เราจะมองเมืองเมืองหนึ่งได้ยังไงบ้าง
การวางผังเมืองที่เป็นระเบียบ มีเลนจักรยานที่ถูกต้อง มีสวนสาธารณะที่เพียงพอ นี่คือเรื่องราวทั้งหมดของเมืองที่มีผู้คนหลากหลายอาศัยอยู่จริง ๆ หรือ
ด้วยคำถามเหล่านี้ ‘for Cities’ จึงถือกำเนิดขึ้น
for Cities เรียกตัวเองว่า ‘Urban Experience Design Studio’ (สตูดิโอออกแบบประสบการณ์เมือง) ก่อตั้งโดย Yukako Ishikawa และ Mariko Sugita

ด้วยความเป็นผู้หญิงชาวญี่ปุ่นในแวดวงที่นำโดยผู้ชายและทฤษฎีฝั่งตะวันตก พวกเธอตั้งใจว่า for Cities จะเสนอมุมมองทางเลือกโดยเน้นไปที่ Soft Design เช่น การออกแบบความสัมพันธ์ของคนในชุมชน การมีส่วนร่วมของคน ประสบการณ์ของเมือง ประสาทสัมผัส และให้ความสำคัญกับคนทุกกลุ่มในเมือง
โปรเจกต์ for Cities Week จึงเป็นโปรเจกต์ประจำปีที่พวกเธอจะไปเยือนเมืองต่าง ๆ ในโลก จับมือกับผู้คนในพื้นที่ที่มีพื้นเพและความเชี่ยวชาญต่างกันไป แล้วสำรวจมุมมองใหม่ ๆ อย่างไม่รีบเร่ง


“ฉันว่าเชียงใหม่ไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างอื่น มันสวยงามในแบบที่มันเป็นอยู่แล้ว” มาริโกะกล่าวถึงเชียงใหม่ ในวาระที่ for Cities Week 2025 – Chiangmai Exhibition of ‘Tropical’ urbanism(s) Plural Understandings of cities ‘วิถีเมืองเขตร้อน’ จบลงเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งงานนี้มี Kalm Village หมู่บ้านใจกลางเชียงใหม่ที่รวมงานศิลปะ หัตถกรรม วัฒนธรรมทั่วประเทศไว้ เป็นพาร์ตเนอร์หลัก
หลังจากเดินสายไปเยือนเมืองต่าง ๆ ยูคาโกะและมาริโกะค้นพบว่าวิธีไหนในการมองเมืองบ้าง และวิธีนั้นจะพาเมืองเผชิญกับความท้าทายของยุคปัจจุบันได้ยังไง นั่นเป็นสิ่งที่เราอยากรู้จาก for Cities
เมื่อ Urbanist สาวญี่ปุ่นมองเมือง
เสียดายจังที่ไม่ได้เจอกันตอนที่พวกคุณมาไทย!
ยูคาโกะ : ใช่ค่ะ พวกเราไปเชียงใหม่กันมา เพื่อทำเวิร์กช็อปวิจัยของเราที่เรียกว่า for Cities Week เมื่อวันที่ 20 – 25 พฤษภาคม แล้วก็ไปเที่ยวกรุงเทพฯ กันต่อด้วยค่ะ
for Cities คืออะไรคะ เล่าให้ฟังหน่อย
ยูคาโกะ : เราเรียกสตูดิโอของเราว่า Urban Experience Design Studio ค่ะ
การออกแบบเมืองส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การวางผังเมืองหรือสถาปัตยกรรม ซึ่งเป็นด้านที่ค่อนข้าง ‘แข็ง’ นะคะ แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือการออกแบบเล็ก ๆ ที่ ‘อ่อน’ กว่า เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน การออกแบบชุมชน หรือการออกแบบที่ผู้คนมีส่วนร่วม
เราเลยสร้างโปรแกรมการศึกษาหรือเวิร์กช็อปมากมาย เพื่อให้ผู้คนเข้าใจว่าจะออกแบบเมืองของตัวเองได้ยังไง แล้วก็คอยเชื่อมโยงผู้คนกับนักออกแบบและการวางผังเมืองด้วยค่ะ


คุณ 2 คนก่อตั้ง for Cities มาด้วยกันเหรอ
ยูคาโกะ : ใช่แล้วค่ะ ผู้ก่อตั้งคือฉันกับมาริโกะ ฉันประจำอยู่โตเกียว ส่วนเธออยู่เกียวโต
แต่ถ้าถามว่ากลุ่มมีสมาชิกกี่คน มันก็แล้วแต่โปรเจกต์นะ สำหรับ for Cities Week มีสมาชิกหลัก 4 คน รวมเราด้วย พอมีโปรเจกต์อื่น ๆ เราก็จะสร้างทีมใหม่ รวมทีมกับคนที่มีพื้นเพหรือความเชี่ยวชาญต่างกันไป เช่น สถาปนิก ศิลปิน นักทำขวดก็มีค่ะ
สำหรับฉัน ฉันมีพื้นฐานเป็น Urban Sociology มาค่ะ
มาริโกะ : ส่วนฉัน เรียนมาทาง Urban Studies ค่ะ หลักสูตรชื่อ 4CITIES มีวิชาภูมิศาสตร์ GIS มีการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ แล้วก็มีบางส่วนที่เป็นสังคมวิทยาด้วยค่ะ
มองย้อนกลับไป ทำไมทั้ง 2 คนถึงมารวมกลุ่มกันได้
ยูคาโกะ : เราเริ่มทำปี 2020 ช่วงโควิด-19 ค่ะ
ถ้าย้อนกลับไป ฉันกับมาริโกะทำงานประจำในบริษัทเดียวกันที่โตเกียวมาก่อน ส่วนใหญ่เน้นโปรเจกต์การออกแบบพื้นที่และเมืองร่วมกับองค์กรท้องถิ่น เราอยู่ในทีมเดียวกัน ทำกันคนละโปรเจกต์ แต่เราบังเอิญลาออกในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันพอดีเลย
ตอนนั้นเราสมัครทุน Urbanist in Residence ที่เยอรมนีด้วยกัน แต่เพราะโควิดเราก็เลยอดไป หยุดงานกันไปร่วมครึ่งปี พอว่างเลยลองคิดดูว่า เอ จะทำอะไรเพื่ออนาคตของเรากันดีนะ แล้วก็ตัดสินใจไปทำโปรเจกต์ด้วยกันที่เนเธอร์แลนด์ (อัมสเตอร์ดัม) ที่มีคนรู้จักอยู่ที่นั่น
ก่อนจะเริ่มโปรเจกต์นี้ เราทำพอดแคสต์ด้วยกัน 6 ปีแล้วนะคะ ชื่อ Good News for Cities หัวข้อคือคำถามเล็ก ๆ เกี่ยวกับเมืองที่เรากำลังสนใจ เรื่องออกแบบเมืองบ้าง หรือเรื่อง Love Hotel ในญี่ปุ่นเราก็ทำนะคะ (ผู้สัมภาษณ์ : น่าสนุกมาก!) ใช่ค่ะ! ทุกวันนี้ก็ยังพยายามอัปโหลดกันทุกสัปดาห์เลยค่ะ


เรียกว่าเป็น ‘ทีมหญิงล้วน’ เลยได้ไหม
ยูคาโกะ : จริง ๆ ก็ขึ้นอยู่กับโปรเจกต์นะคะ บางทีดีไซเนอร์ ช่างภาพ สถาปนิก สมาชิกในทีมที่เราทำงานด้วยก็เป็นผู้ชาย แต่ 70% เป็นผู้หญิง
ที่ญี่ปุ่น ส่วนใหญ่มีแต่ผู้ชายที่ทำงานในสาขาการออกแบบเมืองหรือสถาปัตยกรรม เวลาที่ฉันเข้าร่วมประชุมของรัฐบาล ก็เจอผู้ชาย 70 – 80% เลยค่ะ เลยคิดว่าภารกิจของเราคือการขยายโอกาสให้คนหลากหลายกลุ่มเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบเมือง ทั้งผู้หญิง คนอายุน้อย ๆ หรือแม้แต่เด็กก็ด้วย

อัตลักษณ์ความเป็นผู้หญิง และเป็นผู้หญิงญี่ปุ่น มีผลต่อการออกแบบประสบการณ์เมืองของคุณไหม
มาริโกะ : ฉันคิดว่ามีผลค่ะ
ตอนที่เริ่มทำ for Cities เราอยากเน้นที่เมืองในเอเชีย และพยายามนำเสนอมุมมองทางเลือกกันอยู่แล้ว แต่ยิ่งอายุมากขึ้น ยิ่งตระหนักถึงประเด็นนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ
ฉันคิดว่าเมืองต่าง ๆ สร้างขึ้นโดยผู้ชายเป็นหลัก หลักการของสถาปัตยกรรมหรือการออกแบบเมืองเองก็เขียนขึ้นมาโดยผู้ชายผิวขาวจำนวนมาก มันเลยสำคัญมาก ๆ ที่จะมีการเล่าเรื่องในอีกมุมหนึ่งของผู้คนกลุ่มอื่น เช่น ผู้หญิง คนหลากสีผิว หรือชนกลุ่มน้อยทางเพศ ฉันคิดว่าทุกคนมีวิธีสัมผัสเมืองในแบบของตัวเอง
เราทำงานในแวดวงที่เน้นผู้ชายเป็นหลัก แล้วพวกเราก็เรียนมาจากยุโรปกันด้วย การคิดถึงเรื่องการเมืองในเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ แต่การเป็นนักผังเมืองหญิงชาวเอเชียก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งในเรื่องราวของเราเท่านั้น เรายังมีเรื่องราวที่เราอยากเน้นอีกมากมายนับไม่ถ้วนเลยค่ะ

เป้าหมายในการทำงานของพวกคุณคืออะไร
ยูคาโกะ : นี่เป็นคำถามที่ใหญ่มาก และเราก็ยังคงคิดถึงคำตอบอยู่ค่ะ
แต่ตอนที่เราสร้าง for Cities ขึ้นมาในปี 2020 เราสร้าง forcities.org ขึ้นมาด้วย มันเป็นแพลตฟอร์มของเหล่า Individual Urbanist ที่จะเสนอแนวคิดหรือแนวปฏิบัติในท้องถิ่นของตัวเองไปสู่โลกได้
ดังนั้น สิ่งที่เราให้ความสำคัญหลัก ๆ คือ ‘พลังของปัจเจกบุคคลในการเปลี่ยนแปลงเมือง’ เราหวังว่าผู้คนจะเข้ามามีส่วนร่วมในโปรเจกต์เล็ก ๆ แล้วนำไปสู่การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในท้องถิ่นและชีวิตในเมืองที่ดีขึ้นค่ะ


ถึงคราวแอ่วเชียงใหม่
พูดถึงเชียงใหม่กันบ้าง คุณสนุกกันหรือเปล่าคะ
ยูคาโกะ : สนุกมากเลยค่ะ ฉันรักเชียงใหม่มากเลย!
เอาจริง ๆ เราทุกคนเพิ่งเคยไปเชียงใหม่เป็นครั้งแรกนี่แหละค่ะ ที่จริงฉันเคยไปเที่ยวกรุงเทพฯ สมัยยังเป็นนักเรียน แต่เชียงใหม่นี่ไม่เคยเลยนะ
มาริโกะ : เมืองเชียงใหม่สวยงามมากค่ะ ฉันอยู่เกียวโต ก็รู้สึกว่าเชียงใหม่คล้าย ๆ กับเกียวโตเลย มีความช้า ๆ สบาย ๆ ชิลล์ ๆ
แล้วเราก็กินมะม่วงกันทุกวันเลยค่ะ เอนจอยกับผลไม้ที่เชียงใหม่กันสุด ๆ


คนกรุงเทพฯ มักจะมองว่าเชียงใหม่เป็นเมืองโรแมนติกนะ สำหรับนักออกแบบประสบการณ์เมืองอย่างคุณ มองเชียงใหม่ยังไงบ้าง
มาริโกะ : สำหรับฉัน เชียงใหม่น่าสนใจเรื่องความสมดุลระหว่างนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น
อย่างเกียวโต เราเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีวัดมากมาย มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อยู่ทั่วเมือง เพราะอย่างนั้นเลยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก จนทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างนักท่องเที่ยวกับคนท้องถิ่น แต่ฉันรู้สึกว่าเชียงใหม่ยังคงผ่อนคลาย มันประสบความสำเร็จในแง่ที่ว่า เปิดรับโลกภายนอกได้ ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาธรรมชาติเดิมของตัวเองไว้ได้ด้วย ฉันประทับใจนะคะ
ยูคาโกะ : ฉันคิดว่าภูมิทัศน์ที่นั่นน่าสนใจมากค่ะ เชียงใหม่เป็นเมืองใหญ่ของประเทศไทย แต่เมืองก็ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาและแม่น้ำ นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติ นี่เป็นหนึ่งในลักษณะพิเศษที่เราเลือกให้เชียงใหม่เป็นจุดหมายปลายทางในปีนี้
ช่วงปีหลัง เราเน้นการออกแบบที่มากกว่ามนุษย์ (More than Human Design) ซึ่งไม่ใช่แค่การออกแบบที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ด้วย เช่น พืชพรรณ สัตว์ แมลง และเชียงใหม่ก็แสดงให้เห็นบ่อย ๆ ว่าเราจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติยังไงได้บ้าง
สิ่งที่เราคาดหวังคือการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนภูมิปัญญากับคนที่มีบทบาทในท้องถิ่นค่ะ ฉันเห็นว่าเขาประสบภัยพิบัติกันเยอะเลย เช่น น้ำท่วม ฝนตก ซึ่งตกหนักมากถ้าเทียบกับญี่ปุ่น ทั้งหมดนี้มันส่งผลต่อชีวิตประจำวันเขามาก ๆ แต่เขาก็ใช้ชีวิตในธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงรุนแรงได้อย่างเข้าใจ


for Cities ทำกิจกรรมอะไรบ้างที่เชียงใหม่ เล่าให้เห็นภาพหน่อย
ยูคาโกะ : ตลอด 1 สัปดาห์ เราจัดเวิร์กช็อปกับผู้ร่วมงานหลายกลุ่มเลยค่ะ
2 วันแรก เราร่วมงานกับ ใจบ้านสตูดิโอ ซึ่งเป็นสตูดิโอสถาปัตยกรรมและภูมิสถาปัตยกรรมที่ตั้งอยู่ในเชียงใหม่ วันแรกเราเรียนรู้เกี่ยวกับแม่น้ำปิง พอวันถัดมาเราก็ไปเที่ยวบนภูเขา ไปวัด ไปมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และที่อื่น ๆ อีก 2 – 3 แห่ง เพื่อทำความเข้าใจว่าเชียงใหม่เริ่มต้นยังไง และภูมิทัศน์เมืองสร้างขึ้นมาพร้อมกับธรรมชาติยังไง
วันที่ 3 เราร่วมงานกับ Sher Maker ซึ่งเป็นสตูดิโอสถาปัตยกรรมในเชียงใหม่เหมือนกัน คราวนี้เราเน้นไปที่ด้านมนุษย์มากขึ้น เช่น การออกแบบชุมชนในเมือง เราไปย่านเมืองเก่า ไปเยี่ยมชุมชนที่แตกต่างกันในละแวกใกล้เคียง ไปเยี่ยมพื้นที่เวิร์กช็อปงานฝีมือ แล้วก็ได้คุยกับคนในท้องถิ่นค่ะ
นอกจากเรื่องงาน เราได้ไปเยี่ยมเพื่อนของเราคนหนึ่ง เขาเป็นศิลปินที่มีสตูดิโอใหญ่อยู่ทางตอนเหนือของเชียงใหม่ แล้วก็ไปเทศกาลดอกไม้ ผู้คนนำดอกไม้ไปที่วัดแล้วก็อยู่เล่นกันจนเที่ยงคืนเลย เรารู้สึกเหมือนได้สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นจริง ๆ เพราะมันเป็นช่วงนอกฤดูท่องเที่ยวค่ะ
แต่โดยรวม ๆ แล้ว เรายังไม่มีเวลามากพอที่จะสำรวจรอบ ๆ เชียงใหม่เท่าไหร่ค่ะ ได้แต่เน้นตัวเชียงใหม่เป็นหลัก


สิ่งที่คุณได้รับจากการมาทำโปรเจกต์ที่เชียงใหม่ในครั้งนี้มีอะไรบ้าง
มาริโกะ : โอ้โห มีเยอะมากค่ะ สรุปยากมากเลย แต่ข้อคิดหนึ่งที่เราได้จากการอยู่เชียงใหม่ คือเราคิดถึง ‘แนวทางหนึ่งเดียว’ ว่าเมืองควรจะเป็นยังไงไม่ได้เลย
เวลาคนทั่วไปคิดถึงเมือง เขามักจะมีมุมมองในอุดมคติว่าเมืองควรจะเป็นยังไง ควรมีสวนสาธารณะเอย ควรมีเลนจักรยานเอย ควรมีสิ่งนั้นสิ่งนี้ มันเป็นแนวทางที่ ‘ถูกต้อง’ ในการสร้างเมือง
แต่ฉันคิดว่าทุกเมืองมีวิถีชีวิตของตัวเองที่เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น เข้ากับสภาพอากาศ เข้ากับธรรมชาติของสิ่งที่มี เข้ากับผู้คน การที่เชียงใหม่เป็นเมืองที่เป็นในปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่แล้วกำหนดโดยธรรมชาติรอบ ๆ ตัว มีภูเขา มีแหล่งน้ำ มีการเกษตร แล้วก็มีปัญหาน้ำท่วม ภัยธรรมชาติ เมืองนี้พัฒนามาในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติมากค่ะ
ฉันว่าเชียงใหม่ไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างอื่น มันสวยงามในแบบที่มันเป็นอยู่แล้ว
ยูคาโกะ : อีกอย่างที่ฉันชอบ คือพลังของชุมชน พลังของคนท้องถิ่นค่ะ ความสัมพันธ์กับธรรมชาติ บางทีมันก็ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน แต่เขาก็ช่วยเหลือกันในละแวกบ้าน
ฉันรู้สึกว่าพลังชุมชนมีอยู่จริง และทรงพลังมากด้วย เรามาทำเชียงใหม่ของเราให้สวยงามและมีชีวิตชีวากันเถอะค่ะ!


ตอนนี้โปรเจกต์ที่เชียงใหม่จบแล้วเหรอ
ยูคาโกะ : ใช่ค่ะ for Cities Week ที่เชียงใหม่จบลงแล้วค่ะ แต่เราหวังว่าจะทำโปรเจกต์ใหม่ ๆ กับเชียงใหม่ต่อไปได้เรื่อย ๆ
ตอนนี้เราก็กำลังคิดกันอยู่ว่าจะสมัคร Chiang Mai Design Week ที่จะจัดเดือนธันวาคมปีนี้ แล้วก็คิดถึงความสัมพันธ์ระยะยาวกับเชียงใหม่ด้วย อย่าง 2 ปีก่อนที่เราทำ for Cities Week ที่โฮจิมินห์ซิตี้ เวียดนาม เราก็สร้างโปรเจกต์ใหม่ ๆ ที่เวียดนามต่อค่ะ
for Cities Week ถือเป็นก้าวแรกของความสัมพันธ์กับเมืองต่าง ๆ ค่ะ


‘ชีพจรลงเท้า’
ตั้งแต่รวมตัวก่อตั้ง for Cities กันมา พวกคุณไปตระเวนที่ไหนกันมาบ้างคะ
มาริโกะ : ถ้าในฐานะทีม for Cities เราจะไปทำโปรเจกต์ for Cities Week กันปีละเมือง ที่ผ่านมาก็มีอัมสเตอร์ดัม ไคโร ไซ่ง่อน (โฮจิมินห์) แล้วก็ไทเป ส่วนเชียงใหม่เป็นเมืองที่ 5 ค่ะ
เมืองไหนเป็นประสบการณ์ที่จำไม่รู้ลืมที่สุด
มาริโกะ : ทุกเมืองล้วนน่าจดจำค่ะ
ยูคาโกะ : ใช่ค่ะ เพราะมันแตกต่างกันไปหมดเลย ช่วงเวลาที่ฉันชอบที่สุดคือการที่เราได้สร้างมิตรภาพกับคนท้องถิ่น คนทำงานสร้างสรรค์ในท้องถิ่น และความสัมพันธ์นี้ก็ยังคงดำเนินต่อไป ช่วงเวลาและประสบการณ์เหล่านี้มีค่าสำหรับฉันมาก ๆ เลยค่ะ
พวกคุณตั้งเป้าหมายให้กับแต่ละเมืองที่เข้าไปทำงานต่างกันออกไปไหม
ยูคาโกะ : สำหรับ for Cities Week เราเลือกประเด็นหรือธีมที่ต่างกันทุกปี ขึ้นอยู่กับเมืองที่เราไปค่ะ
มาริโกะ : อย่างไซ่ง่อน เราไม่มีธีมที่เฉพาะเจาะจง แต่เรามีผู้เข้าร่วมประมาณ 15 คนที่ต่างก็มีหัวข้อของตัวเองที่ต้องการจะเน้น บางคนเน้นไปที่การขนส่ง การเดินทาง บางคนก็คิดถึงมุมมองของผู้หญิง ประสบการณ์ของเมือง ประมาณนั้นค่ะ
ส่วนที่ไคโร เราเน้นเรื่องภูมิทัศน์เสียง (Soundscape) ค่ะ เราอยากเน้นการใช้ประสาทสัมผัสและอารมณ์เพื่อทำความเข้าใจเมืองค่ะ เราบันทึกเสียงกันเยอะเลย เก็บเสียงจากละแวกใกล้ ๆ ที่เราทำงานร่วมกับคนที่มาเข้าร่วม


แต่ฉันคิดว่าธีมหลักของทุกปี คือเราต้องการค้นหามุมมองทางเลือกในการทำความเข้าใจเมือง ไม่ใช่การวางผังเมืองกระแสหลักหรือการวางผังเมืองที่ขับเคลื่อนโดยตะวันตก นั่นเป็นเหตุผลที่เราชอบเลือกเมืองในเอเชียเป็นหลัก โดยเฉพาะเมืองที่มีข้อมูลภาษาอังกฤษค่อนข้างจำกัดอย่างไคโรค่ะ
ก่อนหน้านี้ถามถึงสิ่งที่ได้จากเชียงใหม่ไปแล้ว แล้วสิ่งที่พวกคุณได้เรียนรู้จากการเยือนเมืองต่าง ๆ ในโลกล่ะคะ
มาริโกะ : คำถามใหญ่มากค่ะ! (ยิ้ม)
ฉันคิดว่าฉันพบเจอสิ่งที่แตกต่าง แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าเราคล้ายกันมาก และเรามีหลายสิ่งที่แบ่งปันกันได้
ตอนที่อยู่อัมสเตอร์ดัมด้วยกัน เราพัฒนาโปรเจกต์ที่ชื่อว่า ‘We are so Similar’ (เราคล้ายกันมาก) มันเป็นโปรเจกต์ที่ไม่ได้พูดถึงว่าเราแตกต่างกันแค่ไหน แต่พูดว่าเราคล้ายกันแค่ไหนด้วย ปัญหาเมืองมีมากมาย ปัญหาการเมือง ปัญหาสิ่งแวดล้อม ความท้าทายทั้งหมดที่เราเผชิญในการใช้ชีวิตในเมือง เรามักจะแบ่งปันกันทั่วโลกค่ะ
แน่นอนแหละว่าบริบทไม่เหมือนกัน อย่างเราอยู่ในสังคมญี่ปุ่นที่ประชากรลดลง มีเด็กไม่มาก มีคนสูงวัยมาก และเต็มไปด้วยอาคารร้าง แต่ตรงกันข้ามกับเมืองอย่างไซ่ง่อน (โฮจิมินห์) ที่มีประชากรอายุน้อย และมีสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้นเยอะเลย แต่เราก็ยังเผชิญความท้าทายที่คล้ายคลึงกันนะคะ
ฉันคิดว่า แทนที่จะมองแค่ความเป็นเอกลักษณ์ ความเป็นปัจเจกอย่างเดียว เรายังคิดถึงวิธีต่าง ๆ ที่เราจะทำร่วมกันได้ด้วยค่ะ

มีเมืองในฝันที่คุณอยากไปไหม
ยูคาโกะ : ถ้าสำหรับทำโปรเจกต์ ฉันสนใจประเทศจีนค่ะ ที่นั่นวัฒนธรรมและขนาดของเมืองแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฉันอยากเข้าใจแนวปฏิบัติของเขาให้มากขึ้นค่ะ
มาริโกะ : ฉันสนใจแอฟริกา อเมริกาใต้ หรือเมืองอื่น ๆ ที่เรายังไม่รู้จัก อันนี้ไม่ใช่เมืองในฝันนะคะ เราสงสัยเกี่ยวกับเมืองพวกนี้จริง ๆ
ปกติพวกคุณมีสไตล์การเดินทางที่คล้ายกันไหม
มาริโกะ : เรา 2 คนต่างคนต่างมีความชอบของตัวเองนะคะ แต่ไม่ได้ต่างกันมาก ที่คิดว่าตรงกันคือเราชอบกินอาหารค่ะ! แล้วก็ค่อนข้างเลือกกินด้วย เวลาเดินทางก็จะคุยกันตลอดเลยว่าจะไปกินอะไร สำคัญมากเลย
รสนิยมเรื่องอาหารและความกระตือรือร้นในการหาอาหารของเราคล้ายกันมากค่ะ (ยิ้ม)
สำหรับพวกคุณแล้ว ‘เมืองที่ดี’ คืออะไร
มาริโกะ : ไม่มีดีหรือไม่ดีหรอกค่ะ ฉันไม่อยากนิยามเมืองแบบนั้น เพราะทุกเมืองมีวิธีการของตัวเอง และมันขึ้นอยู่กับการตัดสิน
อย่างเช่น เคยมีเพื่อนจากเยอรมนีมาเยี่ยมที่เกียวโต แล้วเขาก็พูดว่า “โอ้โห โครงสร้างพื้นฐานสำหรับจักรยานที่นี่แย่มาก” ฉันก็คิดว่า “ใช่ แต่ไม่ดีสำหรับอะไรล่ะ ใครเป็นคนตัดสินว่ามันไม่ดี”
ยูคาโกะ : ฉันชอบเมืองที่ผู้คนแสดงออกถึงความเป็นตัวเองในพื้นที่สาธารณะได้ค่ะ ชอบบรรยากาศแบบนั้น
มาริโกะ : อื้อ เป็นคำตอบที่ดีเลยนะ
ฉันมักจะคุยกับยูคาโกะด้วยว่า ‘เมืองคือผลงานศิลปะของผู้คน’ เราไม่ได้พูดถึงเมืองที่รัฐบาลหรือผู้มีอำนาจตัดสินใจสร้าง แต่เป็นเมืองที่พฤติกรรมของผู้คนที่ใช้ชีวิตประจำวันทำให้เมืองเป็นอย่างที่ควรจะเป็น นั่นคือเมืองที่สวยงามสำหรับเราค่ะ


อะไรคือแรงจูงใจที่ทำให้ทั้งคู่ยังทำงานนี้ต่อไป ไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยเลย
มาริโกะ : อืม ไม่แน่ใจนะคะ (นิ่งคิด)
ฉันชอบใช้ชีวิตในสถานที่ที่สวยงาม ไม่ใช่สวยงามในแง่ภาพลักษณ์เท่านั้นนะคะ แต่หมายถึงผู้คนมีความสุขกับที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานได้ เข้าถึงธรรมชาติได้ ทุกคนมีสิทธิ์มีเสียงของตัวเอง นั่นคงเป็นแรงจูงใจของฉันค่ะ
ยูคาโกะ : สำหรับฉัน แรงจูงใจจริง ๆ ก็คือผู้คนที่เราได้เจอค่ะ อยากให้พวกเขามีความสุข มีชีวิตประจำวันที่ดีขึ้น
ในระยะยาว เรากำลังเน้นไปที่คนอายุน้อย ๆ หรือวัยรุ่นมากขึ้นด้วยค่ะ ตอนนี้เราอายุ 35 แล้ว และอยากจะหาโอกาสให้คนอายุน้อยเข้าใจและสร้างเมืองของตัวเองได้ค่ะ


ทั้งสองคนตั้งใจว่าจะทำ for Cities ต่อไปเรื่อย ๆ ไหม
ยูคาโกะ : for Cities เป็นเหมือนโปรเจกต์มากกว่าบริษัท มันคงดำเนินต่อไปด้วยทีมและรูปแบบที่แตกต่างกันไปเรื่อย ๆ แต่ก็หวังว่ามันจะอยู่ต่อไปได้ค่ะ
มาริโกะ : ฉันอยากให้ for Cities เป็นเหมือน ‘ปรากฏการณ์’ เหมือน ‘การเคลื่อนไหว’ ที่ยิ่งใหญ่เลยค่ะ
อยากให้ในอีก 10 ปีข้างหน้า นักศึกษาสถาปัตยกรรมศาสตร์จะพูดถึงว่า “จำกิจกรรมที่เรียกว่า for Cities ได้ไหม”
ว้าว คุณจะเป็นตำนานเลยนะ
มาริโกะ : ใช่เลย!

ภาพ : Moth Akkarakamon, for Cities
