เมื่อ 73 ปีก่อน นักบุกเบิกคนหนึ่งจากเมืองปัตตานี เห็นโอกาสจากวัสดุธรรมชาติที่ตอนนั้นแทบไม่มีใครเห็นค่า กล้าทำ ‘สตาร์ทอัพ’ เปิดโรงงานผลิตน้ำยางข้นแห่งแรกในไทย แปรรูปเป็นข้าวของที่เราใช้กันทุกวันนี้ ตั้งแต่ลูกโป่ง ตุ๊กตา ฟองน้ำ เบาะมอเตอร์ไซค์ เบาะรถสามล้อ ก่อนจะมาเป็นเครื่องนอนยางพารา
ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึงแบรนด์ PATEX ที่ย่อมาจาก ‘Patani Latex’ สะท้อนถึงรากเหง้าของแบรนด์ที่เริ่มต้นจากจังหวัดปัตตานี และเกี่ยวข้องโดยตรงกับน้ำยางพารา
เริ่มต้นขึ้นจากสายเลือดนักบุกเบิก โดยรุ่นปู่
สร้างแบรนด์เครื่องนอนยางพาราแบรนด์แรกของเอเชีย โดยรุ่นลุง
วางรากฐานระบบนิเวศอุตสาหกรรมยางพาราไทย โดยรุ่นพ่อ
พัฒนานวัตกรรม Latex Science คำนวณ BMI ให้ลูกค้าก่อนเลือกเตียงเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพ โดยรุ่นลูก
รุ่นลูกที่ว่าคือ อาร์ม-ดร.ณัฐพงศ์ นิธิอุทัย ทายาทรุ่นสาม ผู้สวมหมวกหลายใบ ทั้งนักวิจัยผลิตภัณฑ์จากน้ำยางธรรมชาติ อาจารย์สาขาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี นักอนุรักษ์และผู้ก่อตั้ง Trash Hero Pattani และผู้ร่วมก่อตั้ง ‘ทะเลจร’ (Tlejourn) แบรนด์รองเท้าจากขยะทะเล
ในวันนี้ เรามาคุยกับเขาในหมวกของ CEO แห่งแบรนด์ PATEX ลูกชายคนโตของพี่น้อง 3 คนที่เพิ่งมารับช่วงต่อกิจการครอบครัวครบรอบ 2 ปีพอดิบพอดี พร้อมกับการพลิกโฉมให้ธุรกิจครอบครัวไปสู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมการนอนหลับ แถมยังเป็นมิตรต่อโลก

ธุรกิจ : PATEX บริษัท ปัตตานีอุตสาหกรรม (1971) จำกัด
ปีที่ก่อตั้ง : พ.ศ. 2495
อายุ : 73 ปี
ประเภท : ที่นอน หมอน วัสดุทางการแพทย์จากยางพารา
ผู้ก่อตั้ง : เต็มสิทธิ์ นิธิอุทัย
ทายาทรุ่นสอง : บุญชัย นิธิอุทัย, ผศ.ดร.บุญธรรม นิธิอุทัย
ทายาทรุ่นสาม : ดร.ณัฐพงศ์ นิธิอุทัย
เจ้าแรก
เส้นทางการบุกเบิกตำนานเครื่องนอนยางพาราไทยเริ่มจากการมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ของ คุณปู่เต็มสิทธิ์ นิธิอุทัย พื้นเพของครอบครัวเคยช่วยโรงงานยางแผ่นของคุณทวดมาก่อน เมื่อต้องมาเริ่มทำธุรกิจของตัวเอง คุณปู่จึงมองหาสิ่งที่สอดรับกับธุรกิจเดิมของที่บ้าน ก่อตั้งโรงงานน้ำยางข้นแห่งแรกของไทยในนาม ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปัตตานีอุตสาหกรรม
ในยุคนั้นคำว่า ‘อุตสาหกรรม’ ถือเป็นคำใหม่และใหญ่มาก คล้ายคำว่า ‘สตาร์ทอัพ’ ในปัจจุบัน
“ในเชิงประวัติศาสตร์ ตระกูลของเราถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการใช้ยางพาราในไทยมาอย่างยาวนาน เดิมทีน้ำยางพาราในประเทศยังไม่มีใครแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ภายหลังที่คุณปู่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ คุณลุงซึ่งเพิ่งเรียนจบและทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ พร้อมกับคุณพ่อของผม ตัดสินใจกลับมาช่วยกันดูแลกิจการ ก่อนจะตกลงกันให้คุณลุงเป็นผู้บริหารรุ่นที่ 2 ส่วนคุณพ่อผันตัวไปเป็นอาจารย์และศึกษาต่อด้านยางพาราที่ประเทศอังกฤษ”
ภายหลังที่ คุณลุงบุญชัย นิธิอุทัย มารับช่วงต่อใน พ.ศ. 2514 ได้เข้ามาพัฒนากิจการจากห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด และเริ่มใช้ชื่อแบรนด์ ‘PATEX’ อย่างเป็นทางการ

“ตั้งแต่ยุคของคุณปู่ PATEX เริ่มจากการทดลองผลิตสินค้าหลากหลายที่ทำจากน้ำยางพารา เช่น ลูกโป่ง ตุ๊กตา ฟองน้ำ จนกระทั่งปลายทางจึงเริ่มทำเบาะรองนั่งและที่นอนยางพารา เมื่อคุณลุงเข้ามารับช่วงต่อ จึงตัดสินใจชัดเจนว่าแบรนด์ควรโฟกัสที่ ‘หมอนและที่นอนยางพารา’ เริ่มลงทุนในเครื่องจักรที่นำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อรองรับการผลิตเชิงอุตสาหกรรม พร้อมสร้างแบรนด์และมาตรฐานใหม่ให้ตลาดที่นอนในไทย”
หลังจากที่คุณลุงวางรากฐานให้เครื่องนอนยางพารา PATEX เป็นที่รู้จักในตลาดมากว่า 20 ปี คุณพ่อ ผศ.ดร.บุญธรรม นิธิอุทัย ก็ต้องมารับช่วงต่อแบบปุบปับเมื่อคุณลุงเสียชีวิตกะทันหัน แต่ความเป็นนักบุกเบิกยังคงอยู่อย่างเข้มข้นจากรุ่นสู่รุ่น
คุณพ่อบุญธรรมเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านยางพาราคนแรกของประเทศที่ก่อตั้งหลักสูตรยางแห่งแรกของประเทศไทย โดย พ.ศ. 2520 ได้ตั้งแผนกเคมีการยาง ภายใต้คณะศึกษาศาสตร์ก่อน จนพัฒนามาเป็นหลักสูตรเทคโนโลยียาง ภายใต้คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ใน พ.ศ. 2528 โดยคุณพ่อบุญธรรมเป็นผู้ก่อตั้งคณะฯ และเป็นคณบดีคนแรก กลายเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยวางรากฐานระบบนิเวศอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางพาราของไทย และเพิ่งจะได้รับการยกย่องจาก Rubber World – Hall of Fame ให้เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ทำคุณูปการด้านวิจัยและนวัตกรรมยางพาราให้แก่โลก
“พ่อผมเป็นอาจารย์โดยพื้นฐาน แม้จะไม่ถนัดทำการตลาด แต่ก็ขยายธุรกิจให้เติบโตไปยังต่างประเทศได้ ด้วยกลยุทธ์แบบ OEM หรือรับผลิตทำตามสั่ง ส่งออกวัตถุดิบยางพารา รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับสุขภาพ”


เด็กโรงงาน
ย้อนไปในวัยเด็ก อาร์มเติบโตมาในโรงงานที่มีผลิตภัณฑ์ยางต่าง ๆ ทั้งยางรัด หนังสติ๊ก หมอนยางพารา และของเล่นที่ทำจากยาง เปรียบได้กับสนามเด็กเล่นกว้าง ๆ มีกองที่นอนยางพาราสูง ๆ ให้กระโดดเล่นสนุกตามประสา พอโตขึ้นหน่อย ลูก ๆ ทุกคนที่อยู่ในธุรกิจกงสี คงเดาได้ไม่ยากว่าต้องกลับมาช่วยกิจการของที่บ้านไม่มากก็น้อย


“พ่อผมชัดเจนว่าอยากให้ลูก ๆ เรียนสาขาอะไร ผมเรียนวิศวกรรมเครื่องกล น้องชายผมคนหนึ่งเรียนบัญชีและการตลาด ส่วนอีกคนเรียนเคมี ทุกคนเรียนได้อย่างที่พ่อวางไว้ หลังจากเรียนจบ ผมกลับมาช่วยงานในโรงงานสักพัก จึงได้ทุนไปเรียนต่อทางด้านพอลิเมอร์ที่ต่างประเทศ ซึ่งเป็นทุนจากมหาวิทยาลัยที่พ่อก่อตั้งภาควิชาขึ้นมา ผมเข้าใจเองว่าบางทีพ่ออาจอยากให้ผมกลับมาช่วยดูแลภาควิชานั้น จึงเลือกเรียนต่อจนจบปริญญาเอก และกลับมาเป็นอาจารย์ควบคู่กับการทำงานด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์ในโรงงานของครอบครัว”
การกลับมาทำงานกับครอบครัวไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะถึงจะเป็นลูกชายเถ้าแก่ แต่ก็ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจจริงจัง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพ่อ มากกว่ารับฟังความคิดเห็นของอาร์ม เขาจึงเลือกทำงานพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นหลัก แล้วส่งต่อให้น้องชายที่ดูแลการขายทดลองตลาดต่อ

คลังความรู้ที่มีชีวิต
ช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาราคายางตกต่ำ อาร์มเป็นหนึ่งในนักวิจัยรุ่นบุกเบิกด้านยางพาราในประเทศไทย มีโอกาสทำงานกับภาครัฐและหน่วยงานให้ทุนต่าง ๆ ทำให้เกิดงานวิจัยในแวดวงนี้จำนวนมาก
เมื่อโรงงานของครอบครัวผลิตสินค้าจากน้ำยางข้นเป็นทุนเดิม จึงเก็บสูตรผลิตภัณฑ์ยางพาราเพื่อผลิตสินค้าต่าง ๆ เช่น ยางรัด รองเท้าแตะ ยางลบ ที่ถือว่าเป็น ‘ตำรับยางพารา’ ที่เกิดจากการลองผิดลองถูกของที่บ้าน แม้แต่หนังสือเก่าหายากที่เกี่ยวกับยางพาราก็มี ถึงขนาดนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ต้องมาเยี่ยมเยียน เพื่อศึกษาข้อมูลประวัติศาตร์ของอุตสาหกรรมยางพาราไทย เรียกได้ว่าเป็น ‘คลังความรู้ที่มีชีวิต’ ก็ว่าได้
“ข้อได้เปรียบคือการที่เรามีทั้งโรงงานและมหาวิทยาลัยอยู่ในมือ ความรู้ทางทฤษฎีและการทดลองภาคสนามที่เชื่อมโยงกันได้อย่างเป็นรูปธรรม เด็กในภาควิชาของพ่อเคยมาใช้โรงงานเป็นห้องแล็บ ช่วยให้ทั้งโรงงานและภาควิชาเติบโตไปด้วยกัน ที่บ้านเราไม่ได้มีแค่ธุรกิจ แต่เป็นขุมทรัพย์แห่งองค์ความรู้ที่สั่งสมมายาวนาน และผมเชื่อว่าหากรักษาไว้ได้ดีจะเป็นประโยชน์ทั้งกับการศึกษาและอุตสาหกรรมยางพาราของไทยในระยะยาว”

สิ่งที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นของ PATEX กลายเป็นเหมือนดีเอ็นเอของแบรนด์ ไม่ใช่แค่สูตรเคมีหรือเทคนิคการผลิต แต่คือชุดความรู้และแนวทางการทำงานที่สั่งสมจากครอบครัว
“คุณพ่อนำความรู้เหล่านี้ไปใช้ในการสอนและอบรมชาวสวนยางในยุคที่รัฐบาลต้องการส่งเสริมให้พวกเขาผลิตสินค้าได้เอง พ่อเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกหลักสูตรฝึกอบรมให้ชาวสวนทำหมอนยางพารา ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของหมอนยางพาราในโครงการ OTOP ทั่วประเทศ”
ในช่วง 20 ปีที่แล้วเรียกว่าเป็นยุคทองของที่นอนยางพาราเลยก็ว่าได้ PATEX ผลิตให้แทบทุกแบรนด์ที่เป็นแบรนด์ชั้นนำ เช่น Slumberland, THERAFLEX และ Dunlopillo ประเทศออสเตรเลีย บวกกับน้องชายของอาร์มเจาะตลาดจีนได้สำเร็จ แบรนด์จึงเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงหนึ่ง กลายเป็นของฝากยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวเมืองไทย
ความสำเร็จอันรวดเร็วมักมากับความท้าทายที่ควบคุมได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของปลอม ระบบตัวแทนจำหน่ายในจีน รวมถึงจีนเริ่มตั้งโรงงานผลิตเอง ทำให้ตลาดแข่งกันตัดราคา มากระทบอย่างหนักช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ยืดเยื้อยาวนาน เพราะธุรกิจพึ่งพาการท่องเที่ยวจากจีนโดยตรง


ธรรมนูญครอบครัวและ 3 โจทย์ใหม่
เมื่อการทำธุรกิจแบบ OEM เริ่มถึงทางตัน หลังโควิด-19 รายได้ลดลงอย่างมาก ธุรกิจครอบครัวมาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ แต่สุดท้ายที่ประชุมครอบครัวตัดสินใจไม่ยอมปล่อยให้มันจบ
“เพราะสิ่งที่ครอบครัวเราสร้างขึ้นมาไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่คือคุณค่าที่ส่งต่อความตั้งใจในการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราไทยอย่างเข้มข้น ตั้งแต่รุ่นปู่ ลุงและพ่อ ผมไม่ได้ตัดสินใจกลับมาเพราะเป็นพี่ชายคนโต เพียงแต่น้อง ๆ ไม่สะดวกเข้ามารับช่วงต่อ ผมจึงอาสาเข้ามารับไม้ต่อ โดยมีเงื่อนไขบางอย่างที่ต้องการเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจใหม่ทั้งหมด”
สิ่งแรกที่อาร์มทำ คือเขียน ‘ธรรมนูญครอบครัว’ เพราะพอมาถึงรุ่นลูก การทำธุรกิจแบบกงสีดูจะไม่ใช่ทางรอดอีกต่อไป พี่น้อง 3 คน 3 ครอบครัว จึงต้องแยกธุรกิจและความสัมพันธ์ออกจากกัน เช่น บทบาททางธุรกิจของสมาชิกครอบครัวต้องมีนิยามชัดเจน สมาชิกครอบครัวเปิดกิจการแข่งกับบริษัทไม่ได้
นอกจากนี้ เขายังวางทิศทางใหม่ของบริษัทใน 3 เรื่องหลัก คือ
หนึ่ง สร้างแบรนด์และทำตลาดรีเทล เพื่อสร้างตัวตนที่ชัดเจนและได้ผลตอบรับจากลูกค้าโดยตรง
สอง สร้างระบบที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ เพื่อเตรียมพร้อมให้บริษัทเปิดรับผู้บริหารมืออาชีพในอนาคต ในกรณีที่ลูกหลานไม่อยากทำต่อแล้ว
สาม สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีความหมาย เอื้อต่อการกลับมาทำงานของลูกหลาน

Latex Science เพื่อการนอนหลับ
เป็นเวลากว่า 2 ปีที่อาร์มวางรากฐานและพลิกโฉมภาพลักษณ์แบรนด์ PATEX จากที่เคยเน้นเฉพาะยางพาราแท้ 100% มีจุดเด่นในการแก้ปวดหลัง มาสู่แบรนด์ที่เน้นเรื่องสุขภาพการนอนหลับและสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มขั้น เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาสินค้าที่ดีต่อสุขภาพทั้งของตนเองและของโลกไปพร้อมกัน
หากคุณไปที่สาขาของ PATEX จะไม่ได้ตอบคำถามเพียงว่าอยากได้ที่นอนแบบนุ่มหรือแข็ง ทางร้านจะช่วยเลือกให้ตามสรีระ โดยดูจากดัชนีมวลกาย (BMI) แบ่งการรองรับน้ำหนักเป็น 7 ส่วนของร่างกาย โดยช่วงกลางของที่นอนแน่นที่สุด เพื่อรองรับน้ำหนักของสะโพกซึ่งมีน้ำหนักมากที่สุดของร่างกาย จากนั้นจะแนะนำรุ่นให้ตามกิจวัตรการนอน นอนท่าไหน นอนคู่กับใคร เสริมด้วยเทคโนโลยีเฉพาะจุด เช่น มีปัญหาการนอน หมอนรองกระดูกเสื่อม หรือเคยผ่าตัดหลังมาก่อนหรือไม่
ตอนนี้ PATEX ออกแบรนด์ย่อยเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย หลังจากที่ได้พัฒนางานวิจัยด้านการรับแรงและออกแบบโครงสร้างที่นอนเพื่อเข้าถึงผู้คนที่มีปัญหาการนอนหลับ เช่น PATEX Original เน้นเทคโนโลยียางพาราคุณภาพดี ในราคาที่เข้าถึงได้ PATEX Family ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงวัยรุ่น รวมถึงที่นอนสัตว์เลี้ยง และ PATEX Care เจาะกลุ่มผู้สูงอายุ ออกแบบผลิตภัณฑ์เฉพาะสำหรับผู้ป่วยติดเตียง

“เราต้องสร้างแบรนด์ สร้างภาพลักษณ์ และวางตำแหน่งให้ชัดเจน เพื่อรองรับการเติบโตแบบออร์แกนิก ไม่ใช่กระแสฉาบฉวยแบบที่เกิดในจีนเมื่อก่อน ผมตั้งเป้าว่าอยากให้รีเทลโตขึ้นเป็น 50% จากสัดส่วนเดิมแค่ 15% เราสนุกกับการขายเอง เจอลูกค้าเอง เราอยากขยายส่วนนี้ให้เติบโตขึ้นจริงจัง
“เครื่องนอนยางพาราถือเป็นสินค้าที่มีราคาแพง ซึ่งในตลาดเครื่องนอน วัสดุยางพารามีสัดส่วนราว 5 – 10% เท่านั้น แต่แนวโน้มเริ่มดีขึ้น เพราะยางพาราเป็นวัสดุที่ยั่งยืนและคนให้ความสำคัญกับสุขภาพกันมากขึ้น กลุ่มผู้มีกำลังซื้อจะหันมาเลือกผลิตภัณฑ์จากยางพาราเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในยุโรปที่จะเริ่มบังคับเรื่องแหล่งที่มาของยางพาราอย่างยั่งยืน”


ธุรกิจเขียวเข้ม
พื้นเพของอาร์มเป็นนักอนุรักษ์และนักรณรงค์ทางด้านสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว เมื่อเข้ามาเป็นกัปตันธุรกิจ จึงพัฒนาวางระบบการจัดการในโรงงานให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรในโรงงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ 50% ของพลังงานทั้งหมดในโรงงาน การใช้วัสดุรีไซเคิลในสำนักงานใหญ่และสำนักงานขาย และการออกผลิตภัณฑ์ Zero Waste ที่รีไซเคิลได้ นำไปกลั่นเป็นน้ำมันใช้ผลิตพลังงานในโรงงาน
“วัตถุดิบเราซื้อจากสวนยางในรัศมี 100 กิโลเมตรเท่านั้น ลดการขนส่งไกล ไม่ต้องนำเข้า และส่งผลดีต่อชาวสวนในพื้นที่ คำนวณคร่าว ๆ เราใช้ผลผลิตจากสวนประมาณ 3,000 ไร่ ซึ่งเทียบได้กับการสนับสนุนครอบครัวเกษตรกรกว่า 300 ครอบครัว เพราะความยั่งยืนไม่ใช่แค่กลยุทธ์ แต่เป็นแพสชันส่วนตัวของผม ซึ่งฝังอยู่ในดีเอ็นเอของแบรนด์ PATEX แม้คนส่วนใหญ่จะยังไม่สนใจเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่เราก็สื่อสารออกไปอย่างต่อเนื่อง”

อาร์มเสริมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยว่า ที่นอนขนาด 6 ฟุต 1 หลัง ต้องกรีดยางภายในวันเดียวกันจากสวนยางพาราประมาณ 40 ไร่ (ไร่ละ 70 – 80 ต้น) เท่านี้ก็เห็นภาพว่าเกิดการจ้างงานตั้งแต่เช้าตรู่มากเพียงใด
สุดท้ายนี้ อาร์มทิ้งท้ายถึงความหมายของการรับช่วงธุรกิจครอบครัวว่า
“PATEX มีทั้งคำว่าปัตตานีและลาเท็กซ์ สะท้อนรากเหง้าของครอบครัวผม ปู่เป็นคนขายลาเท็กซ์คนแรก และมีความผูกพันกับพื้นที่นี้ลึกซึ้ง นี่จึงไม่ใช่แค่ธุรกิจ เราทำมากกว่าผลิตหมอนหรือที่นอน เราสร้างระบบนิเวศทางความรู้ ตั้งแต่เกษตรกรรมไปจนถึงอุตสาหกรรม มีเลือดเนื้อของบรรพบุรุษอยู่ในนั้น เราปล่อยให้ล้มลงไปไม่ได้ เหมือนมือเราต้องยื่นไปรับไว้ แม้จะเจ็บหรือยากแค่ไหน
“เป้าหมายของผมไม่ใช่แค่ขายผลิตภัณฑ์ แต่คือการรักษาประวัติศาสตร์ยางพาราไทย พัฒนาและแบ่งปันทั้งความรู้และผลิตภัณฑ์ เพื่อให้คนไทยเห็นว่า เรามีของดีในบ้าน ประเทศไทยเรามียางพารามากเป็นอันดับ 1 ของโลก แต่กลับไม่ใช่อุตสาหกรรมหลักของประเทศ ครอบครัวผมเป็นครอบครัวเล็ก ๆ ที่ต้องต่อสู้กับทุนใหญ่จากจีน ผมจึงไม่ได้มองว่ากำลังทำธุรกิจแบบทั่วไป แต่คือการเผยแพร่ความรู้เรื่องยางพาราให้ชาวบ้านมีอาชีพทำกิน มันเป็นหน้าที่ของเรา”

Website : patexstore.com
