหน เก็บหนอนมาจากหน้าบ้านนี่แหละ อย่างหนอนผีเสื้อชวนชมหรือหนอนผีเสื้อลายทหาร”
และอาจเป็นเพราะว่าบ้านต่างจังหวัดเจอหนอนได้ง่ายกว่า เมื่อบีเลือกย้ายมาอยู่ต่างจังหวัดหลังจากออกจากงานประจำที่กรุงเทพฯ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการทำเพจ Happybeefriends
“เรามีความฝันว่าอยากออกมาอยู่ต่างจังหวัด พอได้ย้ายมาปีแรก ๆ ก็เริ่มจากหางานอื่นก่อนว่ามีงานออนไลน์อะไรบ้างที่พอจะทำได้ เริ่มจากทำพวกรีวิวสินค้า พอเข้าปีที่ 3 – 4 เราเริ่มสนใจธรรมชาติ เพราะงานเหล่านั้นทำแล้วได้เงินก็จริง แต่เราไม่ค่อยมีความสุข จึงมองหางานที่ทำแล้วมีความสุขและได้ทำตามความฝันในวัยเด็ก ซึ่งอาจจะไม่ใช่เป้าหมายยิ่งใหญ่อะไร เราแค่อยากเล่นกับธรรมชาติ ใช้ใบไม้ ใบหญ้า และอยากอยู่กับสัตว์
“บ้านที่เราอยู่เป็นหมู่บ้านธรรมดา ๆ ในต่างจังหวัด แต่ก็ยังมีพื้นที่ธรรมชาติแทรกอยู่บ้าง เช่น หลังหมู่บ้านมีบ่อน้ำที่มีป่าล้อม บางเดือนจะมีนกกระยางฝูงใหญ่มาทำรังแล้วเกาะตามยอดไม้เยอะไปหมด เป็นฉากเหมือนในสารคดี ฉากในคลิปมีทั้งบริเวณรอบบ้าน ที่รกร้างข้างบ้าน ริมทางระหว่างไปตลาด ริมแม่น้ำลำธาร เพื่อน ๆ คิดว่าบ้านเราอยู่ในอุทยาน จริง ๆ ไม่ใช่หรอก เป็นเพราะพืชพรรณที่สวยงามอยู่แล้วต่างหาก”
หนอนกำลังโตต้องป้อนใบไม้จะได้กินเยอะ ๆ
เก็บมาได้ 2 วันน้องก็ฟักออกมาแล้วเพื่อน ๆ ตัวบางหางชี้ ออกมาปุ๊บ กินปั๊บเลยเพื่อน ๆ กินเสร็จแล้วก็อึ๊ทันทีเลยนะ…ตอนนี้น้องเริ่มอ้วนโตละ กินเก่งมาก เติมของวันละ 2 ครั้ง เติมใบให้น้องกินน่ะ…
“ตอนทำคลิป เราไม่ได้คิดว่าจะมีใครมาดูตั้งแต่แรก แค่อยากทำไปก่อน เพราะทำแล้วมีความสุขดี” บีบอกอย่างอารมณ์ดีและยังจำครั้งแรกที่กลับมาใจเต้นเหมือนตอนเป็นเด็กอีกครั้ง นั่นคือตอนที่เธอได้เฝ้าดูการเติบโตของต้นอ่อนอัลฟาฟ่าที่เพาะเอง
“มีอยู่วันหนึ่งเราเลื่อนดู Pinterest มีเนื้อหาเกี่ยวกับการปลูกพืชเด้งขึ้นมา อันแรกที่ดูแล้วคิดว่าน่าจะทำตามได้คือการปลูกต้นอ่อนอัลฟาฟ่า มันทำง่ายมาก เลยสั่งเมล็ดมาลองปลูกดู น่าตื่นเต้นดี เราปลูกไปวันนี้ ตอนเช้าก็จะรีบตื่นมาดูแล้วว่างอกหรือยัง เป็นยังไงบ้าง ทุกวันมันจะโตขึ้นทีละนิด และเราก็ตื่นเต้นเสมอว่างอกแล้วนะ มันเปลี่ยนสี ถึงวันที่ 7 ก็เก็บกินได้ เราก็เอามาใส่อาหาร ถ่ายรูป

“อุ๊ย มีความสุขจังเลย เราตื่นเต้นกับสิ่งนี้ทั้งที่เป็นเรื่องเล็ก ๆ แล้วมันก็เกี่ยวข้องกับการกิน ซึ่งเป็นอีกสิ่งที่เราชื่นชอบ”
นอกจากโต๊ะเล็ก ๆ ริมหน้าต่างที่เต็มไปด้วยการทดลองเพาะพืชและปลูกผักอย่างที่เพื่อน ๆ เห็นกันในคลิปของ Happybeefriends อีกหนึ่งความสนุกก็เกิดขึ้นจากการเดินสังเกตรอบ ๆ บ้านของบี

“เราอยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ ตอนเช้ามีกิจกรรมรดน้ำต้นไม้บ้าง ซักผ้าบ้าง เวลาที่เดินผ่านสวนหรือต้นไม้ในบ้าน เราชอบมองความเปลี่ยนแปลงของพวกมันว่าวันนี้มีอะไรงอก ต้นนี้จากหน้านี้ไม่มีดอก หน้านี้ดอกจะเริ่มผุดแล้ว หรือมีตัวแมลงอะไรบ้าง และชอบก้มมองที่พื้นด้วย เราทำแบบนี้เป็นประจำ ดูหลาย ๆ สิ่งรอบบ้านแบบนี้เป็นประจำ เพราะมันสงบดี”
ดักแด้ก่อนลอกคราบต้องเรียนรู้การอยู่กับตัวเอง
ถ้าเห็นหัวเหลือง ๆ คือจะเริ่มแปลงร่างแล้วนะ แปลงร่างเป็นสีน้ำตาลส้ม ๆ แล้วก็นอนยาวแล้ว เพื่อน ๆ น้องจะหดตัวลงแล้วกลายเป็นดักแด้ ผ่านไปอาทิตย์กว่าดักแด้ก็จะขึ้นลายแล้วเพื่อน ๆ เป็นลายของปีกผีเสื้อ…
วิธีการทำคลิปของบีเริ่มจากความสนใจ เดินดูว่าแถวบ้านมีอะไร แล้วถ่ายวิดีโอเก็บไว้ บีขยายความให้ฟังว่า “เราจะบันทึกวิดีโอในทุก ๆ การเปลี่ยนแปลง จากใบนี้เปลี่ยนเป็นอันนี้ ลองถ่ายไปเรื่อย ๆ ก่อน แล้วเอามารวมเป็นคลิป จากนั้นก็คิดต่อว่ายังขาดฉากไหนหรืออยากใส่ฉากไหนเข้าไป แล้วค่อยทำเพิ่ม ไม่ได้กำหนดตายตัวมาก วิธีการทำงานของเราคือทำให้คนค่อย ๆ เห็นการเติบโตของพืชและสัตว์แต่ละชนิด
“อย่างคลิปผีเสื้อ เราเลี้ยงมาจนชินแล้ว จึงรู้ว่าอย่าให้มดเจอ ไม่งั้นมันจะตาย เพราะเราเคยเจอมาแล้ว เราทำหนอนตายมาหลายครั้งแล้ว พอเริ่มเลี้ยงหนอนจริง ๆ เราก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่ามันทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร เราเลยอยากอธิบายลักษณะและพฤติกรรมของหนอนให้มากกว่าเดิม จึงศึกษาเพิ่มเติม ตอนเล่าจะได้เล่าไปแบบเพลิน ๆ และอยากอธิบายลักษณะที่น่ากลัวของสัตว์ด้วย อย่างตาของหนอนผีเสื้อ ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นตาปลอมนะ เกร็ดความรู้เหล่านี้สนุกและน่าตื่นเต้นที่อยากเล่าไปพร้อมกัน”
สำหรับวิธีการเล่าเรื่องที่ฟังแล้วเพลิน ๆ อย่างที่บีตั้งใจ นอกจากเสียงเพราะ ๆ ที่หลายคนขอคลิปยาว ๆ เพราะอยากเปิดฟังวนทั้งวัน ส่วนหนึ่งนั้นมาจากทักษะที่เคยเป็นคุณครูอนุบาลเล่านิทานให้เด็ก ๆ ฟัง อย่างคลิปที่เป็นไวรัลของช่อง Happybeefriends คือคลิปเพาะเมล็ดมะม่วงที่บีเก็บมะม่วงข้างบ้านมากิน แล้วเก็บเมล็ดมาเพาะในโหลแก้วที่หาได้จากในบ้านและหินสวย ๆ แถวบ้านก็ตกเพื่อน ๆ มาติดตามได้มากทีเดียว
“คลิปเพาะมะม่วง เป็นคลิปแรกที่เป็นไวรัลขึ้นมาเลย คนมาแซวว่าเพื่อน ๆ เพื่อน ๆ เยอะจัง ตอนนั้นเป็นช่วงแรกที่ฝึกพากย์แล้วพูดคำว่าเพื่อน ๆ เยอะมาก และเจอคอมเมนต์ตลก ๆ ว่า รากมันจะทำบ้านพังมั้ย แต่จริง ๆ ต้นมะม่วงอยู่ในน้ำไม่ได้หรอก อยู่ได้ประมาณหนึ่ง ต้องลงดินถึงจะโตเป็นต้นใหญ่ได้
“เวลาเล่าเรื่องจริง ๆ คือเล่าไปเลย แล้วแต่อารมณ์ตอนนั้นว่าอยากให้เป็นแบบไหน ถ้าถ่ายคลิปนาน ๆ แสดงการเติบโต ก็ต้องเรียบเรียงคำให้การอธิบายมันลื่นไหล ส่วนคลิปที่เป็นจิปาถะหรือประสบการณ์ก็เล่าไปเรื่อย ๆ”
รู้มั้ยเพื่อน ๆ ผีเสื้อเองก็ต้องรอให้ปีกแข็งแรงก่อนจะบินได้นะ
หันไปแวบเดียวน้องก็เดินต้อย ๆ ออกมาจากเปลือกดักแด้แล้วเพื่อน ๆ แต่หนูนี่ยังบินไม่ได้นะ ปีกยังอ่อนอยู่ หาอะไรเกาะไปสักพักอีกสักชั่วโมงหนึ่ง ปีกก็จะเริ่มกางแล้วเพื่อน ๆ…
หากเพื่อน ๆ สังเกตในคลิปของ Happybeefriends จะเห็นบีกำลังสเกตช์ภาพช่วงเวลาการเติบโตของพืชและสัตว์ตัวจิ๋ว ที่ลายเส้นสวยจนหลายคนเชียร์ให้รวมเล่ม บีเล่าเส้นทางการวาดรูปให้ฟังว่า “เราชอบวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก เวลาเรียนเราฟังครูไม่ค่อยรู้เรื่อง อ่านหนังสือก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง (หัวเราะ) เพราะตัวอักษรมันติด ๆ กัน แต่เราทำความเข้าใจผ่านรูปได้ดีกว่า เห็นรอบเดียวแล้วรู้เรื่องเลย ไม่ต้องอ่านซ้ำ เราเลยชอบวาดรูปและใช้การวาดเพื่อจดบันทึก ใช้วิธีนี้มานานจนชิน
“บางฉากในวิดีโอที่เราใช้ภาพวาดเพราะคิดว่าน่าจะช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น เช่น วิดีโอแมลงที่เรารู้สึกว่าเป็นเหมือนหมา เลยลองวาดให้เห็นจริง ๆ ว่ามีหน้า มีหู มีตา หรือบางฉากที่เราอยากให้คนเห็นว่าไข่นกใหญ่แค่ไหน ก็เลือกใช้ภาพวาดมาสื่อสารให้ตรงกับสิ่งที่เห็น
“อีกอย่างคืออยากให้เด็ก ๆ ที่อาจรู้สึกว่าการเรียนเป็นเรื่องน่าเบื่อหันมาสนใจด้านนี้มากขึ้น หรือใช้วิธีวาดรูปเพื่อเรียนรู้มากขึ้น การวาดเชื่อมโยงกับตัวเรามากจริง ๆ และตอนนี้ก็มีไอเดียอยากทำหนังสือภาพด้วย แต่ยังต้องศึกษาเพิ่มเติมว่าองค์ประกอบของหนังสือควรจะมีอะไรบ้าง ที่แน่ ๆ คือเรารู้แล้วว่าจะวาดภาพไปทำไม”

วันที่ผีเสื้อปีกสวยโบยบินได้อย่างอิสระ
ย้อนไปยังสมุดบันทึกเล่มเก่าของบี ก่อนจะสเกตช์ภาพการเติบโตของสัตว์หรือพืชที่กำลังดูแล เราเจอกับรูปวาดเด็กผู้หญิงใส่หมวกสตรอว์เบอร์รีอยู่หลายภาพ เดาว่าเป็นตัวแทนของตัวตนในช่วงเวลาหนึ่ง
“ตอนวัยรุ่น ตัวละครที่เราวาดจะไม่ยิ้มเลย เพราะเรามีความทุกข์อยู่ในใจ ส่วนหมวกสตรอว์เบอร์รีใช้แทนสัญลักษณ์ที่คนอื่นมองเรา เป็นหมวกใบหนึ่งที่เราถอดไม่ได้ ยังมีความคิดอื่น ๆ ครอบหัวเราอยู่ เพราะวัยรุ่นคือช่วงวัยที่เราอ่อนไหวง่ายและเป็นทุกข์กับคำพูดของคนอื่นได้ง่ายเช่นกัน เราเลยวาดรูปเพื่อเล่าเรื่องเด็กผู้หญิงที่กำลังเดินทางออกจากความทุกข์” บีอธิบายให้ฟัง
แต่วันนี้บีพูดด้วยน้ำเสียงมีความสุขว่าหมวกสตรอว์เบอร์รีใบนั้นหายไปแล้ว เพราะศิลปะและธรรมชาติช่วยปลดปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระ

“ศิลปะกับธรรมชาติช่วยได้มาก ๆ ศิลปะและธรรมชาติช่วยให้รู้จักเลือกสังเกต การที่เราเป็นคนคิดมาก วิตกกังวล ทำให้เราสังเกตความคิดหรือคำพูดของคนอื่นมากเกินไป แต่ศิลปะกับธรรมชาติเปิดโอกาสให้เราสังเกตอย่างอื่น เช่นอะไรที่อยู่ตรงหน้าอย่างพืช สัตว์ สิ่งมีชีวิต ดิน น้ำ ลม ฟ้า ทำให้เราพบกับความสงบและความสุข เป็นเพราะว่าเราไม่ได้คาดหวังอะไรจากธรรมชาติ เราไม่ได้อยากให้มะม่วงมีหน้าสีฟ้า ไม่อยากให้กิ้งกือบินได้ ไม่อยากบังคับให้แมวมาล้างจาน และการที่เรายอมรับในความไม่คาดหวังได้ ก็ทำให้เรามีความสุขได้จริง ๆ ”
ตลอด 1 ชั่วโมงของการพูดคุยกับบี เราได้ยินคำว่าความสุขนับครั้งไม่ถ้วน จนต้องถามบีถึงนิยามความสุขที่เธอค้นพบในวันนี้
“สบายกาย มีกิน ไม่คิดมาก” บีตอบด้วยเสียงใส ๆ แต่แน่วแน่และชัดเจน “สบายกาย คือไม่ป่วย เพราะตอนเด็ก ๆ เราป่วยบ่อย ประสบอุบัติเหตุ เคยเป็นไข้เลือดออก เกล็ดเลือดต่ำ คิดว่าตัวเองจะตายแล้ว และเครียดมากที่ทำการบ้านไม่เสร็จ ซึ่งพอคิดว่ากำลังจะตาย ความทุกข์ทั้งหมดนั้นก็ไม่มีความหมายเลย
“มาถึงวันนี้ เราสบายทั้งกายและใจ มีชีวิตอยู่รอดได้เหมือนสัตว์ จับอะไรขึ้นมากินก็มีความสุขแล้ว ที่สำคัญ เราไม่คิดมาก เจอเรื่องอะไรมาก็ไม่ต้องไปซีเรียสกับมันทุกเรื่อง อันนั้นก็คือสุขแล้ว”
วันนี้บียังคงเฝ้าดูการเดินทางของไข่ใบจิ๋วบนใบไม้จนกลายเป็นผีเสื้อปีกสวยโบยบินสู่ท้องฟ้าไปพร้อมกับเพื่อน ๆ ที่ได้เห็นการเติบโตผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่นกัน
“เราเคยมีหัวใจที่บอบบางและอ่อนแอมาก ๆ ใครก็ตามที่มีหัวใจแบบเรา อยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนมีปีกที่แข็งแรง บินได้อย่างอิสระเหมือนผีเสื้อ ไม่ต้องกลัวอะไร อยากให้เพื่อน ๆ กล้าที่จะเป็นตัวเองและมีความสุขในที่สุด” บีทิ้งท้ายถึงเพื่อน ๆ ทุกคน
โอเค พร้อมบินสู่โลกกว้างและ

Happybeefriends
Facebook : Happybeefriends
Instagram : happybeefriends
TikTok : happybeefriends













