11 สิงหาคม 2025
1 K

เมื่อแสงจากงานคอนเสิร์ตดับลง ผู้คนทยอยกลับบ้าน เคยสงสัยไหมว่าขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่เกิดขึ้นในงานเหล่านี้หายไปไหน ถ้วยพลาสติก กล่องบรรจุภัณฑ์ เศษอาหาร หรืออุปกรณ์เซตอัปของงานอีเวนต์ ถูกจัดการอย่างไร 

เมื่อขยะถูกเทรวมกัน บางชิ้นที่ควรนำไปรีไซเคิลหรือกลับมาใช้ใหม่กลับต้องปนเปื้อน จนต้องเพิ่มงบประมาณและขั้นตอนการคัดแยก บ้างก็ลงเอยที่หลุมฝังกลบหรือเข้าเตาเผาแทน 

เมื่อเห็น Pain Point นี้ ‘Recycle Day Thailand’ จึงนำความเชี่ยวชาญมาต่อยอดเป็นบริการจัดการขยะในอีเวนต์ ซึ่งไม่ใช่เพียงการกำจัดที่ปลายทาง แต่ผ่านขั้นตอนอันแสนละเอียดซับซ้อน ตั้งแต่วางแผนก่อนจัดงาน ไปจนถึงการคำนวณคาร์บอนฟุตพรินต์หลังจบงาน

จากแอปพลิเคชันสู่อีเวนต์

จากความตั้งใจอยากผลักดันให้ผู้คนเปลี่ยนพฤติกรรมมาแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ชนัมภ์ ชวนิชย์ CEO & Co-founder แห่ง Recycle Day Thailand จึงก่อตั้งสตาร์ทอัพนี้ขึ้นมา พร้อมแอปพลิเคชันให้สะสมแต้มจากการนำขยะรีไซเคิลมาส่งที่ Drop Point ตามห้างสรรพสินค้าและจุดที่มีคนพลุกพล่าน

ขยายพื้นที่ทำงานด้วยรถจากทีมงานเข้าไปรับตามเส้นทางที่กำหนด โดยแลกคะแนนเป็นของรางวัล บริจาค หรือเปลี่ยนเป็นเงินได้ 

หลังจากนั้นจึงค่อยเพิ่มบริการรับจัดการเศษอาหาร ขยะอันตราย ไปจนถึงขยะเสื้อผ้า และในที่สุด ก็ต่อยอดมาสู่บริการกำจัดขยะในงานอีเวนต์

“พอคนเริ่มแยกขยะ เขาก็เริ่มอยากจัดการขยะมากขึ้น ยิ่งในช่วง 3 – 4 ปีนี้แทบจะเป็นเรื่องที่องค์กร หรือหน่วยงานต่าง ๆ ต้องทำ โดยเฉพาะถ้าจัดงานอีเวนต์ใหญ่ ๆ ระดับประเทศ งานระดับนานาชาติ ยิ่งต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ เราจึงขยับเข้ามาทำให้ครบวงจรขึ้น”

บริการรับกำจัดขยะในงานอีเวนต์จึงนับเป็นโอกาสทางธุรกิจแห่งยุคสมัยนี้ โดยมีตั้งแต่งานเล็กระดับ Town Hall ผู้ร่วมงาน 200 – 300 คน ไปจนถึงคอนเสิร์ตหรือกิจกรรมกลางแจ้งที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 10,000 คน 

มาก่อน กลับทีหลัง 

ยอมรับว่าภาพแรกที่เรานึกถึงบริการนี้ คือการคัดแยกขยะหลังจบงาน แต่พอฟังจบก็พบว่านั่นเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของงานทั้งหมด

“เราเป็นคนแรกที่เข้าไปในงาน และคนสุดท้ายที่ออกจากงาน” 

ชนัมภ์เล่าถึงกระบวนการทำงานว่าเริ่มมาตั้งแต่วางแผนร่วมกับผู้จัดว่ามีโอกาสจะเกิดขยะจากงานส่วนใดบ้าง หรือต้องการให้แขกในงานมีส่วนร่วมจัดการขยะมากน้อยแค่ไหน เพื่อลด ‘ที่มา’ และหา ‘ที่ไป’ ให้ขยะทุกชิ้น 

ขั้นต่อมาคือประสานงานกับผู้มีส่วนร่วมและเครือข่ายต่าง ๆ ทั้งแม่บ้าน พ่อค้าแม่ค้า ไปจนถึงพาร์ตเนอร์ที่รับกำจัดขยะในพื้นที่ใกล้เคียงให้ไม่ต้องขนส่งขยะข้ามไปยังพื้นที่อื่น ๆ 

สุดท้ายคือการชั่งน้ำหนักขยะ คำนวณคาร์บอนฟุตพรินต์ แล้วเก็บข้อมูลเพื่อรายงานผลและพัฒนาต่อไป โดยจะใช้เวลาจัดการส่วนนี้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง และหากสถานมีกำหนดเวลาปิดทำการ ก็ต้องทำงานแบบแข่งกับเวลาขึ้นไปอีก โดยแต่ละงานอีเวนต์จะมีรายละเอียดยิบย่อยที่แตกต่างกันออกไป 

01 งานวิ่ง

งานวิ่งส่วนมากมักจัดช่วงเช้าตรู่ แต่สำหรับสตาฟต้องเริ่มตั้งแต่ 1 วันก่อนจัดอีเวนต์ เพื่อบรีฟว่าใครประจำการจุดไหนบ้าง โดยจุดทิ้งขยะมีทั้งสเตชันแจกน้ำระหว่างทาง จุดแจกอาหารใกล้เส้นชัย และจุดรวมขยะทั้งหมด 

สิ่งสำคัญของงานที่จำกัดเวลาเช่นนี้ คือต้องมีทั้งสตาฟประจำจุดทิ้งขยะที่คอยให้คำแนะนำ และสตาฟอีกคนคอยเตรียม ‘ขนขยะ’ ไปทิ้งยังจุดรวม เพื่อป้องกันขยะที่มาเรื่อย ๆ จนล้นและอาจจะเก็บไม่ทัน 

ภาพ : Facebook Recycle Day Thailand

02 งานแฟร์

เนื่องจากเป็นงานที่มีขยะเกี่ยวกับอาหารและภาชนะค่อนข้างมาก จึงต้องวางแผนตั้งแต่ภาชนะที่ใช้ไปจนถึงเมนูที่เสิร์ฟ เพื่อให้เกิดขยะน้อยที่สุด

 หากเป็นบุฟเฟต์ บางเมนูที่ยังไม่ถูกเสิร์ฟและยังคงคุณภาพดี ก็นำไปส่งต่อให้โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าบริเวณใกล้เคียงได้ แต่ต้องตรวจสอบวันหมดอายุให้แน่ชัดเสียก่อน

ส่วนงานที่มีพ่อค้าแม่ค้ามาออกบูท ก็ต้องสื่อสารและแจกถุงขยะให้ทุกบูท 2 ถุง เพื่อแยกขยะเปียก กับขยะแห้งเสมอ รวมทั้งวางจุดทิ้งขยะที่มีกลิ่นให้ห่างจากจุดคนพลุกพล่าน 

เมื่อเป็นอีเวนต์ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวัน ไม่ได้แข่งกับเวลาเท่างานวิ่งหรือคอนเสิร์ต จึงต้องเน้นการสื่อสารกับแขกในงาน โดยมีสตาฟคอยให้คำแนะนำว่าชิ้นไหนควรทิ้งลงในถังขยะประเภทใด หากงานไหนมีไม้ลูกชิ้น ตะเกียบ ไม้จิ้มฟัน ก็ต้องเก็บแยกออกมาจากขยะชนิดอื่น ๆ เพื่อความปลอดภัยเสมอ

ภาพ : Facebook Recycle Day Thailand

03 คอนเสิร์ต

ความต่างของคอนเสิร์ต คือกลุ่มคนที่มาพร้อมจะใช้เวลาสนุกสนาน เป็นงานขนาดใหญ่ที่มักจะมีแอลกอฮอล์ร่วมด้วย จึงมีโอกาสที่ผู้เข้าร่วมจะดื่มแอลกอฮอล์หรือกำลังดื่มด่ำกับความสนุกตรงหน้าจนเผลอทิ้งขยะตามจุดต่าง ๆ โดยไม่ได้คัดแยก 

งานประเภทนี้จึงไม่เอื้อต่อการให้ผู้ร่วมงานมีส่วนช่วยแยกขยะ แม้ยังคงมีสตาฟคอยยืนแนะนำวิธีการแยะขยะเช่นเดิม แต่สิ่งที่ต้องเพิ่มและเน้นเป็นพิเศษ คือจำนวนสตาฟที่คอยคัดแยกขยะเองและดูความเรียบร้อยตามจุดต่าง ๆ มากกว่างานประเภทอื่น 

หากมีขยะที่ต้องส่งต่อไปทิ้งรวมในห้าง หรืออาคารนั้น ๆ ก็ต้องประสานงานกับพนักงานให้เรียบร้อยก่อนเวลาปิดทำการด้วยเช่นกัน 

ภาพ : Facebook Recycle Day Thailand

ถ้าถามว่าบริการเหล่านี้สำคัญอย่างไร เราอยากชวนนึกภาพตามว่า ขนาดงานที่มีทีม Recycle Day Thailand ช่วยจัดการตั้งแต่ต้นทางแล้ว ยังมีปริมาณขยะ ‘อย่างน้อย’ 300 – 400 กิโลกรัม แต่หากไม่มีการจัดการ ขยะเหล่านี้จะมีปริมาณมากขนาดไหน 

และถ้าลองนึกภาพอีเวนต์ที่มองไปแล้วสะอาดตา ไม่มีกลิ่นขยะเปียกหมักหมมโชยมา ไม่ต้องคอยระวังสะดุดไม้แหลม ๆ หรือน้ำหวานเหนียวเหนอะหนะเต็มพื้น นั่นคงเป็นงานที่น่าประทับใจไม่น้อย ทั้งยังดีต่อสุขอนามัยของผู้จัดงานและผู้ร่วมงานไปในตัว

ส่วนฝั่งเทศบาล เมื่อขยะแยกอย่างดีมาตั้งแต่ต้นทาง ย่อมช่วยให้ทำงานง่ายขึ้นและประหยัดงบไปบริหารส่วนอื่นได้มากขึ้นอีกด้วย

เป้าหมายคือการเปลี่ยนพฤติกรรม

ความใส่ใจในรายละเอียดทั้งหมดนี้ ช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ร่วมงานและผู้จัดงานทีละนิด เช่น สตาฟที่แนะนำวิธีแยกขยะประจำจุด ช่วยแก้ความสับสนของคนทิ้งขยะ เหล่าผู้จัดงานเริ่มเข้าใจวัสดุที่ควรใช้ รูปแบบการทำงานที่ลดปริมาณขยะได้ จนครั้งถัดไปจัดงานได้ลื่นไหลมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือแม้แต่ชาว Recycle Day Thailand เองก็ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ในทุก ๆ งาน

ในมุมธุรกิจ การทำงานอย่างมืออาชีพและลงลึกจนสร้างความเข้าใจให้คนที่ทำงานร่วมกันได้ ก็กลายเป็นข้อดี คือลูกค้าเชื่อมั่นและบอกต่อกันไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็กลายเป็นสังคมที่เหนียวแน่นและค่อย ๆ ขยับขยายมาตลอด 8 ปี

แต่ถึงอย่างนั้น เป้าหมายปลายทางสุดท้ายของ Recycle Day Thailand ก็ยังคงอยู่อีกแสนไกล

“จากเป้าหมายที่เราอยากไปถึง ถ้าคิดเป็น 100% ตอนนี้เรายังอยู่ที่ 25%” 

ชนัมภ์อธิบายว่า เขาไม่ได้ต้องการสร้างธุรกิจจัดการขยะครบวงจรอย่างเดียว แต่อยากเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนให้การจัดการขยะเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งในไทยและต่างประเทศ 

รวมถึงเป้าหมาย Zero Waste Landfill ที่ใช้ขยะให้เกิดประโยชน์สูงสุดก่อนถึงหลุมฝั่งกลบ ซึ่งนอกเหนือจากการลงมือทำให้ดีแล้ว สิ่งที่ยังเป็นความท้าทายสำคัญคือเรื่องงบประมาณสนับสนุน ตลอดจนนโยบายภาครัฐที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับองค์กรหรือสังคมโดยรวม

แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขายังคงเชื่อมั่นและเดินหน้าต่อไป ด้วยพลังของทีมงาน เครือข่ายที่ขยับขยายขึ้นทุกวัน รวมถึงแรงสนับสนุนจากผู้ใช้งานและผู้ติดตามที่เชื่อมั่นในแนวทางเดียวกันเสมอมา

Website : Recycle Day Thailand 

Lessons Learned

  • เริ่มจากสิ่งที่อยากทำด้วยโมเดลที่ชัดเจน เพื่อประหยัดเวลาและไปได้ไกลขึ้น
  • กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดอย่างสม่ำเสมอ
  • จะทำเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ต้องมีเพื่อนร่วมทาง

Writers

ทวีทรัพย์ แซ่เตียว

นักเรียนสื่อที่ชีวิตขับเคลื่อนด้วยการผจญภัย และของเหลวที่เรียกว่า ‘กาแฟ’

ธัญญารัตน์ โคตรวันทา

มนุษย์อยู่ไม่ติดบ้าน มีงานอดิเรกคือการเดิน

Photographer

ภรัณยู วรรณศรีพิศุทธิ์

นักศึกษาเอกญี่ปุ่นจากมหาสารคาม สนใจภาพถ่าย ชีวิตขับเคลื่อนด้วยเสียงเพลง อยากมีเงินไปมิวสิกเฟสติวัลเยอะๆ