ทะเลาะเรื่องงานกับคนที่ชีวิตไม่ได้เลือก
บางวันก็รักสุดหัวใจ บางวันก็ไม่อยากแม้แต่จะมองหน้ากัน
อาจมีสมาชิกในหลายธุรกิจครอบครัวกำลังรู้สึกเช่นนี้ เมื่อชีวิตส่วนตัวของเราและการงานต้องมาซ้อนทับกันอย่างแยกออกจากกันไม่ขาด จนกลายเป็นความซับซ้อนของความสัมพันธ์
ในบางครอบครัวที่ความสัมพันธ์เปราะบาง คนในสายเลือดเชือดเฉือนกันเอง รอยร้าวที่สะสมนี้อาจนำไปสู่ความรุนแรงและการล่มสลายลงของธุรกิจที่น่าเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าภัยคุกคามจากโลกภายนอก
เชื่อว่าไม่มีใครอยากทะเลาะกับคนที่อยู่รอบข้าง แต่เมื่อเรามีสิทธิ์มองโลกนี้ไม่เหมือนกัน ทำอย่างไรจึงจะป้องกันความขัดแย้งที่ไม่จำเป็นให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด หรือเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็จัดการร่วมกันได้อย่างราบรื่นสบายใจ
“เราชวนคนที่เห็นแตกต่างกัน โดยเฉพาะสมาชิกของธุรกิจครอบครัว ให้มาคุยกันในเรื่องยาก ๆ ละเอียดอ่อน แต่สำคัญ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งรุนแรง และหาทางออกร่วมกัน”
นี่คือภารกิจของ นวพล วิริยะกุลกิจ Managing Director ของ ‘Family Business Asia’ ที่ให้บริการที่ปรึกษาด้านการบริหารความขัดแย้ง (Conflict Management) โดยมีลูกค้าเป็นธุรกิจครอบครัวเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงให้บริการทำธรรมนูญครอบครัว เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา
ฟังดูเป็นงานให้ชวนทุกข์ไม่น้อย เพราะต้องอยู่ระหว่างกลางข้อพิพาทของผู้คน แต่นวพลมองเห็นถึงความสำคัญของบทบาทนี้ และเลือกเป็นงานของชีวิต
แล้วเขาเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องที่แม้แต่ครอบครัวที่รู้จักกันดียังแก้ไม่ตกได้อย่างไร
หากคุณกำลังเผชิญความขัดแย้งในชีวิต ไม่ว่าทำธุรกิจครอบครัวอยู่หรือไม่ ชวนคุณพักรบสักประเดี๋ยว
เผื่อเรื่องนี้ของนวพลอาจช่วยให้คุณกลับมาพบรักที่ยังมีให้กัน และดำเนินชีวิตให้เกิดทั้งความสำเร็จและความสัมพันธ์ที่ดีกับคนที่สำคัญ

เพื่อสงบศึก 2 ด้าน
“เราไม่คิดมาก่อนว่าจะมาทำเรื่องธุรกิจครอบครัว” นวพลเล่าย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของชีวิตการงานที่ไม่ได้มีภาพของชีวิตแบบปัจจุบัน
ก่อนเป็นที่ปรึกษาด้านความขัดแย้ง เขาคือนักเรียนทุนของรัฐบาล เรียนต่อปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ที่สหรัฐอเมริกา กลับมารับราชการ เป็นนักวิจัย ทำงานด้านนโยบาย เป็นอาจารย์ และทำธุรกิจของตัวเอง
จุดพลิกผันเกิดขึ้นเมื่อราว 17 ปีก่อน เขาได้รับเชิญให้เป็นผู้ร่วมเขียนหนังสือเรื่อง สืบทอดธุรกิจครอบครัว ซึ่งเขาตอบรับเพราะคิดว่าเป็นโอกาสที่น่าลอง จนได้พบกับเสน่ห์ของธุรกิจครอบครัว
“ปกติเรื่องธุรกิจกับความสัมพันธ์ในครอบครัวจะอยู่แยกจากกัน เรื่องพวกนี้โดยลำพังก็มีเรื่องให้ทะเลาะกันได้มากอยู่แล้ว พอมาอยู่รวมกัน เรื่องยิ่งซับซ้อนไปใหญ่
“ทุกวันนี้มีเรื่องให้ธุรกิจครอบครัวต้องทำมากมายเพื่อแข่งขันกับโลกภายนอก แค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว แต่หลายครอบครัวยังเผชิญกับการทะเลาะภายใน เหมือนเจอศึกทั้ง 2 ด้าน ทำให้ก้าวเดินได้ช้าหรือพังทลายลง ทั้งที่มีโอกาสไปได้ไกลกว่านี้ ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก พอเราถึงจุดที่ชีวิตเก็บประสบการณ์มาหลากหลายแล้ว เลยมาทำเรื่องนี้จริงจัง” ที่ปรึกษาวัย 48 ปีที่ผ่านร้อนหนาวในการทำงาน ทั้งกับภาครัฐ ภาคเอกชน และเป็นผู้ประกอบการนานกว่าทศวรรษ เล่าสาเหตุที่เขาเลือกทำงานนี้ตั้งแต่เมื่อ 15 ปีก่อน
เขาร่วมก่อตั้งสถาบันธุรกิจครอบครัวแห่งเอเชีย (Institute of Family Business ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อมาเป็น Family Business Asia) โดยรับเป็นงานเสริมเรื่อยมา ก่อนจะตัดสินใจทำเต็มตัวในฐานะ Managing Director เมื่อ 2 ปีที่แล้ว
“เราใช้ชื่อ Family Business Asia เพราะเห็นว่าตำราธุรกิจครอบครัวส่วนใหญ่อิงจากทางตะวันตก บริบทหลายอย่างไม่เหมือนวัฒนธรรมเอเชีย เช่น ความคาดหวังในตัวลูก เป็นเหตุให้เราตั้งชื่อและตั้งใจทำธุรกิจที่เข้าใจถึงวัฒนธรรมบ้านเราอย่างแท้จริง เพื่อช่วยเหลือธุรกิจครอบครัวไทย”

ภูเขาไฟอยู่ในบ้าน
“คนเรามีเหตุผลให้ทะเลาะกันได้มากมาย สำหรับธุรกิจครอบครัว แม้แต่เรื่องตอนที่เป็นเด็ก ยังเป็นประเด็นให้ทะเลาะกันได้ในวันนี้ เรามองเป็นเหมือนภูเขาไฟที่มีแมกม่าซ่อนอยู่หลายชั้น หน้าที่ของเราคือทำให้คนเห็นถึงชั้นที่ซ่อนอยู่นี้”
ในการให้คำปรึกษา Family Business Asia จะสำรวจสถานการณ์ของธุรกิจก่อน แบ่งง่าย ๆ ได้เป็น 4 ชั้นใต้ดินที่มองไม่นานก็รู้แจ้งเห็นประเด็น และอีก 3 แกนที่รองรับอยู่ ซึ่งต้องใช้เวลาขุดลึกลงไปเพื่อทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
หากวันนี้คุณทำธุรกิจครอบครัวอยู่ อยากชวนเช็กไปพร้อมกันว่า มีสัญญาณของความเดือดระอุเหล่านี้ที่รอวันปะทุอยู่หรือไม่
ข้อแรก ‘การสื่อสาร’ หรือเรียกว่าเป็นปัญหาสากลของทุกบ้านคงไม่ผิดนัก
“การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญที่ควรตั้งใจ Make Time ให้ ไม่ต้องรอตอน Have Time แต่หลายครอบครัวทะเลาะกันมานาน ใช้คำพูดรุนแรงที่จะไม่พูดกับคนนอกโดยเด็ดขาดใส่กัน แสดงท่าทีไม่อยากฟังจนเลิกคุยกัน เพราะคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไร ไม่ให้เวลากันอีกแล้ว พอคุณสื่อสารกันไม่ได้ คุณก็ตัดสินใจอะไรร่วมกันไม่ได้เลย”
สอง ‘ข้อมูล’
“ปัญหาที่มักเกิดขึ้น คือทุกคนต่างมีข้อมูลของตัวเองที่เจือปนด้วยอคติ ความเชื่อ ค่านิยม หากเราแยกข้อเท็จจริงกับความคิดเห็นออกจากกันไม่ได้ และต่างฝ่ายต่างเลือกแต่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับตัวเอง การทะเลาะกันก็เกิดขึ้นได้อยู่ดี แม้มีข้อมูลให้เห็นเป็นประจักษ์”
สาม ‘ธรรมาภิบาล’
“หรือการขีดเส้นระหว่างเรื่องส่วนตัวกับส่วนรวม ใช้หลักการเพื่อตัดสินการแบ่งผลประโยชน์ ตรวจสอบความโปร่งใส แต่หลายครอบครัวใช้ระบบความเชื่อใจแทน ทำให้อาจไม่ถูกหลักที่ควรเป็น”
และสี่ ‘โครงสร้าง’
“บางปัญหาไม่ได้ผิดที่บุคคลเลย แต่เป็นเพราะโครงสร้างที่มอบอำนาจ หน้าที่ และผลประโยชน์ไม่สมดุลกัน เช่น คุณมีหน้าที่เต็มร้อย แต่ผลประโยชน์ไม่สอดคล้อง ไม่เท่าเทียมคนอื่น หรืออำนาจเป็นศูนย์ เพราะพ่อแม่ยังตัดสินใจทุกอย่างอยู่ คิดอะไรไปแล้วดันถูกผู้ใหญ่มาล้างกระดานใหม่ แบบนี้ก็เคืองกันได้ง่าย ๆ”
ส่วนอีก 3 แกน ต้องสำรวจกันถึงแก่นลึกภายในใจ

แกนแรก ‘ผลประโยชน์’
“บางทีเราคิดว่าอีกฝ่ายเห็นแก่ตัว โลภ อยากได้เงิน แต่จริง ๆ คนเรามักมีเหตุผลที่ซ่อนอยู่ อาจเป็นเพราะเขาเชื่อว่าเป็นความยุติธรรมที่ควรได้รับในสิ่งที่เขาควรได้รับ หรือต้องการได้รับความสำคัญที่ไม่เคยได้ เราอยากชวนให้คนมองลึกไปมากกว่าเพียงตัวเงิน ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นทะเลาะกันว่าทำไมคนนี้ได้ คนนี้ไม่ได้ ทั้งที่จริง ๆ อาจมีวิธีที่จะทำให้ได้ทั้งคู่ ในคนละเรื่องก็ได้”
แกนที่ 2 ‘ตัวตน’
“ถ้าคุณยึดถือความคิดของตัวเองว่าถูกต้อง ไม่ฟังคนอื่น เอาอีโก้มาปะทะกัน ยังไงก็ทะเลาะกัน ความท้าทายคือคุณเปลี่ยนตัวตนใครไม่ได้ มีเพียงแค่คนคนนั้นที่เปลี่ยนตัวตนของเขาได้ สิ่งที่เราทำได้ คือจะจูนกันอย่างไร”
และแกนสุดท้าย ‘อดีต’
“ธุรกิจครอบครัวไม่เหมือนธุรกิจทั่วไป คือเรามีอดีตร่วมกัน ในธุรกิจอื่น ทุกคนอาจทิ้งอดีตของตัวเองไว้ที่บ้านแล้วมาเจอกันในปัจจุบัน แต่ธุรกิจครอบครัว เรามักพกอดีตติดตัวมาด้วย บางคนเป็นพี่น้องกัน มีปมมาแต่เด็ก เจอเรื่องเล็ก ๆ กระตุ้นเข้าไป งอนกันเฉย”
แต่ละครอบครัวมีส่วนผสมของสาเหตุความขัดแย้งที่ต่างกัน Family Business Asia จะพูดคุยเก็บข้อมูลแต่ละคนและนำมาคุยร่วมกัน เพื่อให้ทุกคนได้เห็นปัญหาที่แท้จริง
“สิ่งสำคัญคือการยอมรับความจริงของปัญหาร่วมกัน” นวพลเน้นย้ำ
หลายครอบครัวไม่รู้ว่าตัวเองมีปัญหาอะไร หรือรู้แต่ไม่อยากยอมรับว่าเป็นปัญหา ซึ่งสายตาของบุคคลที่ 3 ที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย จะช่วยให้เห็นความจริงที่ชัดแจ้งง่ายขึ้น
“ข้อดีของเรา คือการไม่รู้พื้นหลังของคนในครอบครัวขนาดนั้น ทำให้เราไม่มีอคติ ไม่รู้เขาทะเลาะอะไรกันมา และไม่จำเป็นต้องเชียร์ข้างใคร เราพิจารณาจากสิ่งที่เห็นในวันนี้และทำให้ครอบครัวที่ความคิดแตกต่างกันอยู่มาตกลงกันได้ในวันนี้
“สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต เราจะชวนให้เขาเก็บไว้เป็นประสบการณ์ของครอบครัว แต่วันนี้ที่เรามาคุยกันจะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของการเดินไปข้างหน้าร่วมกัน”

ตกลงใจร่วมกัน
เมื่อปัญหาของครอบครัวเป็นเรื่องภายในที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อน เช่น การแบ่งปันผลประโยชน์ที่ยุติธรรม ซึ่งถกเถียงกันได้นานว่าแบบใดคือยุติธรรม และยุติธรรมสำหรับใคร
สิ่งที่ Family Business Asia ทำเพื่อให้คลี่คลายปัญหาได้ครอบคลุม คือการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญหลายแขนง ทั้งบริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมาย ตรวจสอบบัญชี วางแผนภาษี และนักจิตวิทยา เพื่อบริการที่ครบวงจร
“ในหลายกรณี การพูดคุยเพื่อจัดการความขัดแย้งอย่างเดียวไม่เพียงพอให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อธุรกิจครอบครัวได้จริง ต้องมีเครื่องมือให้พวกเขาปฏิบัติด้วย เราจึงหาพันธมิตรมาร่วมทำงานด้วยกัน ซึ่งคนเหล่านี้ปกติมีให้คำปรึกษากับธุรกิจหรือครอบครัว เพียงแต่ว่ามักจะอยู่แยกส่วนกัน แต่ในธุรกิจครอบครัว เรื่องราวเหล่านี้มักอยู่รวมกันหมด”
สำหรับครอบครัวที่ยังไม่ได้มีปัญหาบานปลาย เครื่องมือเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้เกิดธรรมนูญครอบครัว หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นกฎของบ้าน
“การทำธรรมนูญครอบครัว คือการกำหนดหัวข้อที่ครอบครัวควรคุยและตกลงกัน เช่น วิธีจัดการหุ้นและผลตอบแทน หน้าที่ในการสืบทอดธุรกิจ หรือเรื่องที่อาจดูนามธรรม เช่น การวางค่านิยมร่วม
“ถ้าครอบครัวเชื่อกันคนละอย่าง คงอยู่ร่วมกันยาก ไม่ได้บอกว่าทุกคนต้องมีค่านิยมเหมือนกัน แต่อยากให้ครอบครัวหาค่านิยมที่แต่ละคนมีร่วมกันให้เป็นตัวเชื่อมทุกคน รวมถึงกำหนดเป้าหมายเดียวกัน ถ้าเรามีเป้าหมายคนละทาง หากันไม่เจอก็เดินชนกัน แต่ถ้าทุกคนรู้ว่าเป้าหมายคือตรงไหน แต่ละคนเดินอย่างไรก็ไปถึงด้วยกันได้”
ไม่ว่าจะธุรกิจเล็กหรือใหญ่ นวพลมองว่าควรกำหนดข้อตกลงนี้ร่วมกันอย่างยิ่ง และควรรีบทำก่อนถึงวันที่สาย

“เราเคยมีเคสที่ให้คำปรึกษาครอบครัว 4 คน มีพ่อ แม่ ลูก 2 คน สิ่งที่พ่อแม่กังวลคือถ้าถึงวันที่พวกเขาไม่อยู่ ลูก 2 คนจะตกลงกันได้ไหม ถ้าเกิดไม่ได้คิดเห็นในทางเดียวกัน เพราะถ้าเราให้แบ่งกันคนละ 50 : 50 หลายเรื่องอาจหาข้อสรุปไม่ได้ กติกานี้จึงควรทำตอนที่พ่อแม่หรือผู้นำธุรกิจยังอยู่ เขาชวนผู้คนมามีส่วนร่วมเขียนกติกาในวันนี้ได้ เผื่อวันที่เขาไม่อยู่ในวันข้างหน้า แต่ถ้าทำหลังจากที่ผู้นำเดิมไม่อยู่แล้ว จะเป็นเรื่องท้าทายและทะเลาะกันง่ายมาก”
ระดับความจริงจังในการทำธรรมนูญครอบครัวมักต่างไปตามแต่ละบ้าน อาจใช้เวลาได้ตั้งแต่ 3 เดือน 4 เดือน จนถึงเป็นปี สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงรูปเล่มสุดท้ายที่ทุกคนจะใช้อ้างอิงร่วมกัน แต่กระบวนการเพื่อให้ได้มาก็สำคัญไม่แพ้กัน
“ตอนเราช่วยทำธรรมนูญครอบครัวแรก ๆ เรายึดตามตำราที่มีเขียนไว้ว่าต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการ หมายถึงการคุยกัน ตอนแรกคิดว่าการคุยกันจะไปยากอะไร แต่พอทำมาหลายปี เราถึงเข้าใจเลยว่าทำไมถึงต้องให้เวลากับขั้นตอนนี้
“เราเคยเจอผู้นำครอบครัวและธุรกิจที่เขียนธรรมนูญครอบครัวด้วยตัวเองคนเดียว ซึ่งไม่ได้ผิดอะไร แต่เวลาคุณเขียนเสร็จแล้วยื่นให้คนอื่น คนจะมองว่าเป็นคำสั่ง ไม่ใช่กติกาที่ตั้งมาร่วมกัน และคำสั่งจะมีผลต่อเมื่อคนสั่งมีอำนาจหรือบารมีอยู่ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป คำสั่งนั้นอาจเป็นแค่กระดาษ เพราะคนที่เกี่ยวข้องไม่ได้มีส่วนร่วมไปด้วย”
ส่วนครอบครัวหรือองค์กรใดที่ไปถึงขั้นแตกหักแล้ว ทาง Family Business Asia มีบริการเป็นตัวกลางช่วยไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้วยเช่นกัน
แต่ถ้าวันนี้ยังรักกันดีอยู่ อย่าไปถึงขั้นนั้นกันเลย
“จุดประสงค์หนึ่งที่สำคัญที่สุดของการทำธรรมนูญครอบครัว คือการรักษาความสัมพันธ์ในครอบครัว เราคงไม่อยากประสบความสำเร็จในธุรกิจ แต่คุยกับญาติพี่น้องไม่ได้อีกต่อไป การทำธรรมนูญก็เพื่อเราจะได้มีความสุขและความสำเร็จไปด้วยกัน”

กันไว้ดีกว่าแก้
การป้องกันคือหนทางที่ดีที่สุดในการรับมือกับความขัดแย้ง
นอกจากให้คำปรึกษา Family Business Asia แล้ว นวพลยังทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ให้กับสาธารณะด้วย เพื่อให้มีเครื่องมือในการใช้งานกับคนรอบตัวก่อนปัญหาบานปลาย อย่างการเขียนบทความให้กับนิตยสารการเงินธนาคาร ทำคลิป e-Learning และจัดอบรม เช่น เรื่องการสื่อสารด้านการเงินกับครอบครัว เพื่อถ่ายทอดว่าการพูดเรื่องที่ละเอียดอ่อน เรื่องที่อาจเข้าใจได้ยาก ต้องสื่อสารกันอย่างไร ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่ให้ความสำคัญกับการผลักดันส่งเสริมธุรกิจครอบครัว ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย
เป็นเหตุให้ปีนี้ SET จัดสัมมนาธุรกิจครอบครัวประจำปีเป็นปีที่ 2 ในหัวข้อ ‘Family Business in the Globalized Asia’ ซึ่งทางนวพลและ Family Business Asia จะมีส่วนร่วมพูดคุยในหัวข้อการทำธรรมนูญครอบครัว กับ 2 ทายาทธุรกิจอย่าง คุณชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และ คุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด
“การเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนที่ผ่านมาก่อนจะช่วยให้เราจัดการกับสถานการณ์ของตัวเองได้ดีขึ้น อย่างในเวทีนี้ เป็นโอกาสที่จะได้คุยกับทายาทธุรกิจที่มาจากคนละอุตสาหกรรมและมีทางเลือกต่างกัน ทั้งท่านที่สืบทอดต่อจากครอบครัว และท่านที่ตัดสินใจสร้างธุรกิจใหม่ขึ้นมา แต่ทั้ง 2 ครอบครัวมีการทำธรรมนูญครอบครัวเหมือนกัน เราจะได้เรียนรู้ว่าทำไมเขาถึงทำกัน และทำต่างกันอย่างไร”
หากคุณกำลังทำธุรกิจครอบครัวอยู่ คุณอาจได้รับคำแนะนำที่จะช่วยให้คุณป้องกันก่อนเกิดปัญหา และไม่ต้องมาแก้ไขให้ปวดใจในภายหลัง

เห็นต่างอย่างเห็นหัวใจ
ด้วยกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความเข้าใจ ทำให้นวพลและ Family Business Asia รับให้คำปรึกษาการทำธรรมนูญครอบครัวและการจัดการความขัดแย้งปีละเพียงไม่กี่รายเท่านั้น เพื่อทุ่มเทเวลาได้อย่างเต็มที่
แต่ความฝันระยะไกลของเขาคือการขยายงานนี้ไปให้ถึงในวงกว้างมากขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะธุรกิจครอบครัว
“จริง ๆ ความขัดแย้งมีอยู่ในทุกที่ แต่ไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป เพราะความขัดแย้งที่ดีจะทำให้เกิดการพัฒนาต่อยอด แก้ไขปัญหาเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด แต่จะทำอย่างไรให้คนเรายอมรับความเห็นต่างและอยู่ร่วมกันได้ ถ้าเราใช้เครื่องมือที่เหมาะสม คนเราไม่จำเป็นต้องทนทุกข์กับความแตกต่างทางความคิด
“สุดท้ายสิ่งที่ครอบครัว ชุมชน สังคม ต้องการร่วมกันคือความสุข เราอยากให้ประเทศเราไม่ได้มีเพียงแค่รอยยิ้มบนใบหน้า แต่มีรอยยิ้มข้างในใจด้วย ถ้าเราลดความขัดแย้งได้ตั้งแต่หน่วยที่เล็กที่สุด เราจะมีความสุขร่วมกันขึ้นอีกเยอะ และนี่คือภารกิจของเรา” นวพลทิ้งท้ายบทสนทนาด้วยรอยยิ้ม


Lessons Learned
งานสัมมนาธุรกิจครอบครัวประจำปี The 2nd SET Annual Conference on Family Business ในหัวข้อ Family Business in the Globalized Asia จัดขึ้นในวันที่ 1 – 2 สิงหาคม พ.ศ. 2567 รวมผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติและทายาทธุรกิจครอบครัวไทยที่จะมาแชร์ประสบการณ์และความรู้ ลงลึกถึงประเด็นปัญหาและแนวทางการแก้ไขสำหรับธุรกิจครอบครัว ตั้งแต่การจัดโครงสร้างธุรกิจ จัดสรรผลประโยชน์ของสมาชิกครอบครัว ทำธรรมนูญครอบครัว และบริหารความมั่งคั่ง รวมอยู่ในงานเดียว
ซื้อบัตรเข้าร่วมได้ที่ setfamilybusinessconference.com
