29 ตุลาคม 2025
1 K

การได้เดินเข้าไปใน ‘All Kinds’ ในมุมเล็ก ๆ ที่ชั้น 2 ของ theCOMMONS ทองหล่อ ทำให้เรารู้สึกใจเต้น

หลายคนคงมีประสบการณ์การสำรวจพบร้านค้าเล็ก ๆ ในที่ที่คาดไม่ถึง ในร้านมีของน่ารักกระจุกกระจิก แต่ละชิ้นมีเรื่องราวให้ค้นหา ความรู้สึกปลื้มปริ่มปะปนกับความสนุก ทำให้วันนั้นทั้งวันกลายเป็นวันที่มีสีสัน

All Kinds เรียบง่ายและงดงาม เหมือนมีเวทมนตร์แฝงอยู่ในสินค้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยทุกชิ้นที่อยู่ในร้าน ทุกแบรนด์คัดเลือกมาบรรจงจัดวางอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เพราะมีคุณสมบัติหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือ ‘ความใจดี’

กำเนิดสิ่งมีชีวิตที่ชื่อ All Kinds

ภายใต้การนำของ แต๊ว-วิชรี วิจิตรวาทการ หนึ่งในพี่น้องผู้ก่อตั้งเครือ Kinnest เจ้าของธุรกิจที่โดดเด่นเรื่องการทำงานกับผู้คน ไม่ว่าจะเป็น theCOMMONS ที่ตั้งใจเป็นสวนหลังบ้านให้กับชาวเมือง Roots ร้านกาแฟที่เลือกใช้เมล็ดกาแฟไทยมาตั้งแต่ 10 ปีก่อน และ Little Pea พื้นที่เรียนพิเศษที่อยากให้เด็ก ๆ สนุกเป็นพิเศษ 

All Kinds ที่กำเนิดขึ้นมาเมื่อปี 2022 จึงถือได้ว่าเป็นน้องเล็กของเครือนี้

พิม-เมทิกา ลัดดากลม ในฐานะ Managing Director ที่อยู่กับแบรนด์มาตั้งแต่เริ่มต้นบอกกับเราว่า น้องเล็กคนนี้เกิดมาพร้อมภารกิจสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยที่มีไอเดียมาปล่อยของในช่วงที่กำลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และยังช่วยเติมเต็มความตั้งใจในการสร้าง Wholesome Community อีกด้วย

แม้จะอยู่ในร่มของธุรกิจใหญ่ แต่ All Kinds มีทีมขนาดเล็กที่เน้นความร่วมมือของทีมงานเป็นสำคัญ เรายังได้คุยกับ ผิง-ชัญญา ทรงธัมจิตติ Assistant Brand Manager และ Curator ผู้คอยคัดเลือกแบรนด์ที่จะมาร่วมงาน ดูแลความเรียบร้อย สรรสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า

“พิมเป็นเส้นเลือดของแบรนด์ เขาแตะทุกอย่างของ All Kinds จริง ๆ” ผิงเล่ายิ้ม ๆ 

“ส่วนผิงเป็นดวงตา เขาคอยดูแลภาพรวมให้ ” พิมหัวเราะร่าเริง

ความน่าสนใจที่เราสังเกตได้ คือทั้งผิงและพิมพูดถึง All Kinds ราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีจิตใจเป็นของตนเอง ดูเหมือนสิ่งมีชีวิตนี้จะเป็นส่วนผสมของความคิด ความรู้สึก ประสบการณ์ของผู้คนในทีมของพวกเธอนั่นเอง

“ตอนที่เราจะเปิดร้าน เราพบว่าทีมมีสิ่งที่ใส่ใจคล้าย ๆ กัน นอกเหนือจากงาน เรายังแคร์ประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อม พอลองไปค้นหาว่ามีแบรนด์ไหนบ้างที่พยายามผลักดันประเด็นเหล่านี้อยู่ เราได้เจอแบรนด์ท้องถิ่นเยอะมากที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน หรือเห็นแค่ผลิตภัณฑ์แต่ไม่เคยทราบว่าที่มาที่ไปของเขามันมีอิมแพคมาก ๆ เหตุผลในการทำแบรนด์ของเขามันใหญ่กว่าตัวผลิตภัณฑ์ที่ทำออกมา ก็เลยเริ่มลองทักไปคุยกับแบรนด์เหล่านั้น และเริ่มสร้าง All Kinds ขึ้นมา” พิมเล่าถึงยุคสมัยก่อน All Kinds อย่างสนุกสนาน

เรานึกสนุกจึงตั้งคำถามต่อไปว่า แล้วถ้าลองเปรียบชีวิตของ All Kinds เป็นหนังสือสักเล่ม ตอนนี้จะมีกี่บท กี่ Chapter แล้วนะ คำถามนี้ทำให้ทั้งผิงและพิมนิ่งคิดไปสักครู่ ก่อนจะตอบออกมาแทบจะพร้อมกันว่า 

“คิดว่าแบ่งตามจำนวนปีเลยค่ะ 3 บท”

พิมแบ่งปันความทรงจำของเธอเกี่ยวกับบทแรกของ All Kinds 

“ปีแรกมีไอเดียว่า เราไม่อยากทำ Retail ที่แค่ขายของอย่างเดียว เราอยากพูดเรื่อง Conscious หรือ Mindful Consumption (การบริโภคอย่างตระหนักรู้) และเป็นพื้นที่ให้ผู้ประกอบการที่มีเรื่องราวจะเล่า เราเลยลองเปิดร้านมาเพื่อทดสอบแนวคิด ยังไม่ได้นึกถึงยอดขาย”

“ตอนนั้นมีที่ว่างชั้น 1 ใน theCOMMONS ทองหล่อ ในร้านเราเปลี่ยนของตามธีม 3 ครั้งในช่วง 1 ปี 3 ธีมที่เราสนใจ คือสิ่งแวดล้อม สังคม และสุขภาวะ แบรนด์อะไรก็ตามที่ผลักดันเรื่องนี้ เราจะนำมาจัดวางเป็นเหมือนนิทรรศการในร้าน มีทั้งรายชื่อผู้ประกอบการ เรื่องราว หรือวัสดุของสินค้านั้น ๆ มาจัดแสดงด้วย”

ธีมสิ่งแวดล้อม มีทั้งเสื้อผ้าที่ทำจากเศษวัสดุ อาหารน้องหมาที่ผลักดันเรื่องขยะเศษอาหาร HOMELAND Café & Grocer ร้าน Online Grocery ที่ช่วยอุดช่องว่างระหว่างเกษตรกรกับผู้บริโภค หรือสนับสนุนเกษตรกรที่พยายามเปลี่ยนมาปลูกแบบอินทรีย์ ทุกแบรนด์ตอบเรื่องสิ่งแวดล้อมในรูปแบบที่แตกต่างกัน

ธีมสังคม เน้นองค์กรที่ทำงานกับชุมชน สร้างอาชีพให้กับบุคคลที่มีความต้องการพิเศษทางการเรียนรู้ หรือกลุ่มคนหลากหลายอย่างชาวดอย กลุ่มสตรีในเมือง

ธีมสุขภาวะ ไม่ได้จำกัดแค่สุขภาวะของผู้ซื้อ แต่รวมถึงแรงงานผู้ผลิตด้วย จึงเป็นการหาแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับผู้ผลิต แบรนด์ที่ผลิตของที่ดีต่อสุขภาพ

ในช่วงขวบปีแรกของ All Kinds แนวทางหลักของธุรกิจยังเป็นการเปิดพื้นที่ให้แบรนด์ต่าง ๆ ฝากขายเหมือนร้านค้าไลฟ์สไตล์อื่นที่เน้นการนำเสนอสินค้า ทั้ง 2 สาวเผยกับเราว่า ปีแรกไม่ได้มีกำไรอะไรมากมายเลย แต่ถือว่าเป็นการได้ลองผิด ลองถูก ลองทำ ได้รู้จักคุ้นเคยกับแบรนด์ และนำมาสู่ทิศทางการเติบโตที่เปลี่ยนไปในบทถัดมา

ระหว่างที่ฟังพิมเล่าถึงก้าวแรกของคนสำคัญของเธออย่าง All Kinds เราก็สังเกตไปด้วยว่าสายตาของเธอเป็นประกาย น้ำเสียงลื่นไหล และเล่าได้คล่องแคล่วเหมือนเล่าเรื่องราวของเพื่อนคนสนิท 

“บทที่ 2 เป็นช่วงเปลี่ยนแปลงที่ผิงเข้ามาพอดี” ผิงรับช่วงต่อแบบเรียบง่าย ไม่มีสะดุด “เรารวมทุกธีมเข้าด้วยกันโดยแบ่งช่วงการวางออกเป็น 6 เดือน ลูกค้าของเราตอนนั้นส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่ชื่นชอบของพื้นถิ่น ใส่ใจเรื่องสังคมและสิ่งแวดล้อม มีทั้งเดินทางมาท่องเที่ยวและอาศัยอยู่ในไทย เขาไม่ได้มาบ่อย ๆ การเปลี่ยนสินค้าทุก 3 เดือนเหมือนในปีแรกจึงสั้นเกินไป ลูกค้ายังไม่ทันกลับมาซื้อ นอกจากนี้ เราอยากทำความรู้จักกับแบรนด์เยอะ ๆ เข้าใจโมเดลธุรกิจและรูปแบบการทำงานของเขา เราบอกกับทุกแบรนด์ว่าตั้งใจจะพาทุกแบรนด์กลับมาอยู่ในร้านตอนที่เรามีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น”

“ในแคมเปญวันหยุดปลายปีเราตั้งใจทำชุดของขวัญที่ไม่ได้เป็นแค่กล่องของขวัญ” น้ำเสียงของผิงแฝงไปด้วยความตื่นเต้น

“เราทำงานกับชุมชนในกรุงเทพฯ 3 ชุมชน คือชุมชนบ้านบาตร ซึ่งเป็นที่เดียวที่ทำบาตรพระด้วยมือแห่งเดียวในโลก ชุมชนบ้านครัว เป็นชุมชนแรก ๆ ที่ทำผ้าไหมให้กับ Jim Thompson อยู่แถวราชเทวี และชุมชนบ้านปักชุดโขนที่เป็นผู้ปักเสื้อโขน”

ฟังครั้งแรกแม้แต่เราเองก็ยังงง แต่ก็ปะปนไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ สินค้าชุมชนจะมาอยู่ในร้านชิก ๆ คูล ๆ (คำของเราเอง) แบบ All Kinds ยังไงให้ลงตัวกันนะ 

“พอพูดถึงบาตรพระ หลายคนงงว่าจะมาอยู่ในร้านเราได้ยังไง แต่จริง ๆ บาตรมีหลายขนาด หลายรูปแบบ นำมาใส่จิวเวลรี มาใช้เป็น Singing Bowl ก็ได้ ไม่ต้องไปถึงธิเบต” ผิงเอ่ย 

“ส่วนผ้าไหมจากบ้านครัว เราขอให้เขาทำเนกไทและผ้าพันคอ เลือกสีสันให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนย่านนี้ และพี่ที่บ้านผง เขานำดิ้นของโขนมาทำเป็นเครื่องประดับ ยางรัดผม เราก็ได้พัฒนาสินค้าสีสันใหม่ ๆ ขึ้นมา

“การที่ All Kinds มีพื้นที่ที่ทองหล่อ ทำให้คนได้เห็นภูมิปัญญาพื้นถิ่น (Local Wisdom) มากขึ้น จากสินค้าชุมชนที่หลายคนคิดว่าจะต้องเป็นแค่ของฝากเท่านั้น เข้ากับชีวิตประจำวันของเขาได้ยาก กลายเป็นของที่หยิบจับได้ง่ายขึ้น แม้จะไม่ได้สร้างเงินมากมาย แต่เราเปิดพื้นที่ให้คนได้รู้จักพวกเขาผ่านพื้นที่ของเรา เป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่บทถัด ๆ ไป

“ตอนนี้บ้านที่ทำผ้าไหมเองก็เป็นที่รู้จักในหมู่คนรุ่นใหม่และวงการผ้าไหมมากขึ้น ช่วงหลังลูกค้าของเราเริ่มมีคนไทยมากขึ้นแล้วด้วย ชื่นใจนะที่ได้เห็นพาร์ตเนอร์ของเราเติบโต โดยมีเราเป็นส่วนเล็ก ๆ คอยผลักดันเขา”

แค่เพียงฟัง 2 บทแรกในชีวิตของ All Kinds เราก็ได้เห็นหลายสิ่งที่งอกเงยขึ้นมา ผ่านกาลเวลาและความตั้งใจอันดีของคนทำธุรกิจที่คำนึงถึงเจตจำนงมากกว่าผลกำไร

All Kinds of products by all kinds of kind people 

นี่คือคติของ All Kinds 

“เราตั้งใจอยากนำเสนอสินค้าที่สร้างด้วยความตั้งใจที่ดี มีทั้งความหลากหลายและเปิดกว้างให้ทุกคนเข้ามาสัมผัส” พิมอธิบาย

บทที่ 3 ของร้านเล็กที่มีชีวิตนี้ ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่า พวกเขากำลังหล่อเลี้ยงให้ All Kinds เติบโตไปได้ด้วยสายสัมพันธ์อันงดงามกับผู้คนรอบข้าง

“ตอนนี้เราก็ยังอยู่ใน Early Stage อยู่ค่ะ ไม่ได้รู้สึกว่าประสบความสำเร็จอะไรมากมายขนาดนั้น” พิมบอกกับเราด้วยท่าทีเขิน ๆ 

“ช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีที่ 3 เราทำงานกับชุมชนต่อเนื่อง เพราะเรารู้สึกว่าสิ่งนี้อยู่ใน All Kinds ได้ทุกวันเลย ไม่ใช่แค่ช่วงวันหยุด เราเริ่มสร้างอะไรกับเขาได้ตั้งแต่ศูนย์”

โปรเจกต์ในขวบปีที่ 3 ของ All Kinds จากปากคำของ 2 สาว ทำให้เราเห็นว่าร้านนี้ไม่ใช่แค่ร้านขายของไลฟ์สไตล์อีกต่อไป ทั้งการกระตุ้นให้ชุมชนจันทบูรหันมาย้อมเสื่อกกด้วยสีธรรมชาติ การร่วมมือกับตลาดสุขใจจากอำเภอสามพรานเพื่อนำเสนอพืชผักตามฤดูกาลให้กับคนในทองหล่อ การขันอาสาเป็นผู้รวบรวมขวดแก้วหลากสีที่ลูกค้าใช้กินดื่มในโครงการ theCOMMONS ส่งต่อให้กับแบรนด์เครื่องประดับไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ไปจนถึงการสานต่อพื้นที่บ่มเพาะผู้ประกอบการ ให้คนทำธุรกิจสังคมมาเจอกัน คลายความรู้สึกโดดเดี่ยว เหนื่อยล้า ไปพร้อมกับการเรียนรู้ทักษะใหม่จากเครือข่ายของ Kinnest Group 

และไม่ใช่แค่การนำเสนอสินค้า All Kinds กำลังมองหาโอกาสในการนำเสนอบริการแบบอื่น ๆ ภายในพื้นที่ของร้าน ตอบโจทย์ทั้งเรื่องรายได้และปรัชญาความเป็นธุรกิจที่ใส่ใจแพสชันควบคู่ไปกับการทำกำไร ซึ่งเราจะได้เห็นภาพชัดเจนกันมากขึ้นในบทถัด ๆ ไปของหนังสือธุรกิจเล่มนี้

“All Kinds กลายเป็นจุดเชื่อมต่อ” สองสาวพยักหน้า เห็นตรงกัน

“ระบบนิเวศเล็ก ๆ ที่ให้ผู้ประกอบการที่ถือคุณค่าเดียวกันได้มาเจอกัน แลกเปลี่ยน Know-how หรือวัตถุดิบกันเอง ทำให้ลูกค้ามองเห็นแง่มุมใหม่ของการบริโภค ตระหนักรู้มากขึ้นถึงการเลือกสินค้าที่เขากินใช้ ได้รู้เรื่องราวเบื้องหลังของแบรนด์ดี ๆ ที่ตั้งใจทำของทุกชิ้น ได้เห็นว่าแบรนด์ไทยมีดี ทั้งดีไซน์และประโยชน์ใช้สอย”

มุ่งสู่ความไม่สมบูรณ์แบบในบทถัดไป

การได้เป็นประจักษ์พยานการเติบโตของ All Kinds ก็ไม่ต่างอะไรจากการเห็นเด็กคนหนึ่งเติบโต ไม่ใช่แค่เด็กที่เปลี่ยนแปลง แต่ใจของผู้ดูแลก็เปลี่ยนไปเช่นกัน 

“ก่อนจะมาทำงานที่นี่ ผิงชอบแบรนด์ไทยอยู่แล้วเป็นพื้นฐาน แต่พอเริ่มทำ All Kinds เราก็รู้สึกว่า Kindness นี่แหละที่เราตามหา พาร์ตเนอร์ที่เราคุยด้วย ทีมที่เรามี มีสิ่งนี้อยู่ทั้งหมด ตัวเราก็เลยเปลี่ยนแปลงไป อยากจะแสดงออกถึงพลังด้านบวกให้คนอื่นเหมือนกัน เพราะเราได้รับสิ่งดี ๆ เข้ามา เราชอบเวลาอยู่กับคนที่มีพลังงานที่ดี” ผิงแบ่งปันเรื่องราวส่วนตัว

พิมเสริมต่ออีกว่า All Kinds สร้างความเชื่อใหม่ในการทำธุรกิจของเธอ “การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมไม่ใช่แค่หน้าที่ของ Non-profit มูลนิธิหรือธุรกิจเพื่อสังคมเท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ของทุกธุรกิจ เราไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างความดีกับเงินหรือเปล่า 

“All Kinds เป็นธุรกิจที่เปิดให้เราได้เห็นผลกระทบตั้งแต่ต้นน้ำ เราทำงานในออฟฟิศ ฝนตกแดดออกเราก็ทำได้ แต่ไม่ใช่ทุกอาชีพที่เขาทำแบบนี้ได้ เรากลับมาทบทวนตัวเองจนพบว่า ความไม่สมบูรณ์แบบนี่แหละที่เป็นปกติของหัตถกรรมที่ไม่ได้เท่ากันทุกชิ้น 

“เราจะคาดหวังให้มีผักทุกเดือนได้อย่างไร เราไม่ควรต้องรู้สึกผิดที่จะบอกกับลูกค้าว่า ของบางชิ้นมีขายตลอดเวลาไม่ได้ เพราะคุณยายผลิตได้เท่านั้นเท่านี้ และลูกค้าของเราก็เข้าใจ แถมยังเห็นคุณค่าของนั้นมากขึ้นด้วย” พิมสรุปพร้อมรอยยิ้ม

สำหรับเราที่เป็นผู้ฟัง มีเสียงดังขึ้นมาในใจว่า นี่แหละคือความงดงามของชีวิตที่แปรเปลี่ยนไปจากการได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนที่เราได้พบเจอ เรียนรู้จากเขา และเปลี่ยนแปลงเพราะเขา เราล้วนเติบโตและมุ่งหน้าไปสู่การยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบในตนเองและในผู้อื่น

ก่อนจะปิดบทสนทนา พิมและผิงแง้มให้เราฟังว่า ในปีหน้าสิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่า All Kinds กำลังมุ่งหน้าไปสู่ความท้าทายใหม่ พื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น การทำงานร่วมกับชุมชนในระดับที่ลึกซึ้งขึ้น 

หากมีโอกาสก็ขอให้ได้พบกันและได้ฟังเรื่องราวชีวิตของเธออีกนะ ร้านค้าที่อยากให้ความใจดีมีที่ยืนในสังคม

Facebook : All Kinds

Lessons Learned

  • การทำกำไรควบคู่ไปกับการดูแลสังคม สิ่งแวดล้อม เป็นหน้าที่ของทุกธุรกิจ
  • พาร์ตเนอร์ เครือข่าย เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของธุรกิจ 
  • ทีมงานที่เห็นพ้องกับปรัชญาธุรกิจ มีอิสระสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เติมพลังชีวิตให้กับธุรกิจได้อย่างน่าอัศจรรย์

Writer

เกวลิน ศักดิ์สยามกุล

นักออกแบบ-สื่อสารเพื่อความยั่งยืน ที่อยากเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านชีวิต บทสนทนา และแบรนด์ยาสีฟันเม็ดเล็กๆ ของตัวเอง

Photographer

โตมร เช้าสาคร

ชอบถ่ายวิวมากกว่าคน ชอบกินเผ็ดและกาแฟมาก เป็นคนอีโค่เฟรนลี่ รักสีเขียว ชวนไปไหนก็ได้ไม่ติด ถ้ามีตัง