11 พฤศจิกายน 2024
3 K

ไม่ว่าจะโซฟา ที่นอน หรือพรม ในช็อปแบรนด์เนมชื่อดังจากต่างประเทศหลายแบรนด์ (ที่พูดชื่อแล้วเชื่อว่าทุกคนจะร้องอ๋อ) ห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ วัดวาอารามหลายแห่ง บนเครื่องบิน เรือยอชต์ คอนโด บ้าน ออฟฟิศ คลินิก โรงแรม ร้านอาหาร ฯลฯ ต่างไว้วางใจให้ ‘SofaBoy’ เข้าไปทำความสะอาดถึงที่ โดยมีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลเป็นอย่างดี

SofaBoy เรียกตัวเองว่าผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ผ้าทุกชนิด โดยใช้อุปกรณ์เฉพาะของแต่ละเนื้อผ้า เพราะน้ำยาแต่ละสูตรไม่มีทางใช้ครอบจักรวาลผ้าทั้งหมดได้ จึงไม่แปลกที่เวลาทีมงานออกไปลุยทำความสะอาดที กระเป๋าจะเต็มไปด้วยน้ำยานับสิบชนิด ทั้งแบบที่เหมาะกับคนและเหมาะกับสัตว์เลี้ยง ซึ่งทีมงานได้รับการฝึกฝนและรับรองโดยตรงจากองค์กรด้านการทำความสะอาดระดับโลกอย่าง IICRC ที่สหรัฐอเมริกา จึงเรียกได้ว่านี่เป็นการทำความสะอาดที่ลงลึกอย่างละเอียดไปถึงไรฝุ่นที่มองไม่เห็นกันเลยทีเดียว

หัวเรือใหญ่ของเหล่า SofaBoy(s) ประกอบไปด้วย เติ๊ด-วรวิช ทรัพย์เปี่ยมลาภ, ซี-กฤษฎา เชาวน์สุขุม และ บุ๋น-วรยุทธ อักษรนุกุล 3 หนุ่มเพื่อนสนิทจากรั้วโรงเรียนอัสสัมชัญ ที่ร่วมก่อตั้งธุรกิจนี้ขึ้นมาเมื่อพบว่า โซฟาที่นั่งอยู่เป็นประจำนั่นแหละ คือหนึ่งในตัวการสำคัญของอาการภูมิแพ้ที่ไม่หายสักที 

จากภารกิจทำความสะอาดโซฟาของตัวเอง ไป ๆ มา ๆ ก็จริงจังถึงขั้น หาความรู้ ลงเรียนการทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ผ้าถึงสหรัฐอเมริกา แล้วกลับมาทำธุรกิจเล็ก ๆ แต่สร้างแรงกระเพื่อมที่ยิ่งใหญ่ต่อตัวพวกเขาและลูกค้าทุกคนจนถึงวันนี้ได้

อะไรทำให้ SofaBoy กลายเป็นธุรกิจทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ผ้าที่ซื้อใจลูกค้าทุกกลุ่มได้ตั้งแต่คนธรรมดาที่อยากมีเฟอร์นิเจอร์สะอาด คนเป็นภูมิแพ้ที่อาการดีขึ้นหลังจากใช้บริการ รวมถึงธุรกิจเล็กยันธุรกิจใหญ่ที่ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง จนคิวทำความสะอาดของ SofaBoy แน่นเอี้ยดอยู่เป็นประจำ 

หากพร้อมแล้ว ไปเปิดกลยุทธ์และแผนธุรกิจของหนุ่มโซฟาที่มีใจรักการทำความสะอาดกันได้เลย 

ภูมิแพ้โซฟา

SofaBoy เป็นการรวมตัวกันของหนุ่มที่เก่งกันคนละด้าน ซีทำงานฝั่ง Digital Marketing บุ๋นทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี และเติ๊ดที่เก่งด้านการบริหารจัดการธุรกิจ นี่จึงเป็นส่วนผสมที่ลงตัว

“ตอนทำงาน ผมก็เป็นรูมเมตกับบุ๋นครับ ซึ่งในคอนโดมีโซฟาอยู่ตัวหนึ่งที่อยู่มาแล้ว 4 – 5 ปี แต่พวกผมไม่เคยทำความสะอาดเลย จนบุ๋นเริ่มมีอาการภูมิแพ้ นั่งโซฟาแล้วมีผื่นคันบริเวณแขนที่สัมผัสกับโซฟา เลยสงสัยกันว่าเราต้องทำความสะอาดไหมและต้องทำความสะอาดยังไง” เติ๊ดเล่าถึงไอเดียตั้งต้นที่เกิดขึ้นมาระหว่างเขาและรูมเมต ซึ่ง ณ ตอนนั้น พวกเขาเริ่มจากการหาข้อมูลว่ามีใครรับทำความสะอาดโซฟาบ้าง 

“ผมลองเรียกมาใช้บริการดู เราเห็นกระบวนการต่าง ๆ ของเขาแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจดีจัง พอเขาทำเสร็จ บุ๋นก็อาการดีขึ้นนะ แต่ก็ยังมีอาการคันหลงเหลือบ้าง พวกเราจึงลองทำกันเอง ซักโซฟาเองกันไปหลายรอบมาก เอาแปรงมาขัด ลงน้ำยา ซื้อเครื่องทำความสะอาดโซฟาที่เป็นเครื่อง Extraction มาลองใช้ กลายเป็นว่าอาการคันหายไป เราเลยมาคุยกันว่า งั้นลองทำเป็นธุรกิจจริงจังกันดีไหม” 

การเลือกมาจับธุรกิจนี้ถือเป็นความโชคดี เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว เลยทำให้พวกเขาได้ใช้สิ่งรอบตัวเป็นสนามฝึกซ้อมจนมั่นใจก่อนที่ไปทำงานให้กับคนอื่น 

“ถึงจะไม่มีผู้เล่นหลักในตลาดมาก แต่ก็ยังพอมีให้เห็นอยู่บ้าง เราก็ต้องดูว่าเขาทำกันยังไง อันไหนเวิร์ก อันไหนควรปรับให้ดีขึ้นกว่าเดิมในแบบฉบับของเรา” ซีเล่าเสริม

Mission Possible

ภารกิจของทั้ง 3 หนุ่มจึงเริ่มต้นขึ้นจากการทำกันเองในห้องส่วนตัว สู่การทดลองในตลาดแรก คือกลุ่มเพื่อนบ้านในคอนโดเดียวกัน 

“เราเริ่มจากเพื่อนบ้าน โดยไปขอนิติบุคคลส่วนกลางคอนโดทำ ซึ่งคอนโดก็ใจดีให้เราทดลอง เพราะ Win-Win ทั้ง 2 ฝ่าย เขามีคนทำความสะอาดให้ เราก็ได้เก็บพอร์ตไปด้วย ทำไปทำมา เริ่มมีผลตอบรับที่ดีจากเพื่อนบ้าน” ซีเล่าให้ฟัง

หลังจากนั้นจึงเกิดการบอกต่อกันปากต่อปาก จนพวกเขาได้ไปทำคอนโดอื่น ๆ เพิ่มเติม แต่ถ้าจะขยายตลาดให้กว้างขึ้น ก็ต้องมีความรู้เฉพาะทางและความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้เพื่อให้ธุรกิจของพวกเขาไปได้ไกลยิ่งขึ้น

“ปัญหาของหลาย ๆ คน มักเกิดจากการไม่รู้ตัว เช่น ทำไมช่วงนี้เราป่วยบ่อย จามบ่อย คันบ่อย แต่เราไม่ได้สังเกตว่าเกิดจากอะไร เพราะเราดูด้วยตาแล้วไม่เห็น ฝุ่นมันเล็กมาก และกระทบสุขภาพจนถึงจุดที่เขาต้องไปหาหมอ และต้องมาหาต้นตอที่แท้จริงว่าปัญหาเกิดจากอะไรกันแน่ เพราะจริง ๆ มันอยู่ใกล้ตัวเขามากกว่าที่คิด อาจเป็นโซฟาที่คุณนั่ง ที่นอนที่คุณนอน ผ้าม่านที่แขวนไว้ 5 – 10 ปี เห็นว่าไม่มีอะไร แต่พอซักออกมาน้ำดำปี๋เลย” เติ๊ดแชร์ถึงความสำคัญของการใส่ใจเรื่องความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ผ้า

ความอยากเนิร์ดเรื่องโซฟาและเฟอร์นิเจอร์ผ้าพาให้เติ๊ดตัดสินใจบินไปเรียนต่อด้านนี้โดยเฉพาะถึงสหรัฐอเมริกา 

“ผมไปเรียนเพื่อให้เราเชี่ยวชาญเรื่องวิธีการทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ผ้าและซักพรมจริง ๆ จนได้ใบประกาศโดยตรงจาก IICRC ซึ่งเป็นองค์กรด้านการทำความสะอาดระดับโลก แล้วก็เอาความรู้ตรงนี้มาทำธุรกิจ SofaBoy ให้ดีที่สุด

“ต้องบอกว่าพวกเราเริ่มจากศูนย์จริง ๆ เพราะนี่เป็นบริการที่เราเรียนรู้โดยไม่มีโรงเรียนที่ไทยสอน ผู้นำในตลาดก็ไม่ได้มีชัดเจน เลยต้องใช้การลองผิดลองถูก หาความรู้เพิ่มเติมเยอะ ๆ ในทุกวัน ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญกับธุรกิจนี้มาก ทุกวันนี้ผมก็ยังต้องหาความรู้เรื่อย ๆ และลงไปดูปัญหาของลูกค้าเยอะ ๆ เพื่อให้เราเห็น Pain Point ในแต่ละเคส”

เติ๊ดเล่าว่าการมีชุดความรู้ตรงนี้ ทำให้เขาได้รู้ทั้งการแก้กลิ่นอับชื้น จากที่เคยซักซ้ำ ๆ แล้วกลิ่นไม่หายไป รวมถึงรู้ว่าคราบบางคราบซักไม่ออก เพราะอาจใช้น้ำยาที่ไม่ได้เหมาะกับผ้าชนิดนั้นจริง ๆ 

“เนื้อผ้า วัสดุผ้า ไม่ว่าจะผ้าสังเคราะห์ ผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ ผ้าไนลอน ผ้าเรยอน มีความยากต่างกันออกไป น้ำยาที่ใช้จึงไม่มีทางเหมือนกัน บางน้ำยาที่คิดว่าใช้กับผ้าชนิดนี้ได้ พอไปหน้างานอาจใช้น้ำยาเหมือนเดิมไม่ได้ รวมถึงวิธีการทอ บางทีผ้าทอแบบนี้ ใช้แปรงแบบนี้ไม่ได้ มันมีรายละเอียดเยอะมาก”  

ดังนั้น สิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญมากที่สุด คือความใส่ใจในทุกรายละเอียดที่ถ่ายทอดไปสู่ทีมงานทุกคนของ SofaBoy

“เราต้องจับเข่าคุยกับช่างให้เขามองตรงกันว่า ฉันต้องพยายามทำความสะอาดให้ดีที่สุด พวกเขาก็จะมีความพยายามกำจัดทุกไรฝุ่นเล็ก ๆ เพราะอยากได้คำชมดี ๆ จากลูกค้าว่าเขาหายจากภูมิแพ้ น้ำยาหอมจัง หรือขอบคุณที่ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น รวมถึงมองว่าภารกิจของช่างคือการเอาคราบต่าง ๆ ออกให้ได้ด้วยน้ำยา 10 กว่าชนิดที่พกมา เพราะกลับกัน ถ้าพวกเขาไม่ใส่ใจลูกค้า ก็อาจไปบอกลูกค้าว่าทำไม่ได้ ลูกค้าก็อาจเชื่อคำพูดนั้นอย่างน่าเศร้า นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการควบคุมมาตรฐานและทัศนคติช่างจึงสำคัญมาก” 

Sofa, So Good

กลุ่มลูกค้าในปัจจุบันของ SofaBoy มีตั้งแต่คนเป็นภูมิแพ้ที่อยากทำความสะอาดบ้าน คอนโด ซึ่งเป็นกลุ่มพื้นฐานที่ใช้บริการในทุก ๆ วัน ขยายไปถึงกลุ่มคนที่มีสัตว์เลี้ยงซึ่งต้องการการทำความสะอาดแบบ Pet-friendly รวมทั้งกลุ่มภาคธุรกิจ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ซึ่งต้องการภาพแบรนดิ้งที่ดี จนถึงกลุ่มคลินิกทันตกรรม คลินิกเสริมความงาม ร้านอาหาร ออฟฟิศ โรงแรม เรือยอชต์ เครื่องบิน วัด ยันกลุ่มที่มีมาตรฐานสูงปรี๊ดอย่างช็อปแบรนด์เนมก็เลือกใช้บริการ SofaBoy

“ตอนแรกเรารับงานสเกลใหญ่ไม่ได้ รับแต่งานสเกลเล็ก เพราะเราลงมือทำหน้างานกันเอง ขัดถูกันเองเกือบปี แต่พอมีทีมใหญ่ขึ้น เราก็พร้อมเสนองานชิ้นใหญ่ ทั้งที่นอน 300 เตียงในโรงแรม พรมในสำนักงาน หรือพรมบนเรือยอชต์ก็มี และที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนสุด ๆ อย่างช็อปแบรนด์เนม เราก็มีโอกาสเข้าไปทำ โดยเขาจะทดสอบเราก่อน 1 รอบ เมื่อผ่านจึงเซ็นสัญญาร่วมงานกัน ด้วยความที่ช็อปแบรนด์เนมมีมาตรฐานค่อนข้างสูง คนที่ทำให้เขาได้มีจำนวนน้อยมาก แต่พอทำได้ เราก็จะได้ทำต่อเรื่อย ๆ ซึ่งถือเป็นความภูมิใจของพวกเราครับ”

“มันเป็นภูเขาน้ำแข็งที่มีรายละเอียดเยอะกว่าที่เห็นมาก” เติ๊ดเล่าถึงความยากของบริการนี้ “น้ำยาตัวหนึ่งไม่ได้ครอบจักรวาล มีทั้งเรื่องทฤษฎี กระบวนการทางเคมี เวลา SofaBoy ไปทำงานแต่ละที กระเป๋าใบเดียว พวกเรามีน้ำยาเป็นสิบชนิด และจุดเด่นอีกอย่างคือเรามีโรงงานซักพรมด้วยครับ เพราะพรมมีราคาตั้งแต่หลักร้อยยันหลักล้าน เราสัมผัสมาทุกแบบแล้ว แต่ละผืนมีความเสี่ยงที่ต้องใช้กระบวนการที่ถูกต้องและดีต่อพรม”

นอกจากกระบวนการอันละเอียดซับซ้อนแล้ว ความยากอีกอย่างคือการแข่งกับเวลา “ร้านในห้างฯ ต้องทำกลางคืนอย่างเดียว เพราะเขาต้องเปิดตอนเช้า เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้แห้งพร้อมใช้ให้ทันตอนเช้า หรือบางเคสที่เขาต้องรีบใช้เก้าอี้สักตัวให้ทันตอนเช้า เขาก็จะส่งมาให้ที่โรงงานตอน 4 ทุ่ม เพื่อให้ส่งคืนให้เขาได้ในตอนเช้า SofaBoy จึงต้องมีช่างคอยสแตนด์บายอยู่ตลอด

“การที่เราได้เจอลูกค้า มันดีต่อการทำงานตรงที่เราจะไม่หยุดพัฒนาตัวเองเพื่อหาวิธีแก้ปัญหาอยู่เสมอ ลูกค้าบางคนมีพรมบางผืนที่มีคุณค่าทางใจ ราคาอาจไม่ได้แพง แต่ถูกส่งต่อมาจากรุ่นพ่อรุ่นแม่ ซึ่งจริง ๆ ราคานี้เขาซื้อใหม่อีกผืนได้เลย แต่เขาเลือกที่จะทำความสะอาดแทน อะไรแบบนี้ทำให้พวกเรารู้สึกเติมเต็มที่ได้เยียวยาจิตใจมาก ๆ 

“หรืออย่างเคสที่บุ๋นลงไปทำเองกับมือ คือลูกค้าเขาไปให้เจ้าอื่น ๆ ทำ แต่ไม่มีใครรับทำเลย เพราะเป็นเตียงที่คุณปู่เสียบนที่นอนแล้วมีคราบติดอยู่ ซึ่งเจ้าของบ้านเขาอยากเก็บที่นอนนี้ไว้ พวกเราก็ยินดีที่จะทำความสะอาดฆ่าเชื้อให้เขา เขาขอบคุณเรามาก ๆ ผมเลยมองว่าธุรกิจของเราช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนได้จริง ๆ ครับ”

อนาคตของ SofaBoy พวกเขามองไปถึงการขยายสถานที่รับให้บริการไปยังจังหวัดอื่น ๆ นอกเมืองบ้าง และอยากขยับขยายไปถึงการทำความสะอาดวัสดุอื่น ๆ อย่างเครื่องหนัง พื้นที่หิน พื้นที่ไม้ ซึ่งสำหรับซี เขามองว่าธุรกิจนี้มีความยั่งยืนอยู่ในตัว 

“เพราะทำให้ใครหลาย ๆ คนไม่ต้องไปซื้อเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่ ลดการผลิตชิ้นใหม่ขึ้น มองอีกแง่ก็ช่วยลดคาร์บอนไปด้วย ในอนาคตเราอยากจะจริงจังเรื่องความยั่งยืนมากขึ้น เพื่อให้วัดผลได้ชัดเจนว่าการทำความสะอาด 1 ชิ้นงาน จะช่วยลดคาร์บอนไปได้จำนวนเท่าไหร่” ซึ่งปัจจุบัน SofaBoy ก็เพิ่งได้ตรามาตรฐานจากยุโรปที่ชื่อว่า EcoVadis การันตีว่าธุรกิจขนาดเล็กนี้มุ่งมั่นและใส่ใจเรื่องของความยั่งยืนแล้วด้วย

ทั้งคู่บอกเราทิ้งท้ายว่า การมีอยู่ของธุรกิจทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ผ้านี้ แสดงให้เห็นว่าคนไทยเริ่มหันมาใส่ใจเรื่องการทำความสะอาดมากขึ้น และพวกเขาหวังว่าจะเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและแก้ปัญหาต่าง ๆ ของลูกค้าได้จริง ๆ หากวันนี้ถามว่าใครเป็นคู่แข่งของพวกเขา พวกเขายืนยันว่า “คู่แข่งจริง ๆ ก็คือตัวเราเอง และการตลาดที่ดีที่สุดคือการไม่มีการตลาด ทำการให้บริการของเราให้ดี คนจะอยากบอกต่อเองครับ”

Lessons Learned

  • People Management สำคัญมาก เพราะการสร้างสภาพแวดล้อมในองค์กรให้ช่างรู้สึกเชื่อจากใจว่าต้องบริการลูกค้าให้ดีเยี่ยมจะทำให้ผลงานของพวกเขาออกมาดี
  • การปลูกฝังมาตรฐานการทำงานให้ชัดเจนตั้งแต่แรก ว่าแบบไหนเวิร์ก แบบไหนไม่เวิร์ก จะทำให้ทุกคนเห็นจุดหมายในการบริการลูกค้าที่ตรงกัน
  • ความรู้เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะการไม่หยุดพัฒนา เรียนรู้ทฤษฎีต่าง ๆ เติมความรู้ใหม่ ๆ เข้าไปอย่างไม่รู้จบ จะทำให้ธุรกิจเดินไปข้างหน้า

Writer

พัชญ์สิตา ไพบูลย์ศิริ

นัก (ชอบ) เขียนบ้ากล้องที่ชอบถ่ายรูปตัวเองเป็นพิเศษ เสพติดเสียงธรรมชาติ กลิ่นฝน และสีเลือดฝาดบนใบหน้า ที่ใช้เวลาเขียนงานไปพร้อมๆ กับติ่งอปป้าอย่างใจเย็น

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน