4 ธันวาคม 2025
1 K

The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ผ้ายกทอง คือหนึ่งในงานศิลป์อันทรงคุณค่าของไทยที่เกือบสูญหายไปจากประเทศไทยแล้วครั้งหนึ่ง แต่ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล และพระวิสัยทัศน์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีพระหทัยตั้งมั่นที่จะฟื้นฟูและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยให้อยู่เคียงคู่ไปกับสังคมไทย หนึ่งในขุนพลสำคัญผู้รับพระราชเสาวนีย์ ฟื้นฟูกระบวนการการทอผ้ายกทองราชสำนักให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง คือ อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ผู้ศึกษาฟื้นฟู ต่อยอด ตลอดจนเผยแพร่องค์ความรู้เรื่องการทอผ้ายกโบราณผ่านศูนย์การเรียนรู้กลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมา ที่ชุมชนบ้านท่าสว่าง จังหวัดสุรินทร์

ฟื้นฟูภูมิปัญญาการทอผ้า

อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย เกิดที่หมู่บ้านท่าสว่าง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ตั้งแต่วัยเยาว์ อาจารย์ได้ซึมซับกระบวนการการทอผ้าผ่านวิถีชีวิตแบบไม่รู้ตัว มองไปบ้านไหนก็จะเห็นชาวบ้านปลูกฝ้ายบ้าง ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้าง และทอผ้าใช้กันเองภายในครัวเรือนแทบทุกหลัง เวลาเล่นก็มักจะไปวิ่งเล่นกันใต้ถุนบ้าน เห็นการสาวไหม ปั่นไหม กลิ้งไปกลิ้งมาใต้กี่ทอผ้ากันเป็นประจำ

เมื่อโตขึ้น อาจารย์ได้ไปศึกษาต่อที่แผนกจิตรกรรมไทย คณะศิลปประจำชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน) วิทยาเขตเพาะช่าง ที่นี่เองอาจารย์ได้เรียนรู้พร้อมฝึกทักษะการเขียนภาพจิตรกรรมไทย ตลอดจนหัดออกแบบผูกลายไทย

ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความสนใจเฉพาะทางเรื่องลายผ้าราชสำนักสยามโบราณ อาจารย์วีรธรรมจึงได้ไปศึกษา วาดภาพที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตามคำแนะนำของอาจารย์ จึงได้ซึมซับองค์ความรู้เหล่านี้มาอีกส่วนหนึ่ง

หลังจากสำเร็จการศึกษา อาจารย์สุดสาคร ชายเสม คุณครูของอาจารย์วีรธรรมแนะนำให้มาช่วยงาน
อาจารย์สมิทธิ ศิริภัทร ถวายงานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยงานแรกที่อาจารย์วีรธรรมได้รับมอบหมายคือการออกแบบ สร้างสรรค์เสื้อผ้าและเครื่องประดับสำหรับการแสดงพระราชทาน เมื่อคราสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จแปรพระราชฐานไปยังที่ต่าง ๆ การแสดงครั้งสำคัญคือการแสดงแสง สี เสียง ที่วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อรับเสด็จ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และพระราชสวามี เมื่อ พ.ศ. 2539

การแสดงเหล่านี้เองจึงเป็นจุดเริ่มต้นให้อาจารย์วีรธรรมได้กลับมาฟื้นฟูภูมิปัญญาการทอผ้าที่ชุมชนบ้านเกิด

เนื่องจากหนึ่งในผ้าที่ใช้ประกอบการแสดงคือผ้าสมปักปูม เป็นผ้ามัดหมี่ชนิดหนึ่งที่สงวนไว้สำหรับขุนนาง มีต้นกำเนิดมาจากจังหวัดสุรินทร์บ้านเกิดของอาจารย์ ด้วยเหตุนี้ใน พ.ศ. 2540 อาจารย์วีรธรรมพร้อมกับลูกศิษย์ ได้ชักชวนเยาวชนในพื้นที่มาร่วมกันเรียนรู้กระบวนการทอผ้า ตั้งแต่การย้อมสี มัดลาย จนถึงการทอผ้า โดยเริ่มจากการทอผ้าพื้น พัฒนาความซับซ้อนของลวดลายขึ้นไปเรื่อย ๆ จนช่างทอผ้าเชี่ยวชาญ กอปรกับฝีมือการออกแบบของอาจารย์วีรธรรม ทำให้ได้ผลงานขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เป็นที่พอพระราชหฤทัยในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างพระภูษายกและผ้าคลุมพระอังสายกทองบุในด้วยผ้าชาตุที่พระองค์ท่านทรงเมื่อครั้งเสด็จเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการใน พ.ศ. 2543

แม้จะได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี แต่กระบวนการฟื้นฟูยังไม่จบ อาจารย์สมิทธิ ศิริภัทร และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี ส่งโจทย์ต่อไปให้ปรับปรุงเนื้อผ้าไหมให้มีความบางละเอียดอ่อนนุ่ม อย่างเช่นผ้าไหมราชสำนักในอดีต อาจารย์จึงกลับไปเรียนรู้จากแม่และคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้าน จนได้ผ้าทอ ‘ไหมน้อย’ เนื้อละเอียด แน่น แต่บาง เป็นที่พอพระราชหฤทัย และได้รับพระราชเสาวนีย์ให้ดำเนินเรื่องการฟื้นฟู ‘ผ้ายกทอง’

ต่อยอดผ้ายกทองราชสำนัก

หากพูดถึง ‘ผ้ายกทอง’ หรือผ้ายกทองในราชสำนัก แต่เดิมนั้นทอกันบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ตอนนั้นหาผู้ทอไม่ได้แล้ว การฟื้นฟูผ้ายกทองจึงเป็นโจทย์เร่งด่วน อาจารย์วีรธรรมรวบรวมเครือข่ายจัดตั้งกลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมาแห่งชุมชนท่าสว่าง จังหวัดสุรินทร์ จากทุนพระราชทาน ซึ่งนำไปจัดซื้ออุปกรณ์และเป็นทุนสำรองหมุนเวียน

การฟื้นฟูผ้ายกทองในแบบฉบับของอาจารย์นั้นน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะนำภูมิปัญญาพื้นบ้านจากตำบลท่าสว่างมาต่อยอดด้วยองค์ความรู้ที่ได้สั่งสมมา เริ่มตั้งแต่กระบวนการย้อมสี อาจารย์ผลักดันให้ชาวบ้านกลับไปใช้สีย้อมจากพืชสมุนไพรใกล้ตัวแทนสีย้อมจากเคมี เช่น ใช้ครั่งสำหรับย้อมผ้าสีแดง ใช้ใบตะขบสำหรับผ้าสีเขียว ใช้ครามสำหรับผ้าสีน้ำเงิน ฯลฯ การออกแบบลวดลาย ตลอดจนสร้างกี่ทอผ้าแนวตั้งที่ใครได้มาเห็นก็ต้องตื่นตาตื่นใจ ทำให้ผ้ายกทองในราชสำนักแห่งกลุ่มทอผ้าจันทร์โสมามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

เมื่อกลับมาเพื่อฟื้นฟูผ้ายกทอง อาจารย์วีรธรรมนำความรู้ที่ซึมซับในวัยเด็กมาต่อยอดด้วยองค์ความรู้ที่ได้ศึกษาจากตำราและผู้เชี่ยวชาญมาอย่างต่อเนื่อง เช่นการออกแบบลายผ้ายกบนกระดาษกราฟ จากแรงบันดาลใจที่เคยเห็นผู้ใหญ่ตีเส้นตารางในสมุดนักเรียนแล้วมาทำสัญลักษณ์กำหนดจุดมัดย้อมของลายผ้ามัดหมี่เมื่อครั้งยังเด็ก ส่วนกี่ทอขนาดสูง 2 – 3 ชั้นที่เราเห็นในปัจจุบัน เกิดจากการพัฒนากี่ทอผ้าขิดที่ใช้ตะกอแนวตั้ง เพิ่มจำนวนตะกอ เพื่อรองรับความซับซ้อนของลวดลายผ้ายกบริเวณต่าง ๆ ทั้งสังเวียน กรวยเชิง แม่ลาย ลูกขาบ ท้องผ้า นอกจากนี้อาจารย์ยังปรับจากการใช้ตะกอเดียวครั้งเดียวแล้วทิ้ง หาวิธีเก็บไว้ใช้ซ้ำครั้งถัดไป เพื่อประหยัดเวลาเมื่อทอลายซ้ำ

ความสำเร็จของการฟื้นฟูองค์ความรู้เรื่องผ้ายกทองของกลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมาไม่ได้จำกัดอยู่ในพื้นที่ตำบลท่าสว่างเท่านั้น ในระยะแรกเมื่อการฟื้นฟูสำเร็จ อาจารย์วีรธรรม ช่างทอผ้าบ้านท่าสว่าง ร่วมกับศูนย์ศิลปาชีพ สวนจิตรลดา และพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ร่วมกันเดินทางลงไปถ่ายทอดองค์ความรู้ ฝึกฝนชาวบ้านที่แหล่งทอผ้ายกในอดีต ซึ่งต่อมาได้ต่อยอดมาเป็นศูนย์ศิลปาชีพบ้านเนินธัมมัง และศูนย์ศิลปาชีพบ้านเกาะ ในปัจจุบัน

หลังจากผลงานของกลุ่มทอผ้าจันทร์โสมาเป็นที่ประจักษ์ในระดับประเทศและระดับสากล โดยเฉพาะหลังจากการทำของขวัญถวายพระราชอาคันตุกะที่เสด็จมาร่วมฉลองพิธีฉลองบรมราชาภิเษกครบ 60 ปีของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รวมถึงการทำเสื้อและผ้าคลุมไหล่ให้แก่ผู้นำและผู้ติดตามที่เข้าร่วมการประชุมเอเปค 21 ประเทศ ทำให้ชื่อของกลุ่มทอผ้าจันทร์โสมาเป็นที่รู้จักในวงกว้าง มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชม เกิดการซื้อขายผ้าไหมกันอย่างคึกคักทั้งผ้าไหมจากชุมชนท่าสว่างและชุมชนใกล้เคียง จึงนับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของกลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมา นั่นคือการได้ยกระดับคุณภาพชีวิตของช่างทอผ้าให้มีรายได้เสริม พัฒนาชุมชนโดยรอบ กลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมาเองก็ได้ขยายตัวเป็นศูนย์การเรียนรู้กลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมา แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งใหม่ของจังหวัดสุรินทร์

จากกลุ่มทอผ้า สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งจังหวัดสุรินทร์

ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมา ที่ตำบลท่าสว่างแห่งนี้ เปิดให้ผู้ที่สนใจในงานหัตถศิลป์ของไทยแวะเวียนกันมาชมได้ทุกวัน หากมาเป็นหมู่คณะ ทำหนังสือมาขอเข้าเยี่ยมชมได้ โดยทางศูนย์จะมีวิทยากรนำชมให้ แต่ถ้าใครมากันเองก็ไม่ต้องเสียดาย เพราะเหล่าช่างทอผ้าพร้อมให้ข้อมูลอย่างเป็นกันเอง

นอกจากกิจกรรมเยี่ยมชมทั่วไปแล้ว ทางศูนย์การเรียนรู้กลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมายังมีกิจกรรมอบรมย้อมผ้าสีธรรมชาติ ปีละ 3 – 4 ครั้ง ให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาเรียนรู้ อีกทั้งทางศูนย์ยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาผู้สนใจเข้ามาเรียนรู้ ซึมซับกระบวนการทอผ้าในระยะสั้น โดยมีแม่ครูแม่ย่าคอยสอนและแนะนำอย่างใกล้ชิด 

สุดท้ายอาจารย์ได้กล่าวชื่นชมว่า เด็กสมัยนี้มีความสามารถ อย่างบางคนที่ได้เข้ามาศึกษา ได้แรงบันดาลใจจากสีย้อมธรรมชาติ ก็นำความรู้ออกไปต่อยอดสร้างมูลค่าให้กับผลงานในแขนงอื่น ซึ่งสอดคล้องกับพระวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเน้นเรื่องการนำภูมิปัญญาดั้งเดิมมาผนวกเข้ากับวิถีชีวิตของคนในปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสานต่อพระราชกรณียกิจนี้กับโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีเช่นกัน

คนทั่วไปอาจจะมองว่าการนำผ้าไทยไปใช้ในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องยากหรือเอื้อมไม่ถึง อาจารย์เปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า ชุดของเหล่าดีไซเนอร์ที่ออกแบบเพื่อเดินแบบ เน้นความงาม มูลค่าสูง ยุ่งยากแก่การสวมใส ส่วนสินค้าที่วางในร้านจะเป็นอีกแบบหนึ่งที่สวยและนำไปใช้ง่าย ผ้าไทยก็เช่นกัน เรานำแบบอย่างของทั้ง 2 พระองค์ในการใช้ผ้าไทยมาต่อยอดให้เข้ากับวิถีชีวิตในปัจจุบันได้ในรูปแบบของตัวเอง

อย่างการเปิดให้เช่าชุดไทย อาจารย์นำผ้ายกทองของกลุ่มจันทร์โสมาที่มีลวดลายละเอียดซับซ้อน มีมูลค่าสูง ไม่เหมาะแก่การตัดเย็บ มาให้คนไทยได้สวมใส่ในราคาที่เอื้อมถึง ข้อดีของการนุ่งสดคือปรับขนาดให้เข้ากับรูปร่างผู้สวมใส่ได้โดยไม่ต้องตัดเย็บ ปัจจุบันมีผู้คนติดต่อมาขอเช่าชุดไทยสำหรับโอกาสต่าง ๆ เช่น เทศกาลลอยกระทง สงกรานต์ แต่ที่นิยมกันมากที่สุดคืองานแต่งงานในพิธีไทย การเช่าชุดไทยนี้จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้คนไทยรุ่นใหม่ได้เข้าถึงชุดไทยแบบโบราณในชีวิตจริง 


ข้อมูลศูนย์การเรียนรู้กลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมา

จุดห้ามพลาด

• ชมกี่ทอผ้าขนาดใหญ่ในโรงทอผ้าครึ่งปูนครึ่งไม้ ตระการตากับสายตะกอระโยงระยางจากด้านบนสุดเพดาน ลงไปใต้ถุน 

• เลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพของกลุ่มทอผ้าจันทร์โสมา และชาวบ้านในพื้นที่ท่าสว่าง อย่างผ้าไหมพื้น ผ้าไหมมัดหมี่ และสิ่งทออื่น ๆ

Writer

อาจรีย์ จุลาสัย

แพร อายุ 25 ปี ชื่นชอบวัฒนธรรมไทยและการเดินเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ความชอบตรงนี้เลยเป็นแรงบันดาลใจให้แพรไปเรียนปริญญาโทด้านการจัดการวัฒนธรรมที่ฝรั่งเศส ประเทศที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของโลก เพื่อนำความรู้กลับประยุกต์ใช้กับวัฒนธรรมไทย :)

Photographer

ณฐวัฒน์ ตีรวัฒนประภา

อดีตนักวิชาการสาธารณสุข รักการศึกษาปรัชญา จิตวิทยา การถ่ายรูปเทคนิคใหม่ ๆ ปัจจุบันมีสตูดิโอถ่ายภาพและคาเฟ่โกโก้ในจังหวัดสุรินทร์