ถ้าคุณเดินไปแผนกชุดชั้นในในห้างสรรพสินค้าสักแห่ง จะเห็นชุดชั้นในทั้งท่อนล่างและท่อนบนดีไซน์หลากหลาย มีทุกรูปแบบ ทุกสีสัน แขวนเรียงรายเต็มไปหมดจนเลือกไม่ถูก หลายต่อหลายครั้งเรามักถูกดึงดูดด้วยบราลวดลายเก๋ มีทั้งความ Feminine และเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน ก่อนจะตัดสินใจซื้อทันที โดยลืมนึกไปว่า เสื้อชั้นในที่ดีต้องใส่สบายและพอดีตัว
นี่คือสิ่งที่ ‘Punnee Lingerie’ เชื่อมาตั้งแต่ พ.ศ. 2500 จนถึงวันนี้ก็ผ่านมาเกือบ 70 ปีแล้ว ร้านแรกอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นร้านตัดเสื้อชั้นใน ก่อตั้งและบริหารงานเองทั้งหมดโดย คุณย่าพรรณี คุณประเสริฐ

สมัยนั้นบรรยากาศร้านไม่เหมือนตอนนี้เสียทีเดียว สินค้าไม่ได้มีเยอะ มีความเป็นร้านตัดเสื้อมากกว่าร้านขายเสื้อ

จากร้านฝีมือดีในเมืองแปดริ้ว คุณย่าพรรณีตัดสินใจโยกย้ายธุรกิจครอบครัวมาที่ถนนประดิพัทธ์ หลังลูก ๆ เรียนจบ และกลายเป็นบ้านของ Punnee Lingerie มานับแต่นั้น จนวันนี้ที่ส่งต่อมาถึงมือของนอย-ญาดา คุณประเสริฐ หลานสาวและทายาทรุ่นสามที่ความตั้งใจแรกคือการกลับมาสื่อสารให้หญิงไทยรู้ว่า ‘บราที่ดีต้องพอดีตัว’ และบราที่พอดีตัวเปลี่ยนชีวิตได้จริง ๆ



ธุรกิจ : Punnee Lingerie
ปีที่ก่อตั้ง : พ.ศ. 2500
อายุ : 68 ปี
ประเภท : ชุดชั้นในผู้หญิง
ผู้ก่อตั้ง : พรรณี คุณประเสริฐ
ทายาทรุ่นสาม : ญาดา คุณประเสริฐ
พรรณี แปดริ้ว
ตั้งแต่จำความได้ นอยฟังเรื่องเล่าของคุณย่าพรรณีมาตั้งแต่เด็ก มีภาพประกอบเป็นการทำงานของท่าน
ในทุก ๆ วัน คุณย่าจะตื่นเช้ามาทำงานที่ร้าน ดูตั้งแต่การผลิตที่ทำเองทุกขั้นตอนเพื่อให้ตรงตามมาตรฐานคุณภาพ ไปจนถึงการอยู่หน้าร้าน ต้อนรับลูกค้า วัดตัว พูดคุยถึงความต้องการและความปวดใจในการหาชุดชั้นในที่พอดีและสวมใส่สบาย เสื้อชั้นในในยุคคุณย่าจึงทำจากผ้าฝ้ายทั้งหมด

คุณย่าบอกว่า ผ้าฝ้ายนี่แหละดีที่สุด สบายที่สุด ทนที่สุด
“นั่นคือสิ่งแรกที่เราเรียนรู้จากคุณย่า” หลานสาวเท้าความ
“คุณย่าแสดงให้เห็นว่าการทำธุรกิจ เราจำเป็นต้องรู้ทั้งหมด ต้องเข้าใจทุกขั้นตอน และทำได้ทุกหน้าที่”
ห้องเสื้อพรรณีรับตัดชุดชั้นใน ไม่มีขาย นอกจากชุดชั้นในแล้ว ยังมีคอร์เซ็ตเจ้าสาวที่เป็นสินค้าขายดี ส่วนคู่แข่งก็มีไม่มาก เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะตัดชุดชั้นในได้ พอความต้องการในตลาดไม่เยอะ คนทำที่ไปเล่าเรียนมาก็น้อยลงไปด้วย
เสื้อทั่วไปอาจมี 4 – 5 ไซซ์ เรียงกันไปตั้งแต่ S M L XL แต่เสื้อชั้นในต้องพอดีตัว แต่ละคนรูปร่างไม่เหมือนกัน ดังนั้น ไซซ์ที่ตัดจึงละเอียดขึ้น

ผ้าฝ้าย >> ผ้ายืด
ข้อดีของผ้าฝ้ายคือใส่สบาย ยิ่งถ้าตัดพอดีตัวจะช่วยเสริมบุคลิกให้หญิงสาวคนนั้น แต่ก็มีข้อจำกัดเช่นกัน ถ้าธุรกิจต้องสเกลใหญ่ขึ้น มีหน้าร้านมากขึ้น มีการขายปลีกมากขึ้น การสั่งตัดอาจจะไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด เมื่อมาถึงยุคของ คุณสาธิต คุณประเสริฐ จึงเริ่มนำนวัตกรรมผ้ายืดมาใช้ในการผลิต
“ยุคคุณพ่อคุณแม่เริ่มออกงานแฟร์ ได้ส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน เริ่มรู้จักซัพพลายเออร์ใหม่ ๆ ลูกค้ามากขึ้น โปรดักต์มากขึ้น จนในที่สุดคุณย่าก็ยอมให้ใช้ผ้ายืด” นอยเล่าด้วยรอยยิ้ม
นอกจากเป็นการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย ผ้ายืดยังช่วยลดข้อจำกัดหลายอย่าง ไซซ์ที่เคยละเอียดสุด ๆ ของใครของมันก็ลดความละเอียดลงได้ ทำให้ในยุคทายาทรุ่นสอง Punnee Lingerie ได้ไปวางขายในโมเดิร์นเทรด มีการลองผิดลองถูกส่งให้คนอื่นผลิตบ้าง แต่สุดท้ายก็เลือกใช้โรงงานตัวเอง เพราะคุณภาพยอดเยี่ยมที่สุด รูปแบบการขายก็มีทั้งระบบพรีออร์เดอร์และระบบสต็อก

“สมัยนั้นช่างเย็บเยอะกว่าตอนนี้ แม้จะมีขายในห้างหลายที่ก็ผลิตได้ทัน ยุคนั้นขายดีเลยนะ ลูกค้าเข้าทุกวัน เยอะทุกวัน ส่วนลูกค้าประจำก็ยังซื้อกับเรา จนเริ่มลำบากในยุคที่มีสงครามราคา” เธอหมายถึงช่วงที่ธุรกิจต่างโยกย้ายฐานผลิตไปที่ประเทศจีน
“พอต้นทุนต่ำลง ทุกคนลดราคา แต่เราลดไม่ได้ เราต้องการรักษามาตรฐานของเราไว้ คุณย่าก็ไม่อยากลด เพราะงานของเราคืองานฝีมือ”
Punnee Lingerie อยู่ในโมเดิร์นเทรดนานเกือบ 30 ปี ก่อนจะค่อย ๆ ปิดตัวลงจนเหลือร้านดั้งเดิมที่เดียวบนถนนประดิพัทธ์

เคล็ดลับความพอดี คือการวัดตัว
จุดเด่นที่ทำให้ Punnee Lingerie แตกต่างในวันนี้ คือดีไซน์เฟมินินวินเทจบนผืนผ้าฝ้าย เปรียบเหมือนสาวสมัยก่อนที่ทั้งหวาน อ่อนโยน และมีเสน่ห์ ไปจนถึงการวัดตัวที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญประสบการณ์หลายสิบปี และไม่เคยเปลี่ยนเลยตั้งแต่สมัยคุณย่า
การวัดตัวเพื่อเลือกซื้อชุดชั้นในที่ผู้หญิงอย่างเราคุ้นเคยกันดีว่าต้องวัด 2 จุด คือรอบอก และ รอบใต้อก เพียงเท่านี้ก็จะได้ขนาดชุดชั้นในที่เหมาะสมกับหุ่นของเราแล้ว
แต่ไม่ใช่สำหรับที่นี่ พี่ ๆ Punnee Lingerie ไม่ได้ดูแค่นั้น
พวกเขาสังเกตรูปร่างตั้งแต่ลูกค้าเดินเข้ามา ลูกค้าที่น้ำหนักเยอะก็มีหลายแบบ บางคนเนื้อเยอะที่ใต้อก บางคนเนื้อเยอะที่รักแร้ การวัดแค่ 2 จุดจึงไม่เพียงพอสำหรับคนที่ไม่ได้มีหุ่นมาตรฐานตามขนาดเสื้อชั้นในในท้องตลาด
Punne Lingerie จึงต้องวัดตัวถึง 4 จุด
หนึ่ง รอบรักแร้
สอง รอบอก
สาม ขนาดทรง (อกสูง)
สี่ รอบใต้อก

“ที่เราเคยเจอหน้าร้าน ลูกค้าบางคนมีน้ำหนักเยอะ คิดว่าตัวเองหน้าอกใหญ่ แต่จริง ๆ หน้าอกเขาขนาดปกติ ที่ดูใหญ่เพราะใส่ชุดชั้นในผิดไซซ์มาตลอด ทำให้เนื้อล้นออกมาจนเข้าใจผิดว่านั่นคือรอบตัว แต่จริง ๆ ตัวเขาเล็กกว่านั้น”
สำหรับคนหน้าอกเล็ก อาจจะเหมาะกับรุ่นเต้าป้านมากกว่าเต้าลึก ถ้าอยากเสริมทรงก็มีให้เลือกอีกว่าจะเสริมบาง ๆ หรือดันทรงขึ้นมาอีกหน่อย
ไซซ์ปกติในท้องตลาดจะมีคัป A B C D E คู่กับตัวเลข 32 34 35 เป็นต้นไป ที่ Punnee Lingerie ก็คล้าย ๆ กัน แต่จะมีต่อท้ายด้วยตัวเลขอีกตัวซึ่งเป็นขนาดทรง (อกสูง) ที่แต่ละคนไม่เท่ากัน

“แต่ก่อนละเอียดกว่านี้มากก” นอยลากเสียง “พอเราปรับใช้ผ้ายืดกับบางรุ่น ความถี่ของไซซ์จึงลดลง สมัยก่อนเข้าร้าน 20 คน อาจจะซื้อกลับไปคนละไซซ์ทั้ง 20 คนก็ได้ ละเอียดขนาดนั้นเลย”
หรือบางคนลองแล้วเต้าพอดี ทรงสูงพอดี แต่ตัวกับสายหลวมเกินไป ทางร้านก็มีจักรที่แก้ไซซ์ให้ได้เลย เพื่อที่ทุกคนจะได้ชุดชั้นในที่พอดีที่สุดตัวกลับบ้านไปด้วย

รุ่นหนึ่งสร้าง รุ่นสองสาน รุ่นสามสร้างสรรค์
นอยจบคณะครุศาสตร์ สาขาวิชาศิลปศึกษา แม้จะไม่ได้ตรงสายด้านการออกแบบเสื้อผ้าหรือการทำธุรกิจโดยตรง แต่เธอบอกว่าการโตมาโดยเห็นคุณย่าทำงานทุกวันมาจนถึงรุ่นพ่อแม่ และความเข้าใจที่มีต่อธุรกิจครอบครัวของตัวเองนั้นสำคัญกว่า
เธอออกไปเก็บเกี่ยวประสบการจากบริษัทหลากหลาย ตั้งแต่การทำฝั่งผลิตคอนเทนต์ในแบรนด์แฟชั่น ทำให้เรียนรู้วิธีการทำงานต่าง ๆ จนถึงการทำงานใน Media Agency แห่งหนึ่งที่สอนให้เธอจัดสรรงบประมาณ วางแผนในเรื่องต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจกลับมารับช่วงต่ออย่างเต็มตัว
“ตอนที่กลับมาไม่ใช่เพราะที่บ้านกดดัน เพราะคุณพ่อคุณแม่แข็งแรงมาก ที่สำคัญ เขาชอบทำงาน” เธอหัวเราะ “แต่เรามองว่าการแข่งขันในตลาดนี้สูงขึ้นทุกวัน และเห็นโอกาสในการพัฒนาธุรกิจของเราให้สู้คนอื่นได้ ให้มี Visibility มากขึ้น”
สิ่งแรกที่เธอทำคือเปิดโซเชียลมีเดีย มีการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram หรือ TikTok
อย่างที่ 2 คือการนำฮีโร่โปรดักต์มาสื่อสาร ซึ่งตอนนี้มี 3 ตัวด้วยกัน

- บราเสื้อกล้าม (สปอร์ตบรา)
“ยุคนี้คนให้ความสำคัญกับสุขภาพ สปอร์ตบราขายดีเต็มท้องตลาด มีทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศ เราเองก็มีโปรดักต์ที่ฟังก์ชันเหมือนกันเลยคือ ‘บราเสื้อกล้าม’ เหมือนสปอร์ตบราและพอดีตัวมาก ๆ ยิ่งถ้าเป็นคนมีหน้าอกใส่แล้วจะยิ่งเห็นความแตกต่าง เก็บทรง กระชับ ใส่สบาย มีทั้งรุ่นตะขอหน้าและตะขอหลัง รุ่นนี้เรามีการพัฒนามาเรื่อย ๆ ก่อนหน้านี้เป็นผ้าฝ้าย ซึ่งลูกค้าบางคนไม่ชอบ เราเลยปรับให้มีผ้าลูกไม้ เริ่มทำซับในรองทรงมากขึ้น”

- บอดี้สูท
“บอดี้สูทเหมาะกับคนที่มีน้ำหนักเยอะหน่อยหรือต้องใส่ชุดรัดรูปไปออกงาน แต่มันไม่ได้รัดจนหายใจไม่ออกเหมือนชุดกระชับสัดส่วน ตัวนี้ใส่แล้วยังออกกำลังกาย ไปทำงาน เดินห้าง หรือใช้ชีวิตปกติได้เลย เราใช้ผ้ายืดเกรดดีเยี่ยมที่ยืดได้ทุกทิศทาง พอผลิตไซซ์ละเอียดก็ไม่ต้องเผื่อผ้า ชุดจะพอดีกว่า คงทนกว่า และใช้ได้นานกว่า ชุดยกกระชับส่วนใหญ่ใช้ 1 ปีก็เริ่มย้วยไม่กระชับแล้ว แต่ของเราถ้าซัก-ตากอย่างถูกวิธี อาจจะใช้ได้นานถึง 3 – 5 ปีเลย”

- กางเกงในขาสั้น
“อันนี้อยากแนะนำมาก ๆ เพราะกระชับจริง ๆ ใส่แล้วเนียนไปกับผิว ใส่กางเกงยีนรัด ๆ ได้เลย ไม่เห็นรอย ใครเนื้อย้วย ๆ ใส่แล้วจะดูผอมลงทันที ที่สำคัญคือกระชับแบบสบาย ถอดออกมาไม่เป็นรอยรัดแน่ ๆ ไม่โป๊ ไม่ร้อน”

เลือกบราผิด ชีวิตเปลี่ยน
จากประสบการณ์หน้าร้านของทายาทรุ่นสาม เธอบอกว่าสิ่งที่คนเข้าใจผิดมากที่สุดคือ ‘กระชับ’ กับ ‘รัด’
“คนที่เริ่มมีหน้าอกนิดหนึ่งจะคิดว่าใส่รัดไว้ก่อนดีกว่า ก็มักลดไซซ์ตัวเองลงไม่ 1 ก็ 2 ไซซ์ บราจะได้กระชับ ซึ่งจริง ๆ ไม่ถูกต้อง และมันไม่ได้มีผลแค่นั้น
“การใส่บราผิดไซซ์ทำให้เมื่อยได้ สมมติหน้าอก 38 นิ้ว แต่เลือกไซซ์สำหรับ 36 – 37 นิ้ว แล้วดึงสายขึ้นเพื่อยกให้กระชับ รอบตัวอาจจะเจ็บ ส่วนไหล่ก็โดนรั้งไว้ ด้านข้างหรือใต้รักแร้มีเนื้อปลิ้น พอเป็นอย่างนั้นก็ไม่มั่นใจ เผลอห่อไหล่ ซึ่งบางคนไม่รู้ว่าการเลือกไซซ์บราผิดทำให้เมื่อยได้เหมือนกัน
“อย่างเพื่อนเรามาที่ร้าน เราลองให้เปลี่ยนจากสายเสื้อในผ้ายืดเป็นเสื้อกล้ามผ้าฝ้ายที่พอดีตัว เห็นได้ชัดเลยว่าไหล่เขาผายออกเองโดยอัตโนมัติ หรือที่ร้านจะมีวัดขนาดทรง (อกสูง) มันคือความสูงของตัวบรา ไซซ์ใหญ่กับไซซ์เล็กสูงไม่เท่ากัน ตรงนี้จะช่วยปิดเนื้อส่วนข้างรักแร้ได้ พอไม่มีเนื้อส่วนนี้ก็มั่นใจ ใส่เสื้อผ้าก็สวยขึ้น
“ดังนั้น เวลาขายออนไลน์ เราจึงย้ำกับลูกค้าเสมอว่า เวลาวัดไซซ์ไม่ต้องเผื่อ ไม่ต้องลด ขอตัวเลขจริง ๆ มาเลย ปัญหาเนื้อใต้รักแร้หรือเนื้อล้นรอบตัวหายได้ถ้าเปลี่ยนไซซ์เสื้อในให้ถูกต้อง อันนี้คอนเฟิร์ม” นอยยิ้ม

Punnee Lingerie จากนี้
แม้ภาพลักษณ์จะสำคัญมากสำหรับการเข้าถึงคนรุ่นใหม่ และรูปลักษณ์ของสินค้าก็มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ จนบางทีเราลืมนึกไปว่าเสื้อชั้นในที่ดีต้องพอดีตัวและใส่สบาย
หน้าตาของ Punnee Lingerie อาจดูวินเทจไม่หวือหวาตามสไตล์เด็กยุคนี้ แต่นอยยังเชื่อว่า เมื่อไหร่ที่ทุกคนได้เดินเข้ามาในร้าน สัมผัสประสบการณ์การวัดตัว ได้ลองจับ ลองใส่ ชุดชั้นในที่อาจดูคลาสสิกจะกลายเป็นตัวโปรดที่ต้องมีติดตู้
“ผู้หญิงทุกคนควรได้ใส่เสื้อชั้นในที่พอดีกับตัวเอง”
นั่นคือ Core Value ของแบรนด์ตั้งแต่สมัยคุณย่า สืบทอดมายังรุ่นคุณพ่อคุณแม่ และยังเป็นหัวใจสำคัญที่ทายาทธุรกิจจะรักษาไว้

กลุ่มลูกค้าหลักในวันนี้ยังเป็นลูกค้ากลุ่มเดิม เพิ่มเติมคือลูกหลานที่แนะนำต่อ นอกจากนี้ยังมีเด็กรุ่นใหม่ที่ตามร้านมาจากโซเชียลมีเดีย เป็นกลุ่มคนที่มี Pain Point จากการใส่เสื้อชั้นในไม่พอดี
ลูกค้าใหม่หลัก ๆ มี 2 แบบ กลุ่มแรกเข้ามาพร้อมกับโจทย์ในใจ พี่ ๆ Punnee Lingerie จะช่วยวัดตัวและหารุ่นที่เหมาะกับสรีระ
กลุ่มที่ 2 อาจไม่มีความต้องการเป็นพิเศษ บ้างก็ตามมาจากโซเชียลมีเดีย อย่างตอนที่เธอลงคอนเทนต์คอร์เซ็ตแบบ ROSÉ BLACKPINK ก็มีลูกค้าเข้ามามากมาย

“สำหรับลูกค้าที่ไม่มีความต้องการเป็นพิเศษ เราอยากให้เขาใช้เวลาในร้านให้มากที่สุด อยากให้เขาลองทุกตัวที่อยากลอง อาจจะไม่ใช่ทุกคนที่ถูกใจกับแบบชุดชั้นในของเราตั้งแต่ครั้งแรก แต่พอได้ลองสวมใส่ด้วยตัวเอง ได้วัดตัวกับพี่ ๆ เขาจะได้สัมผัส Core Value ของเรา ซึ่งคือความพอดี”
เมื่อถามต่อว่า ในวันที่แบรนด์ชุดชั้นในใหญ่ ๆ มีเทรนด์แฟชั่นใหม่ ๆ ทุกปี Punnee Lingerie จำเป็นต้องตามเทรนด์ไหม เธอตอบอย่างมั่นใจว่า “ถ้าเทรนด์เท่ากับแฟชั่น เราไม่ต้องตามทุกเทรนด์ แต่ถ้ามันหมายถึงฟังก์ชันการใช้งานที่จะทำให้ลูกค้าสวมใส่สบายยิ่งขึ้น เราก็อยากจะทำ”


นอยอยากให้ระยะห่างระหว่างผู้หญิงไทยกับธุรกิจชุดชั้นในของเธอลดลง อยากให้แบรนด์เข้าถึงง่าย อยากให้คนรู้ว่าชุดชั้นในหน้าตาวินเทจนี้มีดีตรงไหน อยากให้คนเปิดใจเดินเข้าร้านดีไซน์คลาสสิกของเธอง่าย ๆ เหมือนไปลองคาเฟ่แห่งใหม่ สั่งกาแฟสักแก้ว จะได้รู้ว่ามันลงตัวกลมกล่อมแค่ไหน
“เราไม่อยากให้คนคิดว่าแบรนด์เราเข้าถึงยาก ไม่ได้ซื้อง่าย ใส่ง่าย ยังไม่ซื้อดีกว่า แผนตอนนี้จึงยังไม่มองเรื่องขยายสาขา หรือถ้าจะมีก็คงไปในภูมิภาคอื่น เพราะเราเป็นแบรนด์กึ่ง Tailor-made สิ่งสำคัญที่สุดคือเราควบคุมคุณภาพและสินค้าออกมาตามที่ตั้งใจ ถ้าวันหนึ่งเราขยายสเกลแล้วยังรักษาตรงนี้ไว้ได้ เราค่อยเดินไปด้วยความมั่นใจ”
เราจบบทสนทนาพร้อมกับลูกค้าผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินเข้ามาพร้อมเสื้อชั้นใน Punnee Lingerie ตัวเก่าเพื่อหาซื้อตัวใหม่ทดแทน ก่อนจะเข้าไปวัดตัวในห้องลองเสื้อ ระหว่างที่พี่ผู้หญิงคนนั้นนั่งรอช่างเย็บแก้ชุดชั้นในให้ เธอบอกกับเราว่า “ซื้อยี่ห้อไหนก็ไม่สบายเหมือนยี่ห้อนี้ ต้องกลับมาซื้อซ้ำอยู่ดี”
เหมือนที่นอยบอกไว้ไม่มีผิด เธอเชื่อว่าผู้หญิงมองหา ‘ความพอดี’ และ ‘ความสบาย’ ของชุดชั้นในอยู่แล้ว ถ้าสื่อสารให้คนมาลองด้วยตัวเองได้ Punnee Lingerie ก็ไปอยู่ในตู้เสื้อผ้าของทุกคนได้

Instagram : punneelingerieboutique
