ในวงการกีฬา มีคำพูดหนึ่งที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ
ถ้าการต่อสู้จนคว้าแชมป์ได้นับว่ายากแล้ว การรักษาแชมป์เอาไว้ยากกว่าอีกหลายเท่า
เราได้เห็นชื่อของบริษัทออกแบบ ‘Vessu’ ครั้งแรกในข่าวประกาศรางวัลประกวดแบบครั้งใหญ่ในวงการสถาปนิก งานออกแบบศูนย์การแพทย์รามาธิบดีศรีอยุธยา โครงการมูลค่าหลักพันล้านได้ผู้ชนะเป็นทีมออกแบบรุ่นใหม่ที่ไม่น่าจะมีใครคาดคิดมาก่อน
ชัยชนะแรกนั่นเป็นแค่จุดเริ่มต้น
หลังจากนั้น Vessu ยังคงคว้าโอกาสในงานออกแบบอาคารเกี่ยวกับศูนย์การแพทย์มาอย่างต่อเนื่อง นอกจากสร้างอาคารขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์ฟังก์ชัน สวยงาม คุ้มค่าเงินลงทุน ประหยัดพลังงานแล้ว Vessu ยังสร้างสร้างภาพจำให้กับตัวเองได้แข็งแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มมีกลุ่มลูกค้าที่อยากทำโรงพยาบาล ทำคลินิก ติดต่อมาหาพวกเขา แทนจะต้องออกไปต่อสู้ประกวดแบบเหมือนตอนแรก ๆ
นักสู้ จะไม่ยอมอยู่ที่จุดเดิม
กลยุทธ์แรกของ Vessu คือการสร้างจุดแข็งให้ทีมออกแบบของตัวเองก่อน ผลงานที่ผ่านมาหลายปีจึงไม่ใช่ความบังเอิญเพื่อการตอกย้ำทักษะความชำนาญ การสร้าง New Standard คือคีย์เวิร์ดสำคัญของการทำงาน คอยลงทุนพัฒนาคนในทีมอยู่เสมอ มีแผนกค้นคว้าข้อมูล ต่อสู้ทั้งกับคู่แข่งสายออกแบบพี่ ๆ รุ่นใหญ่ที่มากประสบการณ์ ด้วยความกล้าที่สดใหม่ ไม่หยุดนิ่ง และความจริงที่เขาแอบบอกเรามาว่า ทีมต้องต่อสู้กับตัวเองเมื่อปีก่อนอยู่เสมอ ทำยังไงให้เราเก่งขึ้น สู่จุดหมายใหญ่ของวงการสถาปัตยกรรมไทยในอีก 40 ปี
เมื่อเริ่มต้นงานแรก ๆ ด้วยโครงการใหญ่มูลค่าหลักพันล้าน เลือกเส้นทางออกแบบอาคารขนาดใหญ่แล้ว เป้าหมายแท้จริงที่ Vessu วางเอาไว้ตั้งแต่วันเริ่มตั้งบริษัท ชายหนุ่มทั้ง 3 คนคิดว่าข้อได้เปรียบของพวกเขา คือเวลา ยังต้องเรียนรู้ ลองผิดลองถูก สั่งสมประสมการณ์อีกมาก ความสำเร็จที่ตั้งใจไว้ไม่มีทางลัด เริ่มต้นวันนี้ด้วยการสร้างรากฐานทีมที่แข็งแรงก่อน ค่อย ๆ ต่อยอดขึ้นไป จนกว่าจะถึงเป้าหมายใหญ่ที่คิดไว้
มาติดตามกันพวกเขาจะรักษาตำแหน่งแชมป์เอาไว้ได้นานแค่ไหน

สถาปนิกนักเดินทางไกล
บริษัท Vessu collaborations ก่อตั้งจากเพื่อนรุ่นเดียวกัน 3 คน ทำหน้าที่แตกต่างกันในบริษัท
ความเชื่อใจในความถนัดของแต่ละคน เป็นเสาหลัก 3 ต้นที่คอยสร้างสมดุลกับในทีม
วันนี้เราได้มาพูดคุยกับ ช้าง-ปรินทร์ จงสุขกิจพานิช และ พฤกษ์ เลิศศรีมงคล 2 ใน 3 ผู้ร่วมก่อตั้ง
ขณะที่เรากำลังเริ่มพูดคุยกัน พฤกษ์ติดงานด่วนกะทันหัน คนที่ต้องรับบทสำคัญในบทสนทนาต่อจากนี้ไปจึงต้องตกเป็นของช้าง
“ผมมีความฝันตั้งแต่ตอนเรียนปี 4 – 5 ครับ ตอนนั้นชอบเรื่องผังเมืองมากเลย อยากให้คนทั่วไปได้ใช้อาคารสาธารณะดี ๆ โดยไม่ต้องจ้างสถาปนิกทำบ้านส่วนตัวเท่านั้น สมมติถ้าวันหนึ่งเราได้ดีไซน์สำนักงานเขตออกมาแล้วมีคนเดินไปใช้งาน แล้วเขารู้สึกว่าทำไมสำนักงานเขตนี้สวยจังนะ เขาก็จะรู้สึกว่าเมืองที่อยู่ดีขึ้นตามไปด้วย เมืองมันจะโตได้ถ้ามีอาคารสาธารณะที่ตั้งใจทำสถาปัตยกรรมดี ๆ ออกมาให้ใช้งานกันอย่างทั่วถึง

“แต่บ้านเมืองเราไม่ได้เป็นแบบนั้น ยังมีหลายสิ่งที่เราพยายามต่อสู้อยู่” ช้างกล่าว
“ตอนเริ่มทำ Vessu เลยมาหาจุดกึ่งกลางระหว่างการออกแบบงานสาธารณะที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริง ๆ ขณะเดียวกันก็ยังดูสวยงามแบบที่ควรจะเป็นไปได้ อยากให้ดีไซน์ของเราเป็น Default สำหรับการออกแบบอาคารสาธารณะ เป็น New Standard ให้คนอื่นเห็นว่าเรายกระดับมาตรฐานการออกแบบได้นะ เราไม่ได้เป็นทีมออกแบบที่เน้นครีเอทีฟ ทำงานที่ได้โชว์ความเป็น Artist มากนัก แต่พอเทียบในสเกลงานใหญ่ สิ่งที่เราคิดว่าธรรมดา มันไม่ธรรมดาสำหรับในวงการนี้”
เมื่อไหร่ที่คุณเข้ามาทำอาคารสาธารณะ เหมือนได้เดินทางมาพื้นที่ต่างโลก
โครงการมูลค่าสูงที่มีผู้เล่นหน้าตาคล้ายเดิม ด้วยข้อจำกัดเรื่องทักษะเฉพาะทาง และอีกเรื่องสำคัญ คือความน่าไว้วางใจ ต้องมีอายุ ต้องมีประสบการณ์ ต้องอยู่มานาน ตามแต่มาตรฐานที่หน่วยงานกำหนด ผู้เล่นหน้าใหม่ในต่างโลกนี้จึงมีจำนวนน้อยมาก ๆ ที่จะเข้ามาใช้ชีวิตได้ในระยะยาว

“ช่วงโควิด ผมเป็นคนติดตามโลกอยู่แล้ว รู้สึกว่า Aging Society จะมาแน่นอน แล้วมันก็มาจริง แต่พอโควิดมาปุ๊บ ทุกอย่างจุดประกายให้ Healthcare ทะยานขึ้นทันที เรา 3 คนเห็นประเด็นนี้ตรงกันตอนที่ก่อตั้งออฟฟิศ แบ่งหน้าที่ตามความถนัดกันไป คนหนึ่งดูเรื่อง Business Strategy คนหนึ่งดู Management อีกคนหนึ่งดู Operation ถ้าเป็นเรื่องงานออกแบบ ผมก็จะดูงานงาน Healthcare เป็นหลัก เพื่อนอีกคนดูแลงานออกแบบบ้านที่ดีไซน์สนุก ๆ หน่อย และจะมาซัพพอร์ตโปรเจกต์ของผมบ้าง”
Vessu เริ่มต้นออกจากจุดสตาร์ตได้ดี แต่พวกเขาก็รู้ดีว่าเส้นชัยการแข่งนี้ยังอยู่อีกยาวไกล
พวกเขาเตรียมตัววิ่งมาราธอนระยะทาง 40 ปีมาตั้งแต่แรกแล้ว
“ตอนที่เราประกวดโครงการศูนย์การแพทย์รามาธิบดีฯ คือโอกาส 1 ครั้งในรอบ 20 ปี เป็นโอกาสเดียวของเด็กคนหนึ่งเลย และน่าจะเป็นโอกาสแรกในประเทศไทยที่เป็นการคัดเลือกแบบ Blind Audition ก็คือส่งผลงานโดยไม่ต้องรู้ชื่อบริษัทเป็นครั้งแรก เราจึงได้รับโอกาสนั้นมา แล้วก็ทำงานต่อมาเรื่อย ๆ
“มาวันนี้ผมมองเป็นทีมในระยะยาวเลย เพราะผมคิดว่ายังวิ่งได้อีกไกล ผมไม่จำเป็นต้องรีบกินให้อิ่มแล้ว 40 ก็เกษียณเลย มันไม่ใช่แนวทาง เพราะช่วงเวลาในการเดินของผมยังมีอีก 40 ปีนะ ค่อยไปเก็บเกี่ยวตอนท้ายก็ได้ไม่ว่ากัน แต่ปัจจุบันผมทำรากฐานบริษัทให้แข็งแรงก่อน พอรากฐานทีมแข็งแรงแล้ว ทีนี้เราจะไปทางไหนก็ได้แล้ว”

4 โปรเจกต์จากการต่อสู้ของ Vessu
ผลการต่อสู้ 01 : โครงการศูนย์การแพทย์รามาธิบดีศรีอยุธยา

ชูมือขวาขึ้นมานับครั้งได้เลยที่การประกวดออกแบบอาคารสาธารณะจะเปิดให้แข่งขันได้อย่างเสรี ไม่มีแบ่งรุ่น ไม่เกี่ยงประสบการณ์ เปิดโอกาสให้รุ่นใหม่ได้แสดงฝีไม้ลายมือบนเวทีเทียบเคียงกับพี่ ๆ รุ่นใหญ่
โครงการศูนย์การแพทย์รามาธิบดีศรีอยุธยาของมูลนิธิรามาธิบดีฯ เป็นงานประกวดแบบที่ได้รับความสนใจอย่างมากในแวดวงสถาปนิกเมื่อปี 2019 ได้ชื่อว่าเป็นสนามการแข่งขันที่มีกระบวนการคัดเลือกโปร่งใสที่สุดโครงการหนึ่ง
แล้วใครล่ะจะอยากพลาดโอกาสนี้
สังเวียนแรกที่ Vessu ลงสนามต่อสู้ก็สร้างปรากฏการณ์หักปากกาเซียน เป็นม้ามืดคว้าชัยชนะรางวัลประกวดการออกแบบที่จัดขึ้นแบบ Blind Audition เปิดผลงาน ปิดชื่อบริษัท วัดฝีมือกันที่ผลงานล้วน ๆ การได้ชัยชนะจากเวทีที่แข่งขันกันอย่างเสรี ในฐานะรุ่นพี่ที่เพิ่งผ่านเวทีประกวดมา ทำให้ช้างอยากเชียร์ให้มีพื้นที่การแข่งขันแบบนี้อีกเยอะ ๆ
พวกเขาอยากให้สถาปนิกได้ลงแข่งแบบ The Voice แสดงฝีมือให้เต็มที่ ถ้ามันใช่ โค้ชจะกดปุ่มแดงหันมาหาคุณเอง
“ผมเด็กสุดเลยตอนนั้น เริ่มประกวดตอน 27 แล้วก็ชนะตอนหลังวันเกิดช่วงประมาณเดือนเมษายน มีปรึกษาความรู้ คุยเรื่องแนวทางจากกลุ่มเพื่อน ๆ มาช่วยกันบ้าง ต้องขอบคุณรามาธิบดีที่ให้โอกาสเรา
ครับ เพราะว่ามันเสี่ยงมากเลยที่อยู่ดี ๆ คุณจะเอาเงิน 2,400 ล้านให้เด็กอายุ 27 ดูแล
“ตอนนั้นไม่มีใครรู้นะว่าเราอายุเท่าไหร่ ซึ่งถือเป็นเรื่องดี ผมจำได้ว่าตอนที่ประกาศผลแล้วนัดเซ็นสัญญา พอเห็นบัตรประชาชนผมเขาตกใจเลย
“ตอนประกวดก็คิดว่าลองส่งดูก่อน แต่นิสัยคือถ้าทำอะไรแล้วก็ต้องทำจริงจัง พอเริ่มเข้ารอบปุ๊บ ต้องเตรียมไปพรีเซนต์งาน เป็นเวทีใหญ่สุดที่เคยพรีเซนต์มาในชีวิตเลย เห็นรายชื่อ Finalist แล้วรู้เลยว่ากำลังแข่งกับใครอยู่


“ตอนนั้นก็กลัวนะ แต่เราคิดบวกครับ เราอยากชนะด้วยงาน และผมมั่นใจว่างานเราสู้ได้ไม่แพ้ใคร ผมว่าผมคิดมาดีแล้ว ถ้าฟังคอนเซปต์ของผม จะไม่ได้เป็นในเชิง Artist แต่เป็นคอนเซปต์เชิงตรรกะ เชิงวิศวกรรมซะเยอะ ผมคิดว่าอาจจะเวิร์กกับงานที่เป็นพวกอาคารการแพทย์แบบนี้ด้วย”
ที่ผ่านมาทีมออกแบบที่ได้โอกาสทำอาคารสาธารณะขนาดใหญ่มักจะเป็นรุ่นใหญ่เก่าแก่ คุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่ในวงจำกัด เพราะเป็นงานออกแบบที่ต้องใช้ความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถแบบเฉพาะทาง และมีมูลค่าการก่อสร้างที่ต้องการคนมีประสบการณ์สูงมารับประกันความเชื่อใจตามมาตรฐานงานราชการ
“ศูนย์การแพทย์รามาฯ มีทั้งหมดประมาณ 29 ชั้น 21 แผนก มีใต้ดินอีก 3 ชั้น ปกติทำโรงพยาบาลใช้เวลากัน 3 ปี แต่การประกวดแบบนี้มีเวลาไม่ถึงปี เราเลยต้องคิด Design Strategy บางอย่างเพื่อให้หมอมาทำแบบสอบถาม โดยโยนให้ทุกคนกรอกข้อมูลของตัวเอง ไปรวบรวม Data กลับมาทีเดียว แล้วค่อยทำโปรดักต์ออกมาในรูปแบบของ Planning อาคารที่ทำให้หมอออกแบบห้องตรวจได้เองโดยไม่ต้องผ่านมือสถาปนิกมากนัก
“เลยออกมาเป็นระบบที่รวม ห.ร.ม. (หารร่วมมาก) ของ Dimension ทางการแพทย์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในตึก แล้วออกมาเป็น Modular แบบคลาสสิกที่ไม่ใช่แค่ฟังก์ชันทางการแพทย์ แต่รวมไปถึงระบบที่จอดรถ ระบบกริดเสา ระบบการใช้เหล็ก ระบบโครงสร้าง
“ทุกอย่างในงานออกแบบจะมีเลข ห.ร.ม. อยู่เลขหนึ่งที่เอามาทำให้เกิดตึกนี้
“พอทำ Planning Template สำเร็จ เราแจกจ่ายไป 21 แผนกเพื่อกรอกข้อมูลที่ต้องการแล้วส่งกลับมา ทั้งหมดนี้คือเราจบงานได้ภายใน 8 เดือน อันนี้เป็นหนึ่งในคอนเซปต์หลัก ๆ ที่ทำให้รามาธิบดีเลือกเรา เพราะว่าเขาเกิดปัญหาบ่อยครั้งเรื่อง User (ผู้ใช้งานอาคาร) ว่าสัมภาษณ์ User ไม่ทันบ้าง หรือ User เปลี่ยนพื้นที่ใช้งานไปบ้าง
“ด้วยระบบของเรา ถึงแม้อนาคตหัวหน้าแผนกจะเปลี่ยนไป แต่เขาจะปรับเปลี่ยนฟังก์ชันห้องตามระบบ Modular ก็เอื้อในการย้ายห้องแล้ว เพราะเรามีงานระบบรองรับหมดทุกห้อง ตั้งแต่ไฟ แอร์ ท่อประปา แม้จะเป็นระบบที่ดูเหมือนคิดง่าย ๆ แต่ว่ากระบวนการวิเคราะห์ ย่อยความยุ่งยากให้ออกมาดูเรียบง่ายแบบนี้น่ะ มันซับซ้อนมาก”
ย้อนไปในช่วงที่ประกวดแบบ กรรมการยังไม่มีการข้อมูลฟังก์ชันที่แน่นอน โจทย์การแข่งคือเฟ้นหาไอเดียการก่อสร้างในภาพรวมที่จะนำไปพัฒนาต่อให้เป็นจริงได้ ทีมสถาปนิก Vessu ก็เสนอวิธีการคิดงานเป็นระบบ จนค้นพบสูตร (กึ่ง) สำเร็จรูป

ตัวเลข ห.ร.ม. ที่เอาไปใช้สร้างความเป็นไปได้หลายร้อยรูปแบบในอาคารหลังเดียว การนำเสนอไอเดียที่ปรับเปลี่ยนได้อย่างยืดหยุ่น ทำยังไงให้ปรับเปลี่ยนได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์โดยที่งานระบบต่าง ๆ ไม่ได้กระทบ ทุกชั้นสลับกันได้หมด อยากจะเชื่อมชั้นขึ้นไปก็ทำได้ จึงชนะใจกรรมการได้ในที่สุด
กด Fast Forward มาที่ตอนก่อสร้างจริง มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้งาน เปลี่ยนชั้น โยกย้ายหลายจุด แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบโครงสร้างหลักของตึกเลย
นี่แหละคือพลังของ Design System
ผลการต่อสู้ 02 : Medical Complex สินแพทย์ รามอินทรา

เรื่องปัญหาสุขภาพไม่มีวันหยุดพัก
อาคารประเภท Healthcare ศูนย์การแพทย์ โรงพยาบาล เป็นอาคารที่ใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง จึงเปลืองพลังงานมาก ทั้งระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า เครื่องจักรที่ต้องทำงานหนัก และอาคารก็จะเสื่อมโทรมเร็วกว่าอาคารทั่วไปด้วย
“อาคารนี้น่าจะเป็นอาคารทางการแพทย์ที่โดดเด่นที่สุดของย่านรามอินทราในตอนนี้ ตัว Facade เราออกแบบให้มีลักษณะเป็นซิกแซ็ก เพราะเรากังวัลเรื่อง Energy Analysis การใช้พลังงานในอาคาร ทิศทางที่แดดเข้าต่าง ๆ การ Maintenance”
“เทคนิคของออฟฟิศเรา คือตั้งใจทำแมสอาคารให้สวยเลย คิดว่าโครงสร้างอาคารก็เหมือนโครงหน้าของผู้หญิง ถ้าหน้าโครงหน้าคุณดีแล้ว จะแต่งหน้ายังไงก็สวย แค่เอา Facade กระจกใสมาใช้ติดก็ดูสวยแบบเรียบง่าย เหมือนเราไปแต่งหน้าอาคารแค่เบา ๆ ใส ๆ ดูเป็นธรรมชาติ มันก็ทำได้ กลับกันถ้าทำให้เบ้าหน้าอาคารไม่ดีแล้ว จะพยายามไปประทินเครื่องสำอาง แต่งหนักเรื่อย ๆ สุดท้ายก็ออกมาไม่สวย”


พอมาเป็นนักออกแบบสายอาคารฟังก์ชันแล้ว ทีมก็ตั้งใจวางแผนจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางให้ครอบคลุมที่สุด มีฝั่งที่ทำ Research & Development ไม่ได้เป็นคนออกแบบ รับบทนักค้นคว้าข้อมูลไปเลย ถ้าทีมอยากรู้ข้อมูลอะไรในการก่อสร้าง หรือแม้กระทั่ง Workflow การทำงาน ควรจะปรับปรุงอะไรให้ทีมทำงานได้ดีขึ้น ก็จะไปหาข้อมูลหาคำตอบมาให้พัฒนาอยู่เรื่อย ๆ
“คือตอน 6 โมง – 1 ทุ่ม ทุกคนจะกลับบ้าน น้องในออฟฟิศไม่มีใครอยู่ดึกเลย เพราะว่าเราต้องหาวิธีทำงานให้ไวขึ้นตลอดเวลาแล้วเปลืองแรงให้น้อยที่สุด เลยลงทุนตรงนี้มากครับ”
การออกแบบเพื่อประหยัดพลังงาน ต้องตั้งใจทำอย่างจริงจัง เพราะมันจะช่วยประหยัดได้มากกว่าแค่พลังงาน
“ในทีมของ Vessu มีตำแหน่งดูแลเรื่องพลังงานในอาคารเป็นหลัก ทำหน้าที่จำลองการใช้พลังงานของอาคาร มาคำนวณและตรวจสอบทุกอาคารที่ทีมออกแบบว่าดี ไม่ดี ตรงไหน อาจมีปัญหาตามมาบ้างตอนใช้งานจริง เพื่อเอาเป็นข้อมูลมาประกอบการออกแบบ Pre-design ตั้งแต่ขั้นแรก
“ถ้าตอนเรียนเราก็แค่ตั้ง Mass อาคาร ดูทิศแดด ทิศฝน อะไรพวกนี้ใช่ไหมครับ จับต้องไม่ได้ แต่อันนี้ออกมาเป็นค่าตัวเลขพลังงานชัดเจน จะคุ้มจริง ๆ หรือเปล่าในการติดโซลาร์เซลล์ ติดตรงไหนดี ถ้าจะปรับอัตราส่วนหน้าต่างตรงนี้ปุ๊บ คุณจะประหยัดค่าแอร์รวมปีหนึ่งได้กี่บาท ทุกอย่างออกมาเป็นตัวเงินหมด
“ถ้าคุณสเปกกระจกพลาดแค่ 2 Code หลัง ค่าใช้จ่ายที่เจ้าของโครงการจะต้องเสียค่าแอร์อาจเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 4 ล้านบาทต่อปี นั่นคือความผิดพลาดของเอกสารแค่นิดเดียวนะ มันมีผลสูงมากกับเงินลงทุนในอาคารขนาดใหญ่”
พอได้ฟังแล้วก็อยากชวนทุกคนลองคิดต่อกันดูว่า ถ้าอาคารราชการหรืออาคารขนาดใหญ่ในบ้านเรา มีระเบียบการใช้วิธีคิดเชิงตรรกะหรือใส่ใจออกแบบที่ช่วยประหยัดได้จริง ๆ เมืองของเราจะเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน
ผลการต่อสู้ 03 : โรงพยาบาลศัลยกรรม The Art

“ทีมของเราทำโรงพยาบาลศัลยกรรมน่าจะ 8 โรงแล้วครับ แต่นี่น่าจะเป็นแห่งที่ใหญ่สุด รวมหมอฝีมือต้น ๆ ของประเทศ เป็นหมอคนรุ่นใหม่อายุประมาณ 40 ที่นี่มีห้องผ่าตัดอยู่ 12 ห้อง ปกติแล้วแผนกห้องผ่าตัดจะต้องใช้พื้นที่เส้นทางเดิน ทางสัญจรประมาณ 45% แต่เรามีสูตรของเราที่จะทำให้ตัวเลขลดลงเหลือแค่ 35% นั่นคือคุณประหยัดพื้นที่การก่อสร้างไปได้ 10% เลยนะ
“สมมติว่าแผนกผ่าตัดใช้พื้นที่ประมาณ 2,000 ตารางเมตร ประหยัดพื้นที่ไป 200 ตารางเมตร ใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณ 60,000 บาทต่อตารางเมตร หมายความว่าแค่วิธีการคิดจบในกระดาษแบบนี้ ช่วยประหยัดตังค์ไป 12 ล้านบาทแล้ว”
ถ้าจะพูดไทย ก็อยากพูดให้ชัด
ถ้าจะพูดโรมัน ก็ต้องพูดซ้ำให้คนเข้าใจ
ส่วนดีไซน์ Facade ของอาคารก็ใช้รูปทรง Arch ประตูซุ้มโค้ง สถาปัตยกรรมสุดคลาสสิกมาประยุกต์ใช้ให้ร่วมสมัยมากขึ้น ตั้งใจใช้ภาษาการออกแบบแค่รูปแบบเดียวเป็นหลัก นำไปปจัดวางซ้ำ ๆ กันในสัดส่วนและตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อตอกย้ำความแข็งแรงของภาษาการออกแบบอาคารให้เหมือนกันทั้งหมด
“ส่วนการตกแต่งข้างในอาคาร อย่าเรียกว่าเป็นโรงพยาบาล มันคือลูกครึ่งระหว่างการเป็นโรงแรมกับโรงพยาบาลแล้ว เพราะตอนนี้เทรนมันมา Merge กัน เวลาทำโรงพยาบาล เราไม่อยากทำงานที่มันน่าเบื่อออกมา ก็เลยพยายามใส่ดีไซน์ อย่างเช่นดีเทลต่าง ๆ ของอินทีเรียในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก การเอาโค้งของ Arch แบบฝรั่งมาใช้โดยทำให้คลีนที่สุด คนทั่วไปดูแล้วอาจจะไม่รู้ว่าเป็นโรงพยาบาล


“อีกส่วนที่เราตั้งใจกับมันเยอะสุด คือเรื่องฟังก์ชันการเซอร์วิสลูกค้าให้เป็นชีวิตติดแกลมของจริง
“เรื่องความเป็นส่วนตัวก็ต้องสูงขึ้น เพราะว่าคนทำศัลยกรรม เขาไม่อยากให้ใครเห็นหน้าตัวเอง ตอนที่ยังไม่พร้อม เลยกระจายจุดรับรองลูกค้าเป็นกระเปาะเล็ก ๆ ซ่อนอยู่แต่ละจุด ให้ลูกค้าไปพักคอยแบบเป็นส่วนตัวไม่เจอหน้ากันเลย”
ทีมออกแบบ Vessu สนใจ Google Review และ AI เป็นพิเศษ เพราะเป็นแหล่งข้อมูลที่มาจากผู้ใช้งานจริง จับต้องได้ และนำมาใช้แก้ปัญหาในงานออกแบบ เป็นเหมือนปัญหาที่ลูกค้าไม่ได้สั่งมา แต่คิดแล้วว่าสำคัญกับเขา
ถ้าลูกค้าสั่งเมนูข้าวธรรมดา ก็จะแถมไข่ดาวกลับให้ไปแบบพิเศษ
“ลองไปลองสังเกตดูได้นะครับว่า หลาย ๆ โรงพยาบาล Google รีวิวปัญหาอะไรไว้บ้าง เราจะเข้าไปดูว่าเป็นเพราะอะไร ส่วนใหญ่ที่เจอคือรอคิวนาน เราก็ต้องแก้ปัญหา แก้ Pain Point ตรงนั้นด้วย ทีมรีเสิร์ชเราจะทำการบ้านเพิ่มไปเองครับ ไม่ต้องรอให้ลูกค้าบรีฟมา
“อย่างมีโรงพยาบาลหนึ่ง Google รีวิวประมาณ 600 กว่ารีวิว ได้แบบ 1 – 2 ดาวตลอด เราก็คัดออกมาทำการวิเคราะห์ ดูเหมือนจะต้องวิเคราะห์เยอะใช่ไหม จริง ๆ แล้วไม่เลย คุณแค่ไปถอดสคริปต์มาแล้วก็โยนเข้า ChatGPT ตีมาเลยว่าปัญหาไหนเยอะสุด เป็นกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วเราก็จะรู้เลยว่า 60% เป็นเรื่องรอคิวนาน เราก็ไปโฟกัสต่อว่ารอคิวนานเกิดจากอะไร คนบริการน้อยหรือที่นั่งไม่พอ ถ้าพื้นที่จุดรับลูกค้าไม่พอก็ต้องขยายพื้นที่ เพิ่มที่นั่งให้ในการออกแบบใหม่”
ผลการต่อสู้ 04 : บ้านที่เรียบง่ายเหมือนรองเท้าแตะ


บ้านของสถาปนิกคนอื่น ๆ อาจจะถูกใช้เป็นที่ปล่อยของ เปิดเผยความชอบส่วนตัวที่ไม่ได้พื้นที่แสดงโชว์ในเวทีงานแบบจริง ผิดกับบ้านของสถาปนิกคนนี้
บ้านของช้างดูเรียบง่าย ใส่ใจกับความโปร่งโล่งอยู่สบาย ขนาดสัดส่วนที่พอเหมาะกับไลฟ์สไตล์ตัวเอง ปรับเปลี่ยนได้ยืดหยุ่นเพียงพอต่อแผนครอบครัวในอนาคต แล้วก็แน่นอน เรื่องการใช้พลังงาน ออกแบบให้มีมุมตึกบังแดด มีช่องเปิดให้แสงส่องสว่างผ่านได้ ลมไหลผ่านดี จนบ้านหลังนี้ได้รับรางวัลด้านประหยัดพลังงาน
“รีวิวในฐานะคนใช้ชีวิตจริง อยู่ในบ้านนี้ผมว่าเวิร์กตรงที่ว่า พอเราทำงาน Practical ก็อยากทำบ้านตัวเองให้อยู่เรียบง่าย บ้านคือที่อยู่ที่พักที่สบายให้ธรรมดาที่สุด ผมมองว่าบ้านผมเป็นเหมือนรองเท้าแตะ ใส่สบายแล้วคุณก็เดินไปได้เรื่อย ๆ แล้ว คุณก็ไม่จำเป็นต้องวิ่ง คุณเดินไปชมนกชมไม้ไปเรื่อย ๆ ไปวิ่งอยู่กลางสวน
“บ้านเราไม่ได้เป็นรองเท้าส้นสูง มันสวยนะ แต่ใส่นาน ๆ แล้วเจ็บ ถามว่าคุณจะใส่รองเท้าส้นสูงตลอดเวลาไหวเหรอ
“ดูเหมือนเรียบ ๆ ง่าย ๆ แต่ก็ให้ความสำคัญกับดีเทลมาก ๆ ครับ” ช้างเล่าถึงบ้านของตัวเอง “ผมทำทุกอย่างให้คุมโทนเองแบบ 100% ถึงจะดูเป็นสีขาวทั่ว ๆ ไปแต่จริง ๆ มีหลายเฉดที่ผมก็ต้องเทียบเอง ส่วนไฟในบ้านจะดูสลัว ๆ เหมือนอยู่โรงแรม เข้ามาแล้วจะรู้สึกง่วง ซึ่งผมชอบแบบนี้แหละ เวลากลับบ้านไปนอนบนโซฟาแล้วหลับไปได้เลย แล้ววันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็จะอยู่บ้านทั้งวัน ใช้เวลาพักผ่อนอยู่ในบ้านนี่แหละ”


บ้านเรียบง่ายที่เน้นฟังก์ชันการใช้งานเป็นหลัก เลือกลงทุนกับของที่ใช้งานได้ในระยะยาวมากกว่า ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือพอเรามองดูผนังภายนอกบ้านเป็นสีขาวแบบมีเทกซ์เจอร์ก็เป็นเทคนิคสีพ่นแบบซิลิโคน เพราะให้ความยืดหยุ่นมากกว่า ยิ่งเป็นผนังภายนอกฝั่งที่โดนแดด โดนฝนอย่างหนัก จะเกิดรอยแตกได้ง่าย สีพ่นแบบซิลิโคนจะทนทานยาวนานมากกว่า ดูแลรักษาง่ายกว่า แต่ก็มาพร้อมต้นทุนที่สูงกว่า
“เน้นให้ดูโล่ง โปร่ง เรารู้สึกว่าคุณภาพชีวิตมันดี แล้วสเปซก็กว้างกำลังดี อย่างเช่นที่ชั้น 1 เป็นพื้นที่เปิดโล่งทั้งหมด คิดเผื่อไว้รีโนเวตเป็นห้องให้คุณพ่อ-คุณแม่มาอยู่ด้วยในอนาคต หรือทางเดินผมก็ใช้ทางกว้าง 1.20 – 1.50 เมตร ไม่มี Double Volumn Space เพดานสูง เพราะขี้เกียจเปลี่ยนหลอดไฟ สมมติหลอดไฟเสียหรือต้องซ่อมแอร์ ต้องตั้งนั่งร้านละ เลยตัดปัญหานั้นไปครับ


“เรื่องดีเทลคือพอเรารู้เรื่องดีเทลของอาคารขนาดใหญ่ในงานที่เราทำมา โดยเฉพาะอาคารสาธารณะที่มีการใช้งานอย่างหนัก เราก็ต้องเรียนรู้แล้วว่าทำยังไงเพื่อป้องกันความพังทลายของมัน ทุกจุดตรงนั้นเราเอามาปรับใช้กับงานบ้านของตัวเอง มันก็จะตอบโจทย์ในเรื่องของการ Maintenance ในอนาคตอีก 5 ปี 10 ปีข้างหน้าด้วย ตอนออกแบบบ้านก็จะมองในหลาย ๆ อย่างเป็นระยะยาวเอาไว้ครับ”
อนาคตของนักชกข้ามรุ่น
“อนาคตเราก็ยังคงพยายามมุ่งเน้นไปทาง Healthcare ที่วางแผนเอาไว้ตั้งแต่เริ่มเปิดออฟฟิศต่อไป ตอนนี้ออฟฟิศใหญ่ ๆ หลายที่ก็สนใจมาทำ Healthcare กันมากขึ้น เขามีคนเยอะกว่า เป็นที่รู้จักมากกว่า มันก็ท้าทายกับผมแล้วว่าจะทำยังไงเพื่ออุดร่องตรงนี้
“เรารู้ว่าจุดอ่อนคืออะไร คือออฟฟิศเราอาจจะดูเด็กมากสำหรับงานอาคารใหญ่ ถ้าผมต้องขึ้นชกบนเวที ผมต่อยกับคนอายุ 50 ทั้งหมดเลย มีผมอายุ 31 อยู่คนเดียว แล้วจะต่อยยังไง
“เรารู้แล้วว่าเราต่อยด้วยอายุไม่ได้ ก็ต้องหาอย่างอื่นมามาทดแทน ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรในเชิงวิศวกร หรือพันธมิตรในการทำรีเสิร์ช เอาของพวกนี้มาอุดจุดอ่อนของเรา เพื่อให้เราต่อยกับเขาได้อย่างทัดเทียม”

วัฒนธรรมองค์กรของ Vessu เชื่อว่าการเอาเปรียบกันเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เพราะอยากให้ทุกคนร่วมกันได้แบบแฟร์ ๆ สบายใจ เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่อยู่กันได้ยาว ๆ Vessu จึงมีอัตราการลาออกน้อยมาก
“ทีมเรามีงบลงทุนกับทักษะคนทำงาน ลงทุนกับความรู้ใหม่ ๆ เสมอ น้องอยากได้โปรแกรมอะไร ถ้าเขาคิดว่าช่วยทำงานได้ดีขึ้นจริง ผมพร้อมซัพพอร์ตและจ่ายให้ตรงนั้นเลย จะไปลงคอร์สเพิ่ม ซื้อหนังสือ ก็มีงบแบ่งเอาไว้ให้ใช้ได้ชัดเจน
“ส่วนที่ออฟฟิศใหม่ก็อยากมุ่งเน้นเรื่องแบบสวัสดิการพนักงาน มี Living Room ใหญ่หน่อย มีจอดูหนัง Bean Bag ให้นอนเล่น น้อง ๆ รีเควสโซนครัวเพราะที่นี่ชงกาแฟกันจริงจรัง ทำกันสนุกสนาน ผมคิดว่าพอบรรยากาศทุกอย่างในออฟฟิศดี คนก็ทำงานได้ดีตามไปด้วย ทำงานได้เรื่อย ๆ


“อยากเซตให้เป็น Flat Organization ไม่ได้อยากให้มีระยะห่างกันมาก เพราะว่าวัยก็ไม่ได้ห่างกันเยอะ แต่น้อง ๆ ก็ค่อนข้างเกรงใจ ผมไม่ได้ห่วงลายเซ็นผมเท่าไหร่ เพราะไม่ใช่ลายเซ็นที่ยาก ผมคิดแบบเหมือนตอนเรียนเลยว่า Design Thinking เริ่มจากโจทย์ Pain Point คืออะไร การออกแบบจะช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง เป็นลำดับแบบนั้นมากกว่า”
นอกจากแค่เรื่องความสวยงาม การออกแบบที่ดียังต้องช่วยแก้ปัญหาได้จริงด้วย
งบประมาณการก่อสร้าง ประหยัดพลังงาน คนสาธารณะที่เข้ามาใช้งาน การบำรุงรักษา ความคุ้มค่า
ขอบเขตของงานออกแบบแผ่ขยายออกไป ไกลเกินกว่าที่คนทั่วไปมองเห็น แต่สถาปนิกต้องไปให้ถึง
เรื่องท้าย ๆ ที่ได้พูดคุยกัน เราย้อนกลับไปถึงมุมมองอนาคตของเด็กรุ่นใหม่
โอกาสที่ Vessu เคยได้ พวกเขาก็อยากส่งต่อให้คนอื่นเช่นกัน
“ผมบอกเลยว่าเด็กรุ่นใหม่จะเก่งขึ้นเรื่อย ๆ อยากให้พวกเขาได้มีพื้นที่โชว์ผลงาน มีการประกวดแบบที่ผมเคยผ่านมาเสียด้วยซ้ำ อนาคตเราอยากผลักดันให้มีเวที อยากให้มีโอกาสแบบนั้นอีกเยอะ ๆ ผมไม่กลัวนะที่ต้องสู้กับน้องเก่ง ๆ เพราะเราจะสู้กันแฟร์ ๆ สู้ด้วยผลงาน”

Website : www.vessuarchitects.com
