ในซอยปรีดีพนมยงค์ 11 เต็มไปด้วยบ้านคนรูปทรงสวย
วันหนึ่งมีสัตวแพทย์ 3 คนมาเดินดูที่ทางทำธุรกิจ พวกเขายืนอยู่ท่ามกลางต้นไม้ร่มรื่น ได้ยินเสียงนกร้องหนาหู และคิดเหมือนกันว่าถ้าสัตว์เลี้ยงได้มาใช้บริการในที่แบบนี้น่าจะมีความสุข
พวกเขาโอนเงินจองที่ในเย็นวันนั้น และ HATO Home สาขาปรีดีพนมยงค์ 11 ก็ถือกำเนิดขึ้น
หมอม่อน-น.สพ.สุพพัต ปิยะชัยวุฒิ, หมอเน๋ง-น.สพ.ศรัณย์ นราประเสริฐกุล และ หมอจั๊ก-น.สพ.อรรฆรัตน์ โกสิทธิ์ คือสัตวแพทย์ 3 คนที่ว่า เป็นเจ้าของธุรกิจ ‘HATO Pet Wellness Center’ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยงครบวงจร ทั้ง 5 สาขา ได้แก่ สาขาสุขุมวิท 39 สาขาเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ สาขาเซ็นทรัล เวสต์เกต สาขาพระราม 9 และสาขาปรีดีพนมยงค์ 11 แห่งนี้
พอได้มานั่งสนทนาอยู่กลางสวนก็เข้าใจได้ว่าทำไมต้องเป็นที่นี่ เราเห็นภาพน้องหมาวิ่งสนุก มีสระว่ายน้ำให้กระโดดเล่น กับคุณพ่อคุณแม่หมาแมวที่มาเยือนไม่ขาดสาย ส่งเสียงทักทายคุณหมอราวกับเพื่อนสนิท
HATO มีหมอก็จริง แต่ไม่ใช่โรงพยาบาล HATO มีบริการอาบน้ำตัดขน แต่ก็ไม่ใช่ร้าน Pet Grooming ที่นี่เป็นศูนย์พัฒนาด้าน Preventive Program หรือโปรแกรมป้องกันและส่งเสริมให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพแข็งแรง จึงไม่แปลกที่จะมีทั้งหมอและ Pet Groomer ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ด้วยกัน
วันนี้หมอม่อนกับหมอเน๋งอาสาพาเราทัวร์บ้านหลังเล็กแต่อัดแน่นไปด้วยความสุข พร้อมเล่าเรื่อง HATO Pet Wellness ธุรกิจที่ทำด้วยหัวใจของพวกเขา

พาหมาไปหาหมอ
หมอเน๋งเป็นฝ่ายเล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกเขาทั้ง 2 ตกลงทำธุรกิจร่วมกัน
เขาเติบโตมาในครอบครัวสัตวแพทย์ ที่บ้านมีโรงพยาบาลสัตว์เล็ก ๆ ของตัวเอง ทำให้เขาเห็นปัญหาตั้งแต่เด็กว่ากว่าเจ้าของจะรู้ว่าสัตว์เลี้ยงป่วย โรคก็ลุกลามจนรักษายากและอาจเกิดการสูญเสีย เช่น กว่าจะรู้ว่าน้องหมาเป็นเชื้อรา แผลก็มีขนาดใหญ่มากไปแล้ว
โตมาจนสำเร็จการศึกษาจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขาสนใจศาสตร์ Preventive Medicine หรือเวชศาสตร์ป้องกันเป็นพิเศษ หรือคือการเจอสัตว์ป่วยเร็วกว่าที่เจ้าของเจอ แม้จะยังไม่แพร่หลายเป็นวงกว้าง แต่เขาก็เชื่อว่าหมอม่อนคงเห็นด้วย
จริงอย่างที่หมอเน๋งคิด หมอม่อนเริ่มต้นแชร์ให้เราฟังด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริงว่า “สัตวแพทย์เนี่ยเป็นหนึ่งในคู่กรณีเลยนะครับ”

ปฏิเสธไม่ได้ว่าพอสัตว์เลี้ยงป่วยหนัก ค่ารักษาก็หนักตาม หมอม่อนเองก็เป็นสัตวแพทย์ เขาจึงได้ยินปัญหานี้มานานไม่ต่างกัน
กอปรกับพวกเขามีโอกาสไปเห็น Wellness Center ที่สหรัฐอเมริกา รับทำหัตถการที่คุณหมอเป็นคนทําแต่ไม่ได้เป็นโรงพยาบาล แล้วรู้สึกว่าไอเดียนี้เหมาะกับเมืองไทยที่เต็มไปด้วยคนเลี้ยงสัตว์เหมือนลูก
ในตลาดสัตว์เลี้ยงมีโรงพยาบาลสัตว์ Pet Shop ร้าน Grooming พวกเขาไม่อยากทำธุรกิจเหมือนคนอื่น แต่อยากเป็นจิ๊กซอว์ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับตลาด
โมเดลธุรกิจใหม่จากการรวมตัวกันของหมอทั้ง 3 จึงเกิดขึ้น โดยเอาประสบการณ์และ Pain Point ทั้งหมดจากสัตวแพทย์มาออกแบบ พวกเขาเล็งเห็นว่าเจ้าของส่วนใหญ่ไม่ค่อยอาบน้ำสัตว์เอง แต่เลือกใช้บริการอาบน้ำ-ตัดขน จึงผนวกเอาการ Grooming กับการตรวจสุขภาพหรือการทํา Prevative Medicine เข้าด้วยกัน เกิดเป็น Pet Wellness Center เพื่ือสร้างกุศโลบายให้น้องหมาน้องแมวมาเจอคุณหมอบ่อยขึ้น
“ตอนเริ่มทําธุรกิจเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เราเจอตัวเลขว่าหมาแมวมาเจอคุณหมอประมาณ 2 ครั้งต่อปี หนึ่ง คือฉีดวัคซีนแน่ ๆ สอง ก็คือป่วย ซึ่ง HATO เปลี่ยนพฤติกรรมลูกค้าจนมาใช้บริการกับเราได้ประมาณ 20 – 24 ครั้งต่อปี”

เราตั้งคําถามว่าสิ่งนี้ทําได้ยังไง หมอม่อนตอบอย่างไม่ลังเลใจว่า พวกเขาทำให้ Grooming Beyond Grooming หรือทำให้การอาบน้ำเป็นมากกว่าการอาบน้ำธรรมดา
“HATO ไม่ใช่โรงพยาบาลที่มี Grooming หรือ Grooming ที่มีหมอ แต่คอนเซปต์ของเราคือจะทํายังไงให้น้องหมาป่วยน้อยที่สุด หรือแทบไม่ป่วยเลย
“แพสชันในการทําธุรกิจนี้ของเรามีอย่างเดียว คือ การยกระดับคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยงครบวงจร นี่คือหลักที่เรายึดถือมาตลอด 5 ปี
“สัตว์เลี้ยงคือครอบครัว เขาควรได้รับการดูแลเลี้ยงดูที่ไม่ใช่แค่ให้ข้าว ให้น้ำ ป่วยแล้วก็พาไปรักษา นํามาซึ่งบริหารที่มีความหลากหลายในธุรกิจของ HATO ครับ”


พาหมอไปหาหมา
สิ่งที่น่าสนใจคือหุ้นส่วนทั้ง 3 คนเป็นหมอ แทบไม่มีพื้นฐานการทำธุรกิจมาก่อน
หมอเน๋งเล่าว่าความท้าทายที่สุดของการทำ HATO คือการสื่อสารคำว่า Pet Wellness ให้สังคมเข้าใจ
“เราเรียนหมอมา 6 ปี โดนสอนมาตลอดว่าการทํางานมีหลักสูตรแบบ 1-2-3-4 แต่พอเรามาทำ Wellness ที่เป็นสิ่งใหม่ก็กังวลว่าคนจะเข้าใจไหม ตอนแรกยังคุยกันอยู่เลยว่าเราจะใช้คําว่า Wellness จริงเหรอ หรือใช้ชื่อ Clinic and Grooming ดีไหม
“แต่เราไม่ได้อยากทําธุรกิจเพื่อประสบความสําเร็จ 100% เราอยากพลิกวงการมากกว่า ก็เลยตกลงกันตั้งแต่ต้นให้ทุกคนเข้าใจคําว่า Wellness ไปพร้อมกัน แล้วก็ให้ความรู้กับเจ้าของไปด้วยว่าวิธีการเลี้ยงสัตว์ที่ถูกต้องทํายังไง”
หมอม่อนเสริมอย่างติดตลกว่า เมื่อ 5 ปีก่อน พวกเขาคุยกันว่าคงกำเงินก้อนนี้มาทิ้ง ทู่ซี้ไปก็คงได้แค่สาขาเดียว ส่วนหมอเน๋งเองก็ทุ่มเงินหมดตัวเพราะเพิ่งเรียนจบหมาด ๆ ไม่มีใครคิดว่าจะประสบความสำเร็จ


“เราไม่มีอะไรเลย มีแค่พลังที่อยากทําอะไรใหม่ ๆ ให้กับสังคม ให้กับวงการ เราเชื่อว่าถ้า Preventive Medicine กระจายออกไป ทั้งคนรักสัตว์และสัตวแพทย์น่าจะได้ประโยชน์
“นึกย้อนกลับไปผมว่ามันยากมากที่เราทําแบบนั้น เราทําธุรกิจโดยคิดเลยว่าเสียเงินก้อนนี้ได้ มันสุดโต่ง แต่ก็ถูกต้อง”
ความถูกต้องคือพวกเขาคิดจากลูกค้าขาดอะไรอยู่ หมาแมวขาดอะไรอยู่ วงการขาดอะไรอยู่ แล้วจัดหาสิ่งเหล่านั้นมาตอบสนองความต้องการ เรียบง่ายอย่างนั้น แต่กลับเป็นที่มาให้พวกเขาประสบความสําเร็จเร็วเกินคาดหมาย แม้จะตั้งราคาสินค้าและบริการสูงกว่าท้องตลาดเป็นเท่าตัวก็ตาม
หากใครเคยใช้บริการ HATO จะสัมผัสได้ว่าไม่เหมือนสถานที่สำหรับสัตว์เลี้ยง แต่มีทางเข้าเหมือนล็อบบี้โรงแรม และมีที่พักเหมือนห้องรับแขกในบ้าน นั่นเป็นเพราะพวกเขาอยากแก้ปัญหาการไปโรงพยาบาล ไป Grooming แล้วต้องมีกลิ่นสัตว์ติดตัว ทั้งยังเป็นบรรยากาศที่เอื้อให้เกิดการสนทนาระหว่างคุณพ่อคุณแม่กับคุณหมอ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของ HATO อีกด้วย


“บรรยากาศในโรงพยาบาลไม่ได้เอื้อกับการทํา Wellness เพราะลูกค้าบอกแต่ปัญหา เราอยากสร้างบรรยากาศให้ลูกค้าไม่ได้พูดแต่ปัญหา แต่มาถกกันว่าทํายังไงถึงจะเลี้ยงหมาหรือแมวตัวนี้ได้ดีขึ้น
“ตอนนั้นการพาลูกมาเจอคุณหมอทีละ 3 ชั่วโมงเป็นเรื่องแปลกใหม่มาก เรามานั่งคุยกันแบบนี้ 3 ชั่วโมง มีลูกมานั่งอยู่ด้วย แล้วช่วยกันหาคําตอบด้วยการตั้งคําถามชี้นํา เช่น อยู่บ้านแล้วมีปัญหาอะไรที่กังวลไหม ลูกชอบกัดหางตัวเอง ชอบกินอึ กัดพี่เลี้ยง เราต้องสร้างบรรยากาศให้ดีพอจะพูดเรื่องเหล่านี้”
แม้การสื่อสารคำว่า Pet Wellness ให้สังคมเข้าใจจะเป็นปัญหาใหญ่ แต่นั่นก็เป็นปลายทางที่พวกเขาต้องรับมือ
ความยากที่แท้จริงของการทำ Pet Wellness เมื่อ 5 ปีก่อน คือการที่ไม่มีใครสอนเรื่องนี้ และพวกเขาต้องตีความมันใหม่ตั้งแต่แรกต่างหาก
หมาเนื้อหอม
“เราไม่รู้หรอกว่าจริง ๆ Wellness คืออะไร แต่เราเริ่มจากคิดว่าเราทำอะไรได้บ้างก่อน”
พอให้นิยามว่า HATO Pet Wellness คือการยกระดับชีวิตสัตว์เลี้ยง จึงโฟกัสที่ Preventive Medicine เป็นสำคัญ แล้วเริ่มต่อจิ๊กซอว์ทีละนิดว่าควรมีอะไรบ้าง แบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน
หนึ่ง คือคลินิกรักษาสัตว์ขั้นพื้นฐาน โดยเส้นแบ่งของพวกเขาอยู่ที่การติดเชื้อ หากไม่ติดเชื้อก็เชื่อว่าเอาอยู่หมด เช่น โรคผิวหนังที่ควรตรวจในร้าน Grooming ได้ก่อนลุกลาม การตรวจเลือดประจําปี การรักษาด้วยการฝังเข็ม คลินิกพฤติกรรมสัตว์เลี้ยง การทําหมัน การขูดหินปูน เพราะเชื่อว่าหมาแมวแข็งแรงก็ควรทำสิ่งเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องป่วย
ส่วนหากติดเชื้อก็จะมีการส่งตัวไปที่โรงพยาบาลต่อไป
สอง คืองานบริการอย่างอาบน้ำ-ตัดขน ที่นี่มีคลินิกตรวจร่างกายก่อนอาบน้ำ มีกล้องวงจรปิดให้คุณพ่อคุณแม่คอยเช็ก เพราะไม่อยากให้อยู่ด้วย เนื่องจากเป็นสิ่งเร้าที่ทําให้ลูก ๆ เครียด เอื้อต่อการทำงานของ Pet Groomer


“HATO ไม่ได้ตัดขนสวยสุดในประเทศไทย แต่สัตว์กลับออกไปแล้วต้องมีความสุขที่สุด อะไรก็ตามที่ฝืนทําให้น้องไม่มีความสุข เราเลือกที่จะไม่ทํา เช่น คุณแม่อยากให้น้องแมวอาบน้ำ แต่น้องกลัวน้ำมาก เราต้องขออนุญาตปฏิเสธเคสออกไป เพราะเราเชื่อว่าหมาแมวทุกตัวไม่อาบน้ำไม่เป็นไร แต่ถ้าเครียดจนช็อกอะ เป็นแน่นอน”
จากนั้นจึงต่อยอดไปทําสปาจากการสำรวจว่าในตลาดคนมีสปาอะไรพิเศษอีกบ้าง เพราะเชื่อว่าในอนาคตพ่อแม่สัตว์เลี้ยงก็คงจะซื้อบริการสปาแบบเดียวกันนี้ให้กับลูก ที่นี่จึงมีสปานวดอโรม่า สปาโคลน สปาเกลือ สปาโซดา สปาสมุนไพรสำหรับหมาแมว ท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลายและเสียงเพลง Dog Song หรือ Cat Song โดยเฉพาะ รวมถึงการคิดค้นสินค้าของตัวเองอย่าง Bubble Bath สูตรพิเศษที่อุดมไปด้วย Essential Oil บำรุงขนและผิว ใช้ใน HATO Signature Spa อีกด้วย


สาม คือโซน Pet Shop จากปัญหาที่ว่าพื้นที่ของ HATO ทุกสาขามีขนาดเล็ก เพราะเป็น Wellness ที่อยากตกแต่งร้านหรูให้น่าอยู่ แต่มีงบไม่พอสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ จึงมีโซน Pet Shop เล็ก ๆ ที่คัดสรรโดยสัตวแพทย์ หรือเรียกว่า HATO Vet Selected รวบรวมสินค้าหาได้ยากตามร้าน Pet Shop ทั่วไป แต่ตรงความต้องการของสัตว์เลี้ยง
เคล็ดลับหนึ่งที่ HATO เป็นผู้นำเทรนด์และยังคงทำได้ดีอยู่เสมอ คือการเป็นเจ้าแรก ๆ ที่ขายบริการเป็นแพ็กเกจ
“เราอยากออกแบบการให้บริการที่รวมทั้งป้องกันเห็บหมัด ถ่ายพยาธิ ฉีดวัคซีนประจําปี ให้ลูกค้าจ่ายครั้งเดียว แล้วมาใช้บริการทุกเดือน เพราะเราอยากสร้างให้เกิดระเบียบวินัย
“เชื่อไหม ถ้าให้เจ้าของซื้อยารักษาเห็บหมัดมากินเองนะ ไม่มีทางครบ 12 เม็ดหรอก แต่พอเราทําแพ็กเกจให้กลายเป็นกิจวัตร มีระบบโทรตามเจ้าของ ก็เป็นการสร้างพฤติกรรมใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น ลูกค้ามาขอซื้อแพ็กเกจแบบ 50 ครั้งก็มี”
จากสาขาแรกที่สุขุมวิท 39 HATO เติบโตอย่างรวดเร็วจนมีสาขาที่เซ็นทรัล อีสต์วิลล์ ตามมาด้วยเซ็นทรัล เวสต์เกต พระราม 9 ปรีดีพนมยงค์ 11 เมื่อธุรกิจไปได้สวย พวกเขาก็อยากทำ Pet Ecosystem ให้เกิดขึ้นจริง และสิ่งที่ขาดคือการมีโรงพยาบาลสัตว์เป็นของตัวเอง
เดิมเมื่อสัตว์ติดเชื้อต้องส่งตัวไปโรงพยาบาลอื่น ก็ขยับขยายธุรกิจเป็น HATO Animal Hospital ให้ลูกค้า HATO Family ทุกคนได้รับบริการอย่างไร้รอยต่อ ไม่ต้องไปเริ่มต้นทำประวัติใหม่ ทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับลูกค้ากลุ่มแรกที่มาใช้บริการ จากเคยพาลูกมาหาหมอตอนอายุ 3 ขวบ 5 ปีถัดมาก็เริ่มเข้าสู่วัยที่ต้องใส่ใจสุขภาพเป็นพิเศษ
ปัจจุบัน โรงพยาบาล HATO Animal Hospital มี 2 สาขาที่ชัยพฤกษ์และรังสิต และกำลังจะเปิดสาขาพัฒนาการกับสาขาเทพารักษ์เร็ว ๆ นี้


ใจหมา
ความสำเร็จของ HATO ไม่ได้ทำให้พวกเขาขยายสาขาได้เท่านั้น แต่เส้นทางยังสวยหรูขนาดที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง บริษัท อาร์เอส เพ็ท ออล จำกัด (RS Pet All) ในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป เข้ามาถือหุ้นถึง 51% ไปเมื่อปี 2023
แม้หมอม่อนจะต้องขึ้นแท่นเป็นผู้บริหาร HATO กรุ๊ป เขายังยืนยันว่า ตัวเองเป็นสัตวแพทย์ ไม่ใช่นักธุรกิจแต่อย่างใด
“เราไม่ได้เป็นผู้บริหารมืออาชีพ ไม่ได้คิดทุกอย่างเป็นธุรกิจ RS มี Entertainment มีธุรกิจที่ค่อนข้างครบวงจร จากเมื่อก่อนเรานั่งคุยงานกันที่ร้านกาแฟ เดี๋ยวนี้บริษัทเราจริงจังมากขึ้น” เขาเล่าพร้อมเสียงหัวเราะอีกครั้ง
เทรนด์ปัจจุบัน (รวมถึงในอนาคตอันใกล้) คนมีลูกกันน้อยลง แล้วหันมาเลี้ยงสัตว์เป็นลูกมากขึ้น ทิศทางของตลาดสัตว์เลี้ยงจึงไปได้สวยอีกไกล แต่เพราะความเติบโตของมันด้วยเช่นกันที่ทำให้มีผู้เล่นหน้าใหม่ทั้งเจ้าเล็กเจ้าใหญ่กระโดดเข้ามาร่วมลงทุนเยอะมากในช่วงหลายปีหลังนี้ เราที่เลี้ยงสัตว์หลายตัวก็เห็นด้วยว่าว่าร้าน Pet Shop หรือคลินิกสัตว์เลี้ยงหาได้ไม่ยากเท่าเมื่อก่อน
จากเคยเป็น Blue Ocean ก็กลายเป็น Super Red Ocean ในสายตาของพวกเขาเป็นที่เรียบร้อย แต่ก็ไม่ได้อยู่ยากจนเกินไป

“ผมอยากบอกคนที่เริ่มทําธุรกิจว่า อย่าเพิ่งวู่วามตอนที่คุณประสบความสําเร็จในครั้งแรก อย่าคิดว่าจะประสบสําเร็จไปตลอด” หมอเน๋งให้ความเห็นที่ดูคล้ายจะเป็นคำเตือนเสียมากกว่า “การประสบความสําเร็จไม่ใช่แค่การทำสาขาใหม่ แต่คือการพยายามรักษาสภาพให้ได้มาตรฐานต่อไปได้เรื่อย ๆ”
HATO เริ่มต้นจากการคิดว่ายังไงก็ต้องเจ๊ง วันนี้พวกเขามีพนักงานหลักร้อยต้องดูแล เติบใหญ่ ขยับขยาย วิธีคิดเปลี่ยนไปทุกวัน สิ่งสำคัญคือจุดยืนที่ถูกต้อง จะทําให้รู้ว่าต้องตัดสินใจยังไง และโชคดีที่พวกเขาหาเข็มทิศของตัวเองเจอตั้งแต่วันแรก
“HATO มาจากคําว่า ฮาร์ต (แปลว่า หัวใจ) ไม่ใช่แค่ฮาร์ตธรรมดา แต่มีดีเอ็นเอคุณภาพการบริการถึงใจแบบคนญี่ปุ่น มันคือดีเอ็นเอเดียวกับที่เราปลูกฝังให้พนักงานทุกคน พวกผมที่เป็นเจ้าของ รวมถึงพาร์ตเนอร์ทุกคน
“เรากําลังส่งมอบบริการด้วยหัวใจไปให้กับคุณพ่อคุณแม่และสัตว์เลี้ยงทุกตัว เพื่อยกระดับชีวิตของพวกเขา”

Website : www.hatopetwellness.com

