9 กุมภาพันธ์ 2026
784

ความสุขของนักกินคือการได้กินของอร่อย 

ความสุขของนักเขียนคือช่วงเวลาที่เขียนได้ลื่นไหล

ส่วนความสุขของนักเดินป่าคืออะไร 

บางคนอาจบอกว่า ความเย็นใจตอนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ในขณะที่หลายคนชอบภาพวิวสุดลูกหูลูกตาตอนพิชิตยอดเขา

สำหรับคิม-ฐานันดร กิจหว่าง เจ้าของแบรนด์ ‘Tropical Rainforest’ ความสุขในการเดินป่าของเขา คือการได้อยู่ในป่าด้วยร่างกายที่เบาสบายที่สุด ไม่แบกน้ำหนักมหาศาลไว้บนบ่า

แต่ถ้าใครเป็นนักเดินทางจะรู้ว่า การแพ็กของเข้าไปกิน-นอนในป่าลึกให้น้อยนั้นท้าทายมาก

กระเป๋าที่เบามักจะแลกมาด้วยความบอบบาง ทว่าในป่าดิบชื้นอย่างบ้านเราที่เต็มไปด้วยหนามรกชัฏและกิ่งไม้ระเกะระกะ ความเบาเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ

สิ่งที่ต้องการจริง ๆ คือความ ‘อึด’ ของกระเป๋าด้วย

คิมมองเห็นช่องว่างนี้เมื่อ 12 ปีก่อน เขาจึงคิดถึงการทำกระเป๋าที่ตอบโจทย์นั้น โดยได้แรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมการเดินป่าแบบ Ultralight Backpacking จนสุดท้ายก็เกิดเป็นแบรนด์ Tropical Rainforest กระเป๋าเป้สายพันธุ์ไทย ใช้ผ้าที่ดูบางและมีน้ำหนักเบาหวิว แต่ทนทานต่อรอยขูดขีด 

ที่พิเศษไปกว่านั้นคือความ ‘พอดี’ ที่หาไม่ได้จากแบรนด์ทั่วไป เพราะกระเป๋าทุกใบของ Tropical Rainforest คำนวณไซซ์และตัดเย็บตามสัดส่วนความสูงของแผ่นหลัง-ขนาดเอวของผู้ใช้ ไม่ต่างจากสูทสั่งตัด

จากความหลงใหลในเสียงเงียบของผืนป่า สู่ธุรกิจกระเป๋าคราฟต์ที่พิสูจน์ว่าตลอด 12 ปีที่ผ่านมา รสนิยมและความเชื่อมั่นในวัสดุพาแบรนด์เดินทางไปได้ไกลกว่าที่คิด

บทสนทนาบรรทัดต่อจากนี้ คือเรื่องราวของชายหนุ่มผู้เชื่อว่ากระเป๋าที่ดีที่สุด คือกระเป๋าที่ทำให้เราลืมไปเลยว่ากำลังแบกมันอยู่

กระเป๋าของสายแคมป์

ก่อนจะลงมือเย็บกระเป๋าใบแรก คิมเคยทำงานเป็นสถาปนิกมาก่อน 

ในเวลาว่างจากการงาน เขาไม่ได้ผ่อนคลายด้วยแสงสีหรือเสียงเพลงอึกทึก แต่เป็นผืนป่า เสียงของความสงบ และกิจกรรมปลูกเต็นท์-ตั้งแคมป์ท่ามกลางธรรมชาติต่างหากที่ช่วยให้เขาเย็นใจ

คิมอยู่กับงานสถาปนิกมา 5 ปี อาจจะเหมือนคนทำงานประจำคนอื่น ๆ ที่ทำมาสักพักแล้วรู้สึกอิ่มตัว อยากมีธุรกิจของตัวเอง นักออกแบบบ้านจึงใช้เวลาหลังเลิกงานศึกษาศาสตร์ของการออกแบบอื่น ๆ เพื่อต่อยอดไปเป็นสินค้าขายให้ได้ในอนาคต

เขาเริ่มจากของชิ้นเล็ก ๆ ที่ทำง่าย อย่างกระเป๋าใส่เหรียญและนามบัตร 

คิมบุกไปเจริญรัถ ย่านที่ขึ้นชื่อว่ารวมวัสดุเกี่ยวกับหนังและงานคราฟต์ไว้ทุกรูปแบบ 

“คนเริ่มธุรกิจเล็ก ๆ จะไปที่นั่นกันหมด” เขาบอก 

อาจเป็นโชคดีที่ในปี 2014 มีบริษัทผลิตจำหน่ายวัสดุคุณภาพสูงสำหรับทำกระเป๋าจากสหรัฐอเมริกามาวางจำหน่ายวัสดุชั้นดีที่นั่น ทำให้คนทำแบรนด์รายเล็กเข้าถึงวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงโดยซื้อน้อยชิ้นได้

ชายหนุ่มฝึกฝนการตัดเย็บด้วยตัวเองและขายกระเป๋าให้กับเพื่อน ๆ ในช่องทางออนไลน์ เมื่อเพื่อน ๆ ได้ใช้ก็รู้ทันทีว่าทำมาจากวัสดุที่ดี สินค้าของคิมจึงขายหมดทันที

เขาเริ่มเห็นสัญญาณดี จึงตัดสินใจลาออกจากงานสถาปนิกแล้วมาเปิดแบรนด์จริงจัง สินค้าตัวแรกอย่างเป็นทางการของแบรนด์คือ ‘เปลนอน’ ซึ่งขายได้ดีเช่นกัน ถึงอย่างนั้น คิมก็รู้สึกว่าสินค้าไม่ได้มีดีไซน์ที่โดดเด่น ถ้าทำต่อไป เดี๋ยวคนอื่นก็ลอกเลียนแบบได้ เขาจึงหันกลับมาโฟกัสกับการทำกระเป๋า

“ถ้าเทียบตลาดกัน ตลาดของเปลเล็กกว่ากระเป๋ามาก เราจึงเลือกมาทำกระเป๋าเดินป่าที่น่าจะไปได้ไกลกว่านั้น

“เหตุผลอีกข้อคือเพราะเราลาออกจากงานมาแล้ว เราคิดว่าต้องหาสินค้าไปต่อให้ได้ เท่านั้นเลย เวลาทำงานเราต้องมองภาพรวมทั้งหมด การทำแบรนด์ 10 ปีที่แล้วไม่เหมือนทุกวันนี้ สินค้าแบบที่เราจะทำมันใหม่มาก แต่ทำในสิ่งที่คนอื่นยังไม่ทำนี่แหละ มันจะมีค่าในอนาคต”

กระเป๋าโดยคนไทย เพื่อ (เดิน) ป่าไทย

กระเป๋าของคิมไม่ใช่กระเป๋าเดินป่าธรรมดา แต่เป็นกระเป๋าเดินป่า ‘ประเทศไทย’

นั่นคือที่มาของชื่อแบรนด์ Tropical Rainforest ซึ่งหมายถึง ป่าดิบชื้น ลักษณะเป็นป่ารกทึบ เขียวชอุ่มตลอดทั้งปี ที่สำคัญคือมีป่าแบบนี้ในทุกภาคของบ้านเรา โลโก้ของแบรนด์ยังเป็นรูปภูเขาสันหนอกวัว ภูเขาลูกแรกที่คิมเคยเดินป่า

มากกว่านั้น กระเป๋าเดินป่าของ Tropical Rainforest ยังออกแบบมาเพื่อการเดินป่าแบบ Ultralight Backpacking ที่กระเป๋าเบาเป็นพิเศษ

ไม่ใช่การพกของไปให้น้อยที่สุด แต่พกไปแค่ของ ‘จำเป็น’ ที่มีการชั่งน้ำหนักและพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนทุกครั้งก่อนออกเดินทาง

“ในต่างประเทศมีการเดินป่าระยะไกล เรียกว่า Pacific Crest Trail ใช้เวลาเดินเกือบ 6 เดือน นี่คือที่มาของ Ultralight Backpacking พอเห็นเทรนด์นี้ที่สหรัฐอเมริกา เราก็คิดว่ามันเหมาะกับการพัฒนาในการเดินป่าบ้านเรา สมัยก่อนเวลาไปเดินป่า คนมักจะติดภาพการแต่งตัวเหมือนทหารและหอบของไปเยอะ ๆ เราก็ตั้งคำถามว่าเอาไปทำไมเยอะ ๆ” เขาเท้าความ 

กระเป๋าที่เบา อึด และพอดีตัว

เนื่องจากตลาดของกระเป๋า Ultralight ในไทยยังเล็ก Tropical Rainforest จึงเน้นผลิตแบบ Custom-made ลูกค้าเลือกสีและวัสดุที่จะนำมาทำกระเป๋าได้ ถึงอย่างนั้น ทุกใบจะใช้ผ้า แพตเทิร์น และเทคนิคการตัดเย็บเฉพาะตัว

“จุดเด่นของเรา คือหนึ่ง วัสดุเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราจะอัปเดตวัสดุตามเทรนด์ใหม่ ๆ จากทั่วโลก สอง ดีไซน์ของเป้ Ultralight เป็นดีไซน์เรียบ ๆ ที่คนไทยชอบ แต่เนื้อผ้าที่ใช้เป็นบอดี้ของเป้จะหนากว่าต่างประเทศเล็กน้อย เพราะป่าไทยเป็นป่ารกชัฏ” 

‘หนาแต่เบา’ คิมสรุปนิยามของกระเป๋าที่เหมาะสมกับการไปเดินป่าเมืองไทยว่าอย่างนั้น

อีกข้อคือต้องใช้วัสดุที่ไม่อมน้ำ ด้วยความที่ป่าบ้านเราเป็นป่าชื้น มีช่วงป่าเปียกมากกว่าป่าแห้ง หากใช้เป้ที่เนื้อผ้าอมน้ำ สุดท้ายก็จะหนัก เป็นภาระของผู้แบก เพราะฉะนั้น เป้ของ Tropical Rainforest จึงกันน้ำและทนฝนได้ระดับหนึ่ง แต่คิมแนะนำให้ลูกค้าห่อเสื้อผ้าด้วยถุงพลาสติกอีกครั้งตอนแพ็กของเสมอ “เป็นทริกการแพ็กของเดินป่าพื้นฐานเลย” เขาว่า

ที่น่าสนใจคือไซซ์ของกระเป๋า ด้วยการดีไซน์สายรัดสะโพก (Hip Belt) ให้พอดีกับเอว และวัดระยะความยาวของสายสะพายให้พอดีกับความยาวของหลัง

“ไซซ์ที่พอดีกับตัวจะทำให้เวลาสะพาย กระเป๋าจะช่วยกระจายน้ำหนักได้ ไม่โหลดไปที่จุดใดจุดหนึ่ง ข้อดีคือมันจะแข็งแรง และเป็นกระเป๋าที่เหมือนเกิดมาเพื่อเป็นของเรา” เขาตอบ 

เรานึกสงสัยต่อว่า ถ้าคนใส่มีรูปร่างที่เปลี่ยนไป ว่าง่าย ๆ คืออ้วนขึ้นหรือผอมลง กระเป๋าของคิมยังจะเหมาะกับลูกค้าอยู่ไหม

“มีคนมาถามเรื่องนี้เหมือนกัน แต่คำตอบคือมันจะมีแค่เอวแหละที่เปลี่ยนไป แต่ความสูงและความยาวของหลังจะเท่าเดิม ถ้าสมมติผอมลงมาก ๆ ก็จะหลวม เราปรับสายรัดได้ แต่น้อยคนมากเลยนะที่จะลดน้ำหนักเยอะ ๆ จนรูปร่างเปลี่ยนสุด ๆ ถ้าจาก 100 กิโลกรัมไป 50 กิโลกรัม เคสนั้นก็ต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่หมดอยู่แล้ว”

นอกจากกระเป๋าสะพายหลัง Tropical Rainforest ยังมีกระเป๋ารูปแบบอื่น ๆ เช่น กระเป๋า Crossbody กระเป๋าคาดเอว หรือ Dry Bag ถุงแยกสำหรับเดินป่าอีกด้วย

กระเป๋าที่ทำให้ได้ไปเดินป่าบ่อยขึ้น

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทรนด์แคมปิ้งและเดินป่าขยายความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ

เราสงสัยว่าส่งผลต่อ Tropical Rainforest อย่างไรบ้าง

“แน่นอนว่าเทรนด์มันส่งเสริมเรา แต่เราทำแบรนด์ก่อนจะมีเทรนด์เหล่านี้ (หัวเราะ) เพราะฉะนั้น เราไม่ได้คำนึงถึงการไปควบคุมหรือทำอะไรกับเทรนด์ เพราะเราทำอะไรไม่ได้ ไม่ว่าเทรนด์จะขึ้นหรือลง ถ้าธุรกิจไหนตั้งใจทำสินค้าให้ดีที่สุดออกมา เขาก็น่าจะอยู่ได้นะ และเราตั้งใจจะทำแบบนั้น” คิมกล่าวอย่างจริงจัง

ตลอด 12 ปีที่เปิดแบรนด์มา คิมบอกว่าแกนหลักที่อยู่กับธุรกิจมาตลอดมี 2 ข้อ

ข้อแรก คือความรู้ที่เรียนรู้จากการลงมือทำ 

ข้อสอง คือวิธีคิดสายตาของการออกแบบที่ไม่เหมือนใคร 

“สิ่งเหล่านี้มาจากการสะสม คนที่มาซื้อกระเป๋าของเรา เขาซื้อวิธีคิด ซื้อรสนิยม ซื้อวัฒนธรรมในการทำกระเป๋าของเรา ถ้าสังเกตดีไซน์จะเห็นความไม่เรียบร้อย มีความดิบหน่อย ๆ เวลาผ่านไป โมเดลหรือวัสดุอาจจะเปลี่ยนไป แต่สไตล์และรสนิยมเหล่านี้จะผสมอยู่ในกระเป๋าทุกใบเสมอ

“สำหรับคนที่ไม่ได้มีต้นทุนชีวิตเยอะ 12 ปีที่ผ่านมา เราว่ามาไกลเกินกว่าที่คิดแล้วนะ 12 ปีนี้ทำให้เราได้ ‘รู้’ ซึ่งการรู้อะไรที่ไม่เหมือนคนอื่น เราว่ามันเป็นสิ่งที่มีค่า มากกว่านั้นคือทำให้เราได้อิสระ เราไม่ได้ทำงานภายใต้ใคร คนเดียวที่เราทำงานด้วยคือลูกค้า สมัยก่อนเราอาจจะแคร์ลูกค้ามาก แต่ตอนนี้ลูกค้าเชื่อในเรา ซึ่งความเชื่อนี้ทำให้เรากล้าทดลองใหม่ ๆ พาแบรนด์ไปไกลกว่าเดิม การได้ทำแบรนด์อย่างมีอิสระแบบนี้เป็นความสุขอย่างหนึ่งนะ”

ทำแบรนด์คนเดียวดูมีอะไรให้ทำเยอะไปหมด มีเวลาได้ไปเดินป่าบ้างไหม – เราโยนคำถามสุดท้าย

“เดินตลอดครับ จริง ๆ เรามาทำแบรนด์เพราะอยากมีเวลาไปเดินป่านี่แหละ เราทำงานหนักจริง แต่เลือกได้ว่าอยากไปตอนไหน การเดินป่าคือความสุข คือความสนุก คือการเปิดตัวเองให้กับโลกกว้าง เราคงไม่หยุดไปเดินป่าหรอก”

Website : www.trfgear.com

Lessons Learned

  • การเป็นผู้ประกอบการคือการหาสมดุลระหว่างการทำงาน-อิสระของชีวิต
  • เวลามีจำกัด เลือกให้ดี แล้วทำมันอย่างเต็มที่
  • เงินทุนสำคัญมาก ต้องหาวิธีต่อยอดให้ทำได้ต่อในระยะยาว

Writer

พัฒนา ค้าขาย

นักเขียนชาวเชียงใหม่ผู้รักทะเลและหนังสุขซึ้ง สนใจประเด็น gender ความสัมพันธ์ และเรื่องป๊อปทุกแขนง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล