เวลานึกถึง คีริน ตันติเวทย์
ความคิดถัดมา ผมมักนึกถึงประโยค
Once an Olympian, always an Olympian
เมื่อคุณได้เป็นนักกีฬาโอลิมปิก คุณจะเป็นตลอดไป
คีริน คือนักกรีฑาไทยในรอบหลายสิบปีที่ได้สิทธิ์ลงแข่งกีฬาโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 ระยะ 10,000 เมตร ผ่านรอบคัดเลือก (Qualify) สุดหิน
ต้องวิ่งหมื่นเมตรในกรอบเวลา 27.28 นาที
คีรินทำได้ที่ 27:17.14 นาที
ปีนั้นมีนักวิ่งชั้นนำได้ยืนบล็อกสตาร์ตรายการนี้ 25 คน มีเพียง 3 คนที่มาจากชาติเอเชีย ญี่ปุ่น 2 คน และ 1 คนจากไทย
ในค่ำคืนวันที่ 30 กรกฎาคม ปี 2020 ณ สนาม Japan National Stadium เขตชินจูกุ คืนนั้นชาวไทยจำนวนมหาศาลส่งใจเชียร์
ผมจำได้ว่า เมื่อกล้องถ่ายทอดสดตัดภาพไปที่คีรินซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมตัว เขาสวมเสื้อกล้ามสีแดงติดธงชาติไทยใต้อกซ้าย พวกเรารู้สึกตื่นเต้นตื้นตันกับเหตุการณ์นี้ นั่นเป็นช่วงเวลาสำคัญยิ่งของวงการการวิ่งไทย
กองเชียร์ไทยจดจ่อชมการวิ่ง 25 รอบในลู่ 400 เมตร คีรินเข้าเส้นชัย 29:01.92 นาที เป็นนักวิ่งลำดับที่ 23 ของรายการ
นั่นเป็นช่วงเวลาตราตรึงในชีวิตของนักกีฬาวัย 24 ที่ลงแข่งโอลิมปิกเป็นครั้งแรก
ปีนี้มหกรรมกีฬาโอลิมปิกเตรียมเกิดขึ้นที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงต้นสิงหาคม
ปณิธานยอดนักกรีฑาหลายพันชีวิตทั่วโลก คือร่วมงาน Paris 2024 คีริน ตันติเวทย์ ยังอยู่บนความเพียรพยายามนั้น
ด้วยการฝึกซ้อมเข้มข้น ตระเวนแข่งกรีฑา 5,000 เมตร และ 1,500 เมตร มาตั้งแต่ต้นปี เพื่อทำสถิติใหม่และขยับอันดับคะแนนตามเกณฑ์สถิติของสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ ว่ากันว่าครั้งนี้รอบคัดเลือกยากกว่าโตเกียวโอลิมปิก
กว่าจะเป็นคีรินในวันนี้ต้องผ่านอะไรมามาก เราได้คุยกับเขาแบบ Exclusive ช่วงที่เจ้าตัวกำลังฝึกซ้อมที่สหรัฐอเมริกา เพื่อเส้นชัยที่เรียกว่าปารีสโอลิมปิก

วิ่งตามพี่ชาย
คีรินเกิดเดือนกุมภาพันธ์ปี 1997 ในครอบครัวที่คุณพ่อ ดร.วรเวช ตันติเวทย์ เป็นนักเศรษฐศาสตร์ทำงานธนาคารโลก คุณแม่เป็นชาวอเมริกันทำงานในองค์กรระหว่างประเทศ เด็กชายคีรินอยู่เมืองไทยช่วงสั้น ๆ เรียนที่โรงเรียนไอเอสบี (International School Bangkok) ช่วงปี 2002 – 2005 จากนั้นเรียนต่อระดับไฮสคูลที่โรงเรียน Charterhouse School of Wilmington เมืองเดลาแวร์ สหรัฐอเมริกา
ภาพถ่ายหลายใบในช่วงวัยรุ่น บันทึกความสนุกของคีริน มีฉากหลังเป็นสนามวิ่งครอสคันทรี่ วัยนั้นเขาได้เป็นนักกีฬาตัวแทนของโรงเรียนลงแข่งวิ่งในสุดสัปดาห์
“จุดเริ่มต้นผมเหมือนกับเด็กคนอื่น ๆ ที่อยากวิ่งตามพี่ชาย พี่ชายผมเริ่มต้นวิ่งก่อน จากนั้นผมก็ไปสมัครเข้าชมรมกรีฑาของโรงเรียน”
คีรินเล่าถึงพี่ชาย ชานันต์ ตันติเวทย์ สองพี่น้องเติบโตมาด้วยกัน ครอบครัวส่งเสริมให้สนุกสนานกับกีฬา คุณพ่อวรเวชที่ไปดูลูกชายคนเล็กแข่งวิ่งในวันวาน ถึงวันนี้ก็คือคนที่คอยสนับสนุนอยู่ไม่ห่าง
ในสังคมนักกีฬาระดับไฮสคูลอเมริกัน หากพบว่าเยาวชนที่รักในกีฬาชนิดใด เมื่อพวกเขาจริงจัง บวกกับมีผลงานฉายแสง เยาวชนคนนั้นจะเข้าสู่ระบบการพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ได้ซ้อมกับโค้ชผู้เชี่ยวชาญ ประเทศที่พัฒนานักกรีฑาได้ตั้งแต่ระดับเยาวชน เท่าที่ผมทราบมีสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นเป็นหัวหอกสำคัญ
ในสหรัฐฯ มีรายการแข่งขันกรีฑาแบบ Track & Field และ Cross Country มากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก คีรินเริ่มต้นเข้าชมรมกรีฑาตั้งแต่เรียนไฮสคูล

ชมรมกีฬาฮาร์วาร์ด
คุณเคยฝันถึงการเป็นนักกีฬาโอลิมปิกมาก่อนไหม
ผมถามคำถามนี้กับนักวิ่งดีกรี 2 เหรียญทองซีเกมส์ คีรินยิ้มแล้วตอบว่า
“ผมไม่เคยคิดถึงการเป็นนักกีฬาโอลิมปิกมาก่อนเลย จนกระทั่งโอกาสนั้นเกิดขึ้นกับผม”
จากเมืองเดลาแวร์ คีรินเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในบอสตัน เขาเลือกคณะเศรษฐศาสตร์ ซึ่งคุณพ่อวรเวชก็เคยเรียนที่คณะนี้
ชีวิตแคมปัสใกล้แม่น้ำชาร์ลส์สงบสุข นอกจากเรื่องเรียนที่เข้มข้นด้วยดีกรีสถาบัน Ivy League ความโดดเด่นด้านกีฬาของฮาร์วาร์ดยังสง่างามไม่แพ้ที่ไหน

ผมเคยทราบมาว่าชมรมกีฬามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดริเริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1874 จะครบรอบ 150 ปีในปีนี้
ชมรมกีฬาแห่งฮาร์วาร์ดทำทีมนักกีฬาทั้งชายและหญิงอย่างจริงจังมากกว่า 20 ชนิดกีฬา ช่วงเวลา 4 ปีที่นั่น คีรินสานต่อความสำเร็จให้กับกรีฑา Track & Field ของทีมมหาวิทยาลัย
เขาสวมเสื้อสีแดงเข้มสีสัญลักษณ์ของฮาร์วาร์ดลงแข่งกับนักวิ่งจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ
มีสถิติหนึ่งที่ชี้วัดว่าเขาเป็นนักกรีฑายอดเยี่ยม พัฒนาต่อเนื่อง นั่นคือในระดับไฮสคูล คีรินมีสถิติ PR (Personal Record) 1 ไมล์ 4:11.58 นาที หลังจากทุ่มเทลงแข่งให้ฮาร์วาร์ด คีรินวิ่ง 1 ไมล์ ได้สถิติ 3:57.36 นาที
คีรินทำสถิติที่เรียกว่า ‘Four-minute Mile’ หรือการวิ่ง 1 ไมล์ (1.609 กิโลเมตร) ให้ต่ำกว่า 4 นาที ตัวเลขนี้เคยเป็นเรื่องยากมากในวงการกรีฑา เป็นจุดตัดที่ชี้วัดถึงความเร็วและความสามารถของนักวิ่ง คีรินทำได้ตั้งแต่เป็นนักวิ่งสมัครเล่น
อัตราความเร็วที่คีรินวิ่งได้ใน 1 ไมล์ เทียบเท่ากับความเร็วของวัตถุที่เคลื่อนที่ 6.78 เมตรต่อวินาที!
เขาลงแข่งกรีฑาต่อเนื่องทุกปี ชนะรายการ 3,000 เมตรระดับชิงแชมป์มหาวิทยาลัย งานนั้นคีรินวิ่งด้วยรองเท้าข้างเดียว เพราะออกสตาร์ตแล้วรองเท้าข้างขวาหลุด หยุดใส่ไม่ได้ เท้าข้างนั้นเสียดสีกับพื้นสนามตลอดเวลาจนเป็นแผลลึกที่ผิวเท้า แต่ในขณะเดียวกันก็ขึ้นเป็นผู้นำของกลุ่มแล้ว
คีรินทนความเจ็บปวดได้รอบแล้วรอบเล่า จนทะยานผ่านเส้นชัยเป็นคนแรก
เหตุการณ์นี้กลายเป็นพาดหัวข่าว Harvard runner wins 3000m — without his shoe ปรากฏบนสื่อกีฬาหลายหัวมาก สะท้อนความใจสู้ของคีรินที่ฉายแววมานาน
ระหว่างเรียนมหาวิทยาลัยในปี 2019 คีรินเป็นตัวแทนทีมชาติไทยลงแข่งรายการซีเกมส์ฟิลิปปินส์ เขาคว้า 2 เหรียญทองจาก 5,000 เมตร และ 10,000 เมตร
เหตุการณ์ที่จุดประกายให้เป็นนักกรีฑาโอลิมปิก รอเขาอยู่หลังสอบปลายภาคจบปี 4

สมาชิก Bowerman Track Club
คีรินจบการศึกษาในช่วงที่โลกผจญสถานการณ์โควิด-19 เจอกับสถานการณ์ล็อกดาวน์ทั่วสหรัฐฯ
แต่ด้านหนึ่ง เหล่านักกีฬาชั้นนำของประเทศกำลังเตรียมตัวเพื่อเข้ารอบคัดเลือกแข่ง Tokyo 2020
ผมในฐานะแฟนของทีม Bowerman Track Club ทีมวิ่งที่อยู่ภายใต้สังกัดแบรนด์กีฬายักษ์ใหญ่แห่งโอเรกอน วันหนึ่งก็เห็นภาพคีรินบน Instagram Story ของทีม นักวิ่งไทย-อเมริกันคนนี้ร่วมซ้อมเคียงบ่าเคียงไหล่กับ Grant Fisher นักวิ่งแทร็กคลื่นลูกใหม่ของสหรัฐฯ ที่เป็นความหวังตัวแทนทีมชาติไปแข่งโอลิมปิกระยะ 10,000 เมตร
ผมตื่นเต้นกับเรื่องนี้มาก Bowerman ไม่ใช่ทีมที่ใครเข้ามาง่าย ๆ คีรินเป็นนักวิ่งชายเอเชียคนแรกของทีม ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2021 ซึ่งเป็นเดือนเกิดของคีรินด้วย อินสตาแกรมของ Bowerman Track ประกาศต้อนรับเขาเป็นสมาชิกใหม่อย่างอบอุ่น นอกจากนี้ยังชวนแฟน ๆ ของทีมอวยพรวันเกิดให้นักวิ่งหนุ่มที่อายุน้อยที่สุดในทีม
เป้าประสงค์ของ Bowerman Track Club มาจากความตั้งใจอย่างแรงกล้าของ โค้ชบิลล์ โบเออร์แมน หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งไนกี้ว่าหวังให้ทีมนี้เปลี่ยนนักกีฬาที่มีความสามารถยกระดับไปสู่การเป็นนักกีฬาโอลิมปิก
คีรินได้ซ้อมร่วมกับเพื่อนร่วมทีมที่มีความคิดความฝันอยากเป็น Olympian Athlete เหมือนกัน สิ่งแวดล้อมเช่นนี้เองหล่อหลอมให้เขายิ่งเร็ว ยิ่งแข็งแกร่ง
ทีม Bowerman Track Club ชุดนี้ทำสำเร็จด้วยการฝึกซ้อมร่วมกันแรมปี จนมีนักวิ่งในทีมมากถึง 4 คน ได้ไปแข่ง 10,000 เมตรรายการ Tokyo 2020 ได้แก่ Mark Scott ตัวแทนทีมสหราชอาณาจักร Grant Fisher ตัวแทนทีมชาติอเมริกัน Mohammed Ahmed ตัวแทนทีมชาติแคนาดา และคีริน ตัวแทนทีมชาติไทย
การฝึกซ้อมหนักหน่วง สะสมระยะทางวิ่งต่อสัปดาห์มากถึง 160 – 170 กิโลเมตร ผ่านการฝึกที่หลากหลาย แต่นั่นก็ยังไม่การันตีว่าเราจะได้ในสิ่งที่หวัง
ผมถามคีรินว่า ถ้าการฝึกอย่างหนักแล้วผลไม่ออกมาอย่างที่คิด เขารับมือกับเรื่องนี้อย่างไร คีรินนิ่งคิดก่อนเล่าว่า
“ผมขอเรียกว่าเป็นความจำระยะสั้น หลังจากจบการแข่งขันที่ผลไม่ดีนัก ผมจะลืมเรื่องนั้นไป และใส่ใจกับการแข่งสนามต่อไปทำให้ดีกว่าสนามที่ผ่านมา”
ตรงกันข้าม หากคุณทำสำเร็จล่ะ คุณมักจะคิดถึงเรื่องอะไร
“สำหรับผมเป็นความอิ่มเอมใจที่รู้ว่าจบการแข่งขันแล้ว ได้รับผลตอบแทนของความทุ่มเทการฝึกฝนอย่างหนัก Hard work pays off.”

เข้าสู่ปี 4 นักกีฬาอาชีพ
จนถึงวันนี้เข้าสู่ปีที่ 4 แล้วที่คีรินตัดสินใจเป็นนักวิ่งอาชีพกับ Bowerman Track Club ระหว่างทางเขาทำสถิติ National Record สร้างสถิติที่เร็วที่สุดของกรีฑาไทยไว้คนเดียวถึง 8 รายการ
หากลองนึกภาพรายการที่ใกล้ตัวหน่อย เช่น การวิ่งมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร คีรินวิ่งไว้ 29 นาที 47 วินาที ด้วยอัตราเร็วเฉลี่ย 2.58 นาทีต่อกิโลเมตร
อัตราเร็วนี้เทียบเท่ากับการเคลื่อนที่ของวัตถุที่ 20.15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง!
การทำความเร็วบนแทร็ก 5,000 เมตร สถิติที่ดีที่สุดอยู่ที่ 13:08.41 นาที คำนวณออกมาแล้ว เขาวิ่ง 5.6 เมตรต่อ 1 วินาที ยังห่างจากสถิติการคัดเลือกไปปารีสโอลิมปิก 3.41 วินาที (ณ วันที่เราสัมภาษณ์)
อาจเป็นแค่ ‘ชั่ววินาที’ ที่ผมขยับมือจากแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดไปคลิกเมาส์ เลื่อนตำแหน่งการพิมพ์ข้อความต่อไป แต่นั่นคือ Golden Gap Time ที่จะพาให้นักกรีฑาไทยผ่านด่านสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติเป็นนักกรีฑาโอลิมปิกสมัยที่ 2
เราได้ติดต่อกันอีกครั้งในช่วงเวลาที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของการคัดเลือกไปปารีสโอลิมปิก คีรินบอกเล่าชีวิตช่วงนี้ว่า
“วันปกติ ผมตื่นนอน 8 โมงเช้าและออกจากบ้านเวลา 9 โมงเช้า วันจันทร์ พุธ ศุกร์ เป็นโปรแกรมซ้อมวิ่งที่มีความเข้มข้น ซ้อมหนัก 3 วันต่อสัปดาห์ ส่วนวันอังคารกับวันพฤหัสบดีเป็น 2 วันที่ผ่อนคลาย การซ้อมในวันจันทร์และวันพุธเป็นวันที่ท้าทายและสำคัญมากของโปรแกรมการฝึก มีการออกวิ่งทั้งรอบเช้าและเย็น วันละ 2 ครั้ง ทำอย่างนี้ซ้ำ ๆ
“หลังจากซ้อมแล้ว ผมต้องฟื้นฟูร่างกาย (Rocovery) ดูแลกล้ามเนื้อทุกวันเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ โปรแกรมอื่น ๆ ที่อยู่ในการฝึก ผมเข้ายิมยกน้ำหนัก 2 ครั้งต่อสัปดาห์ สมดุลระหว่างการฝึกและนอนหลับพักผ่อนเป็นเรื่องที่ผมให้ความสำคัญมากครับ ผมนอนหลับประมาณ 10 ชั่วโมงต่อวัน บางครั้งก็มากกว่านั้นด้วย ผมพยายามผ่อนคลายจิตใจและร่างกาย” เขาเล่า
เรื่องหนึ่งที่น่าสนุกดีของคีริน คือเขาเป็นนักวิ่งที่ฟังเพลงเยอะมาก มันมีผลกับทั้งการซ้อมและการรักษาสมดุลชีวิตของเขาด้วย
“ผมฟังเพลงของ Taylor Swift บ่อยมาก ตอนนี้เธอมีอัลบัมใหม่ด้วย ดังนั้น ผมคงจะฟังมากขึ้นอีกในปีนี้
“การวิ่งในแทร็กหรือซ้อมวิ่งระยะไกล (Long Run) ส่วนใหญ่ผมจะคุยกับใครก็ตามที่ผมกำลังวิ่งด้วยในตอนนั้น แต่เมื่อผมอยู่บนลู่วิ่งตามลำพัง ผมจะฟังเพลงทุกประเภทเลยครับ ผมใช้เพลงเปลืองมาก ดูเหมือนไม่เคยเพียงพอเลย ดังนั้น ถ้าคุณมีเพลงที่น่าฟังตอนวิ่ง แนะนำผมได้เลยครับ” เขาเล่ายิ้ม ๆ
ในช่วงที่เราคุยกันคีรินเพิ่งทำสถิติ 1,500 เมตรที่เวลา 3:37.58 นาที ที่งาน The TEN แคลิฟอร์เนีย นักกรีฑาระยะกลางเล่าถึงเบื้องหลังนี้ว่า
“ผมเลือกแข่งระยะ 1,500 เมตรที่ The TEN เป็นการตัดสินใจในนาทีสุดท้ายเลยก็ว่าได้
“ก่อนหน้านั้นผมเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันระยะ 10,000 เมตรตลอดช่วงฤดูหนาว ผมและทีมฝึกอยู่ในแคมป์บนที่ราบสูงหรือ High Altitude Training เราซ้อมต่อเนื่องอยู่หลายสัปดาห์ ต่อมาผมพบอาการบาดเจ็บนิดหน่อย ผมและโค้ชตัดสินใจว่าน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่ลดระยะการแข่งขันมาโฟกัสระยะ 5,000 เมตรและ 1,500 เมตรในช่วงนี้
“ปรัชญาการฝึกของ Bowerman คือหากคุณพร้อมสำหรับ 10,000 เมตร คุณก็ต้องพร้อมสำหรับ 1,500 เมตรด้วยเช่นกัน ดังนั้น เมื่อเราตัดสินใจเปลี่ยนไปลงสนามที่ระยะ 1,500 เมตร ผมรู้ว่าตัวเองพร้อมแล้ว จุดมุ่งหมายในการแข่งขันคือได้ลงแข่ง วิ่งแบบไม่มีความกดดันใด ๆ สนุกกับการแข่งขัน”

Train Hard Race Harder
ตลอด 5 เดือนที่คีรินเดินทางไปฝึกซ้อมหลายสถานที่ในสหรัฐฯ เขาไม่ได้วิ่งอย่างเดียว แต่มาใช้ชีวิตด้วย
คีรินชอบการซ้อมที่ Park City Utah ในรัฐยูทาห์เป็นพิเศษ ภูเขาที่นั่นสวยมาก อากาศเหมาะสำหรับนักวิ่งระยะไกล แม้ว่าจะเป็นแค่ในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น (ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม อุณหภูมิเฉลี่ย 24 องศาเซลเซียส)
ตอนนี้สถิติ 5,000 เมตรของคีริน คือ 13:08.41 นาที ใกล้เคียง 13.05 นาที ที่เป็นเกณฑ์คัดเลือกของปารีสโอลิมปิกระดับ 5,000 เมตร
“ผมวิ่ง 5,000 เมตร เพื่อเวลา 13.05 นาที เป็นเรื่องที่ยากมากแน่นอน ความท้าทายคือผมต้องรักษาสุขภาพและการค้นหาสนามแข่งขันที่เหมาะสมที่สุดด้วย แม้ผมมั่นใจในระดับฟิตเนสของตัวเอง แต่เรื่องที่ยากมาก ๆ คือการแข่งขันต้องมีองค์ประกอบเหมาะสมเพื่อวิ่งทำเวลาให้ได้ 13.05 นาที เช่น สนามในเวลานั้นที่แข่งขันต้องไม่มีลมพัด อุณหภูมิเย็น และมีผู้นำกลุ่มที่ดี เพราะทุกอย่างส่งผลต่อความเร็วและทำสถิติใหม่”
เวลานึกถึงการแข่งขันกรีฑาโอลิมปิก คุณมักจะนึกถึงเรื่องอะไรเป็นเรื่องแรก – ผมถาม
“ผมจะคิดถึงโอกาสที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทย ผมได้วิ่งกับนักกรีฑาชาติอื่น ๆ ที่เป็นตัวแทนประเทศมาแข่งในงานเดียวกัน วิ่งอย่างมีเกียรติภูมิ เพราะทุกคนมาด้วยความพร้อม ความมุ่งมั่น โอลิมปิกเป็นการแข่งที่มีคุณค่ามาก การขึ้นเป็นแชมป์ที่นี่ได้คือจุดสูงสุดของนักกีฬาคนนั้นและประเทศนั้น นี่จึงเป็นงานที่มีค่ามาก”

นักวิ่งอาชีพวัย 27
คนในวงการวิ่งมักถามผมเสมอว่า วันหนึ่งคีรินจะวิ่งมาราธอน 42.195 ไหม นี่คือความคิดเห็นของเขาในเรื่องนี้
“ผมคิดเสมอว่ามาราธอนเป็นความท้าทายที่ใหญ่โตมาก ๆ ดังนั้น ผมอยากลองวิ่งบ้าง และหวังว่าจะประสบความสำเร็จจากการวิ่งมาราธอนด้วย ผมต้องลองไปสำรวจมาราธอนในวันหนึ่ง ส่วนการแข่งฮาล์ฟมาราธอน ผมอยากทำสักครั้งระหว่างปีนี้หรือไม่ก็ปีหน้า ถ้าโค้ชอนุญาตนะ” เขาตอบยิ้ม ๆ
ปีนี้คีรินไม่ได้วางแผนการแข่งล่วงหน้านานนัก เป้าหมายหลักคือโอลิมปิก เมื่อถูกถามเรื่องการกลับมาวิ่งที่ไทย เขาก็ไม่ปิดโอกาส
“ตอนนี้ผมรอให้ผ่านช่วงการแข่งโอลิมปิกไปก่อน จะมีเวลาและอิสระมากขึ้น ใจอยากมาแข่งขันที่ประเทศไทย เพราะผมสนุกมาก จำได้ที่งาน Bangsaen10 ในปี 2022 (คีรินลงวิ่ง 10 กิโลเมตร ทำลายสถิติประเทศที่เวลา 29.47 นาที) แม้ว่าผมจะไม่ได้มาเพื่อแข่ง ผมก็อยากกลับไทย เพื่อมาเยือนครอบครัวเยี่ยมญาติ”
ในฐานะที่เห็นกันมานาน ทั้งด้านพัฒนาการความเร็ว ความสามารถ และชีวิตของคีรินตั้งแต่เรียนที่ฮาร์วาร์ด ผมอยากรู้ว่าสำหรับนักกีฬาวัย 27 ปี เรื่องสำคัญที่สุดที่ได้เรียนรู้จากการเป็นนักกีฬาอาชีพคืออะไร
“บทเรียนที่สำคัญที่ผมได้เรียนรู้ในวัยนี้ คือ ‘การฟังร่างกาย’ ครับ ฟังและปฏิบัติต่อร่างกายของเราอย่างดีที่สุด ผมคิดว่ามันออกจะง่ายที่คนเป็นนักกีฬามักจะอยากออกกำลังกายหรือซ้อมมากเกินไป มากเกินความจำเป็น จนกำลังลืมไปว่าใช้ร่างกายหนักเกินไปแล้ว ทุกอย่างที่เราทำมีผลกลับมาที่ร่างกายเราหมดเลย
“ผมเข้าใจเรื่องการพักขาในวันที่ต้องพัก ต้องฟังเสียงร่างกายบ้าง เพราะเมื่อวันที่ผมต้องใช้ขาคู่เดิมวิ่ง ขาก็ทำงานที่หนักขึ้นได้ แข็งแรงขึ้นได้อีก”

