28 มิถุนายน 2024
4 K

22 มิถุนายน ก่อนคอนเสิร์ตใหญ่ของ Bodyslam 1 วัน 

เรามาถึงที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เพื่อดูว่าเวทีที่ไม่เคยมีมาก่อนหน้าตาเป็นยังไง

ยูโร หนึ่งในทีมงาน Studio H ผู้รับผิดชอบเวทีสุดอลังการ ปรากฏตัวพร้อมบัตรสตาฟทั้งหมด 4 ใบ ก่อนพาพวกเราเดินลัดเลาะผ่านสตาฟจากทีมอื่น ๆ อีกกว่า 10 ชีวิต กำลังวุ่นวายกับรอบซ้อมใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

เสียงเพลงคุ้นหูดังขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องเผลอร้องตาม ความตื่นเต้นกับหัวใจที่สั่นจนจะระเบิดบ่งบอกได้อย่างดีว่าแม้ไม่ใช่แฟนคลับระดับเดนตาย เราก็มีเพลงของ Bodyslam อยู่ในทุกช่วงของชีวิต

สำหรับแฟนคลับ ‘EveryBodyslam 2024 The Sunny Side Up Live At Impact Arena’ เป็นคอนเสิร์ตในรอบ 4 ปีของวงร็อกแถวหน้า จัดกันเต็มอิ่ม 3 รอบการแสดง และเป็นการกลับมาแสดงสดที่อิมแพ็ค อารีน่า ในรอบ 16 ปีอีกด้วย

แต่สำหรับนักออกแบบเวที Bodyslam ที่เล่นคอนเสิร์ตมาแล้วทุกสเตเดียมทั่วไทย ตั้งแต่นั่งล้อมวงเล่นดนตรี ไปจนถึงเวทีราชมังคลากีฬาสถานที่ใหญ่สุดในประเทศ นี่นับเป็นงานมหาโหด

เบื้องหลังแสงสีเสียงหลังประตูบานใหญ่คือผลงานของ Studio H ภายใต้บริษัท HUI Team Design มีสมาชิกทั้งหมด 8 คน พวกเขาเนรมิตสิ่งที่ใครต่างคิดว่าเป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้นเสมอ 

Bodyslam ไม่เคยเล่นบนเวทีกลางคนดูมาก่อน 

ภาพที่เราเห็นตรงหน้าคือเวทีความยาว 70 เมตรผ่ากลางอิมแพ็ค อารีน่า เวทีหลักกลายเป็นเพียงพื้นที่วิ่งเล่นของ พี่ตูน (อาทิวราห์ คงมาลัย) ทีมคอนโทรลที่มักอยู่ตรงกลางย้ายมาอยู่ด้านข้าง และซ่อนห้องแต่งตัวไว้ใต้ฝ่าเท้า

นำทีมโดย ปัท-สุธิดา กอสนาน หญิงสาวร่างเล็กที่ประจำการอยู่หน้าคอนโทรล ผู้คร่ำหวอดในวงการออกแบบเวทีมานานกว่า 11 ปี และมีคอนเสิร์ตนี้เป็นหนึ่งในผลงานชิ้นโบแดง

Studio Hurry

นอกจากทีมงานจะวิ่งวุ่นไปทั่วแล้ว อีกคนที่เราเห็นในรอบซ้อมวันนี้ด้วยคือ ป๋าเต็ด ยุทธนา ปัทเล่าว่าไอเดียส่วนหนึ่งตั้งต้นมาจากคำพูดของป๋าเต็ดในวงประชุม

“เขาพูดว่าชื่อคอนเสิร์ตคือ EveryBodyslam และ Everywhere คือ Bodyslam แปลว่าทำยังไงก็ได้ให้พี่ตูนเข้าใกล้คนดูมากที่สุด”

Center Stage คือไอเดียแรกที่ปัทนึกถึง แต่เธอรู้สึกว่ามันยังไม่พอ จึงยืดเวทีข้างหน้าไปจนถึงที่นั่งคนดู และยืดเวทีข้างหลังไปจนเกือบสุดขอบ เพราะพี่ตูนขอไว้ว่าอยากเหลือพื้นที่ไว้วิ่งหาคนดูที่ปีกซ้าย-ขวาอีกหน่อย เชื่อเหลือเกินว่าคนที่เพิ่งกลับจากคอนเสิร์ตจะยืนยันอีกเสียงว่าพวกเขาเข้าใกล้พี่ตูนได้มากแค่ไหน นั่นแลกมากับการเนรมิตทุกอย่างให้สายตาทุกคู่ของคนดูจดจ้องมาที่เวทีกลาง ไฮไลต์ของงานอย่างกล่องสี่เหลี่ยมด้านบนจึงเกิดมาเพื่อสิ่งนี้

คล้ายจะเป็นงานถนัดของ Studio H ที่สร้างเวทียาก ๆ มาแล้วนักต่อนัก (เราจะกล่าวถึงด้านล่าง) แต่งานนี้ต่างออกไปตรงที่ปัทต้องการให้ Bodyslam เล่นคอนเสิร์ตในนั้นด้วย กล่องสี่เหลี่ยมนี้จึงต้องมองเห็นทะลุไปข้างใน ทำเอา กอล์ฟ-สมคิด อุ่นเปี้ย โปรดักชันดีไซเนอร์ถึงกับปาดเหงื่อ เพราะจอภาพจะมาพร้อมชุดแขวนจอเสมอ รวมถึงสโมกแบบเต็ม ๆ จนแทบจะย้อมทั้งกล่องให้เป็นสีขาวก็ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ เพราะไม่เคยมีใครเอาสโมกไปแขวนมาก่อน หากน้ำยารั่วจะเป็นอันตราย และไม่มีที่ยึดกับกล่องเลย แต่ขึ้นชื่อว่า Studio H ไม่มีอะไรทำไม่ได้อยู่แล้ว เราจึงแทบดูไม่ออกว่าข้างในมีโครงเหล็กที่กอล์ฟสร้างขึ้นมาใหม่มากแค่ไหน

เราเริ่มรู้แล้วว่าอาชีพนักออกแบบเวทีที่เคยเข้าใจนั้นผิดไปหมด Studio H ไม่ได้แค่ออกแบบ แต่พวกเขาควบคุมการผลิตด้วย ปัทบอกว่าเธอต้องคิด Key Visual ทั้งงาน ตั้งแต่โปสเตอร์งานไปจนถึงภาพประกอบในแต่ละเพลงที่โลดแล่นบนกล่องไฟ

Studio Hard

ปัทบอกว่างานของเธอต้องทำโมเดลเวทีไปให้ศิลปินและทีมงานเสมอ เพื่ออธิบายฟังก์ชันและวิธีการใช้งาน 

การทำเวทีกลางยาวขนาดนี้สะเทือนถึงทุกฝ่ายยิ่งกว่าเพลง ปรากฏการณ์ผีเสื้อ ทั้งทีม Sound ทีม OB (ทีม Maxina Studio) คนรันคิว (ทีม Keep in Touch project) ทีมกราฟิก ทีม Lighting ต้องโยกมาปักหลักด้านข้างเวทีแทนที่จะเป็นตรงกลางเหมือนทุกครั้ง 

ไม่ใช่แค่ปัทกับกอล์ฟที่กำลังหัวฟู ทีม Sound เลือกที่จะนั่งริมสุดเพื่อให้ได้ยินเสียงลำโพงชัดเจน เพราะเวทีกลางต้องใช้ลำโพงมากกว่าปกติถึงเท่าตัวเพื่อให้เสียงกระจายได้ทั่วทิศทาง ทีม Lighting ส่วนหนึ่งประจำการอยู่บนชั้น 2 เพราะเห็นภาพรวมทั้งหมด ส่วนปัทที่ควบคุมกราฟิกก็ตรวจความเรียบร้อยทุกมิติไม่ได้ด้วยการมองจอเพียงข้างเดียว 

“วันแรกที่ไปถึงหน้างานคือคิดไม่ออกเลยว่าสวยคืออะไร เพราะดูยากมาก แต่ละตำแหน่งมองเห็นไม่เหมือนกัน เราไม่รู้ว่าต้องวัดเกณฑ์ความสวยจากตรงไหน วิธีแก้ปัญหาคือส่งทีมงานนั่งประจำแทบทุกที่นั่ง แล้วอัดคลิปส่งมาให้ดูว่าแต่ละตำแหน่งเห็นภาพเป็นยังไง” ปัทเล่า

สิ่งที่เห็นชัดที่สุดคือกล้องและไฟกว่า 500 ตัว แทบจะมากสุดเท่าที่เราเคยเห็นในอิมแพ็ค อารีน่า ลำพังแค่ข้างในกล่องก็มีกล้องถึง 8 ตัวเพื่อซีนเปิดตัวซีนเดียว เพราะปัทต้องการ Close-up สมาชิกทุกคนบนจอให้ได้ แต่ด้วยความเป็นเวทีกลาง จึงคาดเดาไม่ได้ว่า Bodyslam จะหันหน้าไปทางไหน (แถมเหล่าวัยรุ่น 40 ต้น ๆ ก็ควบคุมไม่ได้ซะด้วย)

ส่วนงานไฟ ผลงานทีม Saturate Designs เป็นอีกเรื่องที่เราประทับใจ ปัทเล่าว่าเวทีกลางทำให้ผู้ชมฝั่งซ้ายมองเห็นผู้ชมฝั่งขวาด้วย การประโคมไฟแทบทุกตำแหน่งที่นั่งทำให้แสงสีที่พุ่งออกมาย้อมคนดูกลายเป็นภาพพื้นหลังชั้นดี ซึ่งโปรดักชันดีไซเนอร์ก็ต้องติดตั้งไฟให้สูงพอจะเลยหัวคนข้างล่าง แต่ก็ต้องไม่สูงจนบังสายตาคนที่นั่งอยู่ 

ผลกระทบอีกอย่างของเวทีกลาง คือทุกคนนั่งพักที่ห้องแต่งตัวหลังเวทีตามปกติไม่ได้ จึงต้องสร้างทางเดินใต้เวทีเพื่อเป็นที่อยู่ของทีมงานและศิลปิน เรามีโอกาสเดินตามกอล์ฟเข้าไปข้างใต้ รู้สึกเหมือนอยู่ห้องลับใต้ดินยังไงยังนั้น

อย่างไรก็ดี สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกอย่างคือเวทีหมุนขนาด 16 เมตร จากโจทย์ที่ว่า ทำยังไงก็ได้ให้ พี่โอม (โอม เปล่งขำ) มือคีย์บอร์ด และ พี่ชัช (สุชัฒติ จั่นอี๊ด) มือกลองผู้นั่งอยู่กับที่ เข้าหาคนดูได้ครบทุกมุมทุกด้าน ปัทเล่าว่าเธอปรึกษากับ พี่กบ Big Ass ผู้รับหน้าที่ Show Director คอยดูแลภาพรวมว่าจะให้ทั้งคู่หันหน้าทางไหนดี สุดท้ายทั้งคู่จึงหันหลังชนกันเพื่อให้คนดูเห็นมากที่สุด 

“วาระของคอนเสิร์ตไม่ได้สร้างความกดดัน เราคนเดียวล้วน ๆ ที่กดดันตัวเอง เพราะเคยมีคนทำคอนเสิร์ต Bodyslam มาเยอะมาก ๆ และทำไว้ดีมาก ตอนแนะนำตัวว่าเราชื่อปัท รู้สึกเลยว่าตัวเองเป็นใคร ตัวเล็กกระจ้อยร่อย ยิ่งทำงานไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งเข้าใจว่าทำไม Bodyslam คือ Bodyslam ทุกทีมตั้งใจและละเอียดสุด ๆ จึงต้องพยายามมากขึ้นไปด้วย เพราะเราไม่ได้เก่งขนาดนั้น ยังมีข้อผิดพลาดอยู่มากมายที่ทำให้ดีกว่านั้นได้”

เราถามปัทตรง ๆ ว่ามีอะไรที่อยากทำแต่ยังทำไม่ได้อีกไหม เธอนิ่งคิดพักใหญ่ ก่อนจะตอบว่า Studio H และ HUI Team Design สอนมาให้คิดว่าไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้

หากยังไม่เชื่อ เราชวนปัทเล่า 4 เวทีคอนเสิร์ตที่เธอเสกขึ้นมา

4 เวทีสุดมันโดย Studio H

01 OMEGA Presents COCKTAIL Coming of FATE 
Stage 1 : ควบคุมดวงอาทิตย์

2 ปีก่อน เราเห็น โอม ค็อกเทล ไลฟ์สดร้องเพลง เธอ ราวกับร้องเล่นให้ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาแวะฟัง สายกีตาร์ที่เกาเส้นสุดท้ายเป็นสัญญาณของการจบฮุกแรก กล้องแพนออกพร้อมเสียงเคาะไฮแฮตให้จังหวะ เผยให้เห็นเวทีรูปร่างคล้ายนาฬิกา บรรจุไปด้วยจอ 12 แท่น แสดงเวลาเป็นเลขโรมันตั้งตระหง่านบนโป๊ะเรือกลางทะเล

“โจทย์คืออยากทำ Live Session บนโป๊ะเรือ” ปัทเล่าถึงหนึ่งในผลงานที่ชอบสุด ยากสุด เหนื่อยสุด และได้เรียนรู้สุด กับการออกแบบเวทีให้ดูเหมือนผังนาฬิกา เนื่องจากมีนาฬิกา OMEGA เป็นสปอนเซอร์ กิมมิกจึงเป็นเวทีที่จะเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่กลางวัน เย็น ไปจนค่ำ นั่นเท่ากับเธอมีเวลาครั้งเดียวที่พระอาทิตย์จะตก

เวทีคอนเสิร์ตรูปแบบ Live Session ทำให้เธอได้เรียนรู้เรื่องกล้อง การตัดต่อ การบรีฟ การใช้โดรนแบบละเอียด เพื่อโอกาสของภาพที่ดีที่สุดเพียงครั้งเดียวกับสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ แม้เธอจะทิ้งร่างอ่อนล้าบนฮอลล์คอนเสิร์ตมานักต่อนัก แต่ความเหนื่อยไหนก็ไม่เท่าการต้องสู้กับแดดเมืองไทยและความเหนียวเหนอะของกองถ่ายกลางทะเล 

02 AssetWise Presents PIANO&i The Magic 7 Concert
Stage 2 : แทบจะเป็นมือที่ 3 ของพี่โต๋

ต่อมา ปัทเปิดคลิป โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ กำลังบรรเลง Canon in D ให้ดู วินาทีที่เสียงโน้ตตัวแรกของเปียโนซิงก์กับ Light Box ทั้ง 8 แท่งที่ห้อยอยู่ด้านบนทำเราตื่นเต้นมาก

คอนเสิร์ตนี้ออกแบบในฮอลล์ที่ไม่ได้ใหญ่มากมาย แต่มีความยาวมากกว่า ฉากหลังทำขึ้นเป็นจอพาโนรามาพอดีกับแป้นเปียโน การกดโน้ตแต่ละตัวจะเปลี่ยนเป็นกราฟิกแบบเรียลไทม์ ความเจ๋งยังไม่สุดเพียงเท่านี้ ปัทบอกว่ามีเปียโนข้างล่างแล้วก็ต้องมีเปียโนข้างบน เราฟังแล้วนึกภาพตามว่าปัทจะทำเปียโนลอยฟ้างั้นเหรอ ปรากฏว่าเธอทำจริง เปียโนลอยฟ้าสร้างเป็น Light Box ทั้งหมด 8 แท่งตามตัวโน้ต 1 Octave เป๊ะ ๆ แล้วมันไม่ได้แขวนอยู่เฉย ๆ แต่มีการเคลื่อนไหว 90 องศาถึง 15 แพตเทิร์น หน้าที่ของปัทคือการประสานงานกับหลายฝ่าย เพราะปัทรู้จังหวะของโต๋ดีที่สุด เมื่อเขาเริ่มเล่นเวิร์สแรก เธอจะคอยบอกคนกดรอก เพื่อให้ดนตรีซิงก์ไปกับเปียโนลอยฟ้า 

ยังมีรายละเอียดของเวทียิบย่อยมากมายที่ปัทรังสรรค์ เช่น เมื่อเธอต้องการให้ผู้ชมเห็นโต๋เพียงผู้เดียว ปัทจะเอาจอลงมาบังวงดนตรีด้านหลัง แล้วในตอนที่อยากให้มีวงดนตรีก็จะยกทั้งจอขึ้น เป็นต้น

03 WHITE PARTY BANGKOK presents FIRST CONTACT 
Stage 3 : Mechanic สุด Cool

นี่คืองานปาร์ตี้ปีใหม่ของกลุ่ม LGBTQ จากทั่วทุกมุมเอเชียที่จัดขึ้นในไทย ความสนุกคืองานนี้มี 4 วัน เวทีไม่ซ้ำกัน ฟังแล้วอาจคิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่เป็นไปได้เมื่ออยู่ในมือ Studio H

โจทย์คือ FIRST CONTACT หรือเอเลียนบุกโลก ลูกค้ามีงบของไฟและจอไม่อั้น ปัทใช้เวลาสร้างมากถึง 6 เดือน ทำออกมายิ่งใหญ่อลังการอย่างที่ทุกคนเห็น โดยไฮไลต์คือความต่างของเวทีในแต่ละวัน บางวันมีเพียงจอ บางวันมีฉากที่เป็นหัว Mechanic บางวันหัวนั้นเต็มไปด้วยดอกไม้ เรียกว่าต้องคิดทั้งโครงสร้างงานฉาก งานจอ และงานไฟ 

ปัทเล่าเรื่องราวที่ทำให้คนทั้งทีมขนลุก อย่าเพิ่งคิดไปไกลว่าเป็นเรื่องผี ให้จินตนาการล่วงหน้าถึงรูปปั้นใหญ่ยักษ์ที่ต้องเซตอัปด้วยการแขวนไว้ก่อน

หัวนี้เป็นรูปปั้นโฟม 3 มิติ มีลูกเล่น Mechanic อ้าปาก ยืดออก และหันหน้าชนกันได้ ระหว่างการสร้างมีอุปสรรคนับไม่ถ้วน ทั้งความยากและความเหน็ดเหนื่อยกว่าจะได้มา แต่วินาทีที่ทีมงานนำหัวขึ้นไปแขวนในวันเซตอัป โชคร้ายที่หัวหล่นลงมาแตกกระจาย ต้องประกอบใหม่ กลายเป็นซีนอารมณ์ที่เธอจดจำมาถึงทุกวันนี้ 

แม้มีอุปสรรคระหว่างทาง แต่งานนี้เป็นหนึ่งงานที่ปัทใส่ความเป็นตัวเองพอสมควร เพราะงบไม่อั้นและเธอชอบจริตของกลุ่ม LGBTQ เป็นทุนเดิม จึงใส่ความ Feminine ความเลิศ ความปัง ลงไปในงานแบบเต็มพิกัด

04 กาลครั้ง 5 TATTOO COLOUR FEST
Stage 4 : น้ำตาเพลงสุดท้าย

5 เดือนที่ผ่านมา ภาพคอนเสิร์ต TATTOO COLOUR โด่งดังทั่วทุกแพลตฟอร์มจากความเจ๋งของเวทีลอยฟ้ากับวาระสุดยิ่งใหญ่อย่างการแสดงครั้งแรกในอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เธอจึงเปลี่ยนฮอลล์ให้เป็น Music Festival โดยมีธีมหลักเป็นสวนสนุก 

ถ้าใครได้ไปคอนเสิร์ตจะเห็นว่าภายในงานมีเวทีสุดล้ำมากมาย ทั้งเวทีหลัก เวทีรอง เวที Orchestra หรือเวทีลอยฟ้า มีจอ LED ลงมาครอบเปลี่ยนรูปแบบเวทีเก่าให้กลายเป็นเวทีใหม่เพื่อความตื่นเต้น และไฮไลต์อย่างเวทีลอยฟ้าซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกในอิมแพ็ค อารีน่า ที่ไม่ได้เพียงมีแค่นักร้อง แต่นักดนตรีทุกชีวิตอยู่บนเวทีลอยฟ้านั้นด้วย แถมยังเข้ามาหาคนดูได้ในระยะที่ใกล้มาก

เราเห็นความตั้งใจในน้ำเสียงของปัท พูดคุยไปสักพักเธอจึงเผยออกมาว่าชอบ TATTOO COLOUR มาก คอนเสิร์ตนี้เป็นเหมือนหมุดหมายสำคัญที่ทำแล้วอำลาวงการคนทำเวทีได้เลย การรู้จักเพลงทุกเพลงทำให้การออกแบบ Visual ของเธอเกิดขึ้นเร็วมาก โดยเฉพาะเพลงสุดท้ายที่คิดไปน้ำตาไหลไป เธอใช้กราฟิกเล่าการเดินทางของวงตลอด 18 ปี 64 เพลง 6 อัลบัม น้ำตาแห่งความตื้นตันใจคงเป็นส่วนประกอบของความสำเร็จ

Studio Hope

กว่าจะมาเป็นหัวหอกของ Studio H อย่างทุกวันนี้ คอนเสิร์ตแรกที่เธอทำคือ PARADOX 

ตอนนั้นปัทเข้ามาเป็นพนักงานบริษัท HUI โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรคือ Stage Designer หน้าที่ยิ่งใหญ่ของเธอคือการผูกตุ๊กตาเป่าลมและคุมช่างให้อยู่ 

ปัทจบการศึกษาจากสาขาวิชาการออกแบบอุตสาหกรรม สถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับคอนเสิร์ต เว้นเสียแต่เธอเป็นคนชอบไปเฟสติวัลมาก ปัทรู้ตัวว่าเธออยากเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบเวทีก็ตอนที่เห็นเวทีชิงช้าสวรรค์ใน Big Mountain Music Festival ที่เต็มไปด้วยแสงสีแต่เปลี่ยนเป็นสีขาวล้วนเมื่อวง Slot Machine ขึ้น เธอได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ กระทั่ง พล หุยประเสริฐ แห่ง HUI Team Design บริษัทที่เธอสมัครงานไว้ตั้งแต่เรียนยังไม่จบดีโทรมาเรียกตัว 

แม้ข้อดีของนักเรียนสถาปัตยกรรมศาสตร์คือพอจะเข้าใจ 3D และมองโครงสร้างออก แต่ปัทก็เหมือนมาเริ่มเรียนรู้โปรแกม Autodesk 3ds Max ที่นี่

“การทำอาชีพนี้ในตอนนั้นเหมือนการเรียนหนังสือใหม่หมดเลย จนถึงทุกวันนี้ที่เราสัมภาษณ์เด็ก ๆ เข้ามา เราจะบอกน้องทุกคนว่า คุณรู้ไหมว่าคุณกำลังมาเรียนคณะใหม่อีกคณะหนึ่งนะ”

งานของเธอแตกต่างจากงานของสถาปนิกตรงที่ใช้เวลา 3 – 4 เดือนในการรังสรรค์ แต่โชว์จริงแค่ 2 วันและรื้อถอน ปัทบอกว่ามันไม่ต่างอะไรกับการทำงานย้อนกลับ กว่าเธอจะมั่นใจในฝีมือตัวเองก็เข้าปีที่ 3 ของการทำงาน จนพลก่อตั้ง Studio H ขึ้นมาและไว้ใจให้เธอเป็นหัวเรือ

“พี่พลสอนมาว่า เราต้องให้ความสำคัญกับงานที่เราออกแบบมาก หากมันถูกตัดออกด้วยงบประมาณว่าทำไม่ได้ เราจะพยายามคิดหาทางออกใหม่เพื่อให้ได้สิ่งที่เราต้องการและไม่ตัดมันออก แม้วินาทีสุดท้ายของคอนเสิร์ตมันจะไม่ทันหรือไม่เกิดขึ้นก็ตาม”

อีกข้อสำคัญที่ต้องรู้ คือนักออกแบบเวทีบางคนไม่ใช่คนที่ชอบคอนเสิร์ตหรือชอบฟังเพลง ปัทย้ำว่าคือคนที่ชอบทำงานแบบนี้ ต้องชอบเห็นผลงานตัวเองออกมาเป็นความจริง ชอบที่จะได้คุยกับ Supplier หรือคนหมู่มาก ส่วนคำเตือนคืองานนี้จะเหนื่อยยากและท้าทายความสามารถทุก ๆ อย่าง แต่ก็แลกมากับผลงานที่สำเร็จเป็นรูปธรรม มีคนเห็นนับหมื่นในชั่วข้ามคืน นั่นเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ปัทยังมีพลังทำงานนี้ต่อไป

“การดูงานสำคัญมาก เพราะมันไม่มีทางบอกได้ว่าอันนี้สวยหรือไม่สวยถ้าคุณไม่เคยเห็นของที่สวยมาก่อน ไม่งั้นเราจะมีสายตาไม่เหมือนกัน แล้วเราจะคุยงานกันไม่รู้เรื่อง เช่น ขอเลิศ ๆ แบบ Beyoncé นะ คุณจะเข้าใจภาษาที่เราพูดได้ยังไงถ้าคุณไม่เคยดูคอนเสิร์ต Beyoncé”

Studio Honor

การได้ชมคอนเสิร์ต Bodyslam รอบ Run-through คงเป็นประสบการณ์ที่เราจะจดจำไปชั่วชีวิต

ไม่เพียงได้ใกล้ชิดศิลปินในระยะเอื้อมมือถึงหรือได้ฟังเพลงเวอร์ชันสุดพิเศษที่หาจากไหนไม่ได้ แต่รวมถึงการได้ซึมซับงานศิลปะจากเหล่าศิลปินที่ไม่ได้มีเครื่องดนตรีเป็นอุปกรณ์

จริงอยู่ที่คอนเสิร์ตนี้อาจไม่ใช่งานหินสุดของ Studio H หากมองเพียงผิวเผิน องค์ประกอบสะดุดตาของมันมีเพียงกล่องสี่เหลี่ยมกลางฮอลล์เท่านั้น แต่เอกลักษณ์ของปัท (หรือของทั้งทีม) คือการออกแบบฉากให้คนดูมีอารมณ์ร่วมตลอด 4 ชั่วโมงเต็ม สีฉูดฉาดสดใสที่ไม่เคยปรากฏกับ Bodyslam มาก่อนทำให้ทุกคนกลับมาสดใสอีกครั้ง และคำชื่นชมมากมายหลังคอนเสิร์ตจบลงคงยืนยันได้ว่าเธอสอบผ่านฉลุย

“เราไม่ได้เป็นคนดีไซน์สวย เราเป็นเด็กเนิร์ดที่ต้องเข้าใจเพลง เข้าใจอารมณ์ในทุกห้วงดนตรี” ปัทยิ้ม แม้หลายคนจะไม่เข้าใจว่าเธอทุ่มเทเวลาเพื่อศึกษาบทเพลงไปทำไม นั่นทำให้ผลงานของเธอเป็นที่จดจำ

นึกถึงภาพวันนี้เมื่อไรก็แค่หลับตา

Writers

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ รักการดูหนังและเล่นกับแมว

พัชรศิษฎ์ ด่วนทวีสุข

เด็กสังวิทฯ แต่ไม่ได้เรียนเรื่องวิทย์ ที่ชอบเขียนเรื่อง Myth ของมนุษย์ชายขอบผู้เป็นมิตร

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล