29 กันยายน 2025
1 K

“ข้อเสียของการเป็นเกษตรกรในไทย คือเกษตรกรไม่ใช่คนกำหนดราคา แต่พ่อค้าคนกลางหรือตลาดต่างหากเป็นคนกำหนด แต่เกษตรกรดันต้องเป็นคนเริ่มต้น ต้องลงทุนปลูกผลผลิต แล้วส่งไปขายในตลาด แต่เรากลับกำหนดราคาสินค้าของเราไม่ได้” 

นี่คือวงจรชีวิตเกษตรกรที่ ฉัตรชัย ดีสวัสดิ์ เห็นมาตั้งแต่เด็กจนถึงวันที่ก้าวเข้ามาเป็นเกษตรกรเต็มตัว ด้วยการรับช่วงต่อ ‘สวนมะนาวคุณธงชัย’ สวนมะนาวขนาด 70 ไร่ของพ่อ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลคลองโยง อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

เขาและพี่สาว ฤดีรัตน์ ดีสวัสดิ์ ช่วยกันพัฒนาจากสวนที่ปลูกแค่มะนาว ให้กลายเป็นอาณาจักรมะนาวไทย ปลูกมะนาวและเลมอนมากกว่า 10 สายพันธุ์ นำผลผลิตมาต่อยอดทำผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่า และทำให้คนเชื่อมั่นว่า พวกเขาเป็นตัวจริงด้านมะนาวและเลมอน

อาณาจักรนี้มีชื่อเรียกว่า ‘Lemon Me Farm’ 

แม้การมารับช่วงต่อจะไม่ใช่สิ่งที่สองพี่น้องตั้งใจตั้งแต่แรก เพราะพวกเขารู้ว่าการเป็นเกษตรกรไม่ง่าย ต้องเผชิญทั้งปัญหาราคาขายที่กำหนดโดยตลาด ซึ่งบางทีก็น้อยจนคนทำงานใจหายหรือปัญหาสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อการปลูกพืชผล 

แต่ในวันที่ทั้งคู่ตัดสินใจเข้ามาดูแลสวนต่อจากพ่อ พวกเขาตั้งปณิธานว่า จะไม่เป็นเกษตรกรที่ยากจน แต่ต้องมีรายได้เพียงพอเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว พร้อมกับความฝันพามะนาวไทยไปตีตลาดมะนาวโลก

ฉัตรชัยจะเล่าให้เราฟังถึงการเดินทางของ Lemon Me Farm ที่รับรองว่าเปรี้ยวไม่แพ้มะนาวในสวน

ธุรกิจ : สวนมะนาว

ปีที่ก่อตั้ง : พ.ศ. 2551

อายุ : 17 ปี

ประเภท : ผลผลิตทางการเกษตร 

ผู้ก่อตั้ง : ธงชัยพัฒน์ ดีสวัสดิ์

ทายาทรุ่นสอง : ฤดีรัตน์ ดีสวัสดิ์ และ ฉัตรชัย ดีสวัสดิ์

รุ่นพ่อเน้นปริมาณ รุ่นลูกเน้นหาความเป็นไปได้ใหม่

การเติบโตมาในสวนมะนาวคุณธงชัย ทำให้ฉัตรชัยรู้ดีว่าเกษตรกรไม่ใช่อาชีพที่มั่นคง ไม่ทำให้เขามีรายได้เพียงพอที่จะใช้ชีวิตได้อย่างสบาย เขาจึงเลือกเรียนต่อด้านวิศวกรรมศาสตร์ หลังเรียนจบก็ตัดสินใจไปทำงานเป็นวิศวกรที่กรุงเทพฯ 

เส้นทางที่เขาเลือกช่างห่างไกลจากสวนมะนาวของพ่อ

แต่พ่อของฉัตรชัยเกิดภาวะเส้นเลือดในสมองแตก แม้จะเข้ากระบวนการรักษาแล้ว แต่ร่างกายของพ่อก็ไม่กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม ฤดีรัตน์ผู้เป็นลูกสาวจึงตัดสินใจกลับมาช่วยดูแลสวนมะนาว

การดูแลสวนมะนาวขนาด 70 ไร่เพียงลำพังไม่ใช่งานง่าย โดยเฉพาะกับคนที่ไม่มีพื้นฐานการทำเกษตรอย่างฤดีรัตน์ ฉัตรชัยเห็นความเหนื่อยล้าและความยากลำบากของพี่สาว เขาจึงตัดสินใจลาออกจากงาน แล้วกลับมาช่วยดูแลสวนมะนาวอีกแรง 

“เราไม่ได้กลับมาด้วยความคิดแค่ว่ากลับมาช่วยทำสวน หรือมาวันแรกแล้วต้องปลูกมะนาวให้ได้ ร้อยต้น เรามีโจทย์ว่า ถ้าจะเป็นเกษตรกร เราต้องรวย มีรายได้เพียงพอดูแลตัวเองและครอบครัว”

ถ้าให้เทียบระหว่างสองพี่น้องกับผู้เป็นพ่อว่าใครปลูกมะนาวเก่งกว่ากัน แน่นอนว่าคนที่ชนะก็คือพ่อ

“พ่อทำสวนด้วยวิธีคิด เช่น ต้องตามหาเทคนิคปลูกมะนาวที่ดีที่สุด ใครบอกว่าปุ๋ยยี่ห้อนี้ดีก็ไปตามหามาใส่ พ่อเหมือนเกษตรกรทั่วไป เน้นปลูกให้ได้ปริมาณเยอะ ๆ และผลผลิตมีคุณภาพ”

แต่ฉัตรชัยกลับไม่คิดว่าเขาต้องปลูกมะนาวให้เก่งเหมือนพ่อ การทำสวนของเขาจึงเริ่มจากตั้งโจทย์และหาทางทำให้โจทย์เป็นจริง เมื่อโจทย์ของเขาคือต้องรวยจากการทำสวนมะนาว เขาจึงมองหาว่ามีวิธีสร้างรายได้จากสวนมะนาวอย่างไรบ้าง

“เราเคยเป็นวิศวกรมาก่อน วิศวกรคิดทุกอย่างจากตัวเลข เพราะตัวเลขคือความจริง ไม่มีความรู้สึกมาเกี่ยวข้อง เราเริ่มจากการคำนวณ สมมติกำหนดว่าปีหนึ่งต้องทำรายได้ 1 ล้านบาท แปลว่า 1 เดือนต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 1 แสนบาท ถ้าขายมะนาวได้ลูกละ 2 บาท หมายความว่าเดือนหนึ่งต้องปลูกมะนาวให้ได้ 50,000 ลูก แล้วก็คิดต่อว่าจะต้องปลูกมะนาวกี่ต้นถึงจะได้รายได้เท่านี้”

มะนาวเป็นพืชที่ออกดอกออกผลทั้งปี แต่จะไม่ออกลูกภายในเดือนเดียวหลังปลูก ขั้นต่ำต้องใช้เวลาประมาณ 5 – 6 เดือน แปลว่าวิธีปลูกมะนาวให้ออกลูกทุกเดือนเพื่อสร้างรายได้อาจไม่ได้ผล และไม่ใช่ทางที่เขาและพี่สาวต่างถนัดเช่นกัน

ฉัตรจึงมองหาวิธีใหม่ นั่นทำให้เขาพบกับวิธีที่เรียกว่า ‘การแปรรูป’

ใช้มะนาวจนหยดสุดท้าย

น้ำมะนาวพร้อมดื่มของ Lemon Me Farm เป็นผลิตภัณฑ์จากการแปรรูปชนิดแรก ๆ ที่ฉัตรชัยทำ หรือที่จริงต้องพูดว่าเขาทำตั้งแต่ก่อนจะมาดูแลสวนเต็มตัว

 จุดเริ่มต้นมาจากปีนั้นมะนาวออกผลมากจนคนเก็บขายไม่ทัน ต้องปล่อยบางลูกให้เน่าคาต้น ฉัตรชัยเห็นก็รู้สึกเสียดาย เลยหาวิธีระบายผลผลิต เขาเลือกทำน้ำมะนาวพร้อมดื่มเพราะเป็นวิธีที่ทำได้ทันที ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มากมาย ที่สำคัญมีคนซื้อแน่นอน เพราะที่สวนมักจะมีลูกค้ามารับซื้อมะนาวเป็นประจำ น้ำมะนาวพร้อมดื่มน่าจะทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่าย หรือซื้อไปดื่มบรรเทาอากาศร้อนตอนอยู่ในสวน

จากที่อยากแก้ปัญหามะนาวล้นสวน น้ำมะนาวพร้อมดื่มกลับได้รับผลต้อนรับดี มีลูกค้าขับรถมาถึงสวนในจังหวัดนครปฐมเพื่อซื้อน้ำมะนาวโดยเฉพาะ เสียงชื่อของน้ำมะนาวพร้อมดื่ม Lemon Me Farm

จึงค่อย ๆ ดังขึ้น ถึงขั้นไปออกบูทขายน้ำมะนาวตามงานต่าง ๆ

การทำน้ำมะนาวพร้อมดื่มทำให้ฉัตรชัยได้บทเรียนข้อหนึ่ง คือการคิดผลิตภัณฑ์ต้องทำให้คนเข้าใจง่าย ถึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จ เป็นบทเรียนที่ฉัตรชัยเอามาปรับใช้ในการคิดแปรรูปมะนาวในสวน 

เขาตั้งต้นด้วยการมองว่า มะนาวมีส่วนประกอบอะไรบ้าง แต่ละส่วนใช้ทำอะไรได้ และยกตัวอย่างให้เราเห็นภาพมากขึ้น ดังนี้ 

น้ำ – ใช้ทำน้ำมะนาวพร้อมดื่ม และต่อมาพัฒนาโดยการแต่งรสชาติเพิ่มขึ้น เป็นน้ำมะนาวรสแครนเบอร์รี น้ำมะนาวรสอัญชัน น้ำมะนาวรสหญ้าหวาน เป็นต้น

เปลือก – นำมาแช่ชะเอม ทำเป็นของกินเล่น หรือนำไปเป็นส่วนผสมทำสกินแคร์ก็ได้

กลิ่น – สกัดกลิ่นใส่ในเทียนหอม สเปรย์ปรับอากาศในบ้าน เป็นต้น

ทั้งหมดนี้เป็นไอเดียที่ฉัตรชัยนำมะนาวไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มากมาย ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้มะนาวที่มีอยู่ในสวน ฉัตรชัยแบ่งผลิตภัณฑ์แปรรูปเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือของกิน ของใช้ในบ้าน และผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเอง 

แต่การแปรรูปมะนาวที่ฉัตรชัยชอบมากที่สุด คือน้ำมะนาวสดแช่แข็ง โดยนำมะนาวมาคั้นด้วยกระบวนการพิเศษที่ช่วยคงรสชาติและสรรพคุณเอาไว้ ก่อนนำไปผ่านกระบวนการแช่แข็งและอัดเป็นก้อน แล้ววางขายในช่วงที่มะนาวราคาแพง 

น้ำมะนาวสดแช่แข็งเป็นสินค้าทางเลือกให้ผู้บริโภค มันทั้งเพิ่มมูลค่าและแก้ปัญหาไม้เบื่อไม้เมาของผู้บริโภคมาตลอด และเป็นผลิตภัณฑ์ที่เขามองว่าช่วยพา Lemon Me Farm ไปไกลถึงต่างประเทศ 

“มะนาวไทยมีจุดเด่นคือกลิ่นหอมมาก ๆ แต่ลูกเล็ก น้ำเลยไม่เยอะเท่ามะนาวต่างประเทศ เขาถึงไม่ค่อยใช้มะนาวไทยทำอาหาร แต่การทำอาหารไทยต้องการความหอมจากมะนาวด้วย น้ำมะนาวสดแช่แข็งจึงส่งไปขายให้ร้านอาหารไทยในต่างประเทศได้ เป็นทั้งทางเลือกและช่วยลดต้นทุนให้ผู้บริโภค”

ระหว่างที่ฉัตรชัยกำลังสนุกกับการทดลองทำผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ พี่สาวก็รับหน้าที่ดูแลพนักงานและงานหลังบ้าน เป็นการแบ่งงานตามความถนัดของสองพี่น้อง 

คาเฟ่ พื้นที่แห่งการทดลองและโปรโมต

Lemon Me Farm เป็นชื่อที่ฉัตรชัยตั้งขึ้นหลังจากทำสวนได้ระยะหนึ่ง เพื่อสร้างตัวตนและทำให้คนจดจำสวนมะนาวของเขาได้มากยิ่งขึ้น ชื่อจึงความซับซ้อน จดจำง่าย 

ทำไมต้อง Lemon ทำไมไม่ใช่คำว่ามะนาว – เราถามเขาต่อ

“ตอนแรกอยากใช้คำว่า Lime (มะนาว) แต่เมื่อ 10 ปีที่แล้วคนไทยยังไม่คุ้นหูคำนี้ คุ้นกับคำว่า Lemon มากกว่า เราเลยตั้งชื่อนี้ ตอนออกแบบโลโก้หรือแพ็กเกจจิ้งก็เน้นให้น่ารัก เข้ากับสไตล์สวนของเรา”

นอกจากพื้นที่ปลูกมะนาว ฉัตรชัยแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งสร้างคาเฟ่ Lemon Me Farm ขึ้นมา เพราะเขาตั้งใจให้เป็นพื้นที่ทดลองและประชาสัมพันธ์สินค้า

“เราไม่ได้ตั้งธงว่าคาเฟ่ต้องสร้างกำไรสูง แต่เป็นที่ให้ลูกค้าลองสินค้าทดลองของเรา ลองชิม ลองใช้ และทำให้ Lemon Me Farm อยู่ในใจคนมากขึ้น”

เศรษฐกิจหมุนเวียนในสวน

Circular Economy หรือเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน คืออีกหนึ่งแนวคิดที่ฉัตรชัยนำมาใช้ทำสวน เขายอมรับตรง ๆ ว่าแนวคิดนี้ช่วยควบคุมต้นทุนในการผลิตได้ดี และมองเห็นประโยชน์อื่น ๆ ที่จะได้จากแนวคิดนี้ ในแง่การรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในฐานะผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ

ฉัตรชัยยกตัวอย่างแก้วน้ำในคาเฟ่ ช่วงแรกเขาเลือกใช้แก้วเซรามิกเพื่อลดปริมาณขยะ แต่ใช้ไปนาน ๆ สิ่งที่พบคือจำนวนแก้วลดลงเพราะเกิดความเสียหาย หรือบางส่วนลูกค้าหยิบติดมือกลับบ้านไปด้วย จึงต้องซื้อแก้วใบใหม่มาทดแทนเรื่อย ๆ จนต้นทุนเพิ่มขึ้น 

“เราลองเปรียบเทียบว่าถ้าเปลี่ยนมาใช้แก้วพลาสติกแล้วจะดีไหม ที่แน่ ๆ คือต้นทุนถูกลง แต่แลกมากับปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มขึ้น แล้วมีทางเลือกอื่น ๆ อีกไหม เราตามหาจนเจอว่ามีแก้วไบโอพลาสติก ราคาอาจจะแพงกว่าแก้วพลาสติกทั่วไป แต่ย่อยสลายได้ โอเค เลยคิดหาวิธีว่าจะใช้ให้คุ้มได้อย่างไร” 

แก้วน้ำที่ลูกค้าทิ้งไว้จะถูกนำมาล้างทำความสะอาด นำไปเจาะรูที่ก้นแก้วเพื่อใช้เป็นกระถางสำหรับปลูกต้นมะนาวลงดิน นานวันไป กระถางจากแก้วจะย่อยสลายกลายเป็นดินมาดูแลต้นมะนาวต้นนั้นต่อไป เรียกว่าเป็นวิธีใช้แก้วให้คุ้มค่าที่ฉัตรชัยเลือก

“การทำสวนมะนาวหรือคาเฟ่สร้างน้ำเสียเยอะ แต่ถ้ามีวิธีบำบัดที่ถูกต้อง เราจะได้น้ำที่มีประโยชน์กลับคืนมา เช่น น้ำเสียจากฝั่งคาเฟ่ ในน้ำมีนมผสมเยอะ เราก็เอาไปบำบัดให้ถูกต้องและเอาไปใช้รดต้นกล้วย เพราะต้นกล้วยต้องการกรดอะมิโนในการเจริญเติบโต ซึ่งในน้ำนั้นมีกรดนี้อยู่ ทุกวันนี้กล้วยเราออกผลใหญ่มาก เอามาทำขนมหรือมาวางขายหน้าร้านได้เลย”

เปลือกมะนาว เป็นอีกสิ่งที่เคยสร้างปัญหาให้สวน เพราะฉัตรชัยยังไม่รู้ว่าจะต่อยอดเปลือกมะนาวอย่างไร เขาจึงเลือกเอาไปฝังกลบ แต่กลับส่งกลิ่นรบกวนชุมชน ฉัตรชัยจึงมองหาวิธีแก้จนเจอวิธีทำปุ๋ยจากเปลือกมะนาวที่ลดต้นทุน ไม่ต้องซื้อปุ๋ยเพิ่ม หรือวันนี้เขาก็เอาเปลือกมะนาวมาทำผลิตภัณฑ์แปรรูปมากมาย เช่น น้ำมันหอมระเหย เปลือกมะนาวอบแห้งพร้อมทาน

“เราต้องคิดบนความเป็นจริง ไม่ใช่คิดแค่ว่าอยากรักษ์โลก สุดท้ายถ้าเงินหมด เราไปต่อไม่ไหว มันไม่ยั่งยืน ถ้าอยากจะลดผลกระทบต่อโลก ต้องหาวิธีที่ทำได้จริงและทำได้อย่างต่อเนื่อง”

ณ วันนี้ Lemon Me Farm ไม่ได้ปลูกแค่มะนาวหลากหลายสายพันธุ์ แต่ปลูกผักผลไม้อื่น ๆ ด้วย เช่น ใบเตย กล้วย เพื่อนำผลผลิตมาใช้ทำขนม หรือสารพัดพืชที่ให้ความเปรี้ยว เพราะฉัตรชัยตั้งใจทำให้ที่นี่เป็นอาณาจักรรวบรวมวัตถุดิบรสเปรี้ยวในไทย ปัจจุบันจึงมีทั้งเลมอน (เขาให้เหตุผลว่าไหน ๆ ชื่อสวนก็มีคำว่า Lemon แล้ว ก็ควรปลูกเจ้าสิ่งนี้ด้วยเลย) ส้มหลากหลายสายพันธุ์ และอนาคตจะเพิ่มพืชชนิดอื่น ๆ อีกด้วย 

“ถ้าลองไปดูตำราทำอาหารเก่า ๆ เขาแทบไม่ใช้มะนาวนะ เพราะมีผักผลไม้ที่ให้รสเปรี้ยวเยอะมาก แล้วมันก็มีความหลากหลาย เพิ่มรสชาติและกลิ่นให้เมนูนั้น แสดงว่ายังมีของให้นำมาใช้อีกเยอะ ขยายตลาดของเราได้อีก”

ฉัตรชัยไม่ได้เก็บข้อมูลการทำสวนของเขาให้เป็นความลับ แต่เต็มใจเผยแพร่ให้คนที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ เขาแบ่งพื้นที่ที่ยังว่างทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ แบ่งปันวิธีทำสวน และเปิดคอร์สสอนวิธีแปรรูปมะนาวเป็นผลิตภัณฑ์ 

“เราอยากเป็นกูรูด้านมะนาว ถ้าเราเลือกทำแค่ปลูกมะนาวขายแล้วใครจะเชื่อ เราต้องทำทุกอย่างที่ทำได้ให้คนมองเห็นว่าเราเชี่ยวชาญด้านนี้ บางอย่างอาจจะไม่ได้สร้างรายได้มากมาย แต่ทำให้แบรนด์ Lemon Me Farm แข็งแรงขึ้น มีคนรู้จักสวนเรามากขึ้น”

พามะนาวไทยไประดับโลก

กว่า 10 ปีที่ Lemon Me Farm ค่อย ๆ เติบโตจากสวนมะนาวคุณธงชัยของพ่อเป็นอาณาจักรที่ปั้นแต่งโดยลูก ๆ ตอนนี้อาณาจักรของเขาอยู่ในช่วงอยู่ตัวได้ ทำให้ฉัตรชัยขยายการทำงานไปยังเพื่อนเกษตรกรที่ปลูกมะนาวเหมือนกัน เพราะเขาอยากให้คนปลูกมะนาวทั้งวงการเติบโตไปด้วยกัน

“มะนาวยังไม่ใช่พืชที่คนอยากปลูกมาก ไม่ได้เป็นตลาดใหญ่ ลำพังผลผลิตของเราก็ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน เรายังต้องซื้อมะนาวจากเกษตรกรรายอื่น ๆ”

ฉัตรชัยทำโครงการเล็ก ๆ ที่ยังไม่มีชื่อเรียกจริงจัง เขาชวนคนที่สนใจอยากปลูกมะนาวมาให้ความรู้ พร้อมแจกต้นมะนาวให้เอาไปปลูก ผลผลิตออกเมื่อไหร่ก็นำมาขายให้เขาได้ โดยการันตีราคารับซื้อขั้นต่ำลูกละ 1 บาท หรือจะเอาไปขายที่อื่นก็ได้ 

นี่เป็นวิธีที่ฉัตรชัยมองว่าจะช่วยเพิ่มผลผลิตและทำให้ตลาดมะนาวบ้านเราคึกคักจากผู้เล่นที่เพิ่มขึ้น

มีหลายคนที่เห็นและอยากสนับสนุนความตั้งใจของฉัตรชัย เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทำให้เขามีความหวังเล็ก ๆ ว่า เมื่อตลาดมะนาวบ้านเราได้รับความสนใจมากขึ้น จะขยายไปถึงตลาดระดับสากลได้

“เราเริ่มส่งผลิตภัณฑ์ออกไปขายที่ต่างประเทศแล้ว แต่ยังไม่มาก เพราะเรายังผลิตมะนาวจำนวนมากไม่ได้ ลำพังขายแค่ในประเทศก็ไม่เพียงพอแล้ว ถ้าจะส่งไปต่างประเทศต้องมีปริมาณมากพอที่จะคุ้มทุน มะนาวเป็นของแช่แข็ง ถ้าเปิดตู้แช่แล้วต้องเอาออกทันที ปิดกลับไม่ได้ แปลว่าเแชร์ตู้กับใครไม่ได้ ต้นทุนจึงสูงขึ้น 

“เราอยากรวมกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกมะนาว ไม่ใช่แค่สร้างความแข็งแรงเพื่อเจาะตลาดต่างประเทศ แต่คิดว่ามันจะช่วยให้มีอำนาจต่อรองกับตลาดในประเทศด้วย”

ผ่านมาแล้ว 10 ปี เป้าหมายแรกของคุณสำเร็จแล้วหรือยัง – เราย้อนถาม เจ้าตัวพยักหน้าตอบว่า 

“เมื่อก่อนทำงานที่กรุงเทพฯ ไม่ค่อยได้กลับบ้าน แต่การตัดสินใจครั้งนั้นทำให้เราได้กลับมาอยู่บ้าน ความสัมพันธ์กับครอบครัวมีทั้งดีและไม่ดี แต่สุดท้ายเมื่อได้กลับมาอยู่บ้าน ได้ช่วยงานพ่อ ได้ทำให้บ้านมีฐานะที่ดีขึ้น ในฐานะลูกชาย เราภูมิใจแล้ว”

Facebook : Lemon Me Farm

Q : Lemon Me Farm อยู่ที่ไหน

A : ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองโยง อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เดินทางจากกรุงเทพฯ เพียงชั่วโมงเดียว 

Q : Lemon Me Farm มีคาเฟ่ไหม

A : มีคาเฟ่ให้ลองชิมน้ำมะนาวพร้อมดื่ม ขนม และเมนูพิเศษจากผลผลิตในสวน

Q : ซื้อผลผลิตหรือผลิตภัณฑ์กลับบ้านได้ไหม

A : ได้ มีทั้งมะนาวสด น้ำมะนาวพร้อมดื่ม มะนาวแช่แข็ง และผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลาย

Writer

เพ็ญสินี ธิติธรรมรักษา

ชีวิตขับเคลื่อนด้วยแสงแดดและหวานร้อย

Photographer

โตมร เช้าสาคร

ชอบถ่ายวิวมากกว่าคน ชอบกินเผ็ดและกาแฟมาก เป็นคนอีโค่เฟรนลี่ รักสีเขียว ชวนไปไหนก็ได้ไม่ติด ถ้ามีตัง