“จอง ๆ เราจองตัวสีแดง!! ไดโนเสาร์ตัวสีแดงจูเรนเจอร์น่ะ เท่สุดแล้ว!”
“ไม่เอาาา นายเล่นกลางแทนได้ปะ เราอยากเล่นกองหน้า ซ้อมท่าดีใจตอนยิงได้ไว้แล้ว”
หมุนเข็มนาฬิกาย้อนกลับ ในวัยนั้นเรามักจะชอบขอรับบทเด่นในทีม
ใคร ๆ ก็อยากเป็นพระเอกในเรื่องเล่าของตัวเอง ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร
จนกระทั่งการเป็นพระเอก ไม่จำเป็นต้องรับบทเด่นอยู่คนเดียวก็ได้ เมื่อเราต้องเล่นกันเป็น T.E.A.M
มีคนให้นิยามปลุกใจวัยทำงานเอาไว้ว่า T.E.A.M ย่อมาจาก
T = Together
E = Everyone
A = Achieves
M = More
รวมเป็น ‘Together Everyone Achieves More’
เมื่อทุกคนร่วมมือร่วมใจ เดินทางไปในเป้าหมายเดียวกัน ความสำเร็จก็ยิ่งใหญ่ขึ้น
ทีมฟุตบอลจึงไม่ได้สำคัญแค่กองหน้า ทีมผู้กล้า 5 สีจึงไม่ได้สำคัญแค่ตัวสีแดง
ส่วนงานออกแบบสถาปัตยกรรมก็ไม่ได้สำคัญแค่ตัวอาคารเท่านั้น ยังมีองค์ประกอบจากงานอินทีเรีย ผู้รับเหมาก่อสร้าง งานระบบ และพื้นที่นอกอาคารกับภูมิสถาปัตยกรรมที่ทุกตำแหน่งจำเป็นต้องเล่นกันเป็น T.E.A.M
ที่ TROP สตูดิโอออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมสัญชาติไทย อีกหนึ่งผู้เล่นบทบาทสำคัญในทีมออกแบบสถาปัตยกรรม ตลอดช่วงเวลา 17 ปีที่เข็มนาฬิกาไม่เคยหยุดเดินหน้า มารับฟังเรื่องราวกับ ป๊อก-อรรถพร คบคงสันติ ภูมิสถาปนิกผู้ก่อตั้งสตูดิโอ TROP : terrains + open space จากวันที่ยังจมอยู่ใต้น้ำมืดหม่น คนยังไม่มีคนเชื่อในผลงาน ค่อย ๆ สะสมความสำเร็จไปทีละขั้นทีละงาน มาถึงวันที่เติบโตขึ้นมาแบ่งบานเหนือผิวน้ำ สร้างผลงานระดับ Top ที่ทั่วโลกยอมรับ


ออกแบบเช่นใด จงเป็นเช่นน้ำ
“ผมกลับมาเมืองไทย ทำงานออกแบบพวกโรงแรมกับคอนโดเป็นหลักครับ เป็นช่วงที่เปิดตลาดที่เมืองจีนพอดี สถาปนิกไทยเริ่มไปทํางานที่เมืองจีนกันเยอะขึ้น เจ้านายผมในตอนนั้นเขาก็ดังมาก เลยได้มีโอกาสไปทํางานที่เมืองจีนก่อน
“พอมาเริ่มถึงจุดที่อยากลองทําอะไรใหม่ ๆ เองบ้าง เลยตัดสินใจมาเปิดแบบไปตายเอาดาบหน้า ไม่ได้มีแผนอะไรเลย จังหวะนั้นเหมือนคนหนุ่ม นึกออกไหม ในหัวอยากทําอะไรที่ยังไม่เคยเห็น แต่ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรเพราะไม่เคยทําเหมือนกัน เลยตัดสินใจลุยเลย กระโดดมาเลย”
หลังเรียนจบปริญญาโทจาก Harvard University สหรัฐอเมริกา ป๊อกเก็บประสบการณ์การทำงานในสหรัฐฯ กับภูมิสถาปนิกที่มีชื่อเสียงระดับมาสเตอร์ ก่อนกลับมาบ้านเกิดยังคงทำงานทั้งในไทยและเทศต่ออีกรวมเวลา 11 ปี หลักจากนั้นจึงมาตั้งสตูดิโอของตัวเอง TROP : terrains + open space ด้วยตัวคนเดียวในปี 2007
TROP ย่อมาจาก
TerRains ที่แปลว่า ผืนดิน รวมกับ Open sPace แปลว่า พื้นที่เปิดโล่ง
“ยุคนั้นผมหลงใหลที่ว่าง หลงใหลการสร้างสเปซ เพราะแลนด์สเคปไม่เหมือนตึก ตึกมีผนัง มีผ้า มีห้อง แต่แลนด์สเคปเปิดกว้าง ตั้งแต่จากบ้านเราจนไปถึงรั้วโครงการ จะทํายังไงให้เกิดการใช้งาน ทำยังไงให้เกิด Sequence (ลำดับขั้น) ของที่ว่างขึ้นมาได้ ก็ต้องใช้ Landscape Form นี่แหละสร้างขึ้นมา อันนี้เป็นสิ่งที่ผมทําในยุคแรก ๆ ของการสร้างออฟฟิศ”
อย่าว่าแต่คนทั่วไปยังไม่คุ้นชื่อ ‘ภูมิสถาปนิก’ เลย คนทีมออกแบบในเองก็ยังไม่คุ้นกับบทบาทใหม่ของ TROP ในทีมด้วยเหมือนกัน
วันที่เริ่มทำงานด้วยตัวคนเดียวในไทย หลักฐานการศึกษาหรือความสำเร็จจากต่างประเทศไม่ใช่รางวัลการันตีที่คนอื่นจะยอมรับง่าย ๆ TROP ต้องพิสูจน์ตัวเองใหม่อีกครั้ง ไม่เอาอีโก้ไปข่มสถาปัตยกรรม
กลับกัน ต้องคิดว่าจะทํายังไงให้สถาปัตยกรรมออกมาดีที่สุด ถ้าสถาปัตยกรรมเหมือน Sculpture ที่วางโดยไม่ได้สัมพันธ์กับพื้นที่ดิน เหมือนเอามาตั้งโชว์เฉย ๆ แต่ในฐานะแลนด์สเคป มีหน้าที่ทำให้ Sculpture นั้นผสานลงไปกับแผ่นดินที่ตั้งอยู่ได้อย่างกลมกลืน


“พออยากทําอะไรที่ไม่เคยเห็น แต่ว่าไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง เรายิ่งพยายามจะออกแบบซิกเนเจอร์ของตัวเอง จนออกแบบมาแล้วมันฝืน พยายามมากเกินไป เลยต้องกลับมาทบทวนตัวเอง จนวันหนึ่งก็ไปเจอคลิปของ บรูซ ลี เป็นคลิปที่สัมภาษณ์ถึงวิธีการต่อสู้ เขาบอกว่าวิธีการต่อสู้ของเขาคือการทําตัวให้เป็นน้ำ น้ำใส่ลงไปในแก้วก็จะเป็นแก้ว น้ำใส่ในแจกันก็จะเป็นแจกัน น้ำไหลเอื่อยได้ ในขณะเดียวกันก็กระแทกหินแตกได้ เขาเปรียบเทียบกับว่าเวลาต่อสู้กับคนแต่ละคน ต้องเลือกวิธีต่อสู้ให้แตกต่างกัน ปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ”
แชนนอน ลี ลูกสาวแท้ ๆ ก็ได้ถ่ายทอดความคิดของผู้เป็นพ่อเอาไว้ในหนังสือ Be Water, My Friend ที่สกัดทุกบทเรียนชีวิตของกังฟูมาสเตอร์ตัวจริงและนักแสดงฮอลลีวูดระดับตำนาน
Be water, my friend. Empty your mind, be formless, shapeless, like water.
You put water into a cup, it becomes the cup.
You put water into a bottle, it becomes the bottle.
You put it into a teapot, it becomes the teapot.
Now water can flow or it can crash. Be water, my friend.
Bruce Lee
“พอฟังแล้วก็ เออ มันเมกเซนส์ เลยใช้อันนี้เป็นคอนเซปต์ของออฟฟิศ และเริ่มเติบโตไปเรื่อย ๆ จนปัจจุบันนี้มีอยู่ 2 สาขาที่กรุงเทพฯ กับที่เซี่ยงไฮ้ พอเรามองภาพตัวเองเป็นน้ำแล้วมันปลดล็อกวิธีการออกแบบของเราไปเลยว่า คุณไม่ต้องพยายามสร้างอะไรตั้งแต่แรก เพราะการทําตัวให้เป็นน้ำ คือต้องมานั่งดูก่อนว่าแจกันหรือภาชนะที่ใส่อยู่ตอนนั้นเป็นยังไง”
งานยุคแรก ๆ ของ TROP ส่วนมากเป็นพื้นที่ Private ของคอนโดมิเนียม พื้นที่งานแลนด์สเคปยังไม่ได้เป็นจุดขายของคอนโดด้วยซ้ำ พอเข้าช่วงที่ที่ดินเริ่มแพง ห้องก็เริ่มเล็ก คอนโดแต่ก่อนที่เป็น 100 ตารางเมตร 200 ตารางเมตร ลดลงมาเหลือ 50 ตารางเมตร และเหลือแค่ 20 – 30 ตารางเมตรในยุคนี้
“เป็นโอกาสที่เราจะเสนอว่าในฐานะภูมิสถาปนิก เราจะมาช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตกันนะ ลูกค้าซื้อห้องขนาดจำกัดไปแล้ว ก็ต้องอยากใช้เวลาข้างนอกมากขึ้นแทน ให้เขามี Facility จัดเต็มแทนได้มั้ย ได้สระว่ายน้ำใหญ่ ถ้าอยู่ที่บ้านเขาไม่มีทางได้สระว่ายน้ำขนาดนี้ ไม่ได้สวนใหญ่ขนาดนี้
“ผมมองตัวเองว่าเหมือนเป็นนักฟุตบอล ผู้เล่นแต่ละคนไม่เหมือนกัน ซาลาห์ ก็คนหนึ่ง กองกลางก็คนหนึ่ง บางคนดูในสนามเหมือนไม่โชว์ฝีมืออะไรมาก แต่ว่าเป็นตัวกลางในการจ่ายต่อไปได้เรื่อย ๆ เขาทําให้เกมลื่นไหล ในทีมแต่ละทีมจะต้องมีนักฟุตบอลที่ช่วยส่งเสริมทีม ผมเป็นภูมิสถาปนิกงานแลนด์สเคปที่ทํางานกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ ผมเป็นหนึ่งในผู้เล่นร่วมกับสถาปนิก วิศวกร มาร์เก็ตติ้ง และทุกอย่าง
“แล้วเราจะทํายังไงเพื่อช่วยให้ทีมเล่นฟุตบอลได้เก่งขึ้น ผมคิดว่านี่คือหน้าที่ของผมในการทํางานกับทีม ถ้าเราทําให้ทีมดีขึ้นเรื่อย ๆ เราก็จะได้เตะในลีกนานาชาติหรือลีกที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย”


01 An Villa (2021) น้ำไหลลง จากบนหลังคา
โปรเจ็กต์รีสอร์ต An Villa ที่เมืองเส้าซิง (Shaoxing) ประเทศจีน เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ได้ลงในสื่อทั้งไทยและต่างประเทศมากมาย การออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมพื้นที่สวนส่วนตัวที่ผสมผสานความทรงจำของเมือง ผ่านไอเดียการใช้หลังคาโบราณเข้ามาสร้างพื้นที่พักผ่อนแบบมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร


“งานนี้ทําตอนช่วงโควิด เราไม่อยากทำแค่เพื่อความสวยงามอย่างเดียว แต่อยากทําสวนที่เล่นกับความทรงจําของผู้คนที่จะมาอยู่ในโครงการนี้ อยากเล่นกับความทรงจําของบ้านหลังแรกที่เขาเคยอยู่ เส้าซิงเป็นเมืองโบราณ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่อยู่ติดกับน้ำและฝนตกเยอะมาก ๆ ทุกคนต้องอยู่กับฝนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสิ่งที่เขาใช้ป้องกันตัวเองจากฝนก็คือหลังคา
“เขาเลือกใช้หลังคาดินเผาอย่างนี้กันหมด มันมีภาพความจําเสียงของหลังคาที่โดนน้ำฝนกระทบ น้ำที่ไหลผ่านหลังคา เลยเอาสเปซนั้นแหละมาใช้เป็นออกแบบเป็นสวน
“ส่วนด้านหน้ามีกําแพงของไซต์ก่อสร้าง ผมพยายามการสร้างสวนที่บังกําแพงด้วยไอเดียของการใช้หลังคามาช่วยบังกําแพง ในขณะเดียวกัน ตอนเดินผ่านไปก็ทําให้เกิดเซนส์ของธรรมชาติ ออกแบบให้เป็น Water Feature เลยครับ ปล่อยให้น้ำไหลลงมาตามร่องของกระเบื้อง โดยเปลี่ยนหลังคาจากสถาปัตยกรรมที่คนคุ้นเคยให้กลายมาเป็นแลนด์สเคป
“โครงสร้างเหล็ก กระเบื้องหลังคาสีดำสโลปลงมาจรดพื้น พอทุกอย่างเป็นสีดํา อาจจะรู้สึกนิ่งแข็งเกินไป แต่พอต้นไม้ใบเขียวพลิ้วไหวไปตามลม กิ้งก้านใบขยับไปมาได้เล็ก ๆ น้อย ๆ พื้นที่สวนก็มีชีวิตชีวาขึ้น บางดีเทลใช้เรื่องเก่า บางดีเทลใช้เรื่องใหม่ ทําให้รู้สึกว่าอดีตกับปัจจุบันได้มาทักทายกันที่ตรงนี้


“โจทย์แรก คือทํายังไงให้สวนเราบังกําแพงได้ พอเริ่มสเกตช์ก็ได้คิดไปคิดมา เฮ้ย หลังคานี้เหมาะเลย จากภาพสเกตช์ก็ออกมาเหมือนของจริงเป๊ะเลย งานของเราเป็นงานที่ต้องทําตามโจทย์ แต่วิธีทําตามโจทย์อาจจะไม่ได้เป็น A ไป B ตรง ๆ เราต้องตีความโจทย์ให้เป็นสิ่งที่คิดว่ามันจะดีขึ้น
“ทุกอย่างที่เราทำต้องตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องทําให้แตกต่างกับคนอื่นด้วย นี่ถือเป็นสิ่งที่ยากในฐานะ Commercial Art ทํางานตามโจทย์แต่ทํายังไงให้คุณพลิกโจทย์ได้น่าสนใจกว่าคนอื่น”


02 NANA Coffee Roasters สาขาบางนา (2022) ป่าไหลเข้าร้าน
ถัดจากงานสีดำนิ่งสงบมาเป็นงานสีขาวสะอาดตา ณ บ้านหลังใหม่ของ NANA Coffee Roasters สาขาบางนา ที่ตั้งใจให้ลูกค้าได้ดีท็อกซ์ตัวเองจากความวุ่นวายริมฝั่งถนน ความโกลาหลจากชีวิตเร่งรีบด้านนอก มาซ่อนตัวร้านอยู่หลังหลังกำแพงสีขาวที่โอบล้อมเป็นอ้อมกอดสวนสีเขียวอยู่ภายใน
“งานนี้ทํากับ เป้-จีรเวช หงสกุล จาก IDIN Architects ครับ โจทย์ยากเหมือนกัน เราต้องรื้อร้านอาหารเก่าโดยเก็บโครงสร้างอาคารเดิม ถนน-ที่จอดรถเดิมเอาไว้ และต้องออกแบบจนเสร็จใน 5 เดือน
“แทนที่จะเป็นร้านกาแฟร้านใหญ่ พี่เป้ออกแบบเป็นอาคารย่อย 3 อาคาร เพื่อให้มีแลนด์สเคปเสียบเข้าไปในระหว่างอาคารทั้ง 3 หลังได้ ซึ่งใช้การออกแบบแลนด์สเคปในการจัดระบบ Circulation หรือการสัญจรในโครงการที่มีทั้งลูกค้ามานั่งชิลล์ ๆ ลูกค้าที่อยากมาถ่ายรูป และคนมารับ-ส่งอาหาร


“ส่วนเจ้าของร้านอยากให้คนมาแล้วจดจ่อกับกาแฟได้มากที่สุด เรากับพี่เป้ก็พยายามไม่ออกแบบมุมถ่ายรูปโดยเฉพาะ แต่ออกแบบบรรยากาศที่เดินเข้ามาปุ๊บแล้วลืมความเป็นบางนาไป เป็นอะไรที่เข้ามา ดื่มด่ำอยู่ในพื้นที่สีเขียว
“ไม่ว่ามองตรงไหนจะไม่มีต้นไม้ไหนเด่น ไม่ว่ามองตรงไหนจะไม่มีตึกไหนเด่น แต่ว่าคุณนั่งตรงไหน ก็ถ่ายรูปสวย อันนี้คือสิ่งที่เราต้องการ”
พวกเขาเริ่มต้นสร้างบรรยากาศตั้งแต่ทางเข้าด้านหน้า ถนนบางนา-ตราดมีรถบรรทุกวิ่งเยอะ วิ่งเร็ว รั้วสีขาวจึงเป็นฟิลเตอร์แรกบังไม่ให้ความวุ่นวายของบางนาเข้ามาในร้าน พอขับรถเข้ามาจะสังเกตว่ากําแพงจะค่อย ๆ สโลปลงมา เผยให้เห็นพื้นที่สีเขียวออกมาทีละนิด
มาถึงพื้นที่ของร้าน แยกโซนการใช้งานเป็นสัดส่วน ดิลิเวอรีเข้ามาโดยมีที่พักสบาย ๆ ไปก่อน เพราะจะให้ไปจอดรอที่ถนนบางนาก็อันตราย ส่วนลูกค้าก็มี Slow Bar แยกกับ Speed Bar เลือกได้ว่าจะดื่มด่ำหรือเร่งทำเวลา ไม่ยุ่งเกี่ยวกันและกัน แต่ไม่ว่าจะอยู่ตรงส่วนไหนก็จะมองเห็นสวนสีเขียวเล็ก ๆ ที่แทรกซึมอยู่ทั่วร้าน
“เราพยายามคิดถึงการใช้งานของคนที่มา NANA Coffee Roasters สาขาบางนา อยู่ไกลนะ เข้ามาปุ๊บให้มีห้องน้ำเลย เป็นห้องน้ำที่อยู่ในสวน ห้องใครห้องมัน ผู้ชาย-ผู้หญิง แล้วเข้าไปในห้องก็มีวิว มีสวนด้วย
“หลังจากนั้นก็จะเดินผ่านสวนเข้าไปที่ร้านกาแฟ ทั้งหมดนี้จะกลายเป็นเหมือนอุโมงค์สีเขียวเลยครับ เราเก็บต้นไม้เดิมไว้เกือบหมด ยกเว้นที่ตายไปบ้างระหว่างก่อสร้าง จึงได้ภาพของพื้นที่สีเขียวทั้งหมด มีต้นใหญ่คุณปู่ที่อยู่ตรงกลางบ้านเป็นคนรับแขก ใครไปถึงเราก็จะให้คุณปู่ทักทายก่อน แล้วก็บีบทางเดินแคบลง แล้วก็จะเดินเลี้ยวขวาไป Speed Bar เลี้ยวซ้ายไป Slow Bar”


โปรเจกต์นี้เกิดจากความตั้งใจเชื่อมอาคารกับภูมิสถาปัตยกรรมให้เป็นหนึ่งเดียวกัน แทนที่จะ Blur แค่ระหว่างตึกกับต้นไม้ ก็ทำให้ Blur พื้นที่ภายในภายนอกด้วย อยู่ ๆ ก็มีต้นไม้ยื่นเข้ามาข้างในร้าน ขณะเดียวกันก็มีเฟอร์นิเจอร์ ที่อยู่ ๆ ก็พุ่งทะลุกระจกออกไปข้างนอก เพื่อให้พื้นที่ว่างไหลเชื่อมกันอย่างต่อเนื่อง
“ทุกการออกแบบที่ NANA Coffee Roasters อยากจะสร้าง Micro-climate ให้คนเข้ามารู้สึกเย็น ร่มรื่น เห็นความหลากหลายของพรรณไม้ครับ มีผึ้ง มีแมลงมาหาเกสรได้ในสวนกาแฟนี้ได้ เราต้องการทําให้คนเห็นว่า คุณไปปลูกต้นไม้แบบนี้ที่บ้านก็ได้ มันไม่ได้ยาก เราต้องการให้คนช่วยกันปลูกต้นไม้ในบางนากันมากขึ้น”
03 Yanlord On The Park (2022) ทางเข้า ภูเขาไหล
ลานต้อนรับก่อนเข้าโครงการที่พักอาศัย Yanlord On The Park ที่เพิ่งได้รับรางวัล Gold Award สาขา Best High end Residential Landscape จาก CREDAWARD 2024 ในประเทศจีนเมื่อไม่นานมานี้ คืออีกข้อพิสูจน์ว่าพื้นที่แลนด์สเคปมีบทบาทสำคัญไม่แพ้ใครในทีม


“พื้นที่ข้างในเป็นคอนโดในเซินเจิ้นที่เราทําแลนด์สเคปให้นี่แหละครับ ทางเข้าข้างนอกทําประตูเบ้อเร่อมาเลย ข้างนอกมองไม่เห็นข้างใน ข้างในก็มองไม่เห็นข้างนอก เป็นประตูที่กลายเป็นกำแพง แต่เราอยากให้ประตูมีส่วนร่วมกับสังคม แทนจะเป็นกําแพงที่ปิดกั้นกันแบบนี้
“เมืองเซินเจิ้นเป็นเมืองภูเขา ถ้าอย่างนั้นเราขอทําเป็นเหมือนเนินหลายลูกที่มีหลังคาเหล็กเสียบอยู่ในเนิน เลือกได้ว่าวันนี้จะเข้าช่องไหน ให้ภูเขาเป็นฟอร์มออร์แกนิก มองตรง ๆ ไม่ได้เห็นทะลุเข้าไปข้างใน อาจจะมีบางมุมเห็นเล็ก ๆ น้อย ๆ แทนที่จะกั้นเพื่อความเป็นส่วนตัวข้างในเท่านั้น เราสร้างสโลปสีเขียวกลับมาคืนข้างนอก กลายเป็นว่าคนที่อยู่ข้างนอกก็ได้อานิสงส์จากโปรเจกต์นี้ไปด้วย “


ขณะที่เทรนด์การออกแบบทั่วโลกกำลังรณรงค์เรื่อง Climate Change งานออกแบบต้องรับหน้าที่ช่วยเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิร้อนระอุในหัวใจของผู้คนที่กำลังเรียกร้อง ว่ากันตามความจริง คงต้องปลูกป่าหลายเอเคอร์เท่านั้นถึงจะช่วยลดอุณหภูมิได้อย่างเห็นผล
Climate Change ไม่ได้แก้ได้ด้วยอาคารหลังเดียว ขุดบ่อน้ำ ทำสวนต้นไม้ แต่ต้องใช้น้ำใจของทุกคนร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตให้เป็นมิตรกับโลก
งานออกแบบ Micro-climate ที่โฟกัสสภาพอากาศในพื้นที่เล็ก ๆ เฉพาะที่มุมตึก สนามหลังบ้าน หรือภายในบ้าน จึงน่าจะช่วยให้พื้นที่สีเขียวงอกเงยขึ้นในหัวใจของผู้คนที่กำลังร้อนระอุได้อย่างเห็นชัดเจนกว่า


“เด็กที่เดินผ่านไปผ่านมาข้างนอก ไม่ต้องอยู่ในคอนโดเรา แค่เขาเดินผ่านไปผ่านมาทุกวัน เขาก็จดจำว่าแถวบ้านเรามีเนินตรงนี้นะ ผูกพันกับพื้นที่สีเขียว โตมาอยากรักต้นไม้ อันนี้เป็นสิ่งที่ผมพยายามใส่เข้าไปโดยที่ไม่ได้ไปบังคับ ไม่ได้ไปบอกว่าสวนเราดี อยากแสดงออกว่ารักษ์โลก แค่อยากให้เข้าไปอยู่ในจิตใจและความทรงจำของคนที่เดินผ่านตรงนี้ ให้เขารู้สึกว่าร่มรื่นและสบาย”

04 The Ribbon Dance Park (2019) ทางเดินพลิ้วไหว ลื่นไหลเช่นริบบิ้น
ช่วงปี 2018 มี 2 สมาชิกชาวจีนที่มาทำงานในไทยของ TROP อยากจะกลับบ้าน เลยเป็นโอกาสพูดคุยกันเพื่อตั้งออฟฟิศสาขาเซี่ยงไฮ้ และเป็นที่มาของงานแรกที่ TROP ปักธงมาตรฐานงานออกแบบใหม่ลงบนแผ่นดินมังกรได้สำเร็จ
The Ribbon Dance Park เมืองซีอาน ประเทศจีน ชนะรางวัล Architizer เว็บไซต์สถาปัตยกรรมชื่อดังของโลกในหัวข้อ Public Landscape
“นั่นเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ดีที่สุดของผมเลย จะเรียกดวงพอดีก็ได้ มันเป็นโปรเจกต์แรก เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเมื่อเราเพิ่งไปตั้งออฟฟิศเซี่ยงไฮ้ แล้วเราควบคุมคุณภาพได้ เพราะมีคนอยู่ที่จีนคอยดูแล ลูกค้าก็รับฟังและไว้ใจมากขึ้น ติดต่อกันสะดวกขึ้น


“โปรเจกต์นี้อยู่ในคลับเฮาส์ของคอนโดราคาแพง มีหลายตึกในโครงการเลย ปัญหาคือคลับเฮาส์อยู่บนเนินเข้าถึงยาก สูง 10 เมตรจากถนน ห่างไกลระยะสายตา ลูกค้ากลัวว่าคนขับรถมาแล้วไม่เห็นคลับเฮาส์ เขาต้องการสร้าง Sculpture อยู่ตรงหัวมุม แต่เราก็ไม่อยากทํา Sculpture ที่มองเห็นแล้วไม่ได้มีประโยชน์อะไรเพิ่มเติม
“แต่เดิมมีสะพานลอยที่ข้ามฝั่งถนนมาสูง 10 เมตร ต้องเดินลงบันได 3 ชั้น เท่ากับตึก 3 ชั้น มันอันตราย เลยปิดไว้ไม่ให้เดินลง วันที่ไปไซต์ ผมคิดว่าถ้าเปลี่ยนให้เป็นทางเดินที่ไม่มีบันไดสักขั้นหนึ่งเลยได้ไหม ใช้สโลปที่คนพิการเข็นไปเองได้ ไม่ต้องมีคนเข็น ต้องทําตามทางเดิน 200 กว่าเมตร ทางเดินเราก็ต้องขดให้ยาวที่สุด ขดตัวเข้าไปแทรกอยู่กับต้นไม้ ดูคล้ายกับระบำริบบิ้นของจีน”
นอกจากทางลาดที่กำลังโบกสะพัดพลิ้วไหวอยู่ รั้วกันตกสีขาวที่เว้นช่องไฟอย่างเป็นจังหวะ 10 เซนติเมตร จะช่วยป้องกันอันตรายขณะใช้งาน และช่วยให้คนที่เดินผ่านรู้สึกกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ เป็นทางเดินอุโมงค์สีขาวเชื้อเชิญให้เดินเข้าไปค้นหาจุดหมาย ช่วงกลางคืนก็ติดตั้ง Lighting ให้ทางเดินดูสว่างขึ้น


“ผมขอเงินลูกค้าอีกนิดหนึ่งเพื่อสร้างทางเดินเชื่อมเข้ามาเป็นหลังคาจอดรถให้ล้อกับทางเดินข้างนอกด้วย แล้วก็เอาวัชพืชที่อยู่ในซีอานมาปลูกแบบปล่อย หน้าหนาวก็แห้ง หน้าร้อนก็เริ่มมีดอกผลิขึ้นมาใหม่ เป็นเหมือนภาพศิลปะของ โมเนต์ ข้างบนเป็นสวน ข้างล่างใช้เป็นหลังคาอาคารจอดรถ
ตรงนี้ก็เพิ่มส่วนเชื่อมต่อลงมา ทําเป็นบันได Double Spiral Staircase ใช้บันไดวนเป็น Sculpture ในตัวเลย ไม่ต้องซื้อ Sculpture มาใหม่

“ตอนนำเสนองานนี้ ท่านประธานเหมือนไม่ฟังเราเลยนะ นั่งก้มหน้าเช็กมือถือตลอด ขณะที่เด็ก ๆ ในทีมเขาดูตั้งใจฟังกันมาก พอพูดจบท่านประธานก็เรียกท่านรองถามว่าคิดว่าไง ท่านรองว่าอันนี้ไม่แกรนด์ อันนี้ไม่สวย คอมเมนต์ใหญ่เลย
“แล้วท่านประธานก็บอกรองประธานว่า พอ ๆ ห้ามเปลี่ยนที่ดีไซเนอร์เขาบอกมาทุกอย่างเลย
เพิ่งเคยเจอท่านประธานแบบห้ามเปลี่ยนทุกอย่างนี่แหละ ทําตามเราทุกอย่างที่พรีเซนต์ โชคดีที่เจอลูกค้าเข้าใจและเชื่อใจงานออกแบบของเรา”


จงเป็นเช่นน้ำครึ่งแก้ว
“มารู้ตัวอีกที ตอนนี้ผมอายุ 49 แล้ว ผมบอกน้อง ๆ ตลอดเวลาว่าเรามาจาก Nobody จนตอนนี้เริ่มเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติแล้วนะ เรามาไกลมาก ๆ มาถึงระดับ Top ถือว่าขึ้นมาอยู่แชมเปียนส์ลีกแล้ว เป้าหมายต่อไปคือการสร้างผู้นํารุ่นใหม่ที่จะให้สืบทอดต่อไป มีคู่แข่งที่มีความสามารถมากขึ้น พัฒนาขึ้นตลอด เราเองก็ต้องปรับตัวอยู่เสมอ
“สิ่งที่เรียนรู้ได้ คือไม่มีอะไรที่แน่นอน ไม่มีอะไรที่เรารู้ทุกเรื่อง แล้วเราก็จะต้องเจอปัญหาใหม่ในวันพรุ่งนี้ ไม่มีอะไรที่เราเรียนรู้ปัญหาหมดแล้ว คุณจ้างผมแล้วมั่นใจได้ ไม่ใช่ แต่ว่าเรารู้ว่าเราพร้อมรับมือกับปัญหาใหม่ ไม่ว่าจะปัญหาไหนก็ต้องมีทางแก้
“เมล็ดพันธุ์ที่อยากให้เติบโตในฝีมือของคนรุ่นถัดไป คือ Attention to Detail ทุกอย่างอยู่ที่การเอาใจใส่
“คุณไม่จําเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง ยอมรับเรื่องที่ตัวเองยังไม่รู้ แล้วไปศึกษาเพิ่มเติมได้ เราไม่ต้องการให้น้อง ๆ ในทีมมาก๊อบปี้ มันก๊อบปี้กันไม่ได้อยู่แล้ว เผลอ ๆ น้องอาจจะมีไอเดียที่ดีกว่าก็ได้ แต่ว่าจะต้องมี Attention to Detail ทุกวันนี้ TROP ก็ยังตั้งใจใส่ใจรายละละเอียดแทบทุกจุดอยู่เลย”
Be water, my friend นึกย้อนกลับไปกับแนวคิด จงเป็นเช่นน้ำ
นอกจากจะเป็นน้ำที่ปรับตัวได้ ลื่นไหล ยืดหยุ่น รู้จังหวะผสมผสานหรือซัดกระแทกก็ได้ ยังเป็นเหมือนน้ำที่ไม่เต็มแก้วด้วย ยอมรับเรื่องที่ไม่รู้ แล้วเติมเข้ามาในแก้ว ไม่เคยคิดว่าตัวเองพอแล้ว ต้องปรับตัว พัฒนาอยู่เสมอ ยิ่งผ่านเวลา มีแต่ต้องเก่งขึ้นเท่านั้นเอง
เปลี่ยนจากน้ำเปล่าเป็นไวน์แดง
ยิ่งบ่มนานขึ้น ยิ่งแพงขึ้น

Website : trop.land
