7 ตุลาคม 2024
1 K

นอกจากนี้ ยิ่งไปกว่านั้น มากไปกว่านี้

ในพจนานุกรมหลายเล่ม ความหมายของคำว่า Moreover ระบุไว้อย่างนั้น

น่าสนใจดีที่พอเราได้สนทนากับเจ้าของแบรนด์ที่มีชื่อเดียวกัน คำเหล่านั้นปรากฏขึ้นบ่อย ๆ ทั้งในคำพูดและความคิด

MOREOVER คือแบรนด์ของตกแต่งบ้านและไลฟ์สไตล์อายุ 8 ปีของ นวัต ศักดิ์ศิริศิลป์ และ กรวุฒิ กาญจนาบุญมาเลิศ ซึ่งพิจารณาจากไอเทมอย่างกระดานแม่เหล็ก หิ้งพระ หรือน้องใหม่มาแรงอย่างกล่องใส่อาร์ตทอยแม่เหล็กแล้ว สินค้าของพวกเขาจะจำกัดความง่าย ๆ ว่าเป็นสินค้าแบบ ‘มินิมอล’ ตามสมัยนิยมก็ย่อมได้ แต่จะสนุกกว่าถ้าลองฟังรายละเอียดและเรื่องเล่าของมัน 

ในยุคที่มองไปทางไหนของแต่งบ้านก็มีหน้าตาและฟังก์ชันเหมือนกันหมด แต่ MOREOVER สร้างสรรค์งานโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความครีเอทีฟ พวกเขาเชื่อว่านอกจากของแต่งบ้านจะสวยแล้ว ฟังก์ชันต้องได้ และคนใช้ต้องเอาไปเล่น เอาไปสนุก เอาไปปรับใช้ตามแบบฉบับของเขาได้อย่างเต็มที่

มากกว่านักออกแบบ

ย้อนกลับไปก่อนหน้าจะก่อตั้งแบรนด์ กรวุฒิทำงานสายครีเอทีฟมาก่อน ผ่านงานโฆษณาและอีเวนต์มามากมาย แต่มีความสนใจเรื่องการแต่งบ้านเป็นชีวิตจิตใจ 

“ผมเคยทำงานที่เกี่ยวข้องกับการแต่งบ้าน ทำให้ชอบเสพคอนเทนต์แต่งบ้านมาตลอด การทำงานที่นั่นทำให้เห็นว่าไลฟ์สไตล์การแต่งบ้านของคนมีความหลากหลายมาก และคำว่าแต่งบ้านสวยไม่ได้แปลว่าต้องแพงเสมอไป การแต่งบ้านคือการบอกเล่าความเป็นตัวเองที่แตกต่างกันไปของผู้อยู่อาศัย เป็นการสะท้อนความสนใจ รสนิยม คุณค่าในชีวิต หรือเป็นพื้นที่สะสมของรักของหวงที่เจ้าของบ้านชื่นชอบ นี่คือเสน่ห์ของการแต่งบ้านที่ผมตีความแบบนี้มาตลอด และคิดว่าถ้ามีโอกาสได้ทำของแต่งบ้าน จะออกแบบสินค้าเพื่อตอบโจทย์นี้” มินิมอลแบบ MOREOVER – นี่แหละคือสไตล์การแต่งบ้านที่เขาหลงใหล

ส่วนนวัตเป็น Product Designer ที่เรียนจบด้านการออกแบบอุตสาหกรรม (Industrial Design) และทำงานออกแบบสินค้าตกแต่งบ้านมาตลอด มีความฝันว่าอยากเปิดแบรนด์ของตัวเองมานาน

เมื่อทั้งคู่ได้มาเจอกันผ่านการงาน ความฝันนั้นก็ก่อร่างสร้างตัวจนกลายเป็นจริง

มากกว่าของแต่งบ้าน

“สินค้าของเราไม่ได้เป็นนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีล้ำ ๆ ที่เป็นสิ่งใหม่ในโลก มันเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วแหละ แต่เราจะก้าวเข้ามาอยู่ในใจของผู้บริโภคได้ยังไง จะมีความโดดเด่นและแตกต่างจากแบรนด์ของแต่งบ้านอื่น ๆ ที่มีอยู่แล้วในท้องตลาดตรงไหน” กรวุฒิบอกว่านั่นคือโจทย์แรกที่ MOREOVER ตั้งขึ้นมาเพื่อค้นหาคำตอบ

และคำตอบนั้นคือคำว่า Creative Function สินค้าที่ MOREOVER ออกแบบจึงต้องมีทั้งฟังก์ชันและไอเดีย เป็นจุดต่างที่ต้องหาให้เจอจากสินค้าที่มีอยู่ในท้องตลาดอยู่แล้ว นำมาสู่ปรัชญาของแบรนด์ที่บอกว่า Creative is More 

“ปกติเราจะได้ยินคำว่า Less is More แต่สำหรับ MOREOVER เราเชื่อในความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นความคิดสร้างสรรค์ของผู้ออกแบบหรือผู้ใช้งาน เราเชื่อว่าสิ่งนั้นจะทำให้สินค้าดู More” นวัตเสริม

ปรัชญาของแบรนด์ส่งผลถึงการออกแบบอย่างชัดเจน พวกเขาตั้งปฏิธานว่าความคิดสร้างสรรค์จะสอดแทรกอยู่ในสินค้าทุกชิ้น นอกจากนั้น ลูกค้าใช้ความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองต่อยอดและเติมเต็มสินค้าได้ในแบบฉบับของพวกเขา นั่นคือคุณค่าที่ทำให้ MOREOVER เป็นของแต่งบ้านที่แตกต่างจากแบรนด์อื่น 

มากกว่าฟังก์ชันใช้งาน

ความครีเอทีฟเริ่มต้นตั้งแต่วัสดุหลัก นั่นคือเหล็ก 

เวลานึกถึงเหล็ก หลายคนอาจมองว่าเหล็กจะถูกใช้ในโครงสร้างหลักของบ้าน ไม่ได้ดู Cozy ดูมินิมอล หรือมีสไตล์ เอามาทำเป็นของแต่งบ้านไม่ได้หรอก แต่ MOREOVER คือแบรนด์แรก ๆ ที่นำเหล็กมาทำเป็นของแต่งบ้านด้วยรูปฟอร์มใหม่

“ผมถนัดทำงานออกแบบโปรดักต์กับแพ็กเกจจิงรูปทรงแปลก ๆ ประจวบกับเราเห็นว่าเหล็กเป็นวัสดุที่ไม่ค่อยมีคนใช้ เราจึงนำเหล็กแผ่นมาพับขึ้นรูปให้กลายเป็นสินค้า” นวัตบอก

สินค้าที่หลายคนอาจคุ้นตาคือหิ้งพระและแท่นพระ ซึ่งนำความมินิมอลมาผสมกับเทรนด์สายมูฯ จนเกิดเป็นหิ้งพระและโต๊ะหมู่บูชาที่เข้ากับยุคสมัย ฉีกกรอบการทำหิ้งพระแบบดั้งเดิม ซึ่ง MOREOVER ถือเป็นแบรนด์แรกที่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนโฉมหิ้งพระให้เป็นสไตล์มินิมอล เข้ากับบ้านได้ง่าย ไม่เพียงแค่รูปลักษณ์ แต่ยังมีฟังก์ชันน่ารักอย่างที่แขวนพวงมาลัยแม่เหล็ก นอกจากนี้ โต๊ะหมู่บูชาของพวกเขายังเป็นระบบโมดูลา ขยาย ต่อเติม ตามปริมาณพระหรือเทพที่เช่ามาบูชาเพิ่มเติมได้ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าพวกเขาคิดมาเพื่อตอบโจทย์ Creative Function จริง ๆ

มากกว่าโปรดักต์สุดมินิมอล

MOREOVER ไม่ได้ทำแค่ของตกแต่งบ้านสำหรับสายมินิมอลเท่านั้น แต่พวกเขายังขยับขยายมาเป็น Multi-lifestyle Shop ที่รวบรวมงานดีไซน์ที่มีจริตแบบ MOREOVER มาขายรวมกันที่ร้านสุดน่ารัก ตั้งอยู่บนชั้น 5 เซ็นทรัลเวิลด์ 

MOREOVER Shop มีตั้งแต่บอร์ดติดแม่เหล็ก กล่องใส่อาร์ตทอย เครื่องหอมสำหรับแต่งบ้านด้วยกลิ่น ไปจนถึงแท่นบูชาสำหรับสายมูเตลู

“กลยุทธ์ของเราคือการเจาะลึกในการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากขึ้น สิ่งที่มีขายที่ MOREOVER Shop จึงเป็นสินค้าอื่น ๆ ที่เข้ามาช่วยเติมเต็มประสบการณ์หรือใช้งานร่วมกับสินค้าหลักที่เราออกแบบเอง สินค้าหรือแบรนด์ที่เราเลือกมาก็เกิดจากการศึกษาความอินของลูกค้าและพฤติกรรมของพวกเขา เช่น เราเคยทำหิ้งพระ ในช็อปจึงเริ่มมีกระถางธูปสไตล์มินิมอล ลามมาจนถึงอาร์ตทอยสายมูฯ สิ่งเหล่านี้มีขายที่ร้านเหมือนกัน” กรวุฒิอธิบาย

“เหมือนเราต้องการเป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละประเภทสินค้าที่เราขาย ซึ่งในความเป็น Expert ของเราหมายถึงเราต้องอินไปกับลูกค้า รู้ว่าเขาสนใจอะไร มองหาอะไร แล้วเติมเต็มประสบการณ์นั้น ๆ ให้ลูกค้าผ่านสินค้าที่เราออกแบบและคัดเลือกมา” นวัตบอกวิธีการที่ทำให้ลูกค้าสนุกกับการแต่งบ้าน

มากกว่าคนชอบแต่งบ้าน

ตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม MOREOVER เรียกลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของพวกเขาว่า YUCKY

ย่อมาจาก Young Urban Creative หรือกลุ่มคนครีเอทีฟที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์หาเงินได้ เพราะฉะนั้น ดีเทลต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันของพวกเขาจึงต้องเปี่ยมไปด้วยความครีเอทีฟ และสินค้าของ MOREOVER ก็อยากเป็นหนึ่งในนั้น

“ลูกค้าของเราค่อนข้างมีความละเมียดละไมในการใช้ชีวิต ยอมจ่ายในราคาที่สูงกว่าเพื่อให้ได้ของที่เขาต้องการ มีหลายครั้งที่ลูกค้ามาบอกกับเราว่า เขาซื้อของเราเพราะเขาหาอะไรแบบนี้จากที่อื่นไม่ได้แล้ว ต้องมาที่นี่เท่านั้น” นวัตอธิบาย

“ลูกค้าของ MOREOVER มีจริตบางอย่างที่เหมือนกัน ของบางชิ้นหาซื้อที่ไหนก็ได้ เช่น หิ้งพระ ถ้าเขาจะซื้อหิ้งแบบสีทองทั่วไปอาจจะไม่ตรงกับจริตเขา แต่จะซื้อชั้นวางธรรมดาจากออนไลน์ก็เรียบเกินไป เขาเลยมาหาหิ้งพระของเราที่มีรายละเอียดที่ตรงกับความต้องการของเขา หรืออย่างลูกค้าที่สะสมอาร์ตทอย เขาก็อยากคุยกับเจ้าของแบรนด์หรือนักออกแบบที่คุยภาษาเดียวกับเขา”

มากกว่าตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์

เมื่อ 8 ปีก่อน MOREOVER เกิดขึ้นในยุคที่แบรนด์สินค้าตกแต่งบ้านของไทยกำลังบูม ก่อนที่แบรนด์ของตกแต่งบ้านรายใหญ่จากต่างประเทศจะเข้ามาบุกไทย ตลาดของแต่งบ้านจึงเปลี่ยนไป ลูกค้าสนใจสินค้าที่เข้าถึงง่ายและเป็นสากล แบรนด์ไทยมากมายจึงหายไปจากวงการ 

แต่อะไรล่ะทำให้ MOREOVER ยังอยู่

“เราทำมันด้วยแพสชัน” นวัตตอบ 

“อุตสาหกรรมของแต่งบ้านไม่ได้ทำเงินเท่ากับอุตสาหกรรมอื่น ถ้าไม่ได้มีใจรักจริง ๆ คงทำไม่ได้ แต่เราทำด้วยความชอบ อยากทำให้ดีจริง ๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์จนทำให้ธุรกิจนี้เติบโตได้ มีประเภทสินค้าที่หลากหลาย และเพราะความหลากหลายนี่แหละทำให้แบรนด์ของเราแข็งแรง”

กรวุฒิสมทบต่อ “สิ่งที่ทำให้เรารอดคือเราไม่ผูกติดอยู่กับวัสดุหรือดีไซน์แบบใดแบบหนึ่ง เราเลยออกแบบสินค้าอะไรก็ได้แต่ยังตอบโจทย์ปรัชญาของเรา แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเป็นสิ่งที่เราอินมาก ๆ เพราะถ้าเราไม่อิน เราเชื่อว่าจะทำได้ไม่ดี

“เอาจริง ๆ ถ้ามองย้อนกลับไป มีเวลาที่เราอาจจะไม่รอดอยู่หลายช่วงเลย” ชายหนุ่มเล่าต่อ “แต่พอกลับมานั่งคิดตอนนี้ เราคิดว่าสินค้าหลายชิ้นที่เราทำขึ้นมาเป็นตัวอย่างในการบันทึกประวัติศาสตร์การอยู่อาศัยในช่วงเวลานั้น ๆ หมายถึงว่าเทรนด์ตอนนั้นเป็นแบบไหน เราตีความเทรนด์นั้นออกมาเป็นสินค้าเพื่อตอบโจทย์ตลาดได้”

ยกตัวอย่างช่วงโควิด-19 MOREOVER ก็ออกแบบ Drop Box กล่องพัสดุรับอาหารหน้าบ้านเพื่อตอบโจทย์ทุกคนที่หลีกเลี่ยงการสัมผัส ช่วงนั้นยังมีเทรนด์ Work from Home พวกเขาจึงทำ Home Diffuser ที่ดึงเอาบรรยากาศนอกบ้านมาอยู่ในบ้าน คลายเฉาให้ทุกคนที่ออกไปเที่ยวไหนไม่ได้

ต่อมาคือยุคของมูเตลู MOREOVER ก็ทำหิ้งพระ ‘มูนิมอล’ ที่ทั้งสวยและฟังก์ชัน ตอบโจทย์คนแต่งบ้านแนวมินิมอลที่เป็นสายมูฯ จนถึงปัจจุบันที่อาร์ตทอยกำลังฮิต พวกเขาก็ออกแบบ ‘Hall of Fame’ กล่องใส่อาร์ตทอยแม่เหล็กที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า 

ทั้งหมดนี้เกิดจากการคิดใหม่ จับความต้องการของลูกค้าให้ทัน และความอินในสิ่งนั้นอย่างสุดหัวใจ

มากกว่านักออกแบบ

สองหนุ่มบอกว่า กล่องอาร์ตทอย Hall of Fame นี่แหละเป็น Product Hero ที่ทำให้ใครหลายคนจดจำชื่อของ MOREOVER ได้ เพราะพวกเขาเป็นแบรนด์แรกที่คิดผลิตตู้ระบบแม่เหล็กแบบนี้ออกมาจำหน่าย

ตู้แม่เหล็กนี้เกิดจากความอินส่วนตัวของนวัตที่ชอบสะสมอาร์ตทอย เขาจึงเห็นปัญหาของคนสะสมอาร์ตทอยเหมือนกัน ชายหนุ่มเล่าว่าปกติแล้วการซื้ออาร์ตทอยจะซื้อเป็นเซต 12 ตัว แต่อาจจะมีตัว Secret เพิ่มอีก 1 แต่ชั้นวางอาร์ตทอยทั่วไปอาจเก็บได้แค่ 12 ตัวเท่านั้น และบางครั้งอาร์ตทอยหลายตัวก็มีขนาดใหญ่-เล็กไม่เท่ากัน นักสะสมจึงต้องหาซื้อกล่องหรือที่ตั้งโชว์ใหม่อยู่เรื่อย ๆ

นวัตจึงตัดสินใจออกแบบกล่องเก็บอาร์ตทอยใช้เอง โดยตั้งใจว่าจะเป็นตู้ที่ผู้ใช้ปรับเปลี่ยน จัดวางอาร์ตทอยได้ตามใจ เขานำระบบแม่เหล็กที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาประยุกต์ใช้ ทำให้ใส่อาร์ตทอยได้ทุกไซซ์ หรือจะไม่เก็บอาร์ตทอย แต่นำสิ่งของที่ภาคภูมิใจอื่น ๆ มาตั้งอวดก็ได้

“เราออกแบบ Hall of Fame ได้เพราะเราเข้าใจว่าคนสะสมอาร์ตทอยต้องการอะไร ตู้โชว์ทั่วไปหรือชั้นวางของธรรมดาก็ไม่อาจตอบโจทย์ ผมในฐานะนักสะสมจะมีเพื่อน ๆ ที่เป็นนักสะสมหรือศิลปินนักออกแบบอาร์ตทอย มาบอกความต้องการของเขาให้ฟังเสมอ ผมจึงรวบรวมความคิดเหล่านี้มาต่อยอด ตีความใหม่ ออกมาเป็นสินค้า นอกจากนี้ผมยังร่วมกับเพื่อน ๆ ศิลปินชาวไทยและชาวต่างชาติ ออกแบบอาร์ตทอยคอลเลกชันพิเศษมาจำหน่าย จนลามมาถึงการจัดอีเวนต์โชว์อาร์ตทอยตัวแรร์ ตัวหายากของนักสะสม เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ของลูกค้าเราให้แข็งแกร่งขึ้น” นวัตเล่าเบื้องหลังด้วยความภาคภูมิใจ

มากกว่าความออริจินัล

เปิดแบรนด์มา 8 ปี พวกเขาบอกว่าอุปสรรคใหญ่ที่สุดซึ่งพวกเขายังพบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน คือการก๊อบปี้สินค้า

“ยุคก่อนอาจใช้เวลา 5 – 6 เดือนหรือเป็นปี เราถึงเห็นคนอื่นทำสินค้าที่ละม้ายคล้ายคลึงออกมา แต่ปัจจุบันนี้ ด้วยสินค้าของเราได้รับความนิยมและใช้สื่อออนไลน์โปรโมตหลัก การก๊อบปี้ก็เร็วขึ้น และมีดีกรีหลายแบบ ทั้งทำสินค้าที่อรรถประโยชน์เดียวกัน ไปจนถึงรูปแบบสินค้าที่ใกล้เคียงกัน ตั้งชื่อสินค้าเหมือนกันก็มี” กรวุฒิอธิบาย 

“ในมุมหนึ่งเราคิดว่าสินค้าเราคงได้รับความนิยม จึงได้เห็นความพยายามทำเลียนแบบออกมา แต่สิ่งหนึ่งที่เลียนแบบกันไม่ได้ คือแก่นความคิดที่ผมซ่อนอยู่หลังสินค้านั้น ๆ และความเข้าใจอินไซต์ของลูกค้า ซึ่งเราถือว่านี่เป็นหัวใจสำคัญ ผมคิดว่าพอมีการเลียนแบบ ลูกค้าของเราก็ไม่ได้วิ่งตามไปนะ เพราะสุดท้ายแล้วลูกค้าของเรายังให้คุณค่ากับความออริจินอล” 

ที่เหนื่อยกว่าการแข่งขัน MOREOVER ยังเป็นแบรนด์ที่คิดใหม่ทุกวันเพื่อตอบโจทย์เทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา 

เราสงสัยว่าการวิ่งตามเทรนด์นั้นทำให้พวกเขาเหนื่อยบ้างไหม

“เหนื่อยนะ แต่ถ้าเราหยุดเราจะแพ้ทันที” กรวุฒิยอมรับ “แต่ในความเหนื่อย มันก็คือความสุข เรามีความสุขที่จะสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมา เพื่อบันทึกประวัติศาสตร์การอยู่อาศัยของคนในห้วงเวลานั้น ๆ 

“ผมคิดว่าวันนี้ไม่มีอะไรที่ One Size Fits All อีกต่อไปแล้ว เราไม่ได้ทำสินค้า 1 แบบ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ 100 แบบได้อีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกสมัยใหม่ที่ความต้องการของลูกค้าซับซ้อน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงคิดใหม่ ดีไซน์ใหม่เสมอ” กรวุฒิกล่าวทิ้งท้าย       

Lessons Learned

  • การสร้างสรรค์สินค้าอาจเริ่มต้นจากเทรนด์ จับกระแสให้ได้ว่าอะไรกำลัง ‘มา’ และตีความเทรนด์เหล่านั้นออกมาเป็นสินค้าเพื่อตอบโจทย์ตลาด
  • ความชอบเป็นเรื่องที่นักออกแบบให้ความสำคัญก็จริง แต่หากจะไปให้ได้ไกล สินค้าที่ออกแบบก็ต้องตรงเทสต์ความชอบในระดับสากลด้วย
  • การลอกเลียนแบบไอเดียหรือสินค้าสร้างยอดขายในระยะสั้นได้ก็จริง แต่ไม่ใช่การสร้างแบรนด์ให้ยืนระยะอยู่ได้ในระยะยาว

Writer

พัฒนา ค้าขาย

นักเขียนชาวเชียงใหม่ผู้รักทะเลและหนังสุขซึ้ง สนใจประเด็น gender ความสัมพันธ์ และเรื่องป๊อปทุกแขนง

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์