ถ้าบอกว่าคนรุ่นใหม่โตมากับเทคโนโลยี แต่ ใบไผ่-ฉลองรัตน์ รัตนฟองแก้ว คือคน Gen Z ที่โตมากับจดหมาย
ตอนเด็ก ๆ ใบไผ่เรียนโรงเรียนทางเลือกที่ในห้องเรียนตกลงกันว่าจะไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ เธอจึงคุ้นเคยกับการเขียนจดหมายถึงเพื่อนในวัยเด็ก
แต่พอโตขึ้น ทุกคนเริ่มมีโซเชียลมีเดีย จดหมายก็ห่างมือไปแสนนาน จนใบไผ่เริ่มคิดถึงการเขียนถึงใครสักคน
ช่วงปีสุดท้ายในมหาวิทยาลัย เธอจึงตัดสินใจกลับมาเขียนอีกครั้ง แถมยังเปิดอินสตาแกรมในชื่อ ‘pacha.mail’ พร้อมโมเดล Subscription จดหมายให้กำลังใจเดือนละ 1 ฉบับ แบบราย 3 เดือน 6 เดือน และรายปี
“เราคิดว่ามีแค่ 5 คนก็ดีใจแล้ว” เธอเอ่ยยิ้ม ๆ ก่อนจะเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นถึงผลตอบรับเกินคาดที่มียอด Subscription 20 คนตั้งแต่เปิดครั้งแรก
ผ่านไปไม่ถึงปี จดหมายมากกว่า 1,000 ฉบับถูกส่งออกไปทั้งในและต่างประเทศ แถมช่วงหลัง ๆ เริ่มขยับขยายสู่บริการใหม่คือการเขียนข้อความ Customized ในโอกาสพิเศษ
แม้ Pacha Mail จะเป็นธุรกิจเล็ก ๆ แต่มีวิธีการสร้างรายได้ที่น่าสนใจไม่น้อย เราจึงนัดหมายใบไผ่มาพูดคุยกันถึงเบื้องหลังการทำงานจนถึงโมเดลธุรกิจที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นในยุคสมัยนี้

จรดปากกา
ในแต่ละเดือน ใบไผ่จะร้อยเรียงถ้อยคำให้กำลังใจใส่กระดาษ แล้วบรรจุลงในซองสีแดงชวนให้นึกถึงเทศกาลเฉลิมฉลอง เธอเลือกสีนี้เพราะดูสะดุดตา และอยากให้ทุกคนตื่นเต้นกับการได้รับจดหมาย
ส่วน Pacha เป็นนามปากกา จากคำที่ใบไผ่ชอบตอนอ่านเจอในหนังสือสักเล่ม
แต่ละเดือนเธอจะคิดธีมตามเทศกาล หรือหากไม่มีเหตุการณ์พิเศษอย่างเดือนตุลาคม ก็จะเขียนถึงความรู้สึกในเดือนนั้นแทน
“เราเขียนถึงว่าเดือนนี้ไม่ค่อยมีอะไรเลยเนอะ เหมือนเวลาเดินช้า ผ่านครึ่งปีมาเยอะแล้ว แต่ไม่ได้ใกล้ฉลองปลายปีขนาดนั้น เราเลยเล่าถึงก้าวเล็ก ๆ ที่ก็ยังมีการเคลื่อนไหวอยู่นะ เราแค่ไม่ได้สังเกตมัน และเล่าถึงความรู้สึกของเราที่มีต่อเดือนนี้”
ในซองยังมีโปสต์การ์ดอีกแผ่น ระบุข้อความสั้น ๆ พร้อมภาพวาดกุหลาบฝีมือของเธอเอง มีทั้งดอกตูม ดอกบาน และดอกที่ร่วงโรยไป สื่อถึงการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ในจังหวะที่แตกต่างกัน เช่นเดียวกับเนื้อหาในจดหมาย อีกทั้งช่วงเดือนตุลาคมมีวันสุขภาพจิตโลก (World Mental Health Day) กุหลาบจึงสื่อถึงความรักและห่วงใยไปในตัว
แม้จะสนุกกับงาน แต่เบื้องหลัง Pacha Mail เต็มไปด้วยความละเอียดอ่อน ตั้งแต่การเลือกสีสัน ขนาดของกระดาษ ใช้ฟอนต์พิมพ์ดีดที่ชวนหวนนึกถึงจดหมายสมัยก่อน รวมทั้งวาดภาพในโปสต์การ์ดด้วยสีน้ำ ตามหาแสตมป์ที่ตรงธีม บางครั้งต้องตามหาคอลเลกชันเก่า ๆ ที่ผ่านมาแล้วเกือบ 20 ปี
ใบไผ่มักเริ่มเขียนโครงเรื่องช่วงต้นเดือน แก้ไขปรับคำไปเรื่อย ๆ กว่าจะเสร็จก็เกือบถึงช่วงปลายเดือนแล้ว ด้วยเนื้อหาที่ต่างไปจากการเขียนจดหมายถึงเพื่อน
“มันค่อนข้างละเอียดอ่อน แม้เราเขียนข้อความเชิงบวกอยู่แล้ว แต่ในจดหมายฮีลใจมันส่งผลต่อความรู้สึกใครได้เหมือนกัน เราจึงต้องระวังเรื่องนี้ เราพยายามเช็กว่าจะไม่ไปทำร้ายใครโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น วันแม่ เราไม่ได้ใช้คำว่าแม่ แต่อาจจะเป็นคนที่รักและสนับสนุน เป็นใครสักคนก็ได้ในชีวิต”


ส่งไปรษณีย์
แม้ช่วงแรก Pacha Mail จะมีผลตอบรับดี แต่เธอกลับขาดทุนทั้ง 20 ฉบับแรก เพราะราคา Subscription ราย 3 เดือน 190 บาทตอนนั้น เกิดจากการลืมคำนวณต้นทุนหลายส่วน ตั้งแต่จดหมายฉบับตัวอย่างที่ลองผิดลองถูกก่อนจะออกมาเป็นฉบับพร้อมส่ง จนถึงค่าส่งไปรษณีย์แบบลงทะเบียน เพื่อให้ติดตามจดหมายได้ และต้นทุนแฝงอีกสารพัด
ใบไผ่จึงตั้งหลักใหม่ คิดคำนวณอย่างถี่ถ้วนว่าตัวเลขนี้จะทำให้อยู่ได้ในระยะยาว แล้วขอลูกค้าขึ้นราคาในเดือนถัดไป ซึ่งขยับมาเกือบ 2 เท่า ซึ่งปัจจุบันเธอยังคงส่งจดหมายเดือนละ 1 ฉบับเช่นเคย แต่จะแบ่งเป็น Subscription ราย 3 เดือน 370 บาท, ราย 6 เดือน 730 บาท และราย 12 เดือน 1,470 บาท ส่วน Customized Letter ราคาอยู่ที่ 390 บาทต่อฉบับ
“ถ้าราคาเดิมเราจะอยู่ได้แป๊บเดียว จึงตั้งราคาที่พอดีกับตัวเราและลูกค้าน่าจะจ่ายได้ แล้วเอากำไรมาพัฒนางานเราด้วย เพื่อให้เขารู้สึกดีเมื่อได้รับ เพราะตอนแรกไม่ได้มีภาพวาด เป็นการ์ดเฉย ๆ เราอยากทำงานที่ไม่รู้สึกเสียดายว่า อยากทำให้ดีกว่านี้ แต่ต้นทุนไม่ได้”
ราคาที่เพิ่มขึ้น พ่วงมาด้วยความหวั่นใจและทำใจเอาไว้ว่าอาจมีลูกค้าขอยกเลิกไปหรือมีลูกค้าใหม่น้อยลง แต่ตรงกันข้าม ลูกค้าหลายคนดีใจที่จดหมายจาก Pacha Mail ขึ้นราคา บางคนถึงขั้นขอจ่ายเพิ่มย้อนหลังเลยก็มี เพราะอยากเอาใจช่วยให้กิจการเล็ก ๆ ที่มีความหมายนี้ยังดำเนินต่อไปได้
“รู้สึกเหมือนว่าเราไม่ได้เดินคนเดียวโดดเดี่ยวขนาดนั้น แต่มีคนคิดถึงจดหมายเหมือนกัน และลูกค้าที่ชอบอะไรค่อนข้างเฉพาะ (Niche) เขาให้การสนับสนุนเรามาก คอยบอกว่าอยากให้มีอันนี้ต่อไป อย่าเลิกทำนะ เพราะไม่ค่อยมีคนทำ เหมือนเขาเป็นคอมมูนิตี้ที่คอยให้กำลังใจว่าทำต่อไปนะ”
กลุ่มลูกค้าของ Pacha Mail ส่วนมากอายุราว ๆ 25 – 35 ปี โดยเฉพาะกลุ่ม 30 ปีขึ้นไปที่คุ้นเคยและคิดถึงการเขียนจดหมาย มีทั้งลูกค้าในไทยไปจนถึงต่างแดน
“ตอนแรกก็มีลูกค้าในไทยเยอะ แต่หลัง ๆ เราเซอร์ไพรส์ที่มีลูกค้าคนไทยในต่างประเทศ หรือมีญาติ มีแฟนอยู่ต่างประเทศ แล้วให้ส่งไปให้ บางคนไปเรียนต่อแล้วให้เราส่งไป ถ้าที่ไทยราคาจะรวมค่าส่งแล้ว แต่ต่างประเทศจะจ่ายตามเรตจริงของไปรษณีย์ไทย แม้ค่าส่งเพิ่มขึ้น แต่เขาก็เต็มใจที่จะจ่าย”


ข้อความพิเศษ
นอกจากโมเดล Subscription แล้ว ไม่นานมานี้ ใบไผ่ขยับขยายมาเขียนจดหมาย Customized ตามความต้องการของลูกค้า บางคนมีธีมกว้าง ๆ มาให้ บางคนระบุเนื้อหามาให้ปรับแต่งถ้อยคำ หรือมีเฉพาะบางคำที่อยากให้อยู่ในจดหมาย
“เราเริ่มเห็นว่าลูกค้าอยากได้แบบไหน เช่น มีคนขอมาเยอะมากว่า วันเกิดแฟน หรืออยากส่งให้แม่แล้วอยากเพิ่มข้อความพิเศษตรงนี้ด้วย เราเลยเพิ่มบริการใหม่ขึ้นมา ทำพิเศษแค่ฉบับเดียวในโอกาสสำคัญ ส่งไปรษณีย์เหมือนเดิม เพราะเขาอยากให้เป็นเซอร์ไพรส์”
แต่ทั้งหมดก็ไม่ง่ายนัก เพราะเธอต้องหาสมดุลระหว่างบรีฟจากลูกค้ากับเนื้อหาที่ไม่ทิ้งลายเซ็นของ Pacha Mail เธอจึงเขียนแล้วส่งให้ลูกค้าตรวจก่อนส่งจริงทุกครั้ง ยกเว้นกรณีส่งให้ตัวเองในวันเกิด ลูกค้าจะรออ่านตอนเปิดซองทีเดียว เพราะอยากมีเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ เป็นของขวัญ
จดหมายซองแดงนี้จึงทำหน้าที่มากกว่าการสื่อสาร แต่บรรจุความรู้สึกลงไปในนั้นได้ โดยเทคโนโลยีสมัยใหม่ไม่อาจทดแทน
“ยุคนี้เราแฮปปี้เบิร์ทเดย์คนอื่นได้ง่ายขึ้น แต่ผ่านไปแป๊บเดียวข้อความก็หายไป แต่จดหมายเก็บได้ตลอด เรามองเห็น สัมผัสได้ และอาจจะต้องรอสักหน่อย แต่กระบวนการรอก็สำคัญเหมือนกันว่า ทำให้เรารู้สึกอย่างไรกับสิ่งนั้น”
หลังจากทำมาเกือบปี ก็เริ่มทั้งคนที่ทักมาถามไถ่ว่าอยากทำธุรกิจแบบนี้ จะเริ่มอย่างไรได้บ้าง ไปจนถึงจดหมายหลายฉบับที่ลูกค้าเขียนตอบกลับมา
“บางคนเขียนมาเล่าเรื่องราวตัวเอง หรือเขียนมาบอกว่า เขาอ่านจดหมายเราแล้วรู้สึกอย่างไร มันช่วยให้เขาก้าวข้ามอะไรยาก ๆ ในชีวิตบ้าง” เธอเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
แม้ Pacha Mail ยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ แต่ก็เลี้ยงชีพได้จนเธอตัดสินใจทำเป็นงานประจำหลังเรียนจบ
เธอเล่าว่าตั้งแต่ทำมา ไม่เคยมีช่วงไหนที่ไอเดียตัน เพราะคิดจากบรรยากาศและความรู้สึกของเดือนนั้น ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ จึงมีเรื่องใหม่ให้เขียนถึงอยู่เสมอ แต่ส่วนที่ยากกว่าคือการสื่อสารให้คนรู้จัก เพราะใบไผ่ไม่ถนัดทำคลิปโปรโมตหรือออกหน้ากล้องมากนัก แต่เราก็เอาใจช่วยให้กิจการเล็ก ๆ นี้ค่อย ๆ เติบโตขึ้นทุกวัน
ท่ามกลางโลกที่พยายามทำทุกอย่างให้รวดเร็วทันใจ เราเชื่อว่ามนุษย์ยังต้องการความเชื่องช้าและโหยหาเสน่ห์ของการ ‘รอคอย’ เช่นเดียวจดหมายซองแดงฉบับนี้

Instagram : pacha.mail

