เรานึกมาตลอดว่าผู้ประกาศข่าวมีหน้าที่แค่อ่านตามบทหรือหน้าจอของ Teleprompter (เครื่องแสดงบทพูด) พูดชัดถ้อยชัดคำ แล้วยิ้มสวย ๆ ให้กล้อง ทำแค่นั้นทุกอย่างก็จะออกมาลื่นไหลอย่างที่เราเห็นผ่านทีวี
แต่จริง ๆ แล้วระหว่างที่อ่านข่าวมีการสลับบท ส่งสัญญาณมือ จอ Teleprompter ดับ ลืมคิวจนพูดชนกัน หรือต้องตัดจบข่าวแล้วเก็บไปพูดในช่วงถัดไป
การรายงานข่าวที่เห็นกันบนจอมีความซับซ้อนในเบื้องหลังมากกว่าที่คิดและมีปัญหาร้อยแปดเกิดขึ้นมาให้รับมืออยู่ตลอดเวลา

ถ้าไม่ได้มารู้จัก เปิ้ล-กุลธิดา พงษ์แจ่ม ผู้ประกาศข่าวที่ทำยูทูบช่อง Apple Kullathida เราคงไม่รู้ต่อไป
เรานัดหมายกับเปิ้ลที่อาคารปฏิบัติการวิทยุและโทรทัศน์ อสมท เพื่อมาคุยเบื้องลึกทั้งในบทบาทผู้ประกาศข่าว และการเข้าสู่โลกครีเอเตอร์ที่เล่าเบื้องหลังการอ่านข่าวไป ลุ้นระทึกไปกับแต่ละเหตุการณ์ได้อย่างสนุก กระชับ และเข้าใจง่าย
ถ้าอยากรู้แล้วล่ะก็ เลื่อนลงไปอ่านกันเลย

เปิดประวัติผู้ประกาศข่าวและยูทูบเบอร์ผู้ติดตามแสนซับฯ
เปิ้ลย้อนความไปถึงวัยเด็กในยุคที่ทีวีส่งสัญญาณด้วยระบบแอนะล็อก เธอได้ดูข่าวทางทีวีและเห็นการรายงานข่าวของ อ้อ-ศศินา วิมุตตานนท์ ผู้ประกาศข่าวประจำสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ในเวลานั้น
“ตอนที่คุณพ่อกับคุณแม่เปิดข่าว เราจะยกมือไหว้พูดสวัสดี แล้วรายงานตามผู้ประกาศในทีวีไปด้วย” การดูทีวีในครั้งนั้นจุดประกายให้เปิ้ลเริ่มอยากเป็นผู้ประกาศข่าว เราสงสัยต่อว่า แล้วระหว่างทางเปิ้ลไม่เคยมีความฝันอื่นบ้างเลยหรือ
“ตอน ป.4 ถึง ม.ต้น เคยประกวดร้องเพลง ได้ถ้วยรางวัลกลับมาเต็มบ้านเลย แต่เราไม่อยากเป็นนักร้อง เราอยากเป็นผู้ประกาศข่าว
“เราเคยเป็นพิธีกร ไปประกวดสุนทรพจน์ เป็นตัวแทนโรงเรียนไปบรรยายธรรมะ ประกวดพูดทางวิทยาศาสตร์ เลยคุ้นเคยกับการพูดมาตั้งแต่เด็ก”
หลังเรียนจบจากวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิ้ลสมัครเข้าร่วมโครงการสรรหาผู้ประกาศข่าวหน้าใหม่ช่อง 7 สี ซึ่งมีผู้สมัครมากกว่า 3,000 คน และแต่ละรอบการคัดเลือกเรียกได้ว่าหฤโหดทั้งนั้น
บ้างก็ทดสอบการการอ่านบทข่าวที่มีชื่อจังหวัด อำเภอ หรือตำบลที่สะกดผิด ๆ ถูก ๆ การเว้นวรรคตกบรรทัด การอ่านข่าวแบบด้นสดจากคีย์เวิร์ดไม่กี่คำ บ้างก็ทดสอบความรู้รอบตัวทั้งของไทยและต่างประเทศ เช่น ผู้นำคนนี้คือใคร อยู่ประเทศอะไร และดำรงตำแหน่งอะไร
แต่ถึงจะยากแค่ไหน เปิ้ลก็ฝ่าฟันมาได้และกลายเป็นผู้ประกาศข่าวอย่างที่เธอฝันไว้

เปิ้ล เปิดใจ กว่าจะจุดปังนั้นไม่ง่าย แต่ไม่ยากเกินใจ
เราเข้ามาในห้องแต่งตัว ภายในมีกระจกบานใหญ่ เครื่องสำอาง และชุดผู้ประกาศข่าวหลายสิบตัว เปิ้ลมักใช้เวลาสั้น ๆ ในห้องนี้เพื่อเช็กบทและเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสตูดิโอ
และห้องนี้นี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของคอนเทนต์เบื้องหลังผู้ประกาศข่าว
เปิ้ลอยากทำช่องยูทูบของตัวเอง แต่ยังไม่รู้ว่าจะเล่าเรื่องอะไรดี ระหว่างที่เมาท์มอยกับฝ่ายเสื้อผ้าก็คิดขึ้นมาได้ว่าตัวเองก็คลุกคลีอยู่กับข่าว ทำไมไม่เล่าเบื้องหลังผู้ประกาศข่าวล่ะ และเธอก็เห็นว่ายังไม่มีใครเล่าประสบการณ์ของอาชีพนี้เลย
นั่นจึงเป็นโอกาสดีที่เธอจะได้เล่า ‘เป็นคนแรก’
จุดหมายต่อไปคือสตูดิโอหมายเลข 6 ห้องซึ่งเป็นแหล่งคอนเทนต์ของเปิ้ล ปกติแล้วคนดูทางบ้านจะได้เห็นเพียงโต๊ะอ่านข่าวและจอด้านหลังสำหรับฉายภาพขณะรายงานเท่านั้น ส่วนในช่อง คนที่ติดตามจะคุ้นเคยกันดีกับกล้องถ่ายทอดสดเครื่องใหญ่ Teleprompter สปอตไลต์ และฉากเขียว

การเก็บฟุตเทจนั้นเป็นไปอย่างเรียบง่าย เปิ้ลจะตั้งกล้องวางไว้ข้าง ๆ และปล่อยให้ถ่ายตัวเองไประหว่างถ่ายทอดสด โดยในช่วงเริ่มต้นเธอใช้กล้องจากมือถือมาเก็บภาพ จนได้คลิปแรกเป็น เบื้องหลังผู้ประกาศข่าวเตรียมตัวอ่านข่าวค่ำ ก่อนที่ต่อมาเปิ้ลจะซื้อกล้องมาถ่ายเพื่อให้ผลงานออกมาคมชัดที่สุด
หลังจากเป็นครีเอเตอร์มาสักพักแล้ว พาร์ตไหนยากที่สุด – เราถามคนตรงหน้า
เปิ้ลตอบว่าขั้นตอนที่ยากที่สุด คือการตัดต่อ
และความยากที่ว่าเป็นเรื่องของเวลา เพราะสำหรับเปิ้ล คลิป 1 นาทีใช้เวลาตัดต่ออยู่หลายชั่วโมง
เมื่อกลับถึงบ้าน เธอต้องดูคลิปที่มีความยาวชั่วโมงกว่า แล้วคัดเฉพาะช็อตที่เป็น ‘จังหวะนรก’ มาตัดต่อ พากย์เสียงประกอบ สื่อสารให้คนดูเข้าใจภายใน 1 นาที และต้องน่าดึงดูดไปด้วย โดยใช้กฎ ‘3 วิฯ แรกต้องปัง’ จนได้ออกมาเป็นคลิปวิดีโอสั้นที่เราเห็นในช่องของเปิ้ล
“บางคลิปมีทั้งเหตุการณ์เบื้องหลังและที่ออกอากาศในทีวีมาแทรกไว้เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น เพราะบางครั้งคนดูไม่ได้รู้ว่าเทคนิคแบบนี้ต้องทำแบบนี้ เราเลยต้องหาวิธีนำเสนอให้เขารู้ ซึ่งกระบวนการก็จะช้าไปอีก”
เพื่อประหยัดเวลาในการเลือกคอนเทนต์ บางครั้งเธอจะจดชื่อข่าวหรือเวลาในช่วงที่เกิดเหตุการณ์เฉพาะหน้าในระหว่างที่รายงานไปด้วย
และแน่นอนว่าทุกคลิปที่มีผู้ประกาศข่าวคนอื่นนั่งอ่านด้วย เปิ้ลจะขออนุญาตพี่ ๆ เพื่อน ๆ ก่อนจะโพสต์ลงช่องยูทูบและโซเชียลมีเดียอยู่เสมอ
แม้จะมีปัญหามาให้รับมือทุกวัน แต่เปิ้ลก็ไม่เคยหวั่นไหวหรือกลัวที่จะเผชิญเลยสักนิด เพราะเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้ประกาศข่าวต้องพบเจอ
“บางคลิปที่เรากำลังจะอ่านข่าวต่อ แต่บรรณาธิการสั่งให้เบรก เราก็ต้องหาทางเลี้ยวจบ บางคนคิดว่าเขาแกล้งหรือเปล่า แต่ความจริงแล้วทุกอย่างขึ้นอยู่กับประเภทเนื้อหาข่าวและเวลาการออกอากาศ ถ้ายังปล่อยให้อ่านข่าวต่อจะไม่ได้เบรกสักที เลยบอกให้ตัดจบก่อนแล้วเบรกหน้าค่อยอ่าน”
ถ้าเราเจอแบบนี้เข้าไปคงสติแตก ไม่ก็นั่งมึนอยู่บนเก้าอี้ แต่ความวุ่นวายนี่แหละที่เป็นซิกเนเจอร์ของช่อง Apple Kullathida เพราะแต่ละคอนเทนต์คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในห้องส่ง ไม่มีแอคติ้งแต่อย่างใด รวมถึงการใส่ความคิดสร้างสรรค์และความตั้งใจในการตัดต่อ ทำให้คอนเทนต์เบื้องหลังผู้ประกาศข่าวที่ไม่เคยมีใครเล่ามาก่อนของเปิ้ลทั้งสนุกและได้ความรู้ไปพร้อม ๆ กัน
ปังได้อีก! Apple Kullathida พร้อมฝ่าฟันทุกคอมเมนต์ เผย เพื่อนผู้ประกาศมีแฟนคลับไม่รู้ตัว
ตั้งแต่ทำช่องยูทูบและ TikTok สิ่งที่เปิ้ลได้กลับมานอกจากการทำคอนเทนต์และรายได้ คือความคิดของคนที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความเห็นทั้งชื่นชม แนะนำ ไปจนถึงบั่นทอนจิตใจ
หากเป็นความเห็นที่สนับสนุนการทำงานหรือการติเพื่อก่อ เธอยินดีจะรับฟังและทำตามเพื่อปรับแก้ ส่วนความเห็นที่ไร้เหตุผลหรือแฝงไปด้วยอารมณ์นั้น เปิ้ลยอมรับว่าช่วงแรกก็รู้สึกน้อยใจอยู่ไม่น้อย แต่นาน ๆ ไปก็เริ่มรับมือได้มากขึ้นด้วยการกดปุ่มแบนไปแบบสวย ๆ
และยังมีแฟนคลับเริ่มรู้จัก บางคนก็เข้ามาทักทาย ซึ่งส่วนมากตามมาจาก TikTok หรือยูทูบ แม้แต่เพื่อนร่วมงานที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในคลิปของเปิ้ลก็ด้วย มีคนเข้ามาทักและขอถ่ายรูปราวกับเป็นดาราประจำช่องเช่นกัน
“เพื่อนผู้ประกาศก็เจอเหมือนเรา อย่าง พี่ภัส (นภัส ธีรดิษฐากุล) บอกว่า เปิ้ลเชื่อไหม พี่อ่านข่าวมาเป็นสิบปี ไม่มีใครทักพี่เลยนะ แต่พอมาออกช่องเปิ้ล ช่างตัดผมทักพี่ว่า ใช่คนที่อยู่ในคลิปน้องเปิ้ลหรือเปล่า” ฟังจบเรากับเปิ้ลก็อดหัวเราะกับเรื่องเล่านี้ไม่ได้

เปิ้ล ยัน จะรันวงการยูทูบต่อไปเพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจ แม้ยุติบทบาทผู้ประกาศในทีวี
จนมาถึงตอนนี้คนที่ติดตามเข้าใจกันมากขึ้นว่าอาชีพผู้ประกาศข่าวหฤโหดแค่ไหน นอกจากต้องพูดชัดถ้อยชัดคำ มีสติอยู่ตลอดเวลา ยังต้องแยกประสาททำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน
และเป็นเพราะช่องยูทูบของเปิ้ลเลยที่ทำให้เรารู้จักอาชีพนี้ลึกมากกว่าแค่การรายงานข่าว และเริ่มมาดูข่าวในทีวีมากขึ้น พูดให้ชัดก็คือมานั่งจ้องอิริยาบถของผู้ประกาศว่าจังหวะที่ดูท่าจะสั่งปิดเบรก ใครลืมคิวอ่านข่าวบ้างไหม ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนไม่ได้สนใจเลยสักนิด
“เราอยากเป็นแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ และอยากสื่อสารอาชีพนี้ออกไปให้คนได้เห็นว่ามันยากนะกว่าจะได้มานั่งตรงนี้ ต้องใช้ความพยายามมากเลย
“มีเหตุการณ์ที่เปิ้ลประทับใจไม่เคยลืม” เปิ้ลเกริ่นยิ้ม ๆ ก่อนเสียงหวาน ๆ จะเล่าถึงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ชอบดูคลิปของเธอผ่านยูทูบ หนูน้อยจึงขอให้คุณพ่อพามาดูผู้ประกาศข่าวคนโปรดทำงานในสตูดิโอ แล้วยังบอกอีกว่า “หนูอยากเป็นผู้ประกาศข่าวเหมือนพี่เปิ้ล”


เห็นแล้วว่าสิ่งที่เธอตั้งใจนำเสนอออกมาไปได้ไกลมากกว่าการได้เห็นความคิดของคนดู แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้คนดูได้ทุกวัย เช่นเดียวกับสมัยเด็กของเปิ้ลที่เกิดความมุ่งมั่นหลังจากดู อ้อ ศศินา รายงานข่าว
น่าเสียดายที่อาชีพผู้ประกาศข่าวของผู้หญิงมีเพดานอายุการทำงาน วันหนึ่งเปิ้ลก็ต้องโบกมือลาเก้าอี้ในสตูดิโอเช่นกัน แต่เธอบอกกับเราว่า แม้จะไม่ได้อ่านข่าวที่สถานีแล้ว แต่เธอก็จะยังทำคอนเทนต์เล่าข่าว เล่าสาระความรู้ และพัฒนารายการของตัวเองในยูทูบและ TikTok ต่อไป
“เราเป็นผู้ประกาศฟรีแลนซ์ วันหนึ่งก็ต้องอิ่มตัว รู้สึกว่าพอแล้ว ให้เด็กใหม่ ๆ เข้ามาทำบ้าง ถ้าใครจะทำช่องของตัวเอง สิ่งที่ยากที่สุดคือการทำคลิปแรก แต่ถ้าเริ่มแล้วจะไปต่อได้เรื่อย ๆ โชคดีที่เราทำแล้วติดตลาดและผู้ติดตามมากขึ้น”
แล้วถ้าถึงวันที่อิ่มตัวแล้ว เปิ้ลมีแผนจะทำอะไรต่อไป
“ตอนนี้เรายังมีความสุขกับงานและอยากทำออกมาให้ดีที่สุด ในอนาคตเราว่าจะกลับไปใช้ชีวิตอยู่ที่ลำพูน แล้วก็จะทำช่องต่อด้วย” เปิ้ลตอบด้วยสายตาที่มุ่งมั่นและมั่นใจเต็มเปี่ยม
นั่นก็เพราะการทำในสิ่งที่รักและตั้งใจทำอย่างสุดความสามารถ ทำให้นอกจากการเป็นผู้ประกาศข่าวที่ตั้งใจไว้แต่แรกแล้ว เปิ้ลยังได้ทำสิ่งอื่นที่รักได้ด้วย
“ฝากติดตามด้วยนะคะ” เปิ้ลทิ้งท้ายด้วยเสียงหวาน ๆ ก่อนที่เรา 2 คนจะโบกมือลากันที่หน้าตึกด้วยรอยยิ้ม
การสัมภาษณ์ในครั้งนี้ทำให้คิดได้ว่า เราควรมุ่งมั่นและตั้งใจเพื่อจะไปถึงเป้าหมายของเรา เพราะสิ่งที่กำลังทำ อาจเป็นแรงบันดาลใจให้ใครในวันหนึ่งก็ได้


ใครอยากรู้ว่าผู้ประกาศมีหน้าที่และต้องเจออะไรบ้าง ติดตามได้ที่
YouTube : Apple Kullathida
TikTok : เปิ้ล กุลธิดา
Instagram : kullathida_pj
Facebook : Kullathida Pongjam
