19 มกราคม 2026
2 K

หากลองนึกถึงแบรนด์ไทยที่พาตัวเองไปอยู่บนชั้นวางในร้านค้าต่างประเทศ เราอาจจินตนาการถึงแบรนด์ที่มีออฟฟิศใหญ่ใจกลางเมืองและมีทีมงานคึกคัก

แต่ภาพตรงหน้าของเราในวันนี้ คืออาคารคอนเทนเนอร์ขนาดกะทัดรัดที่ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ ภายในจัดวางข้าวของอย่างเป็นระเบียบดูสบายตา ที่สำคัญคือ มีเจ้าของแบรนด์นั่งทำงานอยู่ 1 คนถ้วน

บอน-นัฐพล พูนพิริยะ อดีตครีเอทีฟไดเรกเตอร์ที่ตัดสินใจถอดหมวกเอเจนซี่มาสวมบท ‘Solopreneur’ เต็มตัวเพื่อปลุกปั้น ‘Unito’ แบรนด์ที่เกิดมาเพื่อทำหน้าที่เป็น ‘ตัวเชื่อม’ ระหว่างสิ่งของหนึ่งไปสู่อีกสิ่งหนึ่งจนสุดท้ายก็ได้เป็นสิ่งใหม่ ตามสโลแกน One Unit to Another

“หัวใจของ Unito คือการจัดระเบียบและต่อยอด” บอนนิยามแบรนด์ที่เขาปลุกปั้นมาตั้งแต่ปี 2021 ไว้อย่างเรียบง่าย 

ความน่าสนใจของ Unito ไม่ใช่การสร้างสินค้าขึ้นมาใหม่จากความว่างเปล่า แต่คือการมองหา ‘ช่องว่าง’ ของสิ่งที่มีอยู่เดิม แล้วเติมเต็มมันด้วยดีไซน์และฟังก์ชัน 

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดก็เช่น Standard L-Side Tray ถาดไม้เล็ก ๆ ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่มันออกแบบมาให้ประกบเข้ากับกล่องเหล็กใส่อาหารกลางวันสีเขียวสุดคลาสสิกของ STANLEY พอดิบพอดี เปลี่ยนกล่องข้าวธรรมดาให้เป็นบาร์กาแฟดริปหรือโต๊ะวางของจุกจิกได้อย่างน่าอัศจรรย์ หรือจะเป็น Leg-Stand ขาเหล็กพับได้ที่เปลี่ยนถังน้ำแข็ง (Cooler) ให้สูงขึ้นมาอยู่ในระดับพอดีมือ ไม่ต้องก้มให้ปวดหลังอีกต่อไป

จากจุดเริ่มต้นที่ตั้งใจผลิตขายเล่น ๆ ในกลุ่มแคมปิ้งแค่ 50 ชิ้น วันนี้ Unito กลายเป็นแบรนด์ที่คนสายแคมปิ้งถามหา ความเจ๋งไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่แคมป์ไฟ แต่ในอนาคต บอนกำลังพาไอเดียเหล่านี้ก้าวข้ามผ่านประตูบ้าน เข้าสู่พื้นที่ในห้องครัวและห้องนั่งเล่น เพื่อพิสูจน์ว่างานดีไซน์ที่ดีไม่จำเป็นต้องใหญ่โต แต่ต้อง ‘เชื่อมโยง’ กับชีวิตผู้คนได้จริง ๆ

คอลัมน์ The Entrepreneur จะพาไปสำรวจวิธีคิดแบบ Solopreneur ที่มีพลังมหาศาล และเรียนรู้ว่าการทำธุรกิจที่เริ่มจากการเป็นติ่งของแบรนด์อื่น จนแบรนด์ระดับโลกต้องหันมามองนั้น มีวิธีคิดและลงมือทำยังไง

แบรนด์ที่เป็นตัวต่อ

Unito เริ่มต้นจากการต่อยอด

ในความหมายคือการผลิตส่วนเสริมของสินค้าที่เคยมีอยู่แล้ว 

ย้อนกลับไปในวันแรก บอนเริ่มจากการผลิตฝาโลหะที่ใช้กับกล่องลัง (Shelf Container) ของ Snow Peak แล้วเปลี่ยนกล่องลังให้กลายเป็นโต๊ะแคมปิ้ง

ก่อนหน้านั้นบอนเคยเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ ครีเอทีฟ เติบโตจนเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์หนึ่ง จนกระทั่งช่วงโควิด-19 มาถึง กระแสแคมปิ้งมาแรง สายออกแคมป์สะสมไอเทมต่าง ๆ อย่างสนุกสนาน บอนเองก็เช่นกัน แต่นอกจากจะเล่นสนุกแล้ว เขามีไอเดียที่จะทำแบรนด์สินค้าแคมปิ้งของตัวเองขึ้นมา

“ในวันแรกไม่ได้อยากทำเยอะ แต่ไปถามโรงงานไหนเขาก็รับทำหลักร้อยหมด จนไปเจอโรงงานเพื่อนที่รับทำแค่ 50 กล่องแบบที่อยากได้ เราเลยลองทำดู คุยกับภรรยาเล่น ๆ ว่าทำมา 50 ชุดจะขายหมดไหม ถ้าทำแล้วขายหมดก็ดี”

ถึงจะลงขายในกลุ่มคนแคมปิ้งเล็ก ๆ ในเฟซบุ๊ก บอนก็ขายหมดทันที นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นสัญญาณว่าแบรนด์น่าจะไปต่อได้

ไม่รอช้า Unito ออกสินค้าตัวต่อมาทันที ตัวที่ 2 คือถาดไม้ที่ใช้ประกอบกับกล่องใส่อาหารกลางวันของ STANLEY สีเขียว เปลี่ยนให้กล่องใส่อาหารธรรมดา ๆ กลายเป็นสโลว์บาร์ชั่วคราวได้ในพริบตา

บอนเล่าว่าถาดไม้ชิ้นนี้ขายดีมาก ถึงขนาดที่ตัวแทน STANLEY ในไทยและสหรัฐอเมริกาติดต่อมา เพราะมีลูกค้าไปถามถึงสินค้าชิ้นนี้เยอะ จนสุดท้ายสินค้าชิ้นนี้ของ Unito ก็ได้ขึ้นไปอยู่บนชั้นวางในช็อปของ STANLEY Thailand แถมยังมีการคอลแล็บเพื่อออกสินค้าตัวอื่นร่วมกัน

ดีไซน์จากเสียงคนใช้งาน

เพราะเป็นครีเอทีฟที่การงานเรียกร้องให้ใช้วิธีคิดที่แตกต่างจากคนอื่น เวลาเลือกสิ่งของสักอย่างมาใช้ในชีวิตประจำวัน บอนมักจะเลือกสิ่งของที่แตกต่าง ชอบสิ่งที่คนอื่นไม่ชอบกัน

“ผมชอบของที่ไม่แมส” เขาสรุปแบบนั้น และนั่นคือดีเอ็นเอที่ส่งต่อมายัง Unito แบรนด์ที่ไม่ได้มีการจัดหมวดหมู่สินค้าชัดเจน ทว่าทุกชิ้นยึดโยงอยู่บนกระดูกสันหลังเดียวกัน 

บางชิ้นส่วนที่ Unito ผลิตออกมาก็เพื่อปัญหาเดิมที่ผู้ใช้สินค้านั้นเจอ เช่น ผู้ใช้กล่องเก็บความเย็น (Cooler) ต้องก้มตัวเยอะ Unito จึงออก Cooler Stand ที่ปรับระดับความสูงได้ หรือบางที สินค้าของ Unito ก็ขยายขอบเขตของประโยชน์ของสินค้านั้นออกไป เช่น เก้าอี้แคมปิ้งที่ต่อเป็นโต๊ะได้ 

“ในการออกแบบ เราไม่ได้เน้นเรื่องดีไซน์อย่างเดียว แต่เน้นเรื่องประโยชน์กับคนใช้งานจริง ๆ ไม่ใช่แค่สวยมาก ดีมาก เท่มาก แต่ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ เราว่าสินค้าแบบนั้นมันไม่ยั่งยืน เช่น การปรับความสูง จริง ๆ ไม่ต้องทำก็ได้ ผมจะเลือกทำขาให้มันสูงไปเลยก็ได้ แต่เราเลือกมองในมุมลูกค้าถึงประโยชน์ที่พวกเขาจะได้”

ความประณีตไม่มีทางลัด

ในสินค้าที่มีส่วนประกอบของไม้ บอนยังเลือกไม้แก่อายุ 50 ปีขึ้นไป เพราะไม้ไม่บิดง่าย สีสวยกว่าไม้อายุน้อย ส่วนสินค้าที่มีส่วนประกอบของอะลูมิเนียม ความจริงแล้วบอนจะเลือกใช้เหล็กก็ได้ เพราะเป็นวัสดุที่ถูกกว่า ทำได้ง่ายกว่า แต่เลือกอะลูมิเนียมเพราะสีสวยโดยไม่ต้องทำเพิ่มและไม่เป็นสนิม เหล่านี้คือรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่บอนใส่ลงไป ลูกค้าจะสัมผัสได้ก็ต่อเมื่อได้สัมผัสเท่านั้น 

“ผมว่าฟังก์ชันและส่วนผสมพวกนี้ทำให้งานของเราละเอียดอ่อน ไม่กระด้าง ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ลูกค้าชอบ โดยเฉพาะชาวต่างชาติ”

นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ Unito เดินทางไปไกลกว่าที่บอนคิดไว้ในวันแรก ปัจจุบันสินค้าของเขาไม่ได้วางขายแค่กลุ่มเฟซบุ๊กไทย แต่ข้ามทวีปไปวางจำหน่ายในร้านค้าไลฟ์สไตล์ที่แคนาดา ไต้หวัน เกาหลี และประเทศที่พิถีพิถันเรื่องงานคราฟต์อย่างญี่ปุ่น 

มากกว่านั้น บอนบอกว่าสินค้าแต่ละชิ้นไม่ได้ใช้เครื่องจักรในโรงงานผลิต แต่เป็นผลงานของช่างฝีมือในชุมชน พูดได้ว่าสินค้าของ Unito ทำด้วยมือชิ้นต่อชิ้น จึงผลิตได้ไม่มากนัก ราว 100 – 200 ชิ้น แต่บอนก็บอกว่า กำลังการผลิตเหล่านี้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าที่เป็นตลาด Niche ที่ Unito โฟกัสอยู่

“เราอยากขายได้เยอะ ๆ นะ แต่เราไม่ใช่นักลงทุนหรือนักธุรกิจ อาจเพราะเราทำคนเดียวด้วย เราคือช่างที่พยายามทำของที่ดี ไม่ได้เน้นสเกลมาก ๆ” บอนอธิบาย 

“ความจริงมีโรงงานต่างชาติหลายแห่งติดต่อมาจะทำงานกับเรา แต่เราอยากทำกับคนไทยด้วยกันเอง เพราะในไทยมีช่างฝีมือเก่ง ๆ เยอะแยะ 

“วิธีบริหารความสัมพันธ์ของเรากับช่างคือความจริงใจ เราไม่เคยกดราคา ไม่ต่อราคา ถ้าช่างบอก 10 บาท เราก็จ่าย 10 บาท และสิ่งหนึ่งที่ยึดถือคือเราจะไม่ลดราคาสินค้าของตัวเองแล้วไปต่อราคากับช่าง หรือบีบเขาว่าต้องทำงานเร็ว เราไม่เป็นแบบนั้น ไม่อยากมีชีวิตแบบนั้น” ชายหนุ่มยิ้ม

ให้ฟังก์ชันรันการตลาด

นอกจากการดีไซน์สินค้า Unito ยังมีการโปรโมตที่น่าสนใจ

เพราะทุกครั้งที่ออกสินค้าใหม่ พวกเขาไม่ได้ซื้อโฆษณา ไม่ได้ลงแนะนำสินค้าแบบ New Release ในช่องทางโซเชียลมีเดีย และไม่ได้จัดโปรโมชันใด ๆ

“เราไม่ได้ทำการตลาดแบบนั้น แต่จะลงโพสต์ที่เจาะไปเรื่องฟังก์ชันของสินค้านั้น ๆ ว่าทำอะไรได้บ้าง บางทีลงเป็นรูปคนชงกาแฟในสถานที่ต่าง ๆ แค่นั้นเอง ผมว่าถ้าคนมาดูแล้วเขาจะรู้สึก ‘ลึก’ กว่าการเห็นคำว่า Sale ที่เป็นกราฟิกตัวใหญ่ ๆ” 

เขายังพึ่งพาวิธีออร์แกนิกอย่างการบอกต่อปากต่อปาก มีลูกค้าซื้อสินค้าไปแล้วถ่ายรูปหรือวิดีโอตอนใช้งานแล้วแท็กร้านกลับมา อาจเป็นโชคดีของ Unito ที่มีลูกค้าน่ารัก หลายคนที่ซื้อไปก็โปรโมตให้ตลอด

บอนบอกว่าการโปรโมตไม่ได้ท้าทายเท่ากับเรื่องของลอกเลียนแบบ เพราะสินค้าของ Unito ส่งออกไปให้สายแคมปิ้งทั่วโลกได้เป็นเจ้าของ มีหลายครั้งที่เขาเห็นสินค้าของตัวเองถูกลอกเลียนโดยแบรนด์ต่างชาติ ทำให้ความเฉพาะตัวของ Unito หายไป เพราะลูกค้าคิดว่าซื้อสินค้าแบบนี้จากที่ไหนก็ได้ แถมบางครั้งยังราคาถูกกว่าด้วย 

ท้อไหม – เราถาม เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า

“ผมเจ็บปวดทุกครั้งที่เจออะไรแบบนี้ จริง ๆ อยากคุยกับภาครัฐเรื่องนี้เลย เพราะเราตัวเล็กมากจนไม่รู้จะสู้กับต่างชาติยังไง เราจดลิขสิทธิ์ในกฎหมายไทย แต่เราใช้นอกราชอาณาจักรไม่ได้เลย สิ่งที่ทำให้เราอยากทำต่อไปเรื่อย ๆ คือนอกจากการทำแบรนด์นี้จะเลี้ยงชีพแล้ว ผมยังตื่นเต้นทุกครั้งที่คิดสินค้าตัวใหม่ได้” 

สมดุลที่สร้างได้จากตัวคนเดียว

Unito ปล่อยสินค้าครั้งแรกในปี 2021 หากนับจนถึงตอนนี้ก็เข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว

แต่บริษัทก็ยังมีพนักงานแค่ 1 คน

“ผมชอบอยู่คนเดียว” ชายหนุ่มหัวเราะ แล้วบอกว่านี่แหละคือรากฐานของการเป็น Solopreneur ของ Unito 

“การทำงานคนเดียวมันคล่องตัว ผมเคยมีลูกน้องเยอะ แต่พอช่วงโควิด-19 มีแค่เราคนเดียวกับงาน ผมเข้าใจความรู้สึกของชาวประมงที่ออกไปจับปลาคนเดียวแล้วมีเวลาว่างทั้งวัน จนคิดว่าต่อไปนี้จะทำงานอย่างนี้ จริง ๆ ผมเพิ่งมารู้จักคำว่า Solopreneur และคิดว่านี่คือทางที่ใช่สำหรับผม 

“ไกลกว่านั้น ผมคิดว่า Solopreneur คือทางออกของประเทศเราด้วย อย่างผมที่ไม่ได้เรียนจบเมืองนอก การทำงานที่ผ่านมาก็ไม่ได้โดดเด่น แต่ผมคิดว่าตัวเองทำได้ จินตนาการว่าถ้ามีคนแบบผมออกมาทำธุรกิจของตัวเองอีกหลายร้อยแบรนด์ ส่งออกไปให้คนทั่วโลกได้ น่าจะเป็นการเสริมรากฐานทางธุรกิจของประเทศได้อีกมาก”

ในอนาคต Unito ไม่ได้อยากเป็นแค่สินค้าแคมปิ้งอีกต่อไป แต่อยากเข้าไปเป็นสินค้าในครัวเรือนที่ดีไซน์สวย พับเก็บหรือเคลื่อนย้ายง่าย น้ำหนักเบา มีฟังก์ชันที่น่าสนใจกว่าเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป

“Unito มีความหมายกับผมมาก ๆ และผมโชคดีที่ได้ทำแบรนด์นี้ พอไม่ต้องเข้าออฟฟิศ ผมก็ได้อยู่กับครอบครัว สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ การได้อยู่กับลูกมันดีนะ แม้จะปวดหัวบ้างแหละ (หัวเราะ) แต่ลูกชายของผมที่ชื่อ แคมป์ ได้เห็นพ่อทำงาน ก็เหมือนเราได้เป็นตัวอย่างให้เขา 

“และสิ่งสำคัญกว่าการทำธุรกิจหรือชีวิตการทำงานก็คือชีวิตที่สมดุล สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ต้องเข้าออฟฟิศมาตลอด พอได้มาทำแบรนด์ที่แค่ทำแล้วพออยู่ได้ สำหรับเรามันโอเคแล้ว ผมเชื่อว่างานแบบนี้

จะไม่มีวันเกษียณ แค่ตื่นมาทำ แรงน้อยก็ทำน้อย แรงเยอะก็ทำเยอะ และใช้เงินตามที่หามาได้”

Lessons Learned

  • อย่าเพิ่งมองภาพใหญ่ในช่วงเริ่มธุรกิจ อย่าข้ามขั้นตอน
  • เป็นตัวของตัวเองเข้าไว้ อย่าเป็นคนอื่น
  • อย่าลืมคิดถึงคนรอบข้างที่เราทำงานด้วย

Writer

พัฒนา ค้าขาย

นักเขียนชาวเชียงใหม่ผู้รักทะเลและหนังสุขซึ้ง สนใจประเด็น gender ความสัมพันธ์ และเรื่องป๊อปทุกแขนง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล