26 มกราคม 2026
890

‘ม้าหิน’ เฟอร์นิเจอร์ยอดฮิตของคนไทย เห็นได้ทั่วไปทั้งในบ้านและพื้นที่สาธารณะ จนไปเตะตาทีม Mobella แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไทยคุณภาพส่งออกที่ไปลงพื้นที่เก็บเกี่ยวเรื่องราวและวัตถุดิบมาทำเฟอร์นิเจอร์นำเสนอในงาน Pakk Taii Design Week 2024

 ผลงาน Ma-Hin จากฝืมือ Mobella สร้างภาษาการออกแบบใหม่ ๆ ให้กับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้ จากเดิมที่เคยตั้งทนแดดทนฝนอยู่หน้าบ้าน ให้สัมผัสที่แข็งและเย็นจากหิน เปลี่ยนมาเป็นม้าหินโครงไม้บุฟองน้ำนุ่ม ๆ เหมาะมากสำหรับจัดวางในบ้านเป็นเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน

แม้วัสดุห่อหุ้มจะเปลี่ยนไป แต่รูปทรงและกลิ่นอายของม้าหินแบบดั้งเดิมยังเก็บรักษาเอาไว้ครบถ้วน ทั้งรูปทรงโค้งมนตอบรับสรีระทุกเพศทุกวัย และตารางหมากฮอสที่อยู่บนโต๊ะ 

เมื่อม้าหินได้รางวัล DEmark Award 2025 เราจึงขอใช้โอกาสนี้แวะเข้าไปเยี่ยมชมโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ Mobella ที่เอกมัย เพื่อเริ่มบทสนทนาขุดเจาะค้นหาที่มาที่ไปในการแปลงวัฒนธรรมมาสู่เฟอร์นิเจอร์มากว่า 15 ปี

งานออกแบบสร้างบทสนทนา

ถ้าเปรียบ Mobella กับคน เขาคือแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่เติบโตมาด้วยรากฐานมั่นคง ต่อยอดมาจาก บริษัท พิมพ์เพ็ญ จำกัด โรงงานรับผลิตเฟอร์นิเจอร์หุ้มบุให้ลูกค้าจากญี่ปุ่นและยุโรป จึงมีเทคนิคระดับมาตรฐานส่งออกเป็นพื้นฐาน

แต่ในช่วงที่ธุรกิจรับผลิตสินค้าเริ่มซบเซาลง โรงงานพิมพ์เพ็ญตัดสินใจปรับตัวด้วยการสร้างแบรนด์เป็นของตนเอง ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ด้วยตนเอง แทนที่จะรับผลิตจากลูกค้าอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม มีเพียงแค่เทคนิคอาจไม่เพียงพอ เมื่อต้องไปประชันกับประเทศอื่น เพราะในช่วงเริ่มต้น การสร้างแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่แตกต่างและโดดเด่นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย 

“เราไปออก Furniture Fair งานแรกชื่อ One Hundred Design ที่อังกฤษ ก็เฟลกลับมาครับ เพราะว่าลูกค้าที่เดินเข้ามาบูทเรา เค้าถามเราว่า โซฟาของคุณต่างจากที่อื่นอย่างไร เราก็ตอบว่าโซฟาของเรามาจากโรงงานคนไทยนะ แต่เราก็ตอบได้ไม่เต็มปาก เพราะโซฟาเราหน้าตาเหลี่ยม ๆ โค้ง ๆ มน ๆ ทั่วไปมาก

“พอกลับมาเราก็เลยคิดว่า ถ้าทำแบรนด์โซฟาคนไทย จะไปสู้เทคโนโลยีเยอรมันที่มีเทคนิคฟิตติ้งล้ำ ๆ หรือสู้กับอุตสาหกรรมหนังจากอิตาลีที่ทำโซฟาเนี้ยบ ๆ ได้ยังไง ผมเป็นดีไซเนอร์ จึงมีมุมมองว่าทำไมไม่หยิบบางอย่างของคนไทยมาใช้ออกแบบล่ะ”

ต๊ะ-อนุพล อยู่ยืน Design Director ของ Mobella นึกย้อนถึงจุดเริ่มต้นที่เขาสร้าง Mobella ร่วมกับโรงงานพิมพ์เพ็ญหลังเรียนจบจากคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สาขาศิลปอุตสาหกรรม เอกเฟอร์นิเจอร์ 

“อิตาลี ฝรั่งเศส นำรากเหง้าและศิลปวัฒนธรรมมาใช้ในการออกแบบ เราว่าความเป็นไทยก็มีคาแรกเตอร์ มีงานฝีมือ มีวัสดุ ซึ่งถ้าทำมาใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ น่าจะมีเอกลักษณ์และไปแข่งกับเขาได้” ฮอร์น-กฤษดา หนูเล็ก Head Designer ที่เป็นนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์เช่นเดียวกันเสริม 

เรา 3 คนนั่งสนทนากันในโชว์รูมที่รายล้อมไปด้วยเฟอร์นิเจอร์หุ้มบุแปลกตามากมาย ทั้งโซฟา เตียง หมอน และอื่น ๆ 

ต๊ะเดินไปหยิบเก้าอี้สตูลตัวหนึ่งขึ้นมา เก้าอี้ตัวนี้มีดีไซน์สะดุดตา คล้ายกับว่าใช้เทคนิคการสานตะกร้อหรือปลาตะเพียนที่คุ้นเคย

“เราเริ่มจากทำโซฟาด้วยการดึงรูปทรงของสิ่งต่าง ๆ ในวัฒนธรรมไทยหรืองานคราฟต์ เช่น รูปทรงของสัตว์ ขนมไทย เรือหัวโทง หมอนขิด กระติ๊บ ลวดลายของผ้าขาวม้า แล้วนำมาสร้างด้วยวัสดุและกระบวนการแบบเฟอร์นิเจอร์ส่งออก” ต๊ะเล่าต่อ

ในช่วงแรกผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ของ Mobella เป็นผลงานของต๊ะ อย่าง TAKRAW ที่เกิดจากการนำเทคนิคการสานใบมะพร้าวใบตองมาหุ้มรอบเก้าอี้สตูล นอกจากมีรูปทรงน่ารัก ยังถอดออกมาซักหรือสานสลับลวดลายเองได้ด้วย 

ส่วนอีกชิ้นที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือ KOWMA ที่อิงมาจากผ้าขาวม้าแบบโดยตรง เกิดจากการที่ต๊ะไปลงพื้นที่ออกแบบพัฒนาสินค้า OTOP แล้วไปสะดุดตาผ้าขาวม้าที่เดิมเป็น 2 มิติ สีสันฉูดฉาด ต๊ะเปลี่ยนให้เป็น 3 มิติ มีลวดลายนูนขึ้นมาจากเฟอร์นิเจอร์ สลับสีขาว ดำ แดง อันเป็นสีแบรนด์ยุคแรก ๆ โดย KOWMA จะมีเส้นสานที่เล็กกว่า รวมถึงสีและลวดลายถี่กว่า TAKRAW 

“พอไปงาน Furniture Fair อีกครั้ง เรามีเรื่องราวที่จะคุยกับลูกค้า อย่างสตูลตัวนี้มาจากช้างนะ” ต๊ะพูดไปพร้อมชี้ให้เราดู CHANG สตูลช้างที่มุมโชว์รูม ผลงานคอลแล็บระหว่าง Mobella และ THINKK Studio 

เมื่อมองจากภายนอก สตูลตัวนี้มีทรงอ้วนตุ๊ต๊ะ เป็นรูปทรงช้างที่ถูกขัดเกลามาแล้ว ให้มีความน่ารัก กลมกลืน ไหลลื่นไปกับบรรยากาศหรือเฟอร์นิเจอร์ตัวอื่น ๆ ของบ้านได้โดยไม่ขัดหูขัดตา จะนั่งก็ได้ จะตั้งโชว์ก็ดี

ความสบายแบบไทย ๆ

จากรูปทรงของสตูลช้าง ต่อยอดไปสู่ BUFFO โซฟารูปทรงเขาควายด้วยฝีมือของฮอร์น

“มาจากความทรงจำตอนเด็ก ๆ ที่ผมชอบและเคยขี่ควาย เลยออกแบบให้พนักพิงมาจากรูปทรงของเขาควาย ส่วนที่นั่งก็ใช้เทคนิคการตัดเย็บที่ล้อไปกับเส้นที่อยู่บนหลังควาย สตูลตัวนี้ให้ความรู้สึกเหมือนตอนนั่งบนหลังควายเลย” ฮอร์นเล่าไปพร้อมกับลูบหลังโซฟาที่มีความโค้งมนไปด้วย 

หลังจากไล่ตระเวนหยิบมรดกวัฒนธรรมไทยมาใส่ในเฟอร์นิเจอร์ ไม่เพียงแต่อัตลักษณ์ที่สร้างความแปลกใหม่ให้แบรนด์ Mobella ยังค้นพบความสบายแบบไทย ๆ ที่ใช้ได้จริง เป็น DNA ในการออกแบบที่ลูกค้าชาวต่างชาติหาสัมผัสสบาย ๆ แบบนี้ไม่ได้จากที่ไหน ส่วนลูกค้าชาวไทยก็ได้หวนคิดถึงเรื่องในความทรงจำ 

“โซฟานั่งสบาย นุ่ม ๆ เหลี่ยม ๆ ผมเชื่อว่าทุกแบรนด์มีหมด ถ้าแข่งกันด้วยสิ่งนี้ จะไปสู้เรื่องราคาขาย แต่เราอยากให้ลูกค้าเลือกซื้อของเราเพราะดีไซน์หรือว่าแนวคิดบางอย่างที่เราใส่ลงไปในงานออกแบบ Mobella คือแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ของคนไทย ซึ่งออกแบบโดยอิงกับวัฒนธรรมและเสริมความสบายเข้าไปด้วย เฟอร์นิเจอร์ของเราจึงไม่เหมือนใคร

“เหมือนเราออกแบบเฟอร์นิเจอร์มาเพื่อให้ตอบโจทย์บ้านของคนไทย ในขณะเดียวกันเวลาไปออกงานเมืองนอก มันก็ยังโดดเด่นและนั่งสบาย 

“อย่างโซฟา BUFFO ของฮอร์น ตอนแรกเราทำเป็นสีดำเหมือนหนังควาย พอลูกค้าเริ่มซื้อไปแต่งบ้าน เขาขอเปลี่ยนเป็นแบบสีขาว-สีเทา จนดูไม่ออกแล้วว่ามันมาจากอะไร แต่ความตั้งใจที่จริง ๆ ของเราคืออยากให้เขารู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่บนหลังควาย” ต๊ะเสริม

ผลงานหลายชิ้นของ Mobella นอกจากนำเสนอวัฒนธรรมไทย ยังกลายมาเป็นแหล่งรวมจินตนาการอย่าง KHUD-KHAD ที่ Mobella ทำร่วมกับ Sarnsard ที่อ้างอิงรูปทรงมาจากมังคุดคัด แต่เมื่อนำไปออกงานต่างประเทศ คนยุโรปมองว่าเป็นฟักทอง ส่วนคนอเมริกันมองว่าเป็นกระบองเพชร

ม้าหินคู่บ้าน

นอกจากได้รางวัล DEmark Award และ GOOD DESIGN AWARD แล้ว Mobella ยังเป็นขาประจำของงาน Design Week ที่ทีมงานจะได้ออกไปสัมผัสเทคนิคและวัฒนธรรมท้องถิ่นทุกครั้งที่สร้างคอลเลกชันใหม่ ๆ มาจัดแสดงในงาน 

อย่างล่าสุดงาน Pakk Taii Design Week 2024 ที่ต๊ะและฮอร์นจัดนิทรรศการ ลอง-นั่ง-แล ร่วมกับ SarnSard ด้วยโจทย์ South Citizen ประชาชนคนใต้ ทั้งทีมจึงเก็บกระเป๋าออกเดินทางทั่ว 14 จังหวัดในภาคใต้ ลงพื้นที่รวบรวมวัฒนธรรม เครื่องเรือน วัสดุ และเทคนิคงานคราฟต์จากชุมชน แบรนด์ท้องถิ่น และกลุ่มอาชีพ 

มีทั้งใบเตยปาหนัน ยางพารา ผ้ามัดย้อม ผ้าบาติก ผ้าซาโอริ ปะลางิง กระจูด หางอวน หนังตะลุง เชือกกล้วย กะลามะพร้าว ลูกปัดมโนราห์ ไปจนถึงเปลือกไข่จากไข่เค็ม มาดัดแปลงเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่บางตัวเอาวัสดุมาหุ้มกับรูปทรงเฟอร์นิเจอร์ของ Mobella บางชิ้นออกแบบขึ้นใหม่ให้เข้ากับวิถีชีวิตคนใต้ในปัจจุบัน รวม ๆ แล้วมีผลงานจัดแสดงมากกว่า 10 ชิ้น โดยที่ใช้เวลาทำเพียงแค่ 2 เดือน

คอลเลกชันนี้มีพระเอกเป็น Ma-Hin ที่เริ่มต้นจากการเดินเตร็ดเตร่อยู่ในเมืองเก่าสงขลาที่อุดมไปด้วยบ้านคน วัด และมัสยิด แต่สิ่งที่ต๊ะและฮอร์นสังเกตเห็นร่วมกัน คือไม่ว่าจะเดินไปที่ไหน มักมีชุดม้าหินวางอยู่หน้าบ้าน เกิดเป็นไอเดียว่าอยากปรับเปลี่ยนบริบทของม้าหิน ด้วยการตั้งสมมติฐานว่า จะเป็นอย่างไร ถ้าม้าหินถูกหยิบยกเข้ามาใช้ในบ้าน

เดิมทีม้าหินเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีลักษณะแข็งและหนัก เคลื่อนย้ายลำบาก ต๊ะและฮอร์นจึงหยิบเพียงรูปทรงและลวดลายมาเป็นแรงบันดาลใจ

เมื่อรูปทรงยังคงอยู่ ต๊ะและฮอร์นจึงลงมือออกแบบเปลี่ยนม้าหินขึ้นใหม่ ด้วยการขึ้นโครงด้วยไม้ที่เบาแต่แข็งแรง บุด้วยฟองน้ำ และหุ้มด้วยผ้าบาติกที่เป็นวัสดุพิเศษจากชุมชนคีรีวง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งฮอร์นบอกเราว่า ตอนเด็ก ๆ เขาเดินชนโต๊ะม้าหินตามโรงเรียนอยู่บ่อย ๆ พอเปลี่ยนเป็นบุด้วยฟองน้ำ เดินชนแล้วไม่เจ็บเลย! 

ส่วนผ้าบาติกที่ใช้ห่อหุ้มม้าหินวาดลวดลายด้วยสีธรรมชาติ จากเปลือกผลไม้ เปลือกไม้ และแก่นไม้ บวกกับทัศนียภาพของหมู่บ้านคีรีวง ซึ่งมีแม่น้ำลำธารไหลผ่านและเต็มไปด้วยก้อนหินน้อยใหญ่มากมาย 

ม้าหินฉบับดั้งเดิมที่มีลวดลายจากหิน Terrazzo ปรับให้เป็นลายจากรูปทรงหินในหมู่บ้านคีรีวง กลายมาเป็นม้าหินที่นุ่มนั่งสบาย น่าเอาไปตั้งโชว์หรือเอนนอนในบ้าน เปลี่ยนภาพจำเดิม ๆ ของม้าหินโดยที่ยังรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมเอาไว้ 

“ผมตั้งใจคงรูปทรงของม้าหินอย่างเดิมเอาไว้ มุมโค้งรับที่ให้ความสบาย มันเป็นดีไซน์สุดไอคอนิก ไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ คนตัวเล็ก หรือคนตัวใหญ่ ก็ชื่นชอบ เป็น Universal Design ที่ทุกคนนั่งได้

“ผมว่ารูปทรงของม้าหินคิดมาให้รับกับสรีระดีแล้วนะ บางครั้งในการออกแบบสิ่งใหม่ ถ้าจุดไหนที่ของเดิมออกแบบมาดีแล้วเราก็ยังอยากคงไว้ และยกระดับให้มันอยู่ในเวอร์ชันที่เหมาะสมกับยุคสมัย” ฮอร์นตอบเมื่อเราถามเขาว่าทำไมถึงเลือกเก็บม้าหินทรงเดิมเอาไว้ 

ในตอนที่จัดแสดง โซฟาม้าหินโดนใจคนใต้แบบเต็ม ๆ จนมีคนซื้อกลับบ้านไปตั้งแต่วันงาน พร้อมกับมีออร์เดอร์สั่งทำเข้ามามากมาย จนต้องขยายคอลเลกชันให้มีทั้งโต๊ะม้าหินที่มีกิมมิกเป็นกระดานหมากฮอสจากหนังที่ม้วนเก็บได้และสตูลตัวเล็กที่วางไว้เคียงข้างกัน 

อย่างไรก็ตาม เดิมทีม้าหินต้นฉบับจะทำความสะอาดง่าย พอเปลี่ยนวัสดุมาเป็นผ้าบาติก ต๊ะและฮอร์นก็แก้ปัญหาด้วยการเคลือบผ้าบาติกหลังจากลงสีแล้ว พอเอามาขายจริง ๆ ยังมีการเพิ่มตัวเลือกด้วยการเปลี่ยนท็อปโต๊ะเป็นวัสดุอะคริลิกหรือกระจก

“เวลาไปวัด ผมเคยเห็นม้าหินที่สลักชื่อคนบริจาคเอาไว้ หรือไม่ก็สลักว่าบริจาคให้เนื่องในงานกฐินหรืองานสำคัญต่าง ๆ Mobella เลยมีม้าหินเวอร์ชันเป็นภาพพิมพ์ลายด้วยครับ สกรีนชื่อได้ ลูกค้าสั่งเป็นของขวัญวันขึ้นบ้านใหม่ให้เพื่อนและสกรีนชื่อเพื่อนลงไปด้วย สิ่งนี้เลยเพิ่มลูกเล่นให้กับผู้ใช้งานได้ด้วย”

ฮอร์นอธิบายถึงกิมมิกตัวอักษรที่สกรีนอยู่บนม้าหินนุ่มนิ่มของ Mobella และเล่าเสริมให้ฟังว่า ม้าหินชุดนี้ปรับเปลี่ยนวัสดุได้ตามใจชอบ สีให้เลือกมากมาย อยากได้สีไหนสั่งทำได้หมด ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่มีทั้งห้างสรรพสินค้า คาเฟ่ ร้านอาหาร โรงแรม ไปจนถึงบริษัท เรียกว่าโดนใจคนใต้ไม่พอ โดนใจคนภูมิภาคอื่นด้วย จนได้รางวัล DEmark Award 2025 มาครอง

เป็นหนุ่มอีกครั้ง

“ผมทำ Mobella มาตั้งแต่อายุ 20 กว่า ๆ ปีนี้แบรนด์อายุครบ 15 ปีแล้ว ผมว่าคนที่ชื่นชอบผลงานของเราก็โตขึ้นเรื่อย ๆ แต่พวกเขายังสนุกกับการเลือกเฟอร์นิเจอร์ สนุกกับการแต่งบ้าน พอเราโตขึ้น เริ่มมีครอบครัว Mobella เองก็โตขึ้นเหมือนกัน ทำโซฟาที่ใหญ่ขึ้น รองรับสมาชิกในบ้านได้มากขึ้น กลายเป็นความร่วมสมัยที่ยังคงมีความสง่างาม และเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่นำเสนองานฝีมือจริง ๆ” ต๊ะตอบ

ล่าสุด Mobella ร่วมมือกับ ติ้ว-วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ ศิลปินเซรามิก ทายาทรุ่นสามของโรงงานผลิตเครื่องปั้นดินเผาในจังหวัดราชบุรี จัดนิทรรศการ WanderDOG: A Journey of iJUD ห่อหุ้มเสาในร้าน BEANS Coffee Roaster ด้วยผ้าลายคราม กลายเป็นเสาผ้านุ่มนิ่มน่ากอด 

ต๊ะจึงเกิดไอเดียใหม่ ขยับขยายจากการหุ้มเฟอร์นิเจอร์ไปสู่สิ่งอื่น ๆ รอบตัวอย่างเสาหรือผนัง และตัดสินใจแตกแบรนด์ใหม่ที่ชื่อว่า ‘HOOM’ หรือ หุ้ม ซึ่งจะแตกต่างจาก Mobella อย่างสิ้นเชิง

“คอนเซปต์หลักของ HOOM คือจะออกแบบให้หุ้มอะไรก็ได้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เฟอร์นิเจอร์ พอหุ้มเสร็จแล้ว ผลลัพธ์ก็คือความนุ่ม จึงออกแบบโลโก้ให้มีความคล้ายกันระหว่าง หอ หีบ กับ นอ หนู ให้อ่านได้ 2 แบบ หรือบางคนก็อ่านว่าหนุ่มก็มี

“เราอยากให้ HOOM เป็นแบรนด์ที่สนุกเต็มไปด้วยสีสัน ให้คุณได้สนุกสนานกับการแต่งบ้าน ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาสิ่งที่สำคัญของ Mobella คือเราออกแบบให้คนไทย และมีกระบวนการคิดมาจากวิถีชีวิตเด็กรุ่นใหม่ รวมถึงปรับให้ราคาจับต้องได้ด้วยครับ” 

ต๊ะเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ราวกับว่าแม้เขาจะขึ้นสู่อายุเลข 4 แต่ก็ยังสนุกสนานกับการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ๆ เช่นเดียวกับครั้งแรกที่เขาเริ่มหลงใหลในเฟอร์นิเจอร์ตั้งแต่สมัยเรียน

Facebook : Mobella Galleria

Writer

สาริณ ส่งเกรียงไกร

นักเขียนที่อยากเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดเวลา เผื่อพื้นที่ให้สะสมความรู้ผ่านบทความบ้าน เมือง งานออกแบบ และศิลปะ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล