มีใครเผลอไถ Instagram หรือ TikTok แล้วเจอคลิปวิดีโอสั้นกำลังฉายภาพหนุ่มออฟฟิศวัยกลางคน หิ้วกระเป๋าสำนักงานแล้วเดินหาร้านอาหารไทยริมทาง พอเล็งร้านเป้าหมายแล้วก็สั่งอาหารสารพัดอย่างมากินโชว์อย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะปิดท้ายด้วยการกระดกเครื่องดื่มมีฟองสีอำพันอย่างสดชื่น
ถ้าคุณเจอคลิปคล้าย ๆ กับที่เราว่า เราคือเพื่อนกัน เพราะนั่นเป็นคลิปจากช่อง ‘Asia Gourmet Story’ รายการอาหารเอเชียของชายญี่ปุ่นวัย 51 ที่ชื่นชอบและหลงใหลอาหารสตรีตฟู้ดไทย

เขาคือ Yasuharu Nishio นักเขียน ยูทูบเบอร์ และเจ้าของบริษัททัวร์ ผู้หลงรักประเทศไทย
เขาเดินทางท่องเที่ยวและสำรวจวัฒนธรรมท้องถิ่นทั่วไทยมากถึง 70 จังหวัด ตระเวนกินร้านอาหารไทยและสตรีตฟู้ดมากว่า 1,000 ร้าน แถมยังแบ่งปันข้อมูลเหล่านั้นผ่านบล็อกและยูทูบ เลยเถิดจนเปิดบริษัททัวร์ที่เชิญชวนคนญี่ปุ่นมาเที่ยวประเทศไทย ไม่นานมานี้ เขาต่อยอดคลังข้อมูลร้านอาหารที่มีผ่าน Asia Gourmet Story คลิปสั้น ๆ ที่พาไปทำความรู้จักร้านริมทางในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ผ่านมุมมองของ Salaryman หรือมนุษย์เงินเดือนชาวญี่ปุ่นที่ทำงานในกรุงเทพฯ แถมยังถ่ายทำด้วยสไตล์ Cinematic ภาพสวยชวนหิว จนผู้ชมทางบ้านถึงกับคอมเมนต์ว่าเหมือนกำลังนั่งดูซีรีส์ The Solitary Gourmet
ถือเป็นโอกาสดีที่นิชิโอะไม่ได้กำลังท่องเที่ยวเดินทางหรือตะลุยชิมร้านอร่อย เราเลยได้นัดหมายสนทนากับเขาที่โฮมออฟฟิศในซอยรัชดาภิเษก 3 ถ้าคุณเคยผ่านหรือเป็นเจ้าถิ่นที่ซอยนี้ คงคุ้นภาพอภิมหาความวุ่นวายทั้งผู้คนและรถมอเตอร์ไซค์ที่ขับสู้กันซ้ายขวา สองข้างทางอัดแน่นด้วยร้านอาหารนานา
สารภาพว่าเราไม่ชอบซอยนี้เท่าไหร่นัก ผิดกลับนิชิโอะ ซอยนี้คือสวรรค์สำหรับเขา เพราะเขาได้เห็นวิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง มีร้านอาหารโลคอล อร่อยและราคาถูกให้เลือกมากมาย
นิชิโอะเป็นคนญี่ปุ่นอินดี้ชัด ๆ เรานึกว่าเขาจะอาศัยแถวพร้อมพงษ์ ทองหล่อ ไม่ก็เอกมัย


นิชิโอะเป็นคนสบาย ๆ เขาพูดภาษาไทยได้นิดหน่อย ส่วนเราพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้เลย (เอ้า!) หลังจากทักทายและแนะนำตัว เขาก็เดินนำเราไปยังชั้น 2 ของโฮมออฟฟิศ ที่ที่เขาทำงานและพักอาศัย
ห้องที่เราพูดคุยกันเป็นเหมือนสตูดิโอและห้องนั่งเล่น ข้าวของหลายชิ้นน่าสนใจ อย่างกองนิตยสารที่ส่วนใหญ่เป็นนิตยสารท่องเที่ยว-ไลฟ์สไตล์ มีของฝากไทย ๆ ที่บันทึกความทรงจำหลังจบทริปเดินทางอย่างภาพถ่ายในกรอบไม้ จนถึงยาดมสารพัดแบบ ซึ่งบ่งบอกตัวตนและหน้าที่การงานของเขาได้ดี


นิชิโอะเป็นคนโอซาก้า สมัยอยู่ญี่ปุ่น เขาเคยทำงานเป็นบรรณาธิการให้นิตยสารเจ้าหนึ่ง และย้ายมาทำงานที่ไทยในปี 2011 เกี่ยวกับนิตยสารท่องเที่ยวไทยและภูมิภาคอาเซียน หลังจากนั้น 4 ปี เขาก็เขียนบล็อกภาษาญี่ปุ่น ‘激旨!タイ食堂’ แนะนำร้านอาหารท้องถิ่นทั่วไทย (ปัจจุบันยังทำอยู่) ซึ่ง 2 ปีต่อมา เขาก่อตั้ง Travel Agency พาลูกค้าชาวญี่ปุ่นมาท่องเที่ยวเมืองไทยผ่านหลากหลายธีม
เมื่อปี 2019 เขารับบทบาทยูทูบเบอร์ที่เดินทางคนเดียวไปกินไปเที่ยวตามจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทย นิชิโอะมีคลังข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหารไทยมากมาย ไม่นานมานี้ เขามีไอเดียทำ Asia Gourmet Story ขึ้นมาในรูปแบบวิดีโอสั้น ผ่านแพลตฟอร์ม TikTok, Instagram และ YouTube
“ตอนนั้นกำลังเขียนบล็อกครับ แล้วก็มีความคิดว่า ถ้าเล่าเรื่องอาหารในรูปแบบใหม่ ด้วยการแต่งตัวใส่สูทไปแนะนำอาหารท้องถิ่นจะน่าสนใจหรือเปล่า เลยเกิด Asia Gourmet Story ขึ้นมาครับ
“ผมทำช่องนี้เพราะอยากสื่อสารข้อดีของอาหารท้องถิ่นในประเทศไทย YouTube, TikTok หรือ Instagram เป็นช่องทางหนึ่งในการเล่าเรื่องราวเหล่านี้ ซึ่งหากเพิ่มเรื่องราวเข้าไปก็ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจ”

เขาเฉลยว่าคอนเซปต์ของ Asia Gourmet Story มีกฎอยู่ 4 ข้อ
“ข้อแรก ต้องเป็นร้านที่อยู่ในเอเชีย สอง ต้องเป็นอาหารเท่านั้น สาม ต้องมีเนื้อเรื่อง และสี่ ต้องเป็นการถ่ายทำแบบ Cinematic (การถ่ายด้วยเทคนิคภาพยนตร์) ครับ” – ทำไมต้อง Cinematic เราถาม
“เป็นสิ่งที่ยังไม่มีใครทำมาก่อนครับ ตอนไปถ่ายทำเราก็แต่งตัวแบบคนวัยทำงาน ซึ่งมีหลายคอมเมนต์บอกว่า คล้าย ๆ ซีรีส์ อร่อยเดียวดาย จริง ๆ Asia Gourmet Story ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะซีรีส์เรื่องนี้นะครับ ผมคิดว่ามันมีความสนุกคล้ายกัน อีกอย่าง อร่อยเดียวดาย สื่อถึงความเป็นญี่ปุ่นมากกว่า”
นอกจากถ่ายทำด้วยเทคนิคเดียวกับการถ่ายทำภาพยนตร์ซึ่งทำให้การรีวิวอาหารของ Asia Gourmet Story โดดเด่น ยังรวมถึงการสร้างเนื้อเรื่อง-ตัวละครที่เล่าผ่านมุมมองของ Salaryman
“ผมรู้สึกว่าเวลาพนักงานออฟฟิศออกไปกินหรือซื้ออาหารค่อนข้างน่าสนใจ ตัวละครนี้ถูกสร้างขึ้นมา ผมตั้งไว้ว่าเขามีอายุมากกว่าผม 1 ปี เงินเดือนไม่เยอะมาก เลยต้องพยายามหาร้านอาหารที่ราคาไม่แพง ชอบดื่มเหล้ามาก (โสดด้วยใช่ไหมคะ) อ้อ ใช่ ๆ ไม่มีแฟนครับ” เขาหัวเราะน้อย ๆ
ที่ถามเช่นนั้น เพราะมีคลิปหนึ่งที่หนุ่มออฟฟิศคนนี้ไปสนุกหรรษาที่ซอยคาวบอย

และทุกคลิปต้องมีฉากกระดกเครื่องดื่มสีทองมีฟองฟู่ จนเราเผลอคิดว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบรนด์สิงโตหรือแบรนด์เอเลเฟนต์เป็นสปอนเซอร์รายการ นิชิโอะเบรกเอี๊ยดและส่ายหัวว่าไม่ใช่
“พยายามถ่ายให้ไม่เห็นโลโก้เบียร์แล้วครับ ผมอยากให้ตัวละครนี้ดูเป็นคนขี้เกียจ เพราะตอนผมเป็น บ.ก. ชอบแอบเอาเบียร์ไปดื่มครับ คนญี่ปุ่นดื่มหนักกว่าคนไทย โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศ ผมเคยดื่มหนักครั้งหนึ่งที่กรุงเทพฯ จนนอนริมถนน ตื่นมากระเป๋าตังค์หาย นาฬิกาหาย โทรศัพท์หาย” เขาหัวเราะ
นิชิโอะบอกว่า หลังจากได้ร้านอาหารที่น่าสนใจแล้ว เขาจะกลับมาคิดเนื้อเรื่อง เขียนบท และออกไปถ่ายทำ ทีมถ่ายทำเป็นชาวญี่ปุ่นทั้งหมด ส่วนซับไตเติลภาษาไทยแปลโดยชาวไทย-อีสาน เพราะบางตอนที่เขาไปร้านอาหารอีสาน ฉากปั้นข้าวเหนียวจกส้มตำ ฉากปาดเหงื่อเพราะอากาศร้อนและอร่อยเผ็ดซี้ด มักมีคำบรรยายภาษาไทยที่แปลได้ถึงใจไทยแท้ จนต้องขอชื่นชมทีมงาน เขาเสริมอีกว่าการเพิ่มคำบรรยายภาษาไทยลงในคลิปทำให้มีผู้ติดตามชาวไทยเพิ่มขึ้นเยอะมากและคอมเมนต์กันอย่างสนุกสนาน
อีกหนึ่งข้อสงสัยที่หลายคนอาจกำลังสงสัยว่าเขามีวิธีคัดเลือกร้านอาหารอย่างไร
“เป็นร้านที่ผมอยากแนะนำให้คนอื่นรู้จัก มีความโดดเด่นเฉพาะตัว นักท่องเที่ยวเดินทางไปได้อย่างสะดวก ถ้าไกลเกินไปผมกลัวว่าเขาจะไปไม่ได้ ซึ่งการหาร้านอาหารเป็นสิ่งที่ผมทำมาตลอดจากการเขียนบล็อกมา 10 ปี มีข้อมูลร้านอาหารมากกว่า 1,000 ร้าน ตอนนี้ก็มองหาร้านใหม่อยู่เรื่อย ๆ ครับ”
ร้านที่ว่าได้แก่ ร้านข้าวหมูทอดอร่อยมาก, เฮ้งชุนเส็ง, อ้วน ข้าวมันไก่ รัชดาซอย 3 ฯลฯ


ทำไมถึงสนใจอาหารไทยหรือคะ – เราถามนิชิโอะที่เปรียบดังฟู้ดดี้สายร้านอร่อยริมทาง
“เพราะอาหารไทยมีความลึกซึ้งครับ ยิ่งรู้จักอาหารไทยมันยิ่งลงลึกมากกว่าเดิม อาหารไทยมีความหลากหลายและมีวัฒนธรรมต่าง ๆ มาผสมรวมในอาหาร เช่น อาหารไทยผสมอาหารจีน หรืออาหารมุสลิม ซึ่งอาหารญี่ปุ่นไม่ค่อยผสมผสานในรูปแบบนี้ อาจเพราะญี่ปุ่นเป็นเกาะ เลยไม่ค่อยมีทวีปอื่นเข้ามา
“ส่วนเรื่องรสชาติ อาหารญี่ปุ่นรสกลมกล่อม อาหารไทยรสชาติชัดเจน หวาน เปรี้ยว เค็ม (รสจัดจ้านกว่าไหมคะ) ไม่เชิงจัดจ้านครับ แต่ชัดเจน ซึ่งรสชาติที่ชัดเจนนี้ทำให้คนญี่ปุ่นชอบอาหารไทย”
เหมือนว่านิชิโอะจะสนใจอาหารไทยประเภทสตรีตฟู้ดเป็นพิเศษใช่ไหมคะ
“ครับ ผมมองว่าสตรีตฟู้ดคืออาหารท้องถิ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย คนที่มาเที่ยวไทยก็อยากมาลิ้มลองสิ่งนี้ และเสน่ห์ของสตรีตฟู้ดคือการที่เราได้กินอาหารที่ทำโดยเจ้าของร้านจริง ๆ ผมเลยอยากทำคลิปและใช้ Asia Gourmet Story สื่อสารเสน่ห์เหล่านี้ของประเทศไทยออกไปให้คนอื่นรู้”
สตรีตฟู้ดไทยนี่ซอฟต์พาวเวอร์ชัด ๆ! ส่วนนิชิโอะเปรียบเสมือนทูตวัฒนธรรมที่แบ่งปันเรื่องราวอาหารไทยให้คนทั่วโลกรู้จัก เป้าหมายของเขาคือทำให้คนหันมาสนใจอาหารท้องถิ่นมากขึ้น
“ผมอยากให้คนดูได้ลองกินอะไรใหม่ ๆ ออกไปรู้จักร้านใหม่ ๆ รอบตัวครับ ผมดีใจที่เดี๋ยวนี้คนญี่ปุ่นทักมาถามเราเรื่องอาหารไทย และมีคนจากทั่วโลกทั้งเกาหลี จีน เปรู มาคอมเมนต์ด้วยครับ”
ในฐานะที่นิชิโอะอยู่ในวงการสื่อมา 20 ปี มองเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง
“เราต้องทำสิ่งที่สังคมยุคนั้นต้องการครับ ยุคหนึ่งคนนิยมบล็อกเกอร์ จนเปลี่ยนผ่านสู่ยูทูบ แล้วก็กลายเป็นคอนเทนต์ในอินสตาแกรม ด้วยความที่ผมชอบทำคอนเทนต์อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเขียน ถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ ก็เลยปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคได้ไม่ยากมาก ซึ่งการทำงานในยุคสิ่งพิมพ์ก็มีข้อดีที่ผมหยิบมาใช้กับการทำงานสื่อออนไลน์ในปัจจุบัน เช่น การวางโครงเรื่องหรือการวางรูปแบบ”

ถ้านิชิโอะต้องแนะนำคนทำสื่อออนไลน์ได้ 1 ข้อ จะแนะนำว่าอะไร
“จงทำสิ่งที่คนอื่นยังไม่ทำครับ เพราะผมใช้วิธีนี้ในการทำสื่อเหมือนกัน เมื่อผลิตสิ่งใหม่ที่คนยังไม่ทำ มักจะน่าสนใจเสมอ สิ่งสำคัญคือความต่อเนื่อง คนส่วนใหญ่มักเลิกกลางทาง ทำให้ไปไม่ถึงเป้าหมาย อย่างผมเขียนบล็อก ผมก็เขียนมาเรื่อย ๆ และยังเขียนอยู่ จนตอนนี้กลายเป็นคลังข้อมูลของผม”
แสดงว่านิชิโอะไม่เคยแม้แต่คิดว่าจะเลิกทำสิ่งนี้
“ไม่เคยเลยครับ เพราะรู้ตัวว่าทำสิ่งอื่นได้ไม่ดีเท่าสิ่งนี้ อยากทำอาชีพครีเอเตอร์ไปตลอดชีวิต ถ้าอายุมากขึ้นอาจเปลี่ยนบทบาทไปอยู่หลังกล้องและส่งไม้ต่อให้คนอื่นออกกล้องแทน”
นิชิโอะตกหลุมรักอาชีพนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น แววตาเขาเปล่งประกายยามถ่ายทอดเรื่องราว ตั้งแต่หน้าที่การงานในฐานะ ‘สื่อ’ จนถึง ‘ครีเอเตอร์’ ที่เดินทางทั่วไทยไปสำรวจอาหารและวัฒนธรรม
ว่าแต่ นิชิโอะตกหลุมรักประเทศไทยหรือยังคะ – เราถามคำถามสุดท้าย
“ไม่เคยอยากกลับประเทศญี่ปุ่นเลยครับ” เขาหัวเราะ “ชอบที่นี่ครับ คนไทยสบาย ๆ”

บท
ความ
ยัง
ไม่
จบ
โปรด
อย่า
เลื่อน
ผ่าน
มีคำถามข้อหนึ่งที่นิชิโอะสงสัยในวัฒนธรรมการกินอาหารของไทย
“ผมไม่เข้าใจครับ ทำไมข้าวขาหมูถึงเสิร์ฟกระเทียม พริกสด ข้าวมันไก่ไม่มีแบบนี้”
หากผู้อ่านท่านใดทราบข้อเท็จจริง แบ่งปันกันได้นะ
นิชิโอะแนะนำ 3 ร้านอาหารสตรีตฟู้ดสำหรับมนุษย์เงินเดือน
- ต้มยำกุ้งบางลำพู ต้องจัดต้มยำกุ้ง
- เฮ้งชุนเส็ง ต้องจัดหม้อไฟเนื้อตุ๋น
- แซ่บ 39 ต้องจัดจิ้มจุ่ม
