27 กุมภาพันธ์ 2025
3 K

ชื่อจริงของเธอ คือ มิเรียม รูเอดา (Myriam Rueda)

บางคนเรียกเธอว่า ‘Farang of Songwat’

แต่เราอยากเรียกเธอว่า ‘มือดัน’

ทรงวาดเป็นย่านที่อบอวลด้วยบรรยากาศโกดังเก่า ร้านค้ารุ่นเก๋า เคล้ากับหนุ่มสาวแต่งตัวมีสไตล์ และร้านรวงรุ่นใหม่แสนฮิป และย่านนี้ยังเป็นที่ตั้งของ ‘MESA 312’ สตูดิโอออกแบบของมิเรียม

ก่อนที่ทรงวาดจะบูมในหมู่คนรุ่นใหม่อย่างในทุกวันนี้ มิเรียมคือกลุ่มคนแรก ๆ ที่เข้ามาตั้งฐานทัพ สร้างสีสันสดใหม่ให้ทรงวาด นอกจากเธอจะใช้ห้องแถวเก่าเล็ก ๆ เป็นสตูดิโอแล้ว เธอยังใช้ที่นี่เป็นพื้นที่พบปะแลกเปลี่ยนกับผู้คนมากหน้าหลายตา โดยเฉพาะบรรดานักสร้างสรรค์

เวลามีใครอยากทำโปรเจกต์สร้างสรรค์ในย่าน พวกเขาจะพุ่งมายัง MESA 312 เพื่อขอคำแนะนำจากมิเรียม และเธอจะชี้ทางให้ไปรู้จักคนนู้นคนนี้ที่จะพาไปถึงฝั่งฝัน หรือไม่ก็เปิดพื้นที่ในสตูดิโอให้ศิลปินได้แสดงผลงาน

เมื่อคนรู้จักเธอมากเข้า เธอก็ได้ฉายาว่าเป็น ‘Farang of Songwat’

เธอยังชื่นชอบการเปิดพื้นที่ให้คนได้แลกเปลี่ยนความสร้างสรรค์ และอยากให้คนรู้จักกับวัฒนธรรมของ ‘สเปน’ ประเทศบ้านเกิดของเธอให้มากขึ้น เพราะอย่างนี้เอง มิเรียมจึงเป็นตัวตั้งตัวตีเบื้องหลังเทศกาลเชื่อมวัฒนธรรมไทย-สเปน อย่างเช่น Bangkok Spanish Design Week หรือเทศกาลหนังสือ Sant Jordi ที่ยกต้นแบบมาจากสเปน

ถึงจะออกตัวว่าเป็นคนขี้อาย แต่มิเรียมชอบรู้จักคนใหม่ ๆ ชอบผลักดันคนเก่งให้เป็นที่รู้จัก และชอบเชื่อมต่อผู้คนให้รู้จักกัน ร่วมงานกัน กลายเป็นเพื่อน และได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ไม่คาดฝันร่วมกัน

แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เรียกว่ามือดันได้อย่างไร

 ดันมาอยู่ที่ไทย 

ก่อนที่มิเรียมจะข้ามน้ำข้ามทะเลมาไทย เธอทำงานเป็นกราฟิกดีไซเนอร์อยู่ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน

พอทำงานหลังขดหลังแข็งมาได้สักพัก มิเรียมตัดสินใจหยุดงาน 1 ปีแล้วออกตระเวนโลกกว้าง เมื่อเตร็ดเตร่ถึงประเทศไทย เธอก็เจอะเข้ากับน้องสาวของเจ้านายที่ทำงานที่ขอให้เธออยู่ช่วยทำงานออกแบบที่ไทยสักพัก

มิเรียมอยู่ไทยได้ 2 ปีก็ถึงเวลากลับสเปน แม้ตัวกลับไป แต่ใจยังถวิลหากรุงเทพฯ ที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา ไม่ว่าอะไรก็เป็นไปได้ 1 ปีครึ่งผ่านไป มิเรียมตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า พาตัวบินลัดฟ้า กลับมาไทยอีกครั้ง

กลับมารอบนี้ เธอเริ่มต้นทำงานเป็นอาจารย์สอนภาษาสเปน ทั้งในโรงเรียนและในมหาวิทยาลัย พร้อมกับทำงานออกแบบควบคู่ไปด้วย แต่ชีวิตที่ดูราบรื่นก็เจอกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อโควิด- 19 ระบาด โปรแกรมภาษาสเปนในมหาวิทยาลัยที่เธอสอนหยุดลง เธอจึงเบนเข็มมาตั้งสตูดิโอออกแบบของตัวเอง

“ก่อนหน้านี้ฉันเคยคิดอยากทำสตูดิโออยู่ แต่ฉันขี้เกียจคิดเรื่องเอกสารและการเงิน แต่พอโควิด-19 มาพอดี ฉันไม่ได้เป็นอาจารย์แล้ว ฉันก็คิดว่า แล้วทำไมไม่ทำล่ะ ฉันก็เลยตั้งสตูดิโอ MESA 312 ในทรงวาด”​ มิเรียมเปรย

 ดันมาอยู่ในทรงวาด

เพราะหลงรักในบรรยากาศของย่าน มิเรียมจึงตัดสินใจลงหลักปักฐาน เมื่อเจอย่านที่ใช่ ตึกที่ชอบ สิ่งแรกที่มิเรียมทำในออฟฟิศใหม่ก็คือ ‘ซื้อโต๊ะ’

โต๊ะไม้ตัวเขื่อง เป็นโต๊ะที่มิเรียมตั้งใจให้ผู้คนมากหน้าหลายตาได้นั่งพูดคุย แลกเปลี่ยน และรู้จักกัน และนี่เป็นเหตุผลที่ชื่อสตูดิโอของเธอ มีคำว่า MESA นำหน้า

“Mesa ในภาษาสเปน แปลว่า โต๊ะ ซึ่งสำหรับฉัน โต๊ะเป็นสิ่งของสำคัญที่สุดในบ้าน เพราะเป็นพื้นที่ที่ทุกคนรวมตัวกัน ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นที่นี่ ทั้งการกินข้าว นั่งประชุม ทำงาน” มิเรียมเฉลยความหมาย

เปรียบสตูดิโอเป็นดั่ง ‘โต๊ะ’ ที่คอยเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน

มิเรียมเปิดสตูดิโอของเธอบนชั้น 2 ของตึกแถว ต้อนรับผู้คนด้วยความยินดี “บางทีคนแวะมาเจอเยอะมาก จนฉันไม่อยากมาสตูดิโอเลย เพราะฉันก็ต้องทำงานนะ พอคนมา เราคุยกันนานเป็นชั่วโมงจนลืมทำงาน” มิเรียมหัวเราะ 

นอกจากเป็นพื้นที่เมาท์มอย มิเรียมยังใช้สตูดิโอ MESA 312 เป็นพื้นที่ให้ศิลปินจัดนิทรรศการ ขายผลงาน ผลักดันให้พวกเขาเป็นที่รู้จักมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น นิทรรศการ URBAN MESS ที่เธอชักชวนศิลปินภาพถ่าย ตั้ม-วุฒิพล อุจจธรรมรัตน์ เจ้าของแอคเคานต์ aperturebroughtmehere มาแสดงผลงาน เพราะเธอชื่นชอบผลงานภาพถ่ายสีสันสดสวยของเขา

แม้จะเป็นนิทรรศการเล็ก ๆ แต่อิมแพกต์ช่างยิ่งใหญ่ เพราะภายหลังตั้มได้รับโอกาสการทำงานต่อมากมาย อย่างเช่นได้ไปออกแบบกำแพงภายในศูนย์การค้า EMSPHERE

มิเรียมเล่าพร้อมสายตาเปล่งประกายและใบหน้าอาบรอยยิ้ม งานนี้ยืนยันความตั้งใจของมิเรียมที่อยากผลักดันศิลปินไทยให้เป็นที่รู้จัก

“ฉันคิดว่าประเทศไทยมีศิลปิน ช่างภาพ นักวาดภาพประกอบ นักออกแบบเก่ง ๆ เยอะ แต่พวกเขาไม่เป็นที่รู้จักกันเท่าไหร่ ฉันเลยอยากใช้สตูดิโอนี้เป็นที่แสดงความสามารถของพวกเขา หรือเป็นพื้นที่ให้ร่วมงานกัน ​

“ฉันชอบเห็นการร่วมมือกัน ฉันคิดว่าการทำงานร่วมมือกันดีกว่าทำคนเดียว มันจะได้ฟีดแบ็กใหม่ อินพุตใหม่ และสุดท้ายจะได้ผลลัพธ์กับมุมมองที่น่าสนใจ” 

ในเวลาเดียวกัน MESA 312 ก็เป็นแหล่งกำเนิดไอเดียอีเวนต์มากมายของมิเรียม โดยเฉพาะอีเวนต์ที่เธอได้เสนอวัฒนธรรมสเปนให้คนไทยสัมผัส

“ฉันอยากให้คนที่นี่ได้รู้จักกับสเปนมากขึ้น ผ่านสิ่งที่ฉันคิดถึงในสเปน หรือสิ่งที่ฉันคิดว่าคนที่นี่น่าจะสนใจ”

ไม่ใช่แค่มือดันศิลปิน แต่เธอยังดันวัฒนธรรมบ้านเกิดให้อยู่ในหัวใจของคนไทยด้วย

4 งานที่ประทับใจของ Myriam Rueda

01 Sant Jordi
ดันเทศกาลหนังสือสเปนสุดโรแมนติกมาไว้ที่ไทย

ภาพ : Seksan Pipattanatikanunt

ในวันที่ 23 เมษายนของทุกปี แคว้นกาตาลุญญา (Cataluña) ประเทศสเปน จะอบอวลด้วยบรรยากาศโรแมนติก เพราะเป็นวันที่ชาวเมืองเฉลิมฉลองวันแห่งความรักควบคู่ไปกับวันหนังสือโลก ในวันนั้นเอง ร้านรวงสองข้างทางในเมืองจะตั้งแผงขายหนังสือควบคู่กับดอกไม้ที่สวยสดงดงาม มิเรียมจึงอยากนำบรรยากาศอย่างนี้มากรุงเทพฯ บ้าง

“ตอนแรกฉันอยากจัดงานที่สตูดิโอ MESA 312 เป็นงานเล็ก ๆ เอาหนังสือที่มีในบ้านมาขาย และชวนเพื่อน ๆ มาขายหนังสือหรือโชว์งานศิลปะที่เกี่ยวกับการอ่าน การเขียน แต่ฉันได้คุยกับคนจากสถานทูตสเปน เธอบอกว่า เราต้องทำมันให้ใหญ่กว่านี้นะ ฉันก็ เอาจริงเหรอ ฉันไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร แต่ฉันก็โอเค จะลองทำดู ก็แค่เรียนรู้ไป แล้วเราก็คิดต่อไปเรื่อย ๆ เราต้องการคนขายของ ต้องการคนออกมาพูด ต้องการอาหาร”

และจากไอเดียเล็ก ๆ ก็กลายร่างเป็นงาน Sant Jordi ที่เนรมิตพื้นที่ GalileOasis ให้อบอวลด้วยแผงหนังสือกระจุกกระจิก อาหารสเปนรสเลิศ รวมไปถึงเวิร์กช็อปหลากหลายที่ขนขบวนศิลปิน-นักเขียน ชาวไทยและสเปนมาแลกเปลี่ยนไอเดียกันอย่างสนุกสนาน

“ฉันทำแทบทุกอย่างในงาน Sant Jordi ที่ไทย ฉันทำกราฟิก ชวน Tina Mansuwan นักวาดภาพคนไทย มาวาดภาพประกอบโปสเตอร์ ดูแลโซเชียลมีเดีย จัดการเบื้องหลัง แต่เอาเข้าจริง ๆ การจัดงานไม่ได้ยากขนาดนั้น คุณไม่ต้องเป็นอัจฉริยะก็จัดได้ งาน Sant Jordi เกิดขึ้นเพราะเราได้ความช่วยเหลือจากคนรู้จักและคนรู้จักของคนรู้จัก โอ้ ฉันได้ยินว่าเธอจะจัดงาน Sant Jordi ฉันทำนี่ ๆ ได้ โอเค งั้นเรามาทำด้วยกัน”

02 Bangkok Spanish Design Week
ดันดีไซเนอร์สเปนออกสู่สปอตไลต์

ภาพ : NOMON DESIGN

รู้หรือไม่ว่า กบเหลาดินสอ Chupa Chups ชุดนักบินอวกาศ ถังปั่นน้ำม็อบถูพื้น ล้วนแต่เป็นงานดีไซน์จากมันสมองชาวสเปน

แม้นักออกแบบชาวสเปนจะเปี่ยมไปด้วยความเก่งกาจ แต่ความสามารถของพวกเขากลับไม่ถูกค้นพบ มิเรียมจึงปลุกปั้นงาน Bangkok Spanish Design Week ขึ้นมา เพื่อแสดงศักยภาพชาวสเปนให้คนไทยเห็น

“มันเจ๋งมากเลยที่คนสเปนเป็นคนประดิษฐ์ผลงานอย่าง Chupa Chups กบเหลาดินสอ ผลงานมันแพร่หลายไปทั่วโลก แต่คนไม่ค่อยรู้ว่าคนสเปนเป็นคนประดิษฐ์ หรือแม้กระทั่งน้ำตกใน ICONSIAM ก็ออกแบบโดยคนสเปน Bangkok Spanish Design Week จึงเป็นงานที่อยากทำให้ฝีมือคนสเปนเป็นที่รู้จักมากขึ้น”

Bangkok Spanish Design Week 2024 ที่จัดขึ้นเป็นปีแรกเกิดขึ้นใต้คอนเซปต์ ICONIC vs TALENT ที่นำงานออกแบบในตำนานมาแสดงประชันกับงานจากนักออกแบบรุ่นใหม่ งานอัดแน่นด้วยนิทรรศการและงานทอล์กมากสาระ และจัดขึ้นในสถานที่ต่าง ๆ ในย่านทรงวาด เช่น โกดังเก่า, MESA 312 หรือ Casa Formosa Taiwan Tea House 

งานนี้ก็เป็นอีกครั้งที่มิเรียมใช้สกิลล์เชื่อมโยงต่อจุดผู้คนจนงานเกิดออกมาสำเร็จ งานนี้เธอได้รับความช่วยเหลือจาก NOMON DESIGN สตูดิโอออกแบบที่เธอเคยทำงานที่สเปนมาออกแบบกราฟิกสวย ๆ นอกจากนั้น NOMON DESIGN ยังช่วยเสนอรายชื่อนักออกแบบรุ่นใหม่ที่น่าสนใจให้มิเรียมคัดสรรมาแสดงผลงานด้วย

“ตอนทำงานนี้ มีคนเรียกฉันว่า Cultural Curator ไม่รู้เหมือนกันว่าแปลว่าอะไร แต่ฉันก็โอเค ฉันเป็น Cultural Curator ก็ได้” มิเรียมยิ้ม

03 Made in Song Wat
ดันย่านเก่าแก่ให้กลับมามีสีสัน

ที่ย่านทรงวาดโด่งดังขึ้นในทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งก็มีกลุ่ม Made in Song Wat เป็นพลังขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลัง กลุ่มนี้เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มผู้ประกอบการในย่านที่อยากโปรโมตทรงวาดให้เป็นที่รู้จักในเชิงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม และอยากพัฒนาย่านที่รักให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม  

นอกจากการทำ Song Wat Guidebook แนะนำสถานที่ต่าง ๆ ในย่านแล้ว Made in Song Wat ยังจัดอีเวนต์ร่วมกับองค์กรต่าง ๆ เช่น ภาพยนตร์ แมนสรวง ซึ่งสร้างความคึกคักให้กับย่านเป็นอย่างดี

มิเรียมเป็นหนึ่งในสมาชิกตั้งแต่วันเริ่มก่อร่างสร้างกลุ่ม เธอรับหน้าที่ออกแบบแบรนดิงและสร้างโลโก้สุดไอคอนิกที่เป็นสัญลักษณ์กลาย ๆ ของทรงวาดไปแล้ว

“ไอเดีย Made in Song Wat มาจากตอนที่ฉันไปสงขลาและได้เจอกับ เอ๋-ปกรณ์ รุจิระวิไล แห่ง a.e.y.space เขาทำโครงการ Made in Songkhla โปรโมตศิลปะและวัฒนธรรมของสงขลา ตอนเจอกัน ฉันบอกเขาว่า นี่มันเจ๋งมาก ๆ ฉันเลยถามเขาว่า จะลอกเลียนแบบไอเดียนี้มาทำในทรงวาดได้ไหม เขาก็บอกว่าเอาเลย”

ระหว่างอยู่ในสนามบินหาดใหญ่ มิเรียมจึงลงมือเปิด Account Instagram ในชื่อ madeinsongwat ในทันที และเมื่อกลับมาถึง เธอก็ได้พูดคุยกับ อุ๊ย-เกียรติวัฒน์ ศรีจันทร์วันเพ็ญ แห่ง PLAY art house gallery ถึงไอเดียโปรเจกต์นี้ จากนั้น Made in Song Wat ก็เติบโตเป็นกลุ่มใหญ่ รวมผู้ประกอบการมากกว่า 60 เจ้าเข้าด้วยกัน ซึ่งช่วยสร้างสีสันให้ย่านทรงวาดกลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง

 04 Spanish Film Festival
ดันภาพยนตร์สเปนและศิลปินไทยไปพร้อม ๆ กัน

“โปรเจกต์นี้เริ่มจากสถานทูตสเปนติดต่อฉันมาให้ช่วยทำกราฟิกสำหรับ Spanish Film Festival ซึ่งฉันได้มาทำตอนปี 2022 ซึ่งเทศกาลนี้จัดเป็นครั้งที่ 2 ในปี 2022 ฉันทำกราฟิกเอง แต่ปีต่อมาเมื่อได้โอกาสทำกราฟิกอีกครั้ง ฉันถามสถานทูตว่าขอทำงานร่วมกับศิลปินไทยได้ไหม พวกเขาตอบตกลง แล้วฉันก็เลือกทำงานกับ นักรบ มูลมานัส ศิลปินที่ฉันชื่นชอบ”

“Spanish Film Festival ปีนั้นเป็นธีมหนังสยองขวัญ ฉันให้นักรบช่วยทำภาพประกอบ ฉันอธิบายเกี่ยวกับเทศกาลให้นักรบฟัง ส่ง Trailer หนังให้ดู แล้วก็ไม่ได้บรีฟอะไรเพิ่มเติม เพราะฉันอยากเห็นการตีความของเขา

“ปีต่อไปเป็นธีมนักแสดงและผู้กำกับหญิง ฉันชวน เนเน่-นันทวรรณ แจ่มใส มาวาดภาพประกอบ เพราะเธอเป็นผู้หญิงเหมือนกันและเธอเก่ง ฉันชอบตัวตนของเธอ ฉันใช้กระบวนการเดียวกันกับตอนที่ทำงานกับนักรบ คือให้เธอดู Ttrailer แล้วตีความเอง”

หลังได้ภาพประกอบจากทั้งสอง มิเรียมก็นำมาประกอบร่างกับงานออกแบบกราฟิกของเธอ กลายเป็นผลงานที่ชักชวนคนไม่คุ้นเคยหนังสเปนอย่างเราให้อยากเข้าไปลิ้มลองหนังสเปนสักครั้ง 

“ฉันชอบโปรเจกต์นี้ เพราะโดยปกติหลายองค์กรไม่ค่อยเห็นความสำคัญของการทำกราฟิก การทำแบรนดิง ฉันจึงมีความสุขและดีใจมาก ๆ เมื่อสถานทูตลงทุนกับการทำกราฟิก”

เห็นว่ามิเรียมคลุกคลีกับนักสร้างสรรค์ไทยกับสเปนมามาก เราเลยสงสัยว่าคนไทยกับคนสเปนต่างกันอย่างไรบ้าง

“คนไทยมีความคิดสร้างสรรค์มาก ไม่กลัวที่จะลองทำอะไรใหม่ ๆ แต่คนไทยขี้อาย ไม่ค่อยเชื่อมั่นในตัวเอง ส่วนคนสเปนเป็นแบบแผนมากกว่า ถ้าทำอะไรแปลก ๆ คนจะมองว่าบ้าหรือเปล่า และคนสเปนมีความมั่นใจกว่า เวลาพูดต่อหน้าคนจะแบบ เนี่ย ฉันเก่งที่สุด ซึ่งฉันว่าถ้าคนไทยภูมิใจกับความเก่งของตัวเองกว่านี้จะดีมาก” มิเรียมเล่า

“อีกอย่างคือคนไทยชอบช่วยเหลือกัน ซึ่งฉันว่ามันน่าทึ่งมาก ตอนฉันนั่งประชุมกับคนในย่านทรงวาด เวลาใครต้องการอะไร คนจะช่วยกันแล้วทุกอย่างจะเกิดขึ้นทันที”

แล้วคนไทย-คนสเปน มีอะไรเหมือนกันบ้าง 

“คนสเปนเก่ง แต่ขายตัวเองไม่เก่ง ซึ่งฉันว่าสิ่งนี้เหมือนกับคนไทยนะ”

Bangkok Literature Festival 2019 : MESA 312 ออกแบบแบรนดิงเทศกาล Idoia Zubia นักวาดภาพประกอบชาวสเปน-ฝรั่งเศส ร่วมวาดภาพประกอบ
Bangkok Literature Festival 2023 : MESA 312 ออกแบบแบรนดิงเทศกาล Jenifer Melgosa ศิลปินชาวสเปน ร่วมวาดภาพประกอบ

 เคล็ดลับมือดัน

มิเรียมก็คล้ายกับคนไทยส่วนใหญ่ตรงที่เธอเป็นคนขี้อาย แต่เธอกลับชอบผลักดันใครก็ตามให้ได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ เพราะความสุขของหญิงสาวชาวสเปนคนนี้ คือการได้เห็นคนรู้จักกันทำโปรเจกต์เจ๋ง ๆ ด้วยกัน

“ฉันไม่ชอบพูดต่อหน้าคนเยอะ ๆ ไม่ชอบเป็นจุดเด่น ฉันชอบอยู่เบื้องหลังแล้วบอกว่า เธอควรรู้จักคนนั้นคนนี้นะ แล้วได้เห็นโปรเจกต์เกิดขึ้น เพราะอย่างนี้ถึงฉันจะขี้อาย แต่ฉันก็ชอบจัดอีเวนต์ด้านวัฒนธรรม เพราะฉันจะได้เจอคนเก่ง ๆ คนน่าสนใจ ได้ทำงานร่วมกัน และเห็นพวกเขาเติบโต”

การเป็น ‘มือดัน’ ที่ดีควรเป็นอย่างไร เราถาม มิเรียมนิ่งคิดสักพัก แล้วตกผลึกคุณสมบัติมาได้ 3 อย่าง

หนึ่ง ต้องช่างสงสัย

“ฉันคิดว่าความช่างสงสัยสำคัญมาก มันจะดีหากตอนทำงานเราตั้งคำถามเพื่อช่วยให้คิดโปรเจกต์อย่างครอบคลุม เช่น ถ้าอยากทำโปรเจกต์นี้ จะทำอย่างไร ฉันจะหาพื้นที่ที่ไหนได้บ้าง”

เมื่อช่างสงสัยแล้ว ก็ต้องไม่กลัวที่จะบอกความคิดหรือไอเดีย

“เวลามีคนมาพูดคุยเกี่ยวกับโปรเจกต์ที่อยากทำ แล้วถามว่าคิดเห็นอย่างไร คุณไม่ควรกลัวที่จะบอกว่าน่าจะดีนะถ้าจะเพิ่มเติมอย่างนั้นอย่างนี้ เช่น ไปร่วมมือกับช่างภาพคนนี้ นักวาดภาพประกอบคนนี้ เพราะอาจจะทำให้งานดีขึ้น” 

ข้อสุดท้ายและสำคัญที่สุด อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือ

“การขอความช่วยเหลือจะช่วยให้งานสำเร็จ จากตอนแรกที่ฉันหาสถานที่จัดงานไม่ได้ หากไม่ใหญ่เกินไปก็แพงไป ฉันก็ขอความช่วยเหลือจนเจอที่ที่ใช่ในที่สุด หรือถ้าอยากรู้อะไรให้ถาม ฉันเป็นคนขี้อาย ต้องใช้เวลาฝึกฝนทักษะนี้นานเหมือนกัน แต่มันก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ”

เราพูดคุยกับมิเรียมสนุกสนานจนเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลายเรื่องเราไม่ได้คิดว่าจะถามตั้งแต่แรก แต่ก็ปล่อยให้บทสนทนาไหลไป คล้ายกับวิธีทำงานของมิเรียมที่ปล่อยให้งานก่อตัวไปตามความสนุก ถึงเธอจะไม่ได้มีภาพใหญ่แต่แรก แต่ความสนุกและผู้คนจะคอยชักจูงงานของเธอให้ประสบความสำเร็จในที่สุด 

ก่อนจะจากกัน เรามีคำถามข้อหนึ่งที่ติดค้างกับมิเรียม

เลข 312 หลังชื่อสตูดิโอมาจากอะไร

มิเรียมหัวเราะก่อนตอบว่า 

“มันเหมือนเป็นเรื่องตลกน่ะ 312 เป็นเลขห้องในโรงแรม The Siam Hotel วันหนึ่งฉันไปทานมื้อค่ำกับเพื่อนนักออกแบบที่มาเที่ยวกรุงเทพฯ ซึ่งเพื่อนอีกคนของฉันที่ทำงานในโรงแรมนั้นจัดงานมื้อค่ำให้

“เพื่อนที่ทำงานโรงแรมโชว์ห้องในโรงแรมให้ฉันดู ฉันกับเพื่อนตกหลุมรักห้องหมายเลข 312 มาก เราเลยคิดกันว่า วันหนึ่งเราจะทำโปรเจกต์ด้วยกัน เราจะหาเงินได้เยอะมาก แล้วเราจะมาอยู่ในห้องนี้สักเดือนหนึ่ง ฟังดูตลกนะ แต่นั่นคือแรงบันดาลใจในการทำงานเลยล่ะ”

Writer

ปรัชญพล เลิศวิชา

มนุษย์ตัวเล็กที่สนใจเรื่องสถาปัตยกรรม การออกแบบ ศิลปะ วัฒนธรรม และอื่น ๆ อีกมากมาย

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน