การเปลี่ยนอาชีพจากนักกฎหมายระดับนโยบาย สู่ผู้ประกอบการเทคโนโลยีอาหาร (FoodTech) อาจดูเป็นเส้นทางชีวิตที่สวนทางกันในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับ โอ๊ยโย๋-พีรดา ศุภรพันธ์ ผู้ก่อตั้ง ‘Tasted Better’ นี่ไม่ใช่การทิ้งอดีต แต่เป็นการนำความรู้และประสบการณ์ของนักกฎหมาย ประกอบกับการเป็นนักอบขนมปังที่เข้าใจคนกิน มาใช้ในการวิเคราะห์และสร้าง FoodTech Start-up
โอ๊ยโย๋เพิ่งกลับมาเมืองไทยในช่วงกลางกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากวุ่นอยู่กับการขยาย Tasted Better ในเกาหลีใต้มากว่า 1 ปีแล้ว จึงเป็นโอกาสดีที่คอลัมน์ The Entrepreneur จะพาไปสำรวจเส้นทางที่ผสมผสานระหว่างนวัตกรรมอาหารและความมุ่งมั่นที่จะยกระดับ ‘จุดแข็งของชาติ’ ให้กลายเป็นธุรกิจที่เติบโตได้ในระดับโลก

จุดประกายจากโต๊ะทำงานในกระทรวงยุติธรรม
เส้นทางของโอ๊ยโย๋เริ่มต้นจากการเป็นนักกฎหมาย เธอจบจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปี 2011 และศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้านกฎหมาย (LLM) จาก University of California, Berkeley ก่อนจะกลับมาทำงานที่กระทรวงยุติธรรมเป็นเวลา 3 ปี จุดเปลี่ยนสำคัญคือการก้าวเข้าสู่บทบาท ‘ที่ปรึกษาด้านนโยบาย’ ให้กับคณะรัฐมนตรีในสมัยนั้น
“เราเริ่มจากการทำงานที่กระทรวงยุติธรรมในฐานะนักร่างกฎหมาย (Lawmaker) ประมาณ 3 ปี หลังจากนั้นออกมาทำนโยบายให้กับคณะรัฐมนตรีเมื่อประมาณ 7 – 8 ปีก่อน โดยดูแล 4 โปรเจกต์หลัก คือ FoodTech & AgriTech, Industry Tech, Health, Wellness & Beauty Tech จุดนี้เองที่ทำให้เราเห็นมิติของอาหารในภาพที่กว้างขึ้น และพบว่า Unique Strength จริง ๆ ของประเทศไทยคืออาหาร ทำให้อยากรู้ว่าจะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่มาทำอะไรได้บ้าง”
การเปลี่ยนบทบาทจากผู้วางแผนบนแผ่นกระดาษสู่คนลงมือทำจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยตรรกะแบบนักกฎหมาย เมื่อข้อมูลชี้ชัดว่า ‘อาหารคือโอกาสที่ได้เปรียบที่สุด’ การตัดสินเดิมพันในธุรกิจ Tasted Better จึงเป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผลที่สุดสำหรับโอ๊ยโย๋


บทเรียนจากก้อนขนมปัง
ก่อนจะมาเป็น Tasted Better โอ๊ยโย๋เริ่มต้นด้วยแบรนด์ Dancing with A Baker ในปี 2019 ซึ่งเป็นการทำผลิตภัณฑ์ขนมปังน้ำตาลต่ำ โปรตีนสูง รสชาติกลมกล่อม และดีต่อสุขภาพ เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งขนมปังสุดพิเศษนี้ทำหน้าที่เป็นโปรเจกต์ทดสอบตลาด เพื่อพิสูจน์ว่านวัตกรรมอาหารสุขภาพมีดีมานด์จริง
เธอเลือกใช้โมเดล B2C (Business-to-Consumer) ขายตรงกับผู้บริโภคโดยผ่านช่องทางออนไลน์ จนค้นพบว่า ตอบโจทย์ผู้ป่วยเบาหวานและกลุ่มคนรักสุขภาพจริง ๆ
“มีเรื่องหนึ่งที่ทำให้เราประทับใจมาก ลูกสาวของลูกค้ามาเล่าว่า เธอเห็นคุณพ่อนั่งร้องไห้ตอนทานขนมปังของเรา เพราะท่านเป็นเบาหวาน ไม่ได้สัมผัสรสชาติขนมปังจริง ๆ มากว่า 8 ปีแล้ว สิ่งนี้คืออิมแพคที่เงินซื้อไม่ได้ เป็นแรงผลักดันให้เราทำสิ่งนี้อยู่ และอยากพา Tasted Better ไปให้ไกลกว่าเดิม”
จากนั้นเธอได้ขยายโมเดลธุรกิจไปสู่การทำคาเฟ่เต็มรูปแบบภายใต้ชื่อ Morning with a Baker ย่านประดิพัทธิ์ ในปี 2019 ซึ่งมีขนาดใหญ่ถึง 100 ที่นั่ง ร่วมกับการทำร้านพิซซาแป้งคีโตชื่อ Bambina Pizza เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของอาหารมื้อค่ำและเพิ่มรายได้ของร้าน ทั้งสองร้านได้ปิดตัวลงไปแล้วในช่วงโควิด-19 เหลือเพียงแต่หน้าร้าน Dancing with A Baker ที่ยังมีลูกค้าประจำแวะเวียนสั่งขนมปังน้ำตาลต่ำอยู่เรื่อย ๆ
ประสบการณ์การเปิดคาเฟ่ทำให้เธอได้เรียนรู้ว่า การบริหารร้านอาหารนั้นมีความซับซ้อน ต้องวุ่นวายกับการบริหารจัดการ และต้องเปลี่ยนเมนูตามเทรนด์อยู่เสมอ แต่เธอต้องการสร้างธุรกิจที่เติบโตด้วย Core Tech ไม่ใช่แค่การสร้างแบรนด์ไลฟ์สไตล์
“เราอยากให้บริษัทที่โฟกัสกับการทำโปรดักต์อาหารจริง ๆ” โอ๊ยโย๋เลือกเดินออกจากการทำหน้าร้านแบบ Brick and Mortar
นำมาสู่จุดเริ่มต้นบทใหม่ของการสร้าง Tasted Better ในฐานะบริษัทนวัตกรรมวัตถุดิบอาหารแป้งน้ำตาลต่ำ
นวัตกรรมแป้ง Low GI
“จะสร้างความรื่นรมย์ในการกินกลับมาได้อย่างไรโดยไม่เพิ่มคาร์โบไฮเดรต” เป็นความท้าทายของคนทำขนมปังที่มีโจทย์หนักแน่นว่า อยากทำสินค้าน้ำตาลต่ำ โปรตีนสูง โอ๊ยโย๋จึงลองต่อยอดพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แป้ง ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในอาหารหลายประเภท
“แป้งเป็นส่วนประกอบของอาหารทุกประเภท ทั้งขนมปัง คุกกี้ พาสต้า หรือเส้นก๋วยเตี๋ยว และเราปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘อาหารเส้น’ คือวัฒนธรรมอาหารที่ยู่ในวิถีชีวิตของผู้คนไม่ว่าจะอยู่ในซีกโลกไหนก็ตาม แป้งจึงเป็นตลาดแห่งโอกาสที่ใหญ่มาก”
หลังจากใช้เวลาวิจัยและพัฒนาตลอด 3 ปีตั้งแต่ปี 2020 – 2023 Tasted Better ได้เปิดตัวในปี 2024 โดยใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘แป้งเสริมอาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI)’ ที่ยังคงรสชาติและสัมผัสที่ดีไว้ได้
“แป้ง Tasted Better มีคาร์โบไฮเดรตต่ำกว่าแป้งปกติถึง 5 เท่า และต่ำกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับพาสต้า ขณะที่โปรตีนสูงกว่า 4 เท่า และไฟเบอร์สูงกว่า 7 เท่า ในปริมาณที่เท่ากัน ซึ่งเป็นผลการทดสอบจากห้องทดลองและมีผล Clinical Trial ยืนยัน”
โอ๊ยโย๋ชูคุณสมบัติเด่นของแป้ง Tasted Better ที่ลดการกระตุ้นน้ำตาลในเลือดอย่างเห็นผล เสริมสร้างกล้ามเนื้อได้ ให้พลังงานยั่งยืน และดีต่อระบบขับถ่าย

สมรภูมิ K-Startup
ตลอดการพัฒนาสินค้า โอ๊ยโย๋มีเพื่อนร่วมทางช่วยสนับสนุนมากมาย เช่น โครงการ SPACE-F รุ่น 3 ในปี 2022 ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ร่วมกับ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อสร้าง Global FoodTech Incubator and Accelerator ที่มุ่งผลักดันอาเซียนให้เป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมอาหารระดับโลก
หลังจากนั้น Tasted Better เข้าสู่โครงการประกวด K-Startup Grand Challenge (KSGC) ในปี 2024 และได้เป็นสตาร์ทอัพสัญชาติไทยบริษัทแรกที่ผ่านการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 20 บริษัท เข้าไปอยู่ในโครงการส่งเสริมสตาร์ทอัพที่ดีที่สุดของประเทศเกาหลีใต้ เพื่อเสริมทักษะความรู้ก่อนขยายตลาดไปสู่เอเชีย
ในดินแดนที่ธุรกิจจำนวนมากขับเคลื่อนโดยกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่หรือแชโบล (Chaebol) โอ๊ยโย๋เล่าว่าเธอเคยได้รับข้อเสนอการลงทุนและความร่วมมือจากบริษัทชั้นนำหลายแห่ง แต่หลังจากพิจารณาอย่างรอบคอบ เธอตัดสินใจเลือก ‘เดินออกมา’ จากโอกาสนั้น เพื่อรักษาทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการเติบโตของบริษัทตามแนวทางที่ตั้งใจไว้
“การได้รับความสนใจจากบริษัทใหญ่ถือเป็นโอกาสที่น่ายินดีและเป็นกำลังใจอย่างมาก แต่หากเงื่อนไขบางอย่างนำไปสู่การปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตหรือรสชาติของผลิตภัณฑ์ เรามองว่ามันกระทบต่อตัวตนของแบรนด์ จึงเลือกที่จะยังไม่รับข้อเสนอในครั้งนั้น เพื่อให้ Tasted Better รักษาความคล่องตัวและเอกลักษณ์ไว้ ค่อย ๆ เติบโตในจังหวะที่เหมาะสมของเรา”

ปัจจุบัน Tasted Better มีออฟฟิศอยู่ 3 แห่งในเกาหลีใต้ คือ Head Quarter ในเมืองจอนจู และออฟฟิศอีก 2 แห่งในย่านซองซู กรุงโซล และเมืองพังโย จังหวัดคยองกี ที่เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีสำคัญของเกาหลีใต้
บริษัทขยายเครือข่ายพันธมิตร B2B อย่างแข็งแกร่ง ผ่านการทำงานกับโรงงานต่าง ๆ ในเกาหลีใต้กว่า 18 แห่งที่มีการนำแป้งจาก Tasted Better ไปทดลองพัฒนากับการผลิตสินค้าต่าง ๆ เช่น คุกกี้ เค้ก รามยอน ซึ่งถึงแม้จะยังอยู่ในช่วง R&D แต่สิ่งนี้ก็การันตีได้ว่า แป้งเพื่อสุขภาพของ Tasted Better น่าจะเป็นสิ่งที่ตลาดมองหาและตอบโจทย์ผู้บริโภคได้
โอ๊ยโย๋เล่าถึงโปรเจกต์ล่าสุด คือความร่วมมือกับแบรนด์ท้องถิ่นขนม GOYODO ในการนำแป้งมาต่อยอดทำขนมดั้งเดิมของเกาหลี รวมถึงเค้กและคุกกี้ นอกจากนี้ ยังมีการร่วมมือกับบริษัทพัฒนาอาหารสัตว์ระดับพรีเมียม ซึ่งเน้นไปที่อาหารสุนัขด้วย
Tasted Better ยังเป็น 1 ใน 8 บริษัทไทยที่ได้รับคัดเลือกจากผู้สมัครกว่า 70 บริษัท เข้าโครงการ Hong Kong Science & Technology Parks Corporation (HKSTP) และได้รับการเชื้อเชิญจากผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Cathay Pacific เพื่อนำนวัตกรรมแป้งไปใช้ในอาหารบนสายการบิน

One Lady Army
ในโลกสตาร์ทอัพเกาหลีใต้ที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและระบบชายเป็นใหญ่ โอ๊ยโย๋สร้างตัวตนด้วยนิยาม ‘Soft but Strong’ ซึ่งเป็นศิลปะแห่งความอ่อนโยนและความเข้าใจคน สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพาร์ตเนอร์หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และใช้ ‘Lawyer’s Mindset’ ในการเจรจาต่อรองและการคุมกฎกติกาธุรกิจ
“ที่เกาหลีใต้ เราใช้วิธีเข้าหาบริษัทใหญ่ก่อน เพื่อหา Market Validation เราจัด Food Testing ถึง 6 ครั้งใน 1 ปีเพื่อพิสูจน์ผลลัพธ์ สิ่งนี้ทำให้เราได้พบเจอพาร์ตเนอร์ใหม่ ๆ และได้ร่วมมือกัน”
“Oyo is a one lady army.” คือประโยคที่เหล่า Start-up Founders ในเกาหลีใต้ให้ฉายากับเธอ เพราะไม่ว่าจะมีทรัพยากรจำกัดเพียงใด ด้วยความพยายามของโอ๊ยโย๋และเครือข่ายผู้คนที่รู้จักกัน เธอจะทำให้งานเกิดขึ้นได้เสมอ
แนวคิด One Lady Army ไม่ใช่การทำทุกอย่างคนเดียวด้วยความเหนื่อยยาก แต่คือการบริหารทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โอ๊ยโย๋เชื่อว่าความได้เปรียบของเธอ คือการผสมผสานระหว่างนักกฎหมายที่ถูกฝึกมาให้ ‘ต้องถูกเสมอ’ กับทักษะของผู้ประกอบการที่ ‘ต้องกล้าผิด’ เมื่อความละเอียดรอบคอบมาเจอกับความใจถึง เธอจึงบริหารความเสี่ยงได้ดีกว่าคนอื่น

ด้วยประสบการณ์ลุยเดี่ยวอันโชกโชน จากการทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐทั้งในไทยและในต่างประเทศ โอ๊ยโย๋ได้ถอดบทเรียน 3 ข้อที่เธออยากให้หน่วยงานไทยสนับสนุน Start-up Ecosystem มากกว่านี้
1. เปลี่ยนจากการให้เงินเป็นรายครั้ง เป็นการสร้าง Infrastructure ที่เหมาะสม
ในลักษณะใกล้เคียงกับที่รัฐบาลเกาหลีใต้สนับสนุนให้ทั้งออฟฟิศทำงานและ Ecosystem ช่วยสร้างเครือข่ายและพาร์ตเนอร์ที่เหมาะสมกับธุรกิจสตาร์ทอัพนั้น ๆ
2. ปรับจังหวะการอนุมัติให้ทันโลก
“ขั้นตอนรัฐต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อความเร็วของธุรกิจ ความล่าช้าของกระบวนการอนุมัติที่บางครั้งใช้เวลานานกว่า 6 เดือน คือตัวฆ่า Start-up Speed ที่แท้จริง”
ในโลกธุรกิจ เวลา 6 เดือนคือเวลาที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว เมื่อเทียบกับโครงสร้างพื้นฐานในเกาหลีใต้หรือฮ่องกง ซึ่งเน้นการสนับสนุนที่รวดเร็วและเอื้อต่อการเติบโตจริง ๆ
3. รัฐต้องสนับสนุนการออกสู่ตลาดโลกอย่างเป็นระบบ
นอกจากการออกบูทในตลาดเป้าหมายแล้ว ควรมีการเชื่อมโยงให้พบกับคู่ค้าที่มีศักยภาพในการซื้อจริงในตลาดโลกด้วย
“เราอยากให้ Tasted Better ไปถือธงไทยในเวทีโลก ในฐานะสตาร์ทอัพไทยที่ไปแข่งขันและเติบโตได้ในระดับสากล” โอ๊ยโย๋กล่าวถึงเป้าหมายที่ชัดเจนของ Tasted Better
“อยากให้ผู้ประกอบการไทยกล้าก้าวออกจาก Safe Zone ไปแข่งนอกประเทศมากขึ้น เพราะการออกไปเห็นโลกกว้างจะทำให้คุณรู้ว่าศักยภาพที่แท้จริงของคุณนั้นไม่มีที่สิ้นสุด ยิ่งหวังสูงเท่าไหร่ เราก็จะพยายามถีบตัวให้สูงขึ้นเท่านั้น เหมือนคำกล่าวที่ว่า
“Shoot for the moon. Even if you miss, you’ll land among the stars – แม้ว่าเราจะไม่ถึงดวงจันทร์ การล้มอยู่ท่ามกลางดวงดาวก็ยังสวยงามเสมอ” เธอปิดท้ายด้วยรอยยิ้ม

Website : taste.co.th










