11 กุมภาพันธ์ 2025
4 K

Flower in hand by P.’ คือร้านดอกไม้ของสาวเชียงใหม่ที่ชื่อว่า แพร พานิชกุล เราคุยกันในวันที่เธออายุครบ 37 ปีพอดี เธอบอกว่าความฝันของเธอคือการได้มานั่งเล่าแพสชันการทำร้านดอกไม้ให้ The Cloud ฟัง พอได้ยินแบบนั้น เราก็ขอบคุณเธอทันที และสิ่งหนึ่งที่เราอยากบอกกับเธอคืน คือเราชื่นชมร้านเธอที่จริงใจและตั้งใจแก้ปัญหาในอุตสาหกรรมดอกไม้ และอยากขอบคุณเธอที่สร้างสรรค์ของขวัญสุดน่ารักนี้ให้กับคนหลายคนในทุกโอกาสพิเศษตลอด 9 ปีที่ผ่านมา

  Flower in hand by P. วางตัวเป็น Flower Community ที่ไม่ได้ขายดอกไม้เพียงอย่างเดียว เธอใช้โมเดลธุรกิจแบบผสมผสานช่วยสร้างรายได้หลายทาง และยังใช้ส่วนประกอบของดอกไม้ได้คุ้มค่าสูงสุด จากเคยจัดดอกไม้ตามใจฉัน ไม่ได้คิดถึงผลกระทบจากขยะในอุตสาหกรรม อะไรทำให้แพรปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานเรื่อยมา และกลายเป็นร้านดอกไม้ที่ทำให้เราอยากซื้อดอกไม้ให้ใครสักคนในวันธรรมดา ๆ เธอได้เฉลยให้เราฟังโดยละเอียดแล้วในบทความนี้

เริ่มจากความรักในดอกไม้ล้วน ๆ

ผ่านมา 9 ปีแล้วที่แพรตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะเบนเข็มจากเส้นทางอาชีพในแวดวงวิทยาศาสตร์ หลังจากเรียนปริญญาโทภาควิชา Human Anatomy คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล มาทำธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียนมาเลยสักนิด แต่สิ่งใหม่นี้ดันเป็นหัวใจสำคัญที่หล่อหลอมตัวตนให้เธอเป็นเธออย่างทุกวันนี้ 

เมื่อมีงานอะไรที่ต้องซื้อหรือจัดดอกไม้ คนรอบข้างจะนึกถึงแพร เช่นเดียวกับการจัดดอกไม้ตอนอยู่โรงพยาบาลศิริราช เธอได้ทำอยู่บ่อยครั้งจนอาจารย์เชียร์ให้เปิดร้าน 

“ตอนนั้นคิดว่าอาจารย์มองว่าเราไม่เก่งในสิ่งที่เรียนอยู่หรือเปล่า แต่พอมาวันนี้ ต้องขอบคุณอาจารย์ด้วยซ้ำ เพราะอาจารย์สายตาเฉียบคมมากจริง ๆ” 

  แพรตั้งต้นด้วยการเปิดยูทูบศึกษาการจัดดอกไม้นิดหน่อย บวกกับการใช้เซนส์ของตัวเองล้วน ๆ จึงไม่ได้คิดไปไกลว่าจะทำธุรกิจหน้าตาแบบไหน เส้นทางของเธอเริ่มจากการเปิดร้านของตัวเองเพื่อไปขายงานรับปริญญาที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แม้ไม่ได้กำไรแต่ก็ไม่ขาดทุน จนเธอได้คุยกับพ่อเรื่องนี้แล้วพบว่า ยังมีต้นทุนที่มองไม่เห็นอยู่มาก เช่น ค่าน้ำมันรถ นั่นเปลี่ยนความคิดให้เธอหันมามองเรื่องต้นทุน-กำไรมากขึ้น และเริ่มมาเปิดร้านดอกไม้ออนไลน์ในกรุงเทพฯ 

“ตอนนั้นนั่งทำเองที่หอพักแถวอารีย์ ไปส่งเองด้วย ครบวงจรสุด ๆ จนช่วงวันแม่ ออร์เดอร์เข้ามาเยอะมากจนทำคนเดียวไม่ไหว เลยอยากหาหน้าร้านเพื่อขยายธุรกิจให้มีที่สต็อกดอกไม้และลูกค้าก็จะรู้จักเรามากขึ้นด้วย”

ขยับมาทำเวิร์กช็อปและคาเฟ่ เพราะอยากเจอลูกค้า

ร้านเล็ก ๆ ณ อารีย์ซอย 1 เริ่มต้นขึ้นในตอนนั้น ด้วยความที่เป็นมือใหม่ แพรจึงต้องอาศัยการคุมต้นทุนไม่ให้เกินตัว โดยเลือกใช้ตู้แช่ไวน์ขนาดเล็กเพื่อสต็อกดอกไม้สด พื้นที่แห่งนี้ยังทำให้เกิดไอเดียธุรกิจใหม่เพิ่มเข้ามา นั่นก็คือการออกแบบเวิร์กช็อปจัดดอกไม้ 

“เราได้เรียนรู้ว่าการมีหน้าร้านดอกไม้และมีเวิร์กช็อปด้วย ซึ่งสร้างรายได้ค่อนข้างดี เพราะตอนนั้น เวิร์กช็อปยังเป็นเรื่องใหม่ ไม่ค่อยมีใครทำ ไม่ต้องใช้ต้นทุนมหาศาล แถมยังได้คุยกับลูกค้าเยอะขึ้นด้วย”

  เมื่อผลตอบรับออกมาดี ก็ถึงเวลาขยายร้านให้ใหญ่ขึ้น Flower in hand by P. จึงย้ายไปที่อารีย์ ซอย 2 ทว่าแพรเจอปัญหาเรื่องทำเลที่ลูกค้าเข้าถึงตัวร้านได้ยากขึ้น เธอจึงต้องปรับตัวต่ออีกครั้งด้วยการเปิดคาเฟ่ ช่วงนั้นคนอินคาเฟ่สุด ๆ แต่จะทำอย่างไรให้คนรู้ทันทีว่านี่คือร้านดอกไม้ แพรเริ่มจึงเสาะแสวงหาดอกไม้กินได้มาใส่ในขนม ในระยะเวลาชั่วครู่ที่ลูกค้านั่งรอ ทำให้มีโอกาสพูดคุยเรื่องดอกไม้ไปด้วย

“เราเป็นเด็กเชียงใหม่ โตมากับธรรมชาติที่ดีงาม วิ่งเล่นอยู่ในทุ่ง พอมาอยู่กรุงเทพฯ ไม่ค่อยมีสวนให้เดิน ไม่มีทุ่งหญ้าให้วิ่ง เราเลยคิดว่าอย่างน้อยถ้าทำร้านนี้ขึ้นมาให้ลูกค้าได้ซึมซับบรรยากาศของธรรมชาติบ้างก็น่าจะดีนะ”

สร้างสรรค์สิ่งใหม่จากเศษดอกไม้

แพรบอกว่าการจัดดอกไม้สำหรับเธอต้องพึ่งพาทั้งศาสตร์และศิลป์ ศิลป์คือการจัดดอกไม้ตามสไตล์ที่ชอบ ส่วนศาสตร์หรือองค์ความรู้คือสิ่งที่เธอยังต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติของดอกไม้และวิธีดูแลรักษา การบริหารคนในทีม ไปจนถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม

“ช่วงที่ออร์เดอร์เยอะมาก ขยะที่คอนโดเราก็เยอะตามไปด้วย วันหนึ่งมีแม่บ้านที่คอนโดมากระซิบว่า ทำไมไม่แยกขยะเลย เราก็รู้สึกว่าจะทำธุรกิจแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว ภาพที่เราจำได้จนถึงทุกวันนี้ คือภาพที่เขาเอาดอกไม้ในถุงขยะที่เราทิ้ง มาใส่แจกันใหม่”

  เหตุการณ์นั้นทำให้แพรรู้สึกผิดว่าคนอื่นยังมองเห็นค่าแต่เรากลับทิ้งมันไป เพียงเพราะว่าดอกหัก กลีบไม่สวย ใช้ทำออร์เดอร์ไม่ได้ ทำไมไม่คิดต่อว่ามันเอาไปทำอย่างอื่นได้ บวกกับการดูคลิปออนไลน์ที่ให้ความรู้เรื่องอุตสาหกรรมดอกไม้มีผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมเยอะมาก ทั้งขยะ สารเคมี และการใช้แรงงาน เป็นแรงผลักดันให้แพรเดินออกจากเซฟโซนแคบ ๆ มองภาพธุรกิจให้กว้างขึ้น 

แต่เธอก็ยอมรับว่าการทำธุรกิจดอกไม้รักษ์โลกนั้นยากจริง ๆ หากตัดประเด็นสิ่งแวดล้อมทิ้งไป หลายกระบวนการจะง่ายกว่านี้ ทำออร์เดอร์ได้มากกว่านี้ แต่เมื่อเลือกเดินทางนี้ก็ไม่อยากถอยหลังกลับ มองให้เป็นเรื่องสนุกแทนดีกว่า

  แพรทำธุรกิจบนพื้นฐานการตระหนักรู้ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมมา 4 ปีเป็นที่เรียบร้อย โดย Flower in hand by P. ให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อม 4 แง่มุมหลัก ๆ 

  หนึ่ง คือการจัดการและลดขยะ ด้วยการเปลี่ยนจากโฟมจัดดอกไม้มาใช้ลวดกรงไก่ทำเองจากกิ่งไม้เหลือใช้หรือกิ่งไม้ร่วงแถวบ้าน ส่วนดอกไม้ก้านหัก กลีบไม่สวย และส่วนอื่น ๆ นำมาทำเป็นปุ๋ยต่อได้

สอง คือเปลี่ยนมาใช้วัสดุที่ยังยืนมากขึ้น โดยเปลี่ยนสำลีเป็นเศษผ้าที่เหลือจากโรงงาน เปลี่ยนพลาสติกที่ห่อดอกไม้มาเป็นกระดาษสา ด้วยการใส่เศษใบ ก้าน เมล็ดลงไปด้วย เวลาทิ้งลงดินอาจจะมีต้นไม้ใหม่งอกขึ้นมาได้

สาม คือการ Upcycling วัสดุและดอกไม้ที่ใช้งานไม่ได้ให้กลายเป็นสิ่งใหม่ เช่น การนำดอกไม้แห้งไปทำเป็นกรอบรูป การ์ด ขวด และใช้สำหรับเวิร์กช็อปต่าง ๆ ถูกใจคนที่ไม่อยากทิ้งดอกไม้ที่มีคุณค่าทางใจ แม้จะเป็นดอกไม้จากที่อื่นเธอก็รับให้บริการ

สี่ คือการลดขยะจากงานอีเวนต์ โดยเฉพาะงานแต่งงานที่มีโซนจัดช่อให้แขกนำกลับบ้าน จะได้ไม่ต้องรื้อทิ้งแล้วกลายเป็นขยะมหาศาลหลังจากใช้งานเพียงไม่กี่ชั่วโมง

ปลูกดอกไม้เองที่สวนหน้าบ้าน 

ก่อนหน้านี้ดอกไม้ที่ Flower in hand by P. เลือกใช้มีทั้งจากเนเธอร์แลนด์ ยุโรป จีน และไทย แต่เมื่อแพรได้ศึกษาเรื่องความยั่งยืนมากขึ้น เธอจึงตั้งใจจะใช้ ‘ดอกไม้ไทย’ ให้มากขึ้น โดยเปลี่ยนพื้นที่สวนหน้าบ้านให้กลายเป็นสวนดอกไม้ เพื่อลดมลพิษจากการขนส่ง ลดสารเคมีที่คาดเดาไม่ได้ รวมทั้งลดต้นทุนการสั่งสินค้าจากที่อื่น ๆ 

“พอมาเชียงใหม่ มีอยู่งานหนึ่งที่เราขอเจ้าบ่าว-เจ้าสาวใช้ดอกไม้จากตลาดเชียงใหม่ 30% ดอกไม้จากสวนที่เชียงใหม่ของร้านเราเอง 50% และดอกไม้ข้างทางอีก 20% ได้ไหม ซึ่งเขาให้เราทำได้ จึงเป็นงานที่เรารู้สึกดีมาก ๆ เพราะทั้งหมดนี้เป็นดอกไม้จากชุมชนจริง ๆ”

แพรยังให้ความสำคัญกับการใช้น้ำหมักแทนสารเคมีระหว่างปลูก ซึ่งส่งผลต่อทั้งคนปลูกและคนได้รับดอกไม้ การมีสวนของตนเองทำให้แพรได้เรียนรู้ว่าทุกอย่างต้องอาศัยเวลา ธรรมชาติไม่เคยเร่งรีบ แล้วเราจะเร่งเร้าให้ดอกไม้หนึ่งดอกโตให้สวยทันความต้องการตลาดไปทำไม ดอกไม้สวยเป๊ะจากร้านดอกไม้บางแห่งเต็มไปด้วยสารเร่งให้สวยและอึดทน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่รวดเร็วในตลาด ในอนาคต เธออยากผลักดันให้เกิดความเข้าใจมากขึ้นว่า หากมีมด แมลง ผึ้ง หรือหอยทากเดินผ่าน อาจหมายถึงดอกไม้นี้ปลอดภัย

“ต้องยอมรับว่าพอเราไม่ใช้เคมี ในมุมธุรกิจก็เป็นความยากที่เราต้องเสียดอกไม้ไปเยอะ เพราะเราต้องเลือกดอกที่โอเคที่สุดเพื่อทำออร์เดอร์ ยิ่งเชียงใหม่เราจะได้ดอกไม้มากที่สุดช่วงหน้าหนาว แต่หน้าฝน หรือช่วงนี้เป็นหน้าฝุ่น เราก็อาจจะได้ดอกที่สวยน้อยลงไปอีก”

  พักหลังมานี้ แพรยังให้ความสำคัญกับกับดอกไม้ข้างถนนมากขึ้น เช่น พวงชมพู พวงคราม สน ยูคาลิปตัส ดอกหญ้า ซึ่งนอกจากสวยงามแล้ว ยังเป็นอีกโมเดลหนึ่งที่ช่วยให้เธอลดต้นทุนการผลิต ถ้าไม่มีใครใช้ดอกไม้เหล่านั้น มันก็จะแห้งเหี่ยวไปตามกาลเวลาอยู่ดี ซึ่งโมเดลทั้งหมดนี้ช่วยให้ขยะดอกไม้จากร้านลดลงไปจากเดิมถึง 40% 

ไม่คิดว่าจะมีความสุขขนาดนี้ จนมี Flower in hand by P.

จากขวบปีแรกจนถึงปีนี้ มีหลายสิ่งที่แพรได้เรียนรู้และค่อย ๆ เติบโตมากขึ้นจากการทำธุรกิจ Flower in hand by P. ร้านของแพรในตอนนี้ย้ายมาอยู่ย่านจตุจักร ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่มากพอจะขยายคอมมูนิตี้คนรักดอกไม้ของเธอ รองรับทั้งการจัดเวิร์กช็อปให้คนมาฮีลใจและนิทรรศการให้เข้าฟรีทุกปี เช่น มีบาร์ดอกไม้ มีการเย็บกระเป๋าจากผ้าเช็ดหน้ามือสอง มีทำการ์ดดอกไม้แห้ง มีกิจกรรมให้คนมาช่วยกันจัดแจกันร่วมกัน เป็นต้น

“ในปีนี้ เราอยากเปิดเสวนาเดือนละครั้ง ชวนเจ้าของร้านดอกไม้ร้านอื่นหรือคนที่ชอบดอกไม้มาคุยกัน และอยากให้ความสำคัญกับการใช้วัสดุจากชุมชนมากขึ้น เช่น ใช้ผ้าห่อดอกไม้จากชุมชนกะเหรี่ยง ซึ่งน่าจะสร้างรายได้และแสดงฝีมือของคนในชุมชนได้มากขึ้นด้วย” แพรเอ่ยถึงแผนในอนาคต 

ตั้งแต่ที่แพรทำร้านมา เธอเคยคิดว่าคนเราจะให้ดอกไม้แค่ตามโอกาส แต่เมื่อธุรกิจค่อย ๆ แบ่งบานขึ้น ทำให้เธอได้เห็นว่าคนที่อยากซื้อดอกไม้มาจัดบ้านหรือซื้อให้ใครสักคนในวันธรรมดา ๆ นั้นมีอยู่มากมาย และเธอก็ดีใจที่ลูกค้าหลายคนเข้าใจความตั้งใจดีที่จะทำร้านดอกไม้ให้ยั่งยืนมากขึ้นทุกวัน

“มีลูกค้าคนหนึ่งคุยกับเรา แล้วเรารู้สึกดีจนถึงตอนนี้ เขาพูดว่า Flower in hand by P. อยู่ในทุกช่วงชีวิตของเขาเลย ทั้งบอกรัก ขอเป็นแฟน ง้อ และแต่งงาน เสียงตอบรับเหล่านี้ทำให้เรามีกำลังใจ” แพรเอ่ยทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม

Facebook : Flower in hand by P 

Lessons Learned

  • การได้ทำในสิ่งที่ชอบจะทำให้อยากพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นโดยไม่สูญเสียตัวตน
  • การปรับตัวไม่ได้น่ากลัวเสมอไป ขอแค่กล้าเปิดใจลองอะไรใหม่ ๆ
  • การทำธุรกิจย่อมมีเรื่องท้าทาย มองให้เป็นเรื่องปกติ จะช่วยให้มีสติ จัดการปัญหาต่อไปได้

Writer

พัชญ์สิตา ไพบูลย์ศิริ

นัก (ชอบ) เขียนบ้ากล้องที่ชอบถ่ายรูปตัวเองเป็นพิเศษ เสพติดเสียงธรรมชาติ กลิ่นฝน และสีเลือดฝาดบนใบหน้า ที่ใช้เวลาเขียนงานไปพร้อมๆ กับติ่งอปป้าอย่างใจเย็น

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์