“งานดี เงินดี ใกล้บ้าน ใกล้คนที่รัก” เป็นไปได้หรือไม่
คำตอบของเรื่องนี้ทำให้เราอยากชวนนายจ้างที่ดีมาเล่าให้ฟังว่า การสร้างงานในพื้นที่จังหวัดบ้านเกิดของพนักงาน มีความหมายเพียงใด
แม้จะต้องเจอกับความท้าทายในทุกมิติโดยเฉพาะงานในสายบุคลากรทางการแพทย์ แต่ ‘เครือโรงพยาบาลพริ้นซ์’ แปรเปลี่ยนความต้องการของคนต่างจังหวัดให้เป็นภารกิจที่จับต้องได้ ผ่านแคมเปญที่ชื่อเรียบง่ายแต่ทรงพลังอย่าง ‘พาคนกลับบ้าน’ ซึ่งไม่ใช่แค่กลยุทธ์สรรหาบุคลากร แต่เป็นการสร้างชีวิตที่ยั่งยืนให้พนักงาน
“เราอยากสร้างคนที่มีจิตใจของผู้ให้ เพื่อส่งต่อการดูแลไปยังชุมชน” เอ-อติยา อาวัชนาการ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านความยั่งยืนของเครือโรงพยาบาลพริ้นซ์กล่าว

ปัจจุบันเครือโรงพยาบาลพริ้นซ์ หรือ PRINC มีมากกว่า 17 สาขาใน 14 จังหวัดเมืองรอง เป็นเครือโรงพยาบาลที่ตั้งใจตั้งแต่วันแรกว่าจะเน้นขยายสาขาไปยังเมืองรอง เช่น พิษณุโลก อุตรดิตถ์ ลำพูน เพื่อช่วยเหลือคนและชุมชนให้ได้รับบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เพราะการพัฒนาในเมืองรองยังไม่ทัดเทียมกับเมืองหลัก
ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเครือพริ้นซ์ พ.ศ. 2557 จนถึงวันนี้ มีการสร้างงานไม่ต่ำกว่า 3,300 อัตรา อัตราส่วนบุคลากรทางการแพทย์และพนักงานที่มีภูมิลำเนาอยู่ในท้องถิ่นที่โรงพยาบาลตั้งอยู่คิดเป็นกว่า 74% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด

ถอดรหัส ‘พาคนกลับบ้าน’
เอเล่าถึงช่วงเวลาที่แนวคิด ‘พาคนกลับบ้าน’ ตกผลึกอย่างชัดเจน จากคำพูดของ ดร.สาธิต วิทยากร หนึ่งในผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลพริ้นซ์ ในวันที่รู้สึกว่าการขยายโรงพยาบาลเป็นเรื่องยากและท้าทาย
“ถ้าผมไปทำธุรกิจอื่น ผมก็รวยอยู่คนเดียว แต่ถ้าขยายโรงพยาบาลไปเรื่อย ๆ ผมจะได้พาคนกลับบ้าน ไปดูแลครอบครัวเขา ไปสร้างงานให้จังหวัดเหล่านั้น”
คำพูดนี้คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เอเข้าใจปณิธานและเห็นภาพใหญ่กว่าแค่เรื่องธุรกิจ แต่คือการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในวงกว้าง ซึ่งวิสัยทัศน์นี้ปรากฏผลลัพธ์ใน 2 มิติที่เชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก
มิติแรก คือการส่งมอบ ‘บริการดุจญาติมิตร’ สู่ชุมชน เมื่อพนักงานเป็นคนในพื้นที่ การดูแลผู้ป่วยก็เปรียบเสมือนการดูแลคนรู้จัก เพื่อนของพ่อแม่ หรือคนในหมู่บ้านเดียวกัน เกิดเป็นความผูกพันและความเข้าใจอย่างแท้จริง
มิติที่ 2 คือการเปิดโอกาสให้พนักงานได้ดูแลครอบครัวของตนเอง การได้กลับมาอยู่ใกล้ชิดคนที่รัก ไม่ว่าจะดูแลพ่อแม่ยามเจ็บป่วย หรือมีเวลาอยู่กับลูกในวันธรรมดา ถือเป็นการเติมเต็มชีวิตที่ประเมินค่าไม่ได้

เมื่อการให้เปลี่ยนชีวิต
โครงการพาคนกลับบ้านของโรงพยาบาลพริ้นซ์ไม่ได้วัดจากตัวเลขทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว เอเล่าถึงชีวิตหลังเลิกงานของผู้คนหลากหลายที่เปลี่ยนไป เพียงเพราะพวกเขามีงานทำในพื้นที่
พนักงานระดับหัวหน้าคนหนึ่งที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานี ยอมลดเงินเดือนของตัวเองเพื่อย้ายจากกรุงเทพฯ กลับมาทำงานที่บ้านเกิด แม้รายได้จะน้อยลง แต่การมีโอกาสส่งลูกเข้านอนและทานข้าวเย็นกับครอบครัวเป็นช่วงเวลามีค่าที่ประเมินค่าไม่ได้
ผู้ช่วยพยาบาลคนหนึ่งเล่าด้วยความดีใจว่าเธอกู้เงินสร้างบ้านหลังใหม่ให้แม่สำเร็จ หลังจากพยายามมาหลายครั้งแต่ไม่ผ่าน เพราะเมื่อได้ทำงานกับโรงพยาบาลพริ้นซ์ซึ่งเป็นองค์กรที่มีความมั่นคงและมีชื่อเสียง ธนาคารจึงอนุมัติสินเชื่อให้เธออย่างรวดเร็ว
โครงการนี้ไม่เพียงดึงคนจากเมืองใหญ่กลับสู่ภูมิลำเนาเท่านั้น แต่ยังช่วย ‘รักษาคนดีไว้ในจังหวัด’ ให้บุคลากรที่มีคุณภาพอยู่ในพื้นที่ต่อไป ลดปัญหาคนเก่งไหลออก และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในระยะยาว

ความท้าทายบนเส้นทางสู่เมืองรอง
แม้ภารกิจการขยายบริการทางการแพทย์ไปยังเมืองรองจะเป็นเป้าหมายอันดีงาม แต่ในทางปฏิบัติกลับเต็มไปด้วยความท้าทายที่ซับซ้อน เป็นบททดสอบสำคัญที่จะต้องสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนที่มีประสิทธิภาพกับการเข้าถึงบริการของผู้คน
แน่นอนว่าเงินลงทุนตั้งต้นในการสร้างโรงพยาบาลนั้นสูงมาก องค์กรต้องเผชิญกับภาวะที่ต้องลงทุนในเครื่องมือแพทย์และเทคโนโลยีที่มีคุณภาพสูงเพื่อรักษาชีวิตคน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องตั้งราคาให้ประชาชนในเมืองรองซึ่งมีกำลังซื้อจำกัดเข้าถึงได้
เครือโรงพยาบาลพริ้นซ์ใช้โมเดล Hub and Spoke โดยจัดตั้งโรงพยาบาลกลางที่มีอุปกรณ์ครบครัน (Hub) เพื่อรองรับเคสซับซ้อนที่ส่งต่อมาจากโรงพยาบาลย่อยในเครือข่าย (Spokes) จึงวางแผนการลงทุนในเทคโนโลยีราคาแพงได้อย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด
บุคลากรในบางสาขาวิชาชีพ เช่น แพทย์รังสีวิทยาหรือนักรังสีเทคนิค เป็นตำแหน่งที่หาได้ยากอยู่แล้วในเมืองหลัก การขยายโรงพยาบาลในพื้นที่เมืองรองจึงทำให้ปัญหานี้ท้าทายขึ้นไปอีก
เครือโรงพยาบาลพริ้นซ์จึงใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย เช่น ระบบ Teleradiology โดยแพทย์รังสีส่วนกลางอ่านและวินิจฉัยผลเอกซเรย์ที่ส่งมาจากโรงพยาบาลในเครือข่ายได้จากระยะไกล ทำให้บริการได้ต่อเนื่องและทันท่วงที
อีกกรณีที่เครือโรงพยาบาลพริ้นซ์ให้ความสำคัญ คือการจ่ายค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม หากเป็นการโยกย้ายบุคลากรจากตำแหน่งงานจากเครือโรงพยาบาลเดียวกันจะไม่มีการลดค่าตอบแทน แต่ค่าตอบแทนของบุคลากรสำหรับอัตราการจ้างงานใหม่ในพื้นที่เมืองรองอาจไม่สูงเท่าเมืองหลัก
เอชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่า ค่าตอบแทนของพนักงานในเมืองรองอาจไม่สูงเท่าการทำงานในเมืองใหญ่ แต่สิ่งที่พนักงานจะได้รับคือค่าครองชีพและค่าเช่าบ้านที่ถูกลง รวมถึงประหยัดเวลาเดินทาง ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วอาจคุ้มค่ากว่าในระยะยาว

สร้างสัมพันธ์ก่อนสร้างโรงพยาบาล
ก่อนสร้างโรงพยาบาล ทีมงานจะเริ่มสร้างความสัมพันธ์ในพื้นที่ ซึ่งเป็นมากกว่ากิจกรรมการตลาด แต่คือช่วงเวลา ‘บ่มเพาะหัวใจของผู้ให้’ ให้พนักงานใหม่ ให้มีความเข้าใจและรู้จักผู้คนในชุมชน ก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาลเสียอีก
ก่อนเปิดโรงพยาบาลที่ศรีสะเกษ พนักงานใหม่ลงพื้นที่เพื่อพูดคุยและรับฟังความต้องการของคนในชุมชนโดยตรง และพบกับคุณยายที่เป็นมะเร็ง คุณยายถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความดีใจเมื่อรู้ว่าจะมีการสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ นั่นหมายความว่าเธอไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับการเดินทางไกล 2 – 3 ชั่วโมง เพื่อไปรักษาตัวที่อุบลราชธานีอีกต่อไป
เรื่องราวเช่นนี้จุดประกายให้พนักงานใหม่อยากรีบเปิดโรงพยาบาลเพื่อดูแลคนในบ้านเกิด

หรือก่อนเปิดโรงพยาบาลที่สกลนคร มีการผสมผสานงานด้านความยั่งยืน (ESG) เข้าไปในกิจกรรม เช่น การออกหน่วยปฐมพยาบาลในงานประเพณี พร้อมกับการรณรงค์เรื่องการแยกขยะ เพื่อสร้างการรับรู้และทำประโยชน์ให้ชุมชนไปพร้อมกัน

“เราอยากสร้างคนที่มีจิตใจของผู้ให้ เพื่อให้เขาไปดูแลคนได้ต่อ” เอเชื่อว่าหากสร้างคนเหล่านี้ได้มากขึ้น ชุมชนหรือผู้ป่วยก็จะนึกถึงและอยากกลับมาหา สิ่งนี้เองจะทำให้องค์กรอยู่ได้ เพราะรายได้ก็จะตามมาพร้อมกับความยั่งยืนในแบบที่เราอยากให้เป็น
เมล็ดพันธุ์แห่งการให้
ทุกปณิธานของแต่ละองค์กรล้วนมีจุดเริ่มต้น สำหรับเครือโรงพยาบาลพริ้นซ์ เมล็ดพันธุ์แห่งการให้ ถูกบ่มเพาะขึ้นจากประสบการณ์ความสูญเสีย ซึ่งกลายเป็นแรงผลักดันให้องค์กรเลือกเดินบนเส้นทางที่แตกต่าง อย่างการมุ่งหน้าสู่ ‘เมืองรอง’ เพื่อมอบโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน
เอเล่าย้อนถึงจุดกำเนิดของปรัชญานี้ ซึ่งมาจากชีวิตของ อ.นพ.พงษ์ศักดิ์ วิทยากร หนึ่งในผู้ก่อตั้งเครือโรงพยาบาลพริ้นซ์
“เราอยากเป็นองค์กรที่สร้างคนซึ่งมีจิตใจของผู้ให้ ปณิธานนี้มาจากเรื่องราวของอาจารย์พงษ์ศักดิ์ สมัยเด็กท่านอยู่ที่จังหวัดตราด ในเวลานั้นมีแพทย์ประจำจังหวัดเพียงคนเดียว คุณแม่ของท่านป่วยเป็นไข้ไทฟอยด์ จริง ๆ รักษาให้หายได้ แต่ด้วยข้อจำกัดทางการแพทย์ในยุคนั้นทำให้ท่านสูญเสียคุณแม่ไป นั่นจึงเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ท่านตั้งใจเรียนแพทย์ ด้วยความหวังว่าวันหนึ่งจะได้กลับไปเพิ่มจำนวนแพทย์ให้บ้านเกิด”

หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการก่อตั้งเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ท่านยังรู้สึกว่าความฝันในวัยเด็กยังไม่ถูกเติมเต็ม จึงร่วมมือกับลูกชาย ดร.สาธิต วิทยากร ก่อตั้งเครือโรงพยาบาลพริ้นซ์ขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักคือนำการแพทย์ที่ได้มาตรฐานไปสู่เมืองรอง เพราะในพื้นที่เมืองรอง ประชาชนต้องเดินทางไกลเพื่อเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ดี
จากความตั้งใจส่วนตัวของผู้ก่อตั้งที่ต้องการให้โอกาสทางการแพทย์แก่บ้านเกิด ตกผลึกกลายเป็นภารกิจขององค์กร และวิวัฒนาการสู่แนวคิดที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าแค่การขยายธุรกิจ นั่นคือปรัชญาพาคนกลับบ้าน

Website : www.princhealth.com
