อุดมด้วยโปรตีนจากธรรมชาติ พร้อมด้วยแร่ธาตุและวิตามิน มีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
เรากำลังพูดถึงคุณสมบัติโดยทั่วไปของเห็ด หนึ่งในวัตถุดิบอาหารที่เห็นได้ทั่วไปในชีวิต หาซื้อทั่วไปได้ในหลักไม่กี่สิบบาท

แต่ธุรกิจฟาร์มเห็ดสด Earthling Mushrooms Bangkok คิดว่าเห็ดสร้างคุณค่าได้มากกว่านั้น และเลือกตั้งขายในราคาหลักพันบาทต่อกิโลกรัม นำเสนอความสดใหม่ที่ส่งตรงถึงคุณได้ทั่วประเทศ และหากคุณอยู่บริเวณกรุงเทพมหานคร ก็อาจส่งถึงคุณภายใน 1 ชั่วโมง จากการเก็บเห็ดสด ๆ ในฟาร์มย่านอ่อนนุช
เห็ดเหล่านี้มาพร้อมด้วยสรรพคุณเสมือนเป็นยา หรือมีรสชาติที่เหมาะแก่การประกอบอาหาร ในระดับที่การันตีว่า อร่อยต่างจากเห็ดสดทั่วไปอย่างแน่นอน ทั้งยังมีหน้าตาเป็นช่อใหญ่ สีสันสวยงาม จนร้านอาหารและลูกค้าสั่งซื้อด้วยความยินดี

หากคุณเข้าไปดูเว็บไซต์ที่ใช้สำหรับทั้งขายของและเผยแพร่ความรู้ของพวกเขา คุณจะรู้สึกได้ถึงความเป็นมืออาชีพและจริงจังในการขายเห็ด เบื้องหลังคือสองพี่น้องคู่หู Alexander Turner หรือ Alex (พี่ชาย) และ Sam Turner (น้องชาย) ผู้ย้ายถิ่นฐานจากสหรัฐอเมริกามาปักหลักทำธุรกิจฟาร์มเห็ดนี้ที่ไทย ด้วยความหลงใหลในอาณาจักรนี้
“การเพาะเห็ดทำได้ไม่ยาก ใคร ๆ ก็เปิดหาข้อมูลทำได้ แต่ถ้าคุณอยากทำให้เพอร์เฟกต์ มันจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งทันที และเราตั้งใจทำให้มันเพอร์เฟกต์” ทั้งสองเล่าปณิธานและความทุ่มเท
เหตุใดจึงต้องเป็นเห็ด และพวกเขาสร้างตลาดใหม่ให้กับผลผลิตทางการเกษตรที่คนรู้จักกันดีได้อย่างไร เราขอชวนคุณมาเดินฟาร์มทัวร์ของ Earthlings ไปพร้อมกัน
จุดเกิดเห็ด
สำหรับอเล็กซ์และแซม ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบกิจการ แต่เปรียบเสมือนบ้านที่คุ้นเคย ทั้งคู่เดินทางมาประเทศไทยเมื่อ 15 ปีก่อน เพราะคุณพ่อต้องเดินทางมาทำงานที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อมีโอกาสแวะมาประเทศไทย ทั้งสองบอกว่าตกหลุมรักเสน่ห์ของเมือง ถึงขั้นเลือกเรียนปริญญาตรีที่นี่
“ผมเลือกเรียน Entrepreneurship ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ส่วนน้องชาย ตอนนั้นกำลังเตรียมเรียนด้านอาหารที่สหรัฐอเมริกา แต่พอมาเยี่ยมผมที่ไทย ได้ใช้เวลาด้วยกัน สุดท้ายเขาตัดสินใจเรียนด้านอาหารที่ Le Cordon Bleu Dusit” พี่ชายเล่า

“ผมชื่นชอบวัฒนธรรมและความหลงใหลของผู้คนในเรื่องอาหาร ตอนที่เราทั้ง 2 คนเรียนอยู่ ผมคุยกับพี่เลยว่า เรามีส่วนผสมที่ลงตัวสำหรับการทำธุรกิจอาหารที่นี่เลย” น้องชายเสริม
เมื่อเรียนจบ ทั้งคู่ต่างท่องโลกหาประสบการณ์ในสายงานที่ตัวเองสนใจ อเล็กซ์เลือกปักหลักที่ไทย สร้างครอบครัว และทำงานในบริษัท E-commerce
ส่วนแซมกลับไปบ้านเกิดที่ฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เพื่อเริ่มทำสิ่งที่เขาสนใจมาตั้งแต่เด็ก
นั่นคือการทำฟาร์มเห็ด
“แม่ผมประหลาดใจมากที่ผมชอบกินเห็ดตั้งแต่เด็ก ผมว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่สวย อร่อย มีความซับซ้อนมากได้เท่าที่เราอยากให้ซับซ้อน ซึ่งทำให้ผมมีพื้นที่ในการสร้างสรรค์ด้วย สมัยก่อน พวกเห็ดอย่าง Pink Oyster หรือเห็ดนางนวล ยังไม่ค่อยมีวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตเท่าไร พอผมหาไม่ได้ เลยคิดว่าทำเองดีกว่า” เชฟผู้น้องที่เก็บประสบการณ์การเพาะเห็ดมานานกว่าทศวรรษเล่า
“ตอนเริ่ม เขาทำที่โรงรถที่บ้าน ผมบอกว่า ขอให้โชคดีแล้วกันนะ” อเล็กซ์ย้อนอดีตด้วยเสียงหัวเราะ
แซมใช้เวลาเรียนรู้อยู่หลายเดือน ทดลอง ศึกษางานวิจัย ค้นคว้าจากฟาร์มต่าง ๆ เพาะไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีเชฟมาบอกว่าอยากซื้อเห็ดที่ปลูก ขอให้ปลูกให้มากเท่าที่จะปลูกได้ เขาจึงมั่นใจว่ามาถูกทาง และพัฒนาต่อเรื่อยมาจนเติบโตอย่างงดงาม
แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก รวมถึงปัจจัยการแข่งขันที่ดุเดือด และร้านของลูกค้าแต่ละร้านอยู่ห่างไกลกัน เกิดความท้าทายด้านการขนส่งและจัดการ เขาจึงเลือกปิดโรงเพาะเห็ดลง และมองหาโอกาสใหม่ที่เขายังทำในสิ่งที่สนใจได้อยู่
เหมือนเดจาวู เขาบินมาหาพี่ชายที่ไทย และตัดสินใจทำตามฝันที่เคยคุยกันไว้ในสมัยเรียน ด้วยการร่วมกันทำฟาร์มเห็ดแห่งนี้
ทำเห็ดให้เกิดผล
การเพาะเห็ดทำได้ไม่ยาก แต่จะทำเป็นอาชีพอย่างจริงจังนั้นอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด
เห็ดมีกระบวนการเพาะและอายุสั้นมาก เพาะไม่ถึง 1 เดือนก็ได้ผลผลิตแล้ว และมีขั้นตอนที่ชัดเจน เป็นเหตุผลให้คนอยากทำกันเยอะ แต่ด้วยธรรมชาตินี้ แปลว่าคุณภาพของเห็ดจะเปลี่ยนแปลงได้เร็วมากภายในหลักวันเช่นกัน การรักษาคุณภาพความสดใหม่จึงเป็นเรื่องยากเย็น
อีกทั้งการเจริญเติบโตและคุณภาพของเห็ดขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ปริมาณออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ ความชื้น แสง ที่เหมาะสมกับแต่ละสายพันธุ์ของเห็ด หากเห็ดเกิดการปนเปื้อนหรือติดเชื้ออื่นขึ้นมา เห็ดจะไม่เจริญเติบโตทันที แก้ไขไม่ได้ ต่างจากพืชหลาย ๆ ชนิด จึงต้องจัดสรรพื้นที่และระมัดระวังในการดูแลเป็นอย่างมาก
“แต่เราอยากทดลองทำสิ่งที่ยากที่สุดที่เราน่าจะทำได้” แซมแสดงออกถึงความหลงใหลอย่างชัดเจน
พวกเขาใส่ใจรายละเอียดในทุกกระบวนการ ในส่วนนี้ ทั้งสองส่งไม้ต่อให้ ต้อ-โอฬาร กัลยารักษ์สกุล พนักงานที่เดิมมาสมัครเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ แต่เก็บเกี่ยวรายละเอียด ถ่ายทำ เรียนรู้จนเชี่ยวชาญ และกลายเป็นคนดูแลภาพรวมของโรงเพาะเห็ด เป็นผู้เล่าข้อมูล

เริ่มตั้งแต่การเพาะเชื้อในห้องวิจัย ในห้องนี้เห็ดจะมีบ้าน 3 หลังให้อยู่ เริ่มตั้งแต่ตอนที่เป็นสปอร์ซึ่งเปรียบเสมือนทารกที่อยู่ในภาชนะบรรจุ ต้องกินอาหารที่เหลวหรือนิ่ม เช่น น้ำตาลผสมน้ำผึ้งและน้ำเปล่า หรือน้ำมันฝรั่งและวุ้น
เมื่อมีอาหาร เชื้อของเห็ดจะลามไปจนปกคลุมทั่วภายในภาชนะ จากนั้นจะมีการย้ายบ้านไปยังขวดบรรจุธัญพืช ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ข้าวฟ่าง และเมื่อลามได้ที่อีกครั้งแล้ว จะทำการย้ายไปอยู่ในถุงขี้เลื่อยที่ผ่านการอบให้สะอาดเรียบร้อย ซึ่งเขาเลือกใช้ถุงเพาะเห็ดขนาดใหญ่ที่ต้นทุนสูงกว่า แทนการใช้ขวดแบบที่เรามักเห็นกัน เพื่อให้เชื้อเห็ดแผ่กระจายไปทั่วและได้รับสารอาหารเต็มที่
“องค์ประกอบของขี้เลื่อยมีผลต่อการเจริญเติบโต เราจะเห็นหลาย ๆ ที่ใส่แกลบ เปลือกไข่ นมเปรี้ยว รวมไปในขี้เลื่อยบ้าง แต่เราเลือกใช้แค่กากถั่วและไม้ยางพาราจากพื้นที่ท้องถิ่นเท่านั้น จากที่วิจัยมา เราคิดว่า 2 สิ่งนี้เพียงพอที่จะได้เห็ดที่มีคุณภาพแล้ว ส่วนเรื่องการรักษาความสะอาด เรามีวิธี Sterilize ขี้เลื่อยที่ทำให้มั่นใจได้ว่าเห็ดจะไม่เป็นอะไร” ต้อเล่ากระบวนการอย่างช่ำชอง

เมื่อย้ายถิ่นฐานเสร็จเรียบร้อย พวกเขาจะกรีดขี้เลื่อยลงไปตามทรงเห็ดที่อยากได้ และย้ายถุงเพาะเห็ดไปไว้ในห้องปรับอากาศ ซึ่งจะทำให้เห็ดเติบโตช้ากว่าการตั้งภายนอก แม้ต้องรอผลผลิตนานขึ้น แต่วิธีนี้จะได้เห็ดที่มีคุณภาพตามที่พวกเขาต้องการ
“ในห้องที่เย็น เห็ดจะใช้เวลาเติบโตนานกว่า หมายถึงพวกเขามีเวลาได้กินอาหารที่เยอะกว่าด้วย ทำให้เห็ดออกมาสมบูรณ์กว่า เนื้อแน่น เป็นช่อ ๆ แต่ก็ต้องแลกกับการใช้เวลาและค่าไฟที่เพิ่มขึ้นมากด้วย”
จากขี้เลื่อย 1 ถุง พวกเขาเพาะเห็ดใหม่ได้เป็นสิบรอบ แต่ทุกครั้งที่ทำ ขนาดและคุณภาพจะลดลงเรื่อย ๆ Earthlings จึงเลือกทำเพียง 2 รอบเท่านั้น เพื่อให้ได้เห็ดที่คุณภาพดีที่สุด
ปัจจุบัน Earthlings มีเห็ดที่เพาะปลูกเป็นกิจวัตรอยู่ 5 สายพันธุ์ ทั้งเห็ดที่มีฤทธิ์เป็นยาอย่างหลินจือและเห็ดหัวลิง (Lion’s Mane) ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการบำรุงสมองและความจำ
และเห็ดที่เหมาะแก่การประกอบอาหาร สีสันสวยงาม เป็นช่อใหญ่ตระการตา รสชาติอร่อยเหาะ อย่างเห็ดนางนวล (Pink Oyster) เห็ดนางรมหลวง (King Blue Oyster Mushroom) ที่มีสีน้ำเงินติดมาจากการเติบโตในห้องที่เย็น และเห็ดนางรมทอง (Yellow Oyster) ซึ่งมีรส เนื้อสัมผัส และกลิ่นที่แตกต่างกัน ให้เลือกได้ตามชอบ
“ถ้าให้ผมแนะนำเมนูที่ทำได้อร่อย ต้องเป็น Lion’s Mane Lobster Roll ที่ไม่ได้ใช้ล็อบสเตอร์หรอก แต่เนื้อสัมผัสคล้ายกันมาก และถูกกว่าด้วย” อเล็กซ์ชิงตอบ เมื่อเราถามถึงเมนูที่พวกเขาแนะนำจากเห็ดเหล่านี้
“ส่วนผมชอบทำลาบเห็ด หรือทำให้เป็นสเต๊กก็อร่อย” เชฟคนน้องร่วมเสนอเมนูด้วย
เมื่อเก็บเห็ดเหล่านี้ออกมา พวกเขาจะเก็บไว้ในตู้เย็นไม่เกิน 24 ชั่วโมง หากเกินกว่านี้จะไม่ส่งให้ลูกค้า แต่นำไปอบแห้งไว้ใช้เป็นผงแทน

นอกจาก 5 สายพันธุ์นี้ ยังมีอีก 10 สายพันธุ์ที่พวกเขาเพาะและจำหน่ายเป็นระยะ
รวมถึงยังพัฒนาสินค้าตระกูลผง แคปซูลสกัด และกัมมี่ จากเห็ดเหล่านี้ด้วย
“แม้ว่าเราจะชอบเรื่องนวัตกรรมมาก ๆ แต่สำหรับการพัฒนาสินค้าเหล่านี้ เราทำงานด้วยความเชื่อว่าเราเป็นคนทำฟาร์มเห็ด ไม่ใช่เภสัชกรหรือนักวิทยาศาสตร์ เราจึงใช้เห็ดอย่างเดียว ไม่ได้สกัดพวกวิตามินอะไรเพิ่มแบบที่เรามักเห็นกันในตลาด
“เหตุผลที่เราทำแคปซูล เพราะช่วยให้คนกินเห็ดบางตัวได้ง่ายกว่า แต่ถ้าคุณอยากได้วิตามินซีอะไรเพิ่ม ผมว่าคุณกินส้มเป็นผลดีกว่า เพราะว่าส้มอร่อยอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างให้เป็นแคปซูล”
แม้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ช่วยขยายตลาดให้กว้างขึ้น ตอบโจทย์ความสะดวกสบาย แต่เป็นไปได้ แซมและอเล็กซ์ก็อยากชวนให้คุณได้ลองสั่งเห็ดสด ๆ ในรูปแบบธรรมชาติสักครั้ง แล้วอาจพบถึงความแตกต่างจากเห็ดสดที่เคยได้กินมาทั้งชีวิต
เห็ดใดต้องเป็นเห็ดนี้
“การเพาะเห็ดให้เพอร์เฟกต์เป็นเรื่องยาก และเรื่องที่ยากไม่แพ้กันคือการขายเห็ดเหล่านั้น” พี่ชายผู้ดูแลด้านธุรกิจเล่าความท้าทายในฝั่งที่ตัวเองดูแล
ท่ามกลางตลาดที่ขายเห็ดในราคาหลักสิบบาทต่อกิโลกรัม พวกเขาเลือกจะเริ่มขายที่ราคา 675 บาท ไปจนถึง 1,200 บาทต่อกิโลกรัม
“เราน่าจะเป็นฟาร์มเห็ดแบบนี้ที่ขายแพงที่สุดในไทย” อเล็กซ์พูดอย่างตรงไปตรงมา
แม้จะราคาระดับนี้ แต่พวกเขามีร้านอาหารบริเวณโดยรอบและย่านปริมณฑลออร์เดอร์เข้ามาอย่างไม่ขาดสาย รวมถึงลูกค้าประจำตามบ้าน อาจด้วยเหตุผลสำคัญที่มารองรับได้อย่างน่าเชื่อถือ
หนึ่ง คือความสดใหม่ที่พร้อมส่งทั่วประเทศ
หากคุณสั่งจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร คุณอาจได้รับเห็ดที่เพิ่งเก็บเมื่อ 30 นาทีที่แล้ว ซึ่งสิ่งนี้เกิดขึ้นได้ เพราะระบบ E-commerce บนเว็บไซต์ของ Earthlings ที่อเล็กซ์และทีมพัฒนาขึ้น

“เวลามีออร์เดอร์เข้ามา พนักงาน 10 กว่าคนของเราก็จะวิ่งวุ่น เพื่อทำให้เห็ดไปถึงคุณได้เร็วที่สุด
“เราอยากให้เกิดการซื้อขายบนเว็บไซต์ของเราเองมากกว่า Marketplace ที่อื่นที่คุณอาจต้องรอเป็นวัน และเราดูแลประสบการณ์ของลูกค้าได้ง่ายกว่าด้วย ทั้งทำคอนเทนต์ ประกาศเรื่องราว โต้ตอบกับผู้คน สร้างคอมมูนิตี้ แต่พฤติกรรมของคนไทยอาจยังไม่คุ้นชินกับการสั่งทางนี้เท่าไร หรือไม่แน่ใจว่าเว็บเราใช้ได้จริงไหม ซึ่งเรากำลังพัฒนาสิ่งนี้อยู่”
ความตั้งใจนี้ยังทำให้เราเห็นพวกเขาส่งเห็ดนางรมหลวงและเห็ดนางรมทองปริมาณมาก ๆ ซึ่งจะไม่ค่อยเห็นจากที่อื่นเท่าไรนัก เพราะเห็ดพวกนี้พอเก็บได้ 2 วันจะเริ่มมีกลิ่นอมเปรี้ยว ไม่น่าทานแล้ว
ส่วนเหตุผลที่ 2 ของราคานี้ คือปริมาณ

“เห็ดเรามีแต่เนื้อ ๆ โดยทั่วไปแล้ว ถ้าคุณไปซื้อตามซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อให้เก็บรักษาได้ เขาจะอัดน้ำหรือแก๊สเข้าไปให้คงตัวขึ้น ซึ่งเห็ดจะดูดน้ำเข้าไปและมีน้ำหนักมากขึ้นกว่าที่เป็น และเนื้อสัมผัสจะเปลี่ยน ยุ่ยขึ้น ถ้าคุณลองบีบแรง ๆ ดู อาจมีน้ำไหลออกมา ซึ่งของเราไม่มีน้ำเลย ถ้าเอามาเทียบปริมาณกับราคาแล้วผมคิดว่าไม่หนีห่างกันมาก”
เหตุผลสุดท้าย คือการบริการ
“เรายินดีแนะนำลูกค้าอย่างเต็มที่ และหากเกิดผลผลิตที่เราส่งไปมีปัญหา ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด เรายินดีรับผิดชอบและเปลี่ยนให้คุณทันที”
ทาง Earthlings ยังเปิดให้มาเข้าเยี่ยมชมฟาร์มได้ฟรี บอกหมดทุกเคล็ดลับการเพาะเห็ดแบบไม่มีหมกเม็ด เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าเห็ดเติบโตผ่านสภาพแวดล้อมที่ควบคุมปัจจัยต่าง ๆ และสะอาด
“มาแล้วไม่ต้องซื้อก็ได้ เราชอบเวลามีคนมาเยี่ยม ได้คุยกัน เป็นความสุขของเราแบบหนึ่งในการทำงานนี้”
อยู่ร่วมกันเพาะเห็ด
แม้ Earthlings เพิ่งเปิดกิจการอย่างจริงจังมาเป็นเวลาไม่ถึง 1 ปี แต่ผลตอบรับที่เข้ามาทำให้พวกเขาเล็งเห็นถึงโอกาสในอนาคต
“เราดีใจที่เห็นคนสนใจเรื่องเห็ด ตอนนี้ตลาดขายส่งเป็นตลาดหลักของเรา และเราคิดว่าจะพัฒนาการส่งร้านอาหารให้มากขึ้น รวมถึงการวิจัยเห็ดต่าง ๆ พัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูป และอาจเปิดฟาร์มเพิ่มอีกแห่งในจังหวัดอื่นด้วย โดยไม่ทิ้งสิ่งที่เราอยากทำมาก ๆ คือการจัดฟาร์มทัวร์และเวิร์กช็อปทำอาหาร เพื่อสร้างประสบการณ์ให้คน”
ส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้ของการเติบโตนี้คือทีม ปัจจุบันมีอยู่ 10 กว่าชีวิตที่เข้ามาทำงานด้วยความสนใจเรื่องเห็ด
“ข้อดีของการทำอะไรที่แปลก ๆ หน่อยก็คือ ทำให้เราได้เจอคนที่แปลก ๆ หน่อยเหมือนกัน ในทางที่ดีนะ หลายคนเข้ามาหาเรามากกว่าที่เราจะต้องไปหาเขา เช่น หัวหน้าแล็บของเราเรียนจบชีววิทยา เน้นด้าน Fungi มา อยู่ ๆ เดินมาหาเราแล้วบอกว่า ต้องทำงานที่นี่ เราก็บอกได้เลย”
และความสำเร็จต่าง ๆ จะเกิดไม่ได้ หากขาดการประสานงานที่ดีกันระหว่างพาร์ตเนอร์หลัก ในที่นี้คือคู่พี่น้องที่ร่วมทุกข์สุขกันมา
“คนอาจคิดว่าพี่น้องทำงานด้วยกันจะทะเลาะกัน แต่ไม่เลย เราเข้าใจกันดีนะ เหมือนเป็น 1 สมอง เวลาเราแต่ละคนทำอะไร อีกคนมักจะสนับสนุนเสมอ และถ้ามีเรื่องที่เราทั้ง 2 คนเห็นด้วย แปลว่าเรื่องนั้นเราชัวร์กันมาก ๆ”






