30 มิถุนายน 2025
2 K

หลายคนอาจรู้จัก ‘Eastern Antiques ในฐานะร้านเครื่องประดับจากชามโบราณแห่งย่านเจริญกรุง แต่ย้อนไปเมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว ร้านเล็ก ๆ แห่งนี้เคยส่งออกเครื่องเงินไปไกลถึง Fifth Avenue แห่งมหานครนิวยอร์ก ก่อนจะเผชิญความท้าทายมากมาย ปรับเปลี่ยนธุรกิจมาหลายหน แต่ยังคงยืนหยัดคู่ย่านเจริญกรุงเรื่อยมา ด้วยฝีมือผู้หญิงสุดเท่อย่าง คุณยายมาลัย ปรีชานิลชัยศรี ที่เรียกได้ว่าเป็นหญิงไทยคนแรก ๆ ที่ขับรถเป็น ทำธุรกิจส่งออกได้ และในวัย 90 ปี คุณยายก็ยังคงสนุกกับการทำงานทุกวัน ด้วยจิตใจแจ่มใส ร่างกายแข็งแรง 

บทสนทนาคราวนี้นอกจากเราจะได้บทเรียนชีวิตของผู้ประกอบการวัย 90 ปีแล้ว ยังทำให้เราพบว่า ของหลายชิ้นที่วางเรียงรายอยู่ภายในร้าน Eastern Antiques ต่างมีเรื่องราวบางอย่างซ่อนอยู่ ราวกับเป็นพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ ที่บันทึกประวัติศาสตร์ ชีวิต ย่าน และกิจการที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างยาวนาน

จากเจริญกรุงสู่ Fifth Avenue

สมัยก่อนถนนเจริญกรุงชื่อถนนนิวโร้ด (New Road) เป็นย่านสุดทันสมัย และเป็นแหล่งช้อปปิ้งสุดฮิตของชาวต่างชาติในไทย มีทั้งเครื่องประดับสุดหรู ของเก่าแก่ล้ำค่ามากมาย เช่นเดียวกับร้าน Eastern Antiques ที่มีธุรกิจหลักคือส่งออกเครื่องเงินทำมือโดยช่างไทยให้ไปเฉิดฉายในร้านบนถนน Fifth Avenue สหรัฐอเมริกา คุณยายมาลัยจึงมีลูกค้าประจำที่บอกต่อกันแบบปากต่อปากเรื่อยมา รวมทั้งมีมิตรสหายต่างแดนมากมาย บางคนเริ่มวานให้คุณยายช่วยตามหาของเก่าเก็บ เธอจึงค่อย ๆ ขยับขยายกิจการมาจดทะเบียนร้านค้าของเก่าเป็นเรื่องเป็นราว ควบคู่ไปกับธุรกิจส่งออกเครื่องเงิน 

“คุณยายเรียนรู้จากประสบการณ์ล้วน ๆ เลย” ลูกสาวคุณยายมาลัยเอ่ยขึ้นระหว่างบทสนทนาพร้อมเล่าว่าคุณยายพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เมื่อสนใจเรื่องไหน ก็จะพาตัวเองไปรู้จักผู้คน ไปเข้าใจความรู้ด้านนั้น ๆ จนมีเครือข่ายช่างไทยมากฝีมือหลายคน รวมทั้งลูกค้าชาวต่างชาติ ตั้งแต่เอเชีย ยุโรป ไปจนถึงสหรัฐอเมริกา ทั้งยังรักษาความสัมพันธ์เหนียวแน่น ทุกวันนี้บางคนยังคงแวะมาหาทุกครั้งที่มาเยือนประเทศไทย 

บอกลาของเก่า สู่ยุคค้าไม้

“ชามแตก ๆ นี่เสียดายนะ” คุณยายมาลัยให้เหตุผลที่ไม่ยอมทิ้งของเก่าเก็บหลายชิ้น แม้สภาพไม่สมบูรณ์ อย่างชามโบราณเว้าแหว่ง ถ้วยขอบบิ่น ๆ ที่ขายไปก็ไม่มีใครซื้อ แต่เธอไม่เคยทิ้งไป แม้ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับชามแตกกองพะเนินนั้นก็ตาม

วันเวลาผ่านไป ของเก่าสภาพสมบูรณ์ที่มีเริ่มทยอยหมดจากสต็อก บวกกับกฎหมายใหม่ในยุคสมัยของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งประกาศห้ามส่งออกของเก่าไทยไปต่างประเทศ เพราะต้องการอนุรักษ์ไว้ให้รุ่นลูกหลานต่อไป

“เราเลยต้องเปลี่ยนอาชีพ เพราะต้องพัฒนาตามสิ่งแวดล้อม” คุณยายเอ่ย พร้อมย้ำถึงความซื่อตรงว่า เมื่อถึงเวลาเปลี่ยน ก็ต้องยอมรับและเปลี่ยนตามกฎหมาย แล้วเริ่มมองหาสินค้าใหม่ที่เป็นไปได้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘ไม้แกะสลัก’ เพราะในยุคนั้นมีช่างไทยถนัดงานไม้หลายคน วัตถุดิบก็หาง่าย อีกทั้งมีโอกาสในตลาด เพราะลูกค้าต่างชาติหลายคนมักจะส่งแบบสวย ๆ มาให้ช่างไทยช่วยแกะสลัก จึงเป็นเหตุผลที่ภายในร้านตอนนี้มีทั้งไม้แกะสลักกระต่ายตัวโต กบตัวจิ๋ว แม้แต่เก้าอี้ในร้านที่แท้จริงแล้วไม่ใช่เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่ แต่มาจากของที่เคยขายเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้วนั่นเอง

“คุณยายไม่เคยขายสินค้าประเภทเดียว พอชิ้นไหนไม่นิยมหรือกฎหมายเปลี่ยน เราก็ไปเน้นสินค้าประเภทใหม่แทน” ลูกสาวคุณยายมาลัยวิเคราะห์ให้เราฟังว่าเหตุใดคุณยายจึงรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ทุกยุคสมัย 

ทว่าเหตุการณ์นี้ก็ยังไม่ใช่จุดเปลี่ยนครั้งสุดท้าย เพราะหลังจากทำไม้แกะสลักขายได้พักหนึ่ง ทรัพยากรไม้ก็เริ่มจำกัด เริ่มมีกฎหมายควบคุมเรื่องการตัดไม้ ส่วนช่างแกะสลักก็เริ่มลดลง บวกกับความนิยมในตลาดที่เบาบางไปด้วย 

ส่วนเครื่องเงินส่งออกก็มาถึงยุคซบเซา เพราะผู้คนเริ่มไปมาหาสู่กันได้ง่ายขึ้น จากเดิมที่มี Buyer ซื้อคราวละหลายชิ้นส่งไปขายในต่างแดน ก็กลายเป็นการเดินทางมาซื้อด้วยตัวเอง แม้กระทั่งการส่งสินค้าออนไลน์ในยุคหลัง ๆ ก็ส่งผลด้วยเช่นกัน คุณยายมาลัยจึงต้องหาวิธีปรับตัวอีกครั้ง

ด้วยรักและเสียดาย

ย้อนไปในวันแห่งการเปลี่ยนผ่าน เมื่อคุณยายหันมองรอบ ๆ ร้าน ก็พบว่ามีถ้วยชามแตกบิ่นวางกองพะเนินอย่างน่าเสียดาย กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทุบชามโบราณ 

ทว่าไม่ใช่การทุบทิ้ง แต่ชุบชีวิตใหม่เป็นเครื่องประดับสุดเก๋ คุณยายเริ่มทำสิ่งนี้เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ยุคที่แทบไม่มีใครพูดถึงเรื่องความยั่งยืน จนเรียกได้ว่าเป็นร้านที่มาก่อนกาลเลยก็ว่าได้

คุณยายชี้ให้เราดูสร้อยข้อมือเงินแท้วางคู่กับสร้อยข้อมือจากเศษชามโบราณ พร้อมเล่าว่า แม้ธุรกิจเครื่องเงินจะไม่ได้รุ่งเรืองเหมือนเก่า แต่สิ่งที่ล้ำค่าที่คุณยายสั่งสมมาคือชั่วโมงบินในแวดวงเครื่องประดับ พร้อมสายตาอันแหลมคมว่าวัสดุชิ้นนี้เหมาะจะทำเป็นสินค้าอะไร ออกแบบอย่างไรให้สวยน่าสวมใส่ 

กลายเป็นผลงานที่มีทั้งแหวน จี้ ต่างหู ตลับใส่ของ ไปจนถึงที่รองแก้วที่ทำจากชามเก่าแก่ บางชิ้นอายุหลายร้อยปี บ้างก็ผสมผสานกับเครื่องเงิน 925 กลายเป็นเครื่องประดับที่มีชิ้นเดียวในโลก

“สมัยก่อนทำอันใหญ่ ชาวต่างชาติชอบเพราะเขาตัวใหญ่ แต่คนไทยชอบจี้เล็ก ๆ” คุณยายมาลัยอธิบาย พร้อมบอกว่าสมัยก่อนลูกค้าส่วนใหญ่ของ Eastern Antiques เป็นชาวต่างชาติ จนช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาถึงเริ่มมีลูกค้าคนไทยเยอะขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ติดตามมาจากโซเชียลมีเดีย บวกกับเทรนด์เรื่องการนำวัสดุเหลือใช้มา Upcycle ซึ่งเรียกว่าเป็นจังหวะเวลาที่ถูกต้อง เพราะหากย้อนไปขายเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว สินค้าเก่าเก็บหรือการนำวัสดุเหลือใช้ยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก 

ส่วนเรื่องการตลาด คุณยายมาลัยมีลูกหลานเข้ามาช่วยทำเพจ รวมทั้งเหล่าวัยรุ่นที่แวะมาเที่ยวเจริญกรุงแล้วทำคอนเทนต์ลงบน TikTok สื่อหลายเจ้ามาสัมภาษณ์ แม้แต่ตัวคุณยายเองที่ยังสดใสในวัย 90 ปี ก็กลายเป็นเหมือนแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนอยากมาเยือนร้านแห่งนี้ บ้างก็เป็นลูกค้าเก่า บ้างก็คนใหม่ ๆ ที่อยากมาเติมกำลังใจกับคุณยายมาลัยโดยเฉพาะ

ในวันที่คลื่นลมสงบ

แม้ยุคล่าสุดของ Eastern Antiques ไม่ได้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แถมจำนวนวัสดุก็มีอยู่อย่างจำกัดและอาจหมดไปในสักวันหนึ่ง แต่ในช่วงวัยนี้ ความผูกพันกับงานและผู้คนนั้นมีความหมายมากกับคุณยายมากกว่าเม็ดเงิน

“ยายว่าจะอยู่สัก 200 ปี อยู่เป็นเพื่อนลูกหลาน” คุณยายมาลัยยิ้มสดใส 

“บางทีเขาถามว่า อาเจ้ไม่ปลดเกษียณเหรอ เราบอกว่าไม่ เกษียณไปก็นั่งนับดาวบนท้องฟ้าว่ามีกี่ดวง แบบนั้นไม่สนุก แต่อยู่อย่างนี้ เดี๋ยวคนนี้มาหา ลูกหลานมาช่วย มีลูกสาวก็มาให้กำลังใจ 

“ช่วงนี้เป็นช่วงคลื่นสงบ” คุณยายเปรียบชีวิตหลังผ่านมรสุมในกาลเวลาอันยาวนาน “เราไม่ค่อยเครียดเท่าไหร่ เราสนุกกับงาน” คุณยายตอบเมื่อชวนนึกย้อนถึงช่วงคลื่นซัดความเปลี่ยนแปลงมาในชีวิต 

“พอเปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนกฎหมายใหม่ บางครั้งเราตามไม่ทันก็มี เครียดนิดหน่อย แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนได้ แต่เพราะเราไม่ทำซี้ซั้ว เราพูดตรงไปตรงมา เจ้าหน้าที่แต่ละคนเห็นเราซื่อตรง เขาก็เอ็นดู เขามีแต่สอน อย่างนี้ไม่ควร อย่างนั้นไม่ควร”

ถ้าในยุคนี้คงเรียกได้ว่าคุณยายเชี่ยวชาญด้านการรับมือกับ Disruption สารพัดแบบ และคล้ายว่าเครื่องประดับในร้านต่างก็ซ่อนปรัชญาชีวิตและการทำธุรกิจของคุณยายมาลัยไว้ในนั้นด้วยเช่นกัน

“บางทีเราพยายามตัดชาม อยากได้ลายตรงนี้ แต่ตัดไปแล้วได้แบบอื่น เราก็ทำต่อไป ทำเป็นอย่างอื่นไปตามรูปร่างที่มันแตกแทน”

อาจเพราะรู้จักการโอบรับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตและมีหัวใจที่เยาว์วัยเสมอ จึงทำให้ Eastern Antiques ยืนหยัดมายาวนานหลายสิบปี เช่นเดียวกับคุณยายที่ยังแข็งแรงสดใส พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ในทุกวัน

แล้วถ้าวันหนึ่ง ชามเก่าหมดไป คุณยายจะทำอะไรต่อ – เราเอ่ยคำถามส่งท้ายก่อนจะได้คำตอบเรียกรอยยิ้ม

“ต้องให้หนูแนะนำแล้วล่ะ ยายทำได้นะ!” 

Facebook : Eastern Antiques

Lessons Learned

  • หากปรับตัวไม่ได้ แปลว่าต้องเปลี่ยนแก่นธุรกิจ
  • หากอยากให้กิจการอยู่ได้ยาวนาน ต้องไม่ลืมการดูแลกายและใจให้แข็งแรงไปนาน ๆ ด้วยเช่นกัน
  • นอกจากกำไรเชิงธุรกิจ กำไรชีวิตก็เป็นสิ่งน่าคิดคำนวณ

Writer

ธัญญารัตน์ โคตรวันทา

มนุษย์อยู่ไม่ติดบ้าน มีงานอดิเรกคือการเดิน

Photographer

โตมร เช้าสาคร

ชอบถ่ายวิวมากกว่าคน ชอบกินเผ็ดและกาแฟมาก เป็นคนอีโค่เฟรนลี่ รักสีเขียว ชวนไปไหนก็ได้ไม่ติด ถ้ามีตัง