หากย้อนกลับไปสัก 10 ปีก่อน ผลผลิตจากฟาร์มโกโก้ไม่ได้ราคาดีเท่าผลไม้อย่างทุเรียน มังคุด ลำไย หรือส้ม จนไม่มีใครนึกออกว่าประเทศไทยจะมีฟาร์มโกโก้และทำคราฟต์ช็อกโกแลตแข่งกับต่างประเทศที่บริโภคช็อกโกแลตกันมาหลายร้อยปีได้อย่างไร
แต่ ‘Infinite cacao’ พิสูจน์แล้วว่าช็อกโกแลตไทยทำได้ และหากแบรนด์ช็อกโกแลตไทยจับมือไปด้วยกัน ก็จะไปได้อีกไกลอย่างแน่นอน
วันนี้เรามาพูดคุยกับ อาร์ม-ปฤญจ์ นิพัทธโกศลสุข อดีตนักขายแม่พิมพ์รถยนต์ในบริษัทญี่ปุ่นที่กลับมาฟื้นสวนยางของพ่อแม่ ณ ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ให้เป็นสวนโกโก้และแบรนด์คราฟต์ช็อกโกแลตคุณภาพดี แถมมีดีกรีระดับแชมป์นักชงโกโก้จากงาน Thailand Chocorista Championship 2022

Infinite Started
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2015 จุดเริ่มต้นของอาร์มและ Infinite cacao คือการกลับมาฟื้นฟูสวนยางของพ่อแม่ เพราะต้นยางหมดอายุให้น้ำยาง จึงจำเป็นต้องโค่นแล้วปลูกพืชชนิดอื่นเพื่อหมุนเวียนแร่ธาตุในผืนดิน บวกกับอาร์มแพ้สารเคมีจากกระบวนการผลิตยาง เขาจึงทดลองปลูกผักผลไม้ตามกระแส ทั้งทุเรียน ลำไย มะนาว และโกโก้ก็เป็นหนึ่งในนั้น
“ตอนนั้นเรายังทำงานประจำอยู่ ตั้งใจปลูกโกโก้เพื่อดูว่ารอดไหม พอผ่านไป 3 – 4 ปี ก็เริ่มให้ผลผลิต แต่แถวระยองไม่มีใครรับซื้อโกโก้ ต่างจากมังคุดที่ขึ้นป้ายรับซื้อ เลยลงขายผ่านออนไลน์แต่ก็ยังไม่มีใครสนใจ”
แทนที่จะเลิกปลูก อาร์มกลับหาวิธีทำให้โกโก้ขายได้ ด้วยการแปรรูปเป็นวัตถุดิบเพื่อขายให้กับคาเฟ่ไปรังสรรค์เป็นเมนูหลากหลาย แถมยังมองความท้าทายนี้เป็นข้อดี
“ถ้าเป็นผลไม้อื่นคงซื้อขายง่ายกว่า แค่แกะเปลือกก็กินได้เลย แต่โกโก้ต้องเข้ากระบวนการแปรรูปถึงจะกินได้ เป็นพืชที่เล่นตัว แต่สิ่งนี้กลับทำให้มันมีเสน่ห์”
ระหว่างที่กำลังลองผิดลองถูก เขาพบว่าในไทยก็ปลูกโกโก้ได้ดีและอร่อยไม่แพ้ต่างประเทศ เพียงแต่ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมในวงกว้าง
“ข้อดีของธุรกิจนี้คือคู่แข่งยังมีน้อย และบ้านเราอุดมสมบูรณ์ เข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่าย ขาดเพียงคนพัฒนา ตอนนั้นเราเห็นศักยภาพโกโก้ไทยว่าน่าจะเติบโตได้ไวมาก ๆ”
เมื่อมองเห็นโอกาส บวกกับความอิ่มตัวจากงานประจำ เขาจึงตัดสินใจลาออกมาทำธุรกิจ โดยขยายสวนโกโก้จาก 2 ไร่ให้เป็น 80 ไร่ พร้อมต้นโกโก้ 3,000 กว่าต้นที่แปรรูปในรูปแบบคั่วสุก ซึ่งเหมาะสำหรับทำเครื่องดื่ม คาเคานิบส์ที่ผ่านการหมัก ตาก และคั่วสุกพร้อมทาน และช็อกโกแลตชังก์รสชาติเข้มข้นติดเปรี้ยว


King of Thang Kwian
โจทย์แรกของอาร์มที่ต้อง ‘หาลูกค้า’ ผ่านไปด้วยดี แถมเขายังกลายเป็นแหล่งรับซื้อผลโกโก้จากเกษตรกรในระยองที่ไม่รู้จะนำไปขายที่ไหนอีกด้วย
ผ่านไปประมาณ 2 ปี เขาพบว่าจะ Infinite cacao จะหยุดพัฒนาเพียงเท่านี้ไม่ได้ เพราะแต่ละคาเฟ่มีสูตรและอัตราส่วนการชงที่แตกต่างกันไป รสชาติของโกโก้จากสวนของอาร์มจึงต่างกันตามไปด้วย แต่เขาเองก็ยังตอบลูกค้าไม่ได้ว่าควรชงแบบไหน เพื่อให้ดึงรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ออกมาได้ดีที่สุด อาร์มจึงปรึกษาผองเพื่อนในแวดวงคราฟต์ช็อกโกแลต เพื่อหาข้อมูลวิธีการชง ไปจนถึงกระบวนการผลิตโกโก้ตั้งแต่ต้นจนถึงปลายน้ำ
“เราเริ่มจากขายวัตถุดิบตั้งต้น แต่กลับอธิบายกลิ่นและรสชาติ (Taste Note) ให้ลูกค้าฟังไม่ได้ เราจึงศึกษาและพาตัวเองไปอยู่ในมุมผู้บริโภคบ้าง ทั้งฝึกชงและเรียนรู้ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทั้งหมด และช่วงเปิดแบรนด์แรก ๆ เห็นลูกค้าผู้ประกอบการคาเฟ่ได้แชมป์มา เลยฮึกเหิมอยากไปลงแข่งบ้าง เพราะเรามีไอเดียในหัวเยอะมาก เลยอยากไปลองสนามสักครั้ง”
จากคนปลูกและแปรรูป อาร์มก้าวสู่การเป็นนักชงโกโก้ตามบูทออกงานต่าง ๆ และต่อยอดจริงจังถึงขั้นยื่นใบสมัครแข่งขัน
“เป้าหมายตั้งต้นของเราคืออยากขายวัตถุดิบโกโก้คุณภาพดี แต่การไม่รู้ความต้องการของลูกค้า ทำให้เราไม่มั่นใจ เลยยิ่งต้องลงแข่ง”
แม้จะเป็นมือใหม่หัดชง แต่ข้อดี คืออาร์มรู้ลึกเรื่องการปลูกตั้งแต่ต้นน้ำ และสั่งสมประสบการณ์มานานหลายปี เขาจึงใช้ทักษะนี้มาเป็นจุดแข็ง พัฒนาฝีมือจนคว้ารางวัลชนะเลิศจากการแข่งขัน Thailand Chocorista Championship ในปี 2022 ซึ่งเป็นการลงสนามครั้งแรก


“อาจเป็นเพราะเราก็คือเกษตรกรคนหนึ่งที่สัมผัสโกโก้มามาก ผ่านการปลูก หมัก ไปจนถึงตรวจสอบคุณภาพด้วยตัวเอง จึงเหมือนเป็นแต้มต่อ เราแข่งขันด้วยเมนู ‘King of Thang Kwian’ ซึ่งมีรสชาติหลายมิติ หลังได้รางวัลเมนูนี้ก็ขายดี และ Infinite cacao ก็เป็นที่รู้จักมากขึ้นจนถึงตอนนี้”
“เวทีคราฟต์ช็อกโกแลตระดับโลกอย่าง International Chocolate Awards หรือ Academy of Chocolate เขาตามหาความซับซ้อนในช็อกโกแลต ย้อนไปถึงแหล่งที่ปลูก สภาพภูมิอากาศ กระบวนการผลิตในแต่ละขั้นตอน รวมถึงการชูเอกลักษณ์และรสชาติของท้องถิ่นนั้น ๆ ให้ชัดเจนและซับซ้อนที่สุด ซึ่งเขาประทับใจช็อกโกแลตไทยตรงกลิ่นและรสชาติของผลไม้ที่ซ่อนอยู่ แถมยังเป็นประเทศน้องใหม่ในวงการโกโก้ที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากเราแปรรูปได้เอง ถือว่าเป็นต้นตำรับโกโก้ที่ใหม่และคุณภาพดี
“ช่วง 4 – 5 ปีที่ผ่านมานี้ เหล่าประเทศที่ปลูกช็อกโกแลตมานานก็ให้ความสนใจประเทศไทยมากขึ้น ยิ่งช่วงหลัง ๆ ช็อกโกแลตไทยได้รางวัลเยอะขึ้นทุกปี ดังนั้น ศักยภาพของโกโก้ไทยเราไม่ธรรมดาแน่นอน” อาร์มเล่าถึงความเชื่อมั่นในวงการช็อกโกแลตไทยที่เขาอยากเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดัน เพราะเขาเชื่อเหลือเกินว่าโกโก้โดยเกษตรกรและคนทำคราฟต์ช็อกโกแลตไทยยังเดินทางไปได้อีกยาวไกลไม่มีที่สิ้นสุด


Beans to Bars
แม้จะปลูกได้ แปรรูปดี และชงโกโก้เก่ง แต่อาร์มกลับไม่เปิดหน้าร้านคาเฟ่เป็นของตัวเอง ส่วนหนึ่งเพราะอยากกระจายผลิตภัณฑ์ไปในหลาย ๆ พื้นที่ทั่วไทย และทำให้ Infinite cacao เป็นที่รู้จักกว้างไกลกว่ารวมทุกอย่างไว้ในคาเฟ่ของตัวเองเพียงแห่งเดียว
และอีกเหตุผล คือเขายังสนุกกับการเป็นคู่ค้าของคาเฟ่หลายแห่งที่นำโกโก้จากจังหวัดระยองไปต่อยอดเป็นเมนูสุดสร้างสรรค์
“เราก็อยากเปิดหน้าร้านของตัวเองนะ แต่อยากทำงานร่วมกับคาเฟ่มากกว่า เพราะหลายร้านต่อยอดเอกลักษณ์ของช็อกโกแลตเราได้ดี ทั้งธุรกิจคาเฟ่และสวนของเราจะได้เติบโตไปด้วยกัน” อาร์มเอ่ยด้วยร้อยยิ้ม
นอกจากการเป็นคู่ค้ากับคาเฟ่แล้ว สินค้าบางอย่างของ Infinite cacao ยังเกิดจากความร่วมมือของผองเพื่อนผู้เชี่ยวชาญในแวดวง เช่น คราฟต์โซดา โซดาโกโก้ที่อาร์มส่งต่อให้รุ่นพี่ที่ทำน้ำโซดาพัฒนาสูตรออกมาเป็น Manuka Cacao Husk Tea ปุ๋ยจากเปลือกโก้โก้เหลือทิ้งก็มาจากฝีมือเพื่อนนักทำปุ๋ย เพื่อนำกลับมาใช้ในฟาร์มอีกครั้ง
Specially Infinite
แม้ไม่ได้เปิดคาเฟ่ช็อกโกแลต แต่ใช่ว่าทักษะการชงที่ได้มาจากการแข่งขันจะสูญเปล่า เพราะนอกจากการพัฒนาสวนตัวเองแล้ว อาร์มยังนำทักษะนี้ไปส่งต่อให้เพื่อน ๆ ในแวดวงเดียวกัน ผ่านการให้คำปรึกษาและร่วมมือแปรรูปสินค้าจากโกโก้ เพื่อปูแนวทางใหม่ ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
“หากลูกค้าหรือกลุ่มร้านคาเฟ่มีปัญหาก็มาปรึกษาได้ เราเป็นเหมือนเพื่อนที่ช่วยสอนเชิงลึก ชวนมาดูที่สวน ดูกระบวนการผลิต เป็นที่พึ่งให้กันในระยะยาว” อาร์มเล่าถึงอีกบทบาทของเขาในตอนนี้ นั่นคือการเป็นครูสอนทำสวนโกโก้และที่ปรึกษาด้านการทำคราฟต์ช็อกโกแลต เพราะเขาอยากให้ทุกคนเติบโตไปด้วยกัน และอยากมีพันธมิตรในวงการเพิ่มมากขึ้น ซึ่งตอนนี้ในไทยมีกลุ่มคนรักคราฟต์ช็อกโกแลตอย่าง Craftmunity ที่กำลังจะก่อตั้งเป็นสมาคมช็อกโกแลตไทยในเร็ว ๆ นี้ และกำลังช่วยกันผลักดันคุณภาพของคราฟต์ช็อกโกแลตไทยไประดับสากล

“เราเคยหมดไฟ แต่พอเจอเพื่อน ๆ ในวงการช็อกโกแลตมานั่งคุยกัน ช่วยแก้ปัญหา หรือพากันส่งช็อกโกแลตประกวด มันช่วยเติมไฟให้เราจนเหมือนเป็นทีมเดียวกัน”
เส้นทางสายโกโก้ของอาร์มจึงไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป หากแต่เต็มไปด้วยผู้คนที่หลงใหลสิ่งเดียวกันมาร่วมพัฒนาแวดวงช็อกโกแลตไทยไปด้วยกัน
แม้ตอนนี้ผลผลิตจากโกโก้ของ Infinite cacao จะมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งยังมีกลุ่มลูกค้าและพันธมิตรที่แข็งแกร่ง แต่เจ้าของธุรกิจนี้ก็ยังคงหาแนวทางใหม่ ๆ ในการรังสรรค์ผลโกโก้อยู่เสมอ
“ตอนนี้เรากำลังสนใจศิลปะแห่งการผสมผสานเครื่องดื่ม หรือ Mixology เพราะอยากผสมผสานช็อกโกแลตเข้ากับศาสตร์อื่น ๆ และนำไปต่อยอด” อาร์มเล่าถึงภาพอนาคตที่อยากพาช็อกโกแลตเข้าไปมีบทบาทใหม่ ๆ ซึ่งเราเชื่อว่าในวันข้างหน้าคงได้พบกับช็อกโกแลตของ Infinite cacao ในแก้วที่คาดไม่ถึงอย่างแน่นอน

Facebook : Infinite cacao – อินฟินิท คาเคา

