21 ตุลาคม 2025
14 K

‘บ้านอยู่ดีมีความสุข’ คือที่พักบนเกาะสีชังที่มีเพียง 8 ห้อง ซ่อนตัวอยู่ในซอยลึก เปิดเพียง 3 วัน คือศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ไม่เคยทุ่มงบทำการตลาดเลยสักครั้ง แต่กลับมียอดจองเต็มเกือบทุกสัปดาห์จนคืนทุนได้ตั้งแต่ 3 ปีแรก ทั้งที่การคำนวณความเป็นไปได้ (Feasibility) ในกระดาษจะใช้เวลานานถึง 7 ปี แถมยังลดขยะได้มากถึงขั้นที่เปลี่ยนงบซื้อขวดพลาสติกมาเพิ่มค่าตอบแทนให้แม่บ้าน 

ในฐานะลูกค้า เราปักหมุดว่าต้องไปพักที่บ้านหลังนี้ให้ได้ เพราะสะดุดตากับภาพบรรยากาศ การแต่งห้องสุดเก๋ไม่ซ้ำกัน รวมทั้งเรื่องราวความใส่ใจของ โม่-เกศแก้ว ทองจรูญ ที่บอกเล่าผ่านเพจ ‘บ้านอยู่ดีมีความสุข’ 

จำได้ว่าห้องพักของเราเป็นห้องสีเขียวตุ่นรับกับพื้นไม้ รายล้อมด้วยของตกแต่งสุดน่ารัก ภายนอกมีคาเฟ่ริมทะเลให้ได้เห็นแดดระยับบนคลื่นสีฟ้าใส ยามค่ำคืนจะมีลมเย็นสงบพัดมา พร้อมอาหารทะเลรสเด็ดที่อิ่มพุงกาง เป็นครั้งแรกที่คนที่เน้นเที่ยวมากกว่าที่พักแบบเรายอมทิ้งตัวขลุกอยู่ที่นี่ได้ตลอดทั้งวัน 

เคล็ดลับอะไรที่ทำให้บ้านอยู่ดีมีความสุขทำให้ผู้มาเยือนมีความสุขตามไปด้วย แถมธุรกิจยังเติบโตมั่นคงมาตลอด 8 ปี ชวนมาฟังเรื่องราวทั้งหมดในบทความนี้

กลับบ้าน

ย้อนไปวัยเด็ก โม่เกิดและโตที่เกาะสีชัง ก่อนจะเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ในช่วงมัธยมต้นจนถึงมหาวิทยาลัย โม่จบคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ แม้ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรเป็นพิเศษ แต่ดูเหมือนเธอจะสนุกกับงานสร้างสรรค์โดยไม่รู้ตัว 

ว่างเมื่อไรเป็นต้องเดินเข้าร้านหนังสือ เปิดนิตยสารงานออกแบบ ใจเต้นเป็นพิเศษเมื่อเจอดีไซน์เก๋ สมัยเรียนเธอเคยทำการ์ดพร้อมถ้อยคำอวยพรหรือโควตสั้น ๆ ผูกโบไปฝากขายที่ร้านกิฟต์ช็อปในมาบุญครอง แม้กระทั่งธุรกิจแรกอย่างร้านแซนด์วิชที่จุฬาฯ เธอก็ยังขยันคิดค้นสารพัดรสชาติแปลกใหม่มาให้ลูกค้าลิ้มลอง ทั้งพิซซ่า ต้มยำกุ้ง พะแนงหมู ยำปลาทูน่า 

“สนุกมากกก” เธอลากเสียงเมื่อเอ่ยถึงความหลัง แม้กระทั่งวันนี้เธอก็ยังทำทุกงานด้วยความรู้สึกเดียวกันมาตลอด

หลังจากเปิดร้านแซนด์วิชได้ราว 10 ปี โม่เริ่มขยับมาทำธุรกิจของพรีเมียมกับเพื่อน ๆ อย่างเต็มตัว งานนั้นจึงพาเธอเข้าสู่โลกของการออกแบบและงานศิลปะฉบับเรียนรู้ไปทำไป ตั้งแต่งานออกแบบกระเป๋าผ้า จัดบูท ทำนิทรรศการ จัดดอกไม้ ไปจนถึงของที่ระลึกใน ‘เดี่ยว 7’ ของ ของ โน้ส-อุดม แต้พานิช

หลังจากสั่งสมทักษะงานออกแบบมาสักพัก ก็คล้ายว่าจะถึงเวลาปล่อยของอย่างเต็มที่ เมื่อพี่สาวของเธออยากซ่อมบ้านไม้ริมทะเลเพื่อเป็นสถานที่ให้เพื่อนหรือญาติ ๆ แวะมาพักผ่อนได้ สถาปนิกจึงแนะนำว่าหากจะซ่อมบ้านหลังนี้ แต่ไม่ได้อยู่ถาวร ก็น่าเปิดให้นักท่องเที่ยวมาพัก 

เมื่อพี่สาวไฟเขียว โปรเจกต์นี้จึงเริ่มต้นขึ้น โดยมอบหมายให้โม่ดูแลตั้งแต่การออกแบบและเปิดใจให้ลองทำเป็นบ้านพักหลังนี้ขึ้นมา

เปิดบ้าน

ความพิเศษของบ้านอยู่ดีมีความสุข คือแต่ละห้องมีธีมแตกต่างกันไป เช่น ห้องเมฆหมอกโทนเขียวหม่นสบายตา รับกับสีม่านและผ้าปูเตียงสีฟ้า-เขียวที่คัดสรรมาอย่างดี โม่ยังคงใส่ความละเอียดและจิตวิญญาณนักออกแบบกับการแต่งห้องอย่างเต็มที่ ถึงขั้นสั่งทำแชมพูออร์แกนิกกลิ่นเฉพาะให้แต่ละห้องเลยทีเดียว 

ในช่วงแรกที่บ้านอยู่ดีมีความสุขยังไม่มีพนักงาน โม่ดูแลบ้าน ตอบข้อความ เสิร์ฟน้ำ ดูแลแขกด้วยตัวเองมาตลอด แม้กระทั่งตอนนี้ที่มีแม่บ้านและแม่ครัวช่วยงานบางส่วน โม่ยังสนุกกับการติดต่อและต้อนรับลูกค้าด้วยตัวเองเช่นเคย

“มีบางอย่างที่ลูกค้าอยากได้แล้วเราลืมมองไป เราเลยอยากคุยกับเขา อีกอย่างเขาอยากถามอะไรก็ถามได้เลย บางคนกลายเป็นเพื่อนกันมาถึงตอนนี้”

ข้อดีของการเจอลูกค้าโดยตรง คือโม่ขยับขยายทุกอย่างจากความต้องการจริงของแขกที่มาพัก เช่น เพิ่มห้องเพราะเริ่มมีกลุ่มพนักงานมา Outing ขยายขนาดห้องเพราะมีครอบครัวที่อยากอยู่ห้องเดียวกัน ไปจนถึงมื้อเย็นที่ลูกค้าถามหาบ่อย ๆ จนเกิดเป็นซีฟู้ดจานใหญ่จุใจ วัตถุดิบสดใหม่จากเกาะสีชัง ซึ่งกลายเป็นไฮไลต์เด็ดของบ้านอยู่ดีมีความสุข

เมื่อเจ้าของต้องการดูแลเอง จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลให้ไม่มีในแพลตฟอร์มจองที่พัก ช่วงแรก ๆ จึงเป็นที่รู้จักในกลุ่มเพื่อน ก่อนจะเรื่องราวถูกถ่ายทอดในนิตยสาร a day BULLETIN ยุคที่ยังตีพิมพ์แบบรูปเล่ม แล้วบอกต่อกันไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นที่รู้จักกันแบบปากต่อปาก โดยไม่เคยจ้างรีวิวเลยสักครั้ง

“ลูกค้ามาแบบออร์แกนิก เราไม่มีในแพลตฟอร์มจองที่พักไหนเลย หลายคนบอกว่าหายากมาก เราก็บอกว่า แต่น้องก็หาเจอไง (ยิ้ม) เราได้เจอกันแล้วนะ เราแอบคิดเบา ๆ ว่า ถ้าเขาอยากมาคงหาเจอ หรือไม่เจอก็ถือว่าได้อุดหนุนชาวบ้านเจ้าอื่นแทน”

ดูแลบ้าน

หลายครั้งที่บ้านอยู่ดีมีความสุขได้เป็นกรณีศึกษาเรื่องแบรนดิ้งและความยั่งยืนให้สถานศึกษาและองค์กรต่าง ๆ เพราะมีแบรนด์ย่อยที่แนวคิดแข็งแรง 

อาหารทะเลพร้อมทาน ‘พิถีพิถันซีฟู้ด’ ส่งตรงถึงบ้าน จากเมนูเด็ดของทางร้านและต่อยอดจากสินค้าที่ชาวบ้านในเกาะฝากขาย 

ร้านอาหาร ‘ดีต่อหัวใจ’ ที่นอกจากเสิร์ฟเมนูเด็ด ยังชวนเด็ก ๆ มาเรียนรู้ทักษะนอกห้องเรียน ตั้งแต่การจัดจาน ทำขนม คุยกับลูกค้า และสารพัดสิ่งที่ต่อยอดเป็นอาชีพได้ในอนาคต 

นอกจากนี้ โม่ยังจริงจังเรื่องการลดขยะมาก โดยเฉพาะพลาสติก โม่เล่าว่าธุรกิจที่พักสร้างขยะมหาศาล บ้านอยู่ดีมีความสุขจึงไม่ทำขวดจิ๋วใส่แชมพู สบู่ ยาสีฟัน ไปจนถึงขวดน้ำพลาสติกที่แม้จะรีไซเคิลได้ แต่กลับมาเป็นพลาสติกชนิดเดิมไม่ได้ เพราะเกรดจะลดต่ำลงเรื่อย ๆ จนรีไซเคิลไม่ได้อีก แถมกระบวนการรีไซเคิลก็สร้างมลภาวะด้วยเช่นกัน แต่ความจริงที่น่าเศร้ากว่านั้น คือขวดพลาสติกในบ้านเรานำไปรีไซเคิลจริงแค่เพียง 5% 

บ้านอยู่ดีมีความสุขจึงปลอดขวดน้ำพลาสติก แต่มีเครื่องผลิตน้ำจากอากาศใส่ในขวดแก้วแทน แล้วเปลี่ยนค่าขวดไปเพิ่มค่าตอบแทนให้คุณแม่บ้าน ทั้งยังชวนลูกค้ามาร่วมลดขยะ ด้วยโปรโมชันแถมเครปเมื่อพกขวดน้ำส่วนตัวมา และถ้าอยากได้ส่วนลดค่าที่พัก 50% ไว้ใช้ครั้งหน้า ก็มีเงื่อนไขเพียง 4 ข้อง่าย ๆ 

หนึ่ง พกแก้วน้ำส่วนตัวมาและใช้ใส่เครื่องดื่มที่อุดหนุนร้านกาแฟบนเกาะ 

สอง ใช้ปิ่นโตหรือกล่องใส่อาหาร เมื่อซื้ออาหารจากนอกบ้านมา (ไม่ต้องล้าง เพราะมีแม่บ้านคอยดูแล) 

สาม อุดหนุนร้านค้าชุมชนแทนร้านสะดวกซื้อเจ้าใหญ่ 

สี่ ไม่นำขวดน้ำพลาสติกข้ามมาบนเกาะ 

“เราหลงใหลในการออกแบบกราฟิกดีไซน์มาก อยากออกแบบทุกอย่างบนโลกใบนี้ แต่ต้องตัดใจ อันไหนที่ชอบแต่ต้องทิ้งของเยอะก็ไม่ทำ” เธอเอ่ยด้วยความมุ่งมั่น

บ้านที่มั่นคง

นับตั้งแต่สร้างบ้านอยู่ดีมีความสุข โม่เลือกด้วยความพิถีพิถันทุกรายละเอียดจนเกินงบที่พี่สาวตั้งไว้ไปประมาณ 50% และเมื่อคำนวณความเป็นไปได้ ก็พบว่าจะคืนทุนใน 7 ปี 

ทว่าเมื่อบวกลบคูณหารในบัญชีจริง ๆ แล้ว ธุรกิจที่พักแห่งนี้กลับคืนทุนตั้งแต่ 3 ปีแรก ทั้งที่เปิดเพียง 3 วันต่อสัปดาห์เท่านั้น

ส่วนหนึ่งเพราะการคำนวณความเป็นไปได้ (Feasibility) จะคิดวันที่ไม่มีลูกค้าเข้าไปด้วย แต่บ้านอยู่ดีมีความสุขกลับมีลูกค้าจองเต็มเกือบทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะช่วงก่อนโควิด-19 ที่วันเสาร์ห้องถูกจองเต็มติดต่อกัน 3 ปี บ้างก็มาเพราะเป็นที่พักใจประจำปี บ้างก็อยากมาชิมซีฟู้ดรสเด็ด หรือกลับมาพักห้องใหม่

“เราตอบเป็นหลักการไม่ได้ แต่คิดว่าต้องเริ่มต้นจากเรามีจุดมุ่งหมายอะไรในการทำธุรกิจบ้านพัก อาจารย์หลายคนบอกว่า เรามีความเป็นคนที่ให้คนอื่นก่อน แล้วเราได้รับสิ่งนี้กลับมา เราเหนื่อย แต่เราได้รับพลังจากลูกค้าที่ชอบบ้านหลังนี้ บางครั้งมาแล้วได้แรงบันดาลใจทำอะไรต่อ มาแล้วได้ชาร์จแบตจากการทำงาน พอได้ยินอย่างนี้แล้วหายเหนื่อย” 

นอกจากนี้ เธอยังตั้งราคาที่พักโดยเทียบกับค่าเฉลี่ยของโรงแรม Chain เพราะไม่อยากตัดราคากับที่พักของชาวบ้านและเป็นราคาที่สมเหตุสมผล บวกกับการลดต้นทุนที่ไม่ต้องพึ่งงบการตลาด

แม้แต่เรื่องการลดพลาสติกที่โม่มองว่าไม่ได้เพิ่มความยุ่งยากให้ธุรกิจ แต่กลับช่วยประหยัดงบ เพราะไม่ต้องเปลี่ยนขวดแก้วใหม่หากไม่แตกหักเสียหาย แถมไม่ต้องเสียเวลาดูแลเรื่องการทิ้งขยะมากนัก 

“พอได้กำไรพี่ก็เอามาซื้อไดร์เป่าผม Dyson ซื้อลำโพง B&O ให้ลูกค้า เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์แต่งห้องใหม่” เธอเอ่ยถึงอีกเคล็ดลับที่ทำให้บ้านหลังนี้มีกิมมิกเล็ก ๆ ชวนตื่นเต้นอยู่เสมอ

บ้านบรรจุความสุข

แม้บ้านอยู่ดีมีความสุขจะมีกำไรและค่อนข้างอยู่ตัว แต่เธอกลับบอกว่าไม่ได้อยากเพิ่มวันเปิด ไม่อยากขยายห้อง เพราะเมื่อย้อนกลับมาถามว่าการขยับขยายนั้นจะได้อะไรกลับมา คำตอบที่ได้คือเงินเพียงอย่างเดียว แต่สิ่งที่เธอต้องการ ณ ตอนนี้ไม่ได้มีเพียงตัวเลข 

“สิ่งที่เราอยากได้ในวันนี้คือความสุขกับการได้แบ่งปันให้คนอื่น วันที่ไม่ได้เปิดบ้าน เราอยากทำงานเพื่อคนอื่น”

ฉะนั้น อีก 4 วันในสัปดาห์ที่เหลือ เราจะเห็นโม่ไปเป็นวิทยากร ทำงานอาสา เก็บขยะพร้อมกลุ่ม Trash Hero ที่เกาะสีชัง ไปจนถึงการสอนเด็ก ๆ ที่ร้านดีต่อหัวใจที่เพิ่งเปิดเมื่อไม่นานมานี้

หากมองย้อนไปในวันแรก ๆ ชื่อบ้านอยู่ดีมีความสุข ก็คล้ายจะบอกเป็นนัยถึงความตั้งใจของเธอมาตลอด โม่เล่าว่าเธอเห็นป้าย ‘บ้านนี้ดี อยู่แล้วรวย’ อยู่บ่อยครั้ง จนเกิดคำถามว่า ถ้าอยู่แล้วมีความสุขแทนได้หรือเปล่า จึงกลายเป็นที่มาของการตั้งชื่อนี้ 

และตลอด 8 ปีที่ผ่านมา คงพิสูจน์แล้วว่า ‘อยู่ดีมีความสุข’ ไม่ใช่แค่ชื่อบ้าน แต่เป็นความรู้สึกจริงของผู้อยู่และผู้มาเยือนทุก ๆ คน

Facebook : บ้านอยู่ดีมีความสุข

Website : www.happyhomekohsichang.com

Lessons Learned

  • การเติบโตไม่จำเป็นต้องขยายห้องหรือสาขา การปรับโฉมใหม่ก็ช่วยให้ลูกค้าอยากกลับมาได้
  • การคุยกับลูกค้าทำให้เห็น Customer Journey มากกว่าการตอบแบบสอบถามเพียงอย่างเดียว
  • เมื่อเข้าใจความต้องการในชีวิต เป้าหมายธุรกิจก็จะชัดตามไปด้วย

Writer

ธัญญารัตน์ โคตรวันทา

มนุษย์อยู่ไม่ติดบ้าน มีงานอดิเรกคือการเดิน

Photographer

กฤตภาส ตั้งงามจิตต์

ตอนกลางวันเป็นช่างภาพ ตอนกลางคืนเป็นนักตบลูกขนไก่ ส่วนกาแฟ... เพิ่งเริ่มคบกันแบบไม่ค่อยไว้ใจ