23 กันยายน 2025
3 K

กลิ่นสมุนไพรลอยอยู่ในอากาศตั้งแต่ก้าวเข้าร้านมา

ภายในห้องแถว 1 คูหาสีเขียวมินต์ ปรากฏเคาน์เตอร์ที่มีเครื่องหอมตั้งเรียงราย ถัดออกไปเป็นตู้โชว์สมุนไพรที่มีพนักงานยืนต้อนรับอยู่ด้านหลัง มองยังไงก็เหมือนร้านขายยาสมุนไพรทั่วไปของคนจีนย่านสำเพ็ง

เราสูดลมหายใจเอากลิ่นหอมเข้าเต็มปอด ยกมือทักทาย อิศรา และ ยุวดี อัคคะประชา ทายาทรุ่นสองของ ‘ห้างขายยาตราใบห่อ’ ที่ยืนรอเราอยู่ตรงทางเข้า ทั้งคู่พาเราเดินเข้าร้านแล้วพาทะลุไปด้านหลัง ทำให้รู้ว่า ‘ใบห่อ คาเฟ่’ เป็นมากกว่าสิ่งที่เราเห็นและคิดไว้ในตอนแรก 

เพียงแค่ไม่กี่ก้าว เราก็ถึง ‘หอมปรุง’ คาเฟ่ที่เปลี่ยนตึกเก่าสมัยรัชกาลที่ 6 ให้เป็นคาเฟ่เพื่อสุขภาพเต็มรูปแบบ โดยนำสมุนไพรและยาขมสูตรเก่าแก่มาต่อยอด แน่นอนว่าที่นี่มียาขมรุ่นคุณพ่อขาย เคียงข้างกันยังมีสินค้าไลฟ์สไตล์ที่แตกหน่อออกมาเอาใจคนรุ่นใหม่ เมนูอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของสมุนไพร และชั้น 2 มีห้องเวิร์กช็อปทำเครื่องหอมที่ป๊อปปูลาร์ในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติสุด ๆ

ทั้งคู่เชื้อเชิญให้เรานั่งคุยกันสบาย ๆ ภายใต้เสียงกุกกักของเวิร์กช็อปด้านบน หลังจากสั่งมะตูมอเมริกาโน่ – เมนูไฮไลต์ของร้านมาจิบ สองพี่น้องก็ถ่ายทอดเรื่องราวของแบรนด์ให้เราฟัง

ธุรกิจ : บริษัท ห้างขายยาตราใบห่อ จำกัด

ปีที่ก่อตั้ง : พ.ศ. 2522

อายุ : 46 ปี

ประเภท : ธุรกิจผลิตภัณฑ์จากพืชและสัตว์เพื่อการรักษาโรค

ผู้ก่อตั้ง : ประสิทธิ์ อัคคะประชา

ทายาทรุ่นสอง : อิศรา อัคคะประชา และ ยุวดี อัคคะประชา

มรดกของรุ่นพ่อ

บ้านอัคคะประชาผูกพันกับสมุนไพรมาแต่ไหนแต่ไร ย้อนกลับไปเมื่อ 46 ปีที่แล้ว คุณพ่อประสิทธิ์ อัคคะประชา เปิดร้านสมุนไพรชื่อ ‘ง่วนเฮงจั่น’ ขายสมุนไพรไทย-จีนแบบแห้งเพื่อให้นำไปทำยาและประกอบอาหาร จากนั้นคุณพ่อก็แตกแบรนด์ออกมาเป็น ‘ใบห่อ’ ขายยาขมสำเร็จรูปตามตำรับแพทย์แผนไทย 

“ยาขมถือเป็นนวัตกรรมในยุคนั้น เพราะปกติการทำยาต้องนำสมุนไพรไปต้ม ชง แล้วดื่ม มีขั้นตอนค่อนข้างลำบาก คุณพ่อมีความเป็นนักคิด เขาเห็นปัญหาตรงนี้ จึงคิดต่อว่าจะทำยังไงให้ผู้บริโภคทานยาได้ง่ายและเร็วขึ้น จึงเอาตัวสมุนไพรมาบด ปั๊มเป็นเม็ด เป็นยาสมุนไพรแบบเม็ดเจ้าแรกในประเทศไทย” อิศราเท้าความ

ด้วยความเข้าถึงง่าย ยาขมเม็ดตราใบห่อจึงเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่ลูกค้าโซนสำเพ็งหรือกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ส่งขายไปยังร้านยาทั่วประเทศ

คุณพ่อประสิทธิ์ยังเป็นนักการตลาดตัวยง ท่านอาสาให้ห้างขายยาตราใบห่อเป็นผู้สนับสนุนสนามมวยและนักมวย ทำสปอตโฆษณาทางวิทยุที่ออนแอร์ไปทั่วประเทศ ยิ่งทำให้แบรนด์ใบห่อเข้าไปอยู่ในหู ตา และใจของผู้คน

ยาขมเม็ดตราใบห่อ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ

ยุวดีบอกว่า สโลแกนนี้ต้องพูดเร็ว ๆ ทุกวันนี้เด็กรุ่นใหม่ก็ยังเอามาทำเป็นมีมกันอยู่เลย ส่วนแพ็กเกจจิ้งก็เป็นเอกลักษณ์มาก คนจะจำได้ว่ายาเม็ดตราใบห่อของแท้ต้องมีรูปนายห้างตราใบห่อเท่านั้น

“ยาขมเม็ดตราใบห่อได้รับความนิยมทุกยุค อย่างช่วงไข้หวัดนกหรือโควิด-19 ระบาด ฟ้าทะลายโจรของเราก็ขายดี อาจเพราะราคาไม่แพง เข้าถึงคนได้ง่าย นอกจากนั้น คุณพ่อยังทำ ‘ยาระบายตราใบแก้ว’ เป็นยาระบายที่กินแล้วไม่มวนท้อง จนทุกวันนี้กลายเป็นยาสามัญประจำบ้านที่แทบทุกบ้านต้องมี” อิศราเสริม

แพสชันของรุ่นลูก

สองพี่น้องผู้เติบโตมาพร้อมโกดังสมุนไพรและสปอตในวิทยุคิดไว้อยู่แล้วว่าสักวันต้องมารับช่วงต่อ ทั้งคู่จึงเลือกเรียนสิ่งที่ตัวเองสนใจ และคิดว่าจะนำความรู้มาต่อยอดธุรกิจของพ่อได้ 

อิศราเรียนบริหารธุรกิจ ส่วนยุวดีเรียนเภสัชศาสตร์แผนปัจจุบัน จน พ.ศ. 2560 พี่ชายก็เข้ามาช่วยงานเต็มตัว แล้ว 1 ปีหลังจากนั้นน้องสาวก็เข้ามาช่วย

“ยอมรับว่ากดดันอยู่แล้วครับ แต่ผมมองว่าใบห่ออยู่ในดีเอ็นเอของเราอยู่แล้ว เราคลุกคลี เห็นกระบวนการการทำงานของพ่อมาตั้งแต่เด็ก แรงกดดันจึงกลายเป็นแพสชันที่ทำให้เราอยากทำต่อ 

“ช่วงที่ได้ทำงานร่วมกับคุณพ่อ ท่านสอนแนวคิดให้เราหลายอย่าง ทั้งเรื่องความซื่อสัตย์ จริงใจกับลูกค้าด้วยการทำยาที่ดี ราคาไม่แพง เข้าถึงทุกคน นี่คือสิ่งที่คุณพ่อย้ำตลอด และเป็นคุณค่าของธุรกิจที่ส่งผ่านมาถึงรุ่นพวกเรา” อิศราบอก

ช่วงเปลี่ยนผ่านนั้น คุณพ่อประสิทธิ์เริ่มป่วยและเสียชีวิตในเวลาต่อมา สองพี่น้องจึงเข้ามากุมบังเหียนร้านยาของพ่อเต็มตัว ยังคงผลิตและขายผลิตภัณฑ์ที่คุณพ่อรัก แต่ปรับเปลี่ยนหน้าตาแพ็กเกจจิ้งให้จึ้งใจ เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนยุคใหม่มากขึ้น

มากกว่านั้น ทายาทใบห่อปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ จากยาขมที่เป็นเม็ด เปลี่ยนบางตัวเป็นแคปซูลเพื่อให้กินง่ายขึ้น ทั้งยังแตกไลน์ผลิตภัณฑ์เป็นยาใช้ภายนอก เช่น ยาดม ยาหม่อง สเปรย์บรรเทาอาการปวดเมื่อยสำหรับคนออกกำลังกาย ไปจนถึงสินค้าไลฟ์สไตล์อย่างเทียนหอม กระเป๋า และเสื้อ ซึ่งยังคงคอนเซปต์ผลิตคิดค้นอย่างใส่ใจ มีคุณภาพ และตั้งราคาที่เข้าถึงได้ง่าย เช่นเดียวกับยุคของคุณพ่อ

“เราว่าสมุนไพรไทยมีศักยภาพในการเติบโต ไม่ใช่แค่ยา แต่ขายในเชิงซอฟต์พาวเวอร์หรือสินค้าสุขภาพได้ด้วย” ยุวดีย้ำและเล่าต่อว่า นอกจากการแตกไลน์สินค้าเพื่อลูกค้าชาวไทย ใบห่อตั้งใจให้คนต่างชาติรู้จักผลิตภัณฑ์นี้ด้วย พวกเขาจึงเน้นทำการตลาดกับกลุ่มนักท่องเที่ยว ทำสินค้าที่มีฉลากภาษาต่างประเทศขาย มากกว่านั้นคือส่งออกไปขายที่เมืองนอกด้วย

“อย่างยาขมและยาระบายตราใบแก้วนี่ป๊อปปูลาร์ในหมู่คนจีนมาก เขาชอบซื้อกลับบ้านตอนมาเที่ยวเมืองไทย ส่วนชาวตะวันออกกลางชอบเครื่องหอม เช่นเดียวกับกลุ่มนักท่องเที่ยวรัสเซียที่ชอบฟ้าทะลายโจรมาก เพราะบ้านเขาเป็นเมืองหนาว ปลูกพืชแบบฟ้าทะลายโจรไม่ได้ ยาฟ้าทะลายโจรจึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก” พี่ชายยกตัวอย่าง

ประสบการณ์ของคนรุ่นใหม่

สองพี่น้องอัคคะประชายังคิดถึงสถานที่ที่จะมอบประสบการณ์ของใบห่ออย่างเต็มที่

ใช่ ที่นั่นคือ ‘หอมปรุงคาเฟ่’ ที่เรากำลังนั่งอยู่ 

“เรามองว่าย่านสำเพ็งมีความใกล้เคียงกับทรงวาด ประกอบกับเทรนด์ Wellness Tourism กำลังมาแรง เราจึงอยากทำคาเฟ่เชิงสุขภาพที่จะมอบประสบการณ์แบบใบห่อ ทุกคนเข้ามาจะได้รับทั้งรูป รส กลิ่น เสียง เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงแบรนด์ของเราผ่านประสบการณ์เหล่านี้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่อาจจะยังไม่รู้จักเรา” อิศราบอก

ก่อนหน้านี้ ตึกของหอมปรุงคาเฟ่เคยเป็นตึกเก่าอายุร้อยปีที่สร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 บ้านอัคคะประชาซื้อที่นี่มาแปลงโฉมใหม่ โดยคงโครงสร้างอาคารแบบเดิมไว้ แล้วใส่ประสบการณ์ความเป็นใบห่อลงไป ทั้งสีสันการตกแต่งที่สะท้อนถึงแบรนด์ เมนูอาหารและเครื่องดื่มฟิวชันในคอนเซปต์ ‘กินอาหารเป็นยา’ โดยมีเมนูไฮไลต์ที่มีสมุนไพรเป็นส่วนประกอบ ช็อปสินค้าที่มีทั้งยาและสินค้าไลฟ์สไตล์ เรื่อยไปจนถึงเวิร์กช็อปทำยาดม

“เดือนตุลาคมนี้คาเฟ่จะมีอายุครบ 1 ปีแล้ว ช่วงนี้คนญี่ปุ่นมาเยอะ เพราะหอมปรุงคาเฟ่เพิ่งได้ลงในนิตยสาร Brutus” ยุวดีเล่า ท่ามกลางเสียงกุกกักของกลุ่มนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นบนชั้น 2 ที่กำลังเข้าคลาสทำยาดมสมุนไพรกันอยู่

มากกว่านั้น ทายาททั้งสองยังคงแนวคิดของการคอลแล็บที่มีมาตั้งแต่รุ่นพ่อเอาไว้ สมัยก่อนอาจจะคอลแล็บกับสนามมวยหรือโปรโมตทางวิทยุ 

แต่ยุคนี้ ห้างยาตราใบห่ออาสาไปจับมือกับแบรนด์ใหม่ ๆ ที่ไม่คิดว่าจะมาเจอกันได้ อย่าง ‘ไผ่ทอง ไอสครีม’ ทำชาเลนจ์ ‘หวานเป็นลม ขมเป็นยา’ ท้าให้กินไอศกรีมรสหวานหอมกับซอสยารสขม 4 ระดับ หรือมีการไปคอลแล็บกับหนังเรื่อง 4Kings พายาขมไปปรากฏตัวบนจอเงิน ซึ่งเข้ากับยุคสมัยที่ดำเนินเรื่องได้เป็นอย่างดี

“ภาพลักษณ์แบรนด์ของเราค่อนข้างมีความอนุรักษนิยม เพราะคนที่ใช้อาจเป็นคน Gen X ขึ้นไป เราอยากให้เด็กรุ่นใหม่ได้รู้จักเราบ้าง การเปิดคาเฟ่หรือการคอลแล็บเหล่านี้เป็นการดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้ามารู้จัก และทำให้แบรนด์ดูร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น” น้องสาวบอก

ความผูกพันของคนในครอบครัว

เราสงสัยว่าอะไรทำให้ทายาทรุ่นสองของห้างยาตราใบห่อถึงมีแนวคิดที่ต่อยอดแบรนด์ไปได้กว้างไกลขนาดนี้

ทั้งคู่ตอบตรงกันว่า ได้มาจากคุณพ่อ

“ถึงคุณพ่อจะอายุห่างจากเราเยอะ แต่คุณพ่อทันสมัยนะ” ยุวดีตอบยิ้ม ๆ 

“เขาเป็นคนจีนก็จริง แต่ไม่ได้เลี้ยงเรามาเข้มงวดขนาดนั้น เขาเป็นแบบอย่างเรื่องความประหยัดมากกว่า เพราะเขาโตมาแบบสู้ชีวิต เคยเป็นคนงานในร้านยาสมุนไพรแถวนี้ก่อนจะมาเปิดร้านของตัวเอง เพราะฉะนั้น เขาจึงย้ำกับเราหลายครั้งว่า เวลาใช้เงินก็ต้องใช้ให้คุ้มค่า

“แต่กับเรื่องอื่น ๆ เขาไม่เคยตีกรอบเราเลย ยิ่งได้มาอยู่กับ คุณแม่วรรณี อัคคะประชา ที่มีความเป็นวัยรุ่นสูงกว่า เฮฮา น่ารัก สนุกสนาน และพูดเก่ง การเติบโตมาในครอบครัวแบบนี้ทำให้เรามีอิสระ กล้าคิด กล้าทำ ทำให้เรากล้าคิดสิ่งที่นอกกรอบ” อิศราเสริมด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“พ่อไม่ค่อยสอนอะไรเราเท่าไหร่ เน้นทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ถ้าจะมีบทเรียนอะไรที่เราได้เรียนรู้ พ่อน่าจะสอนเรื่อง ‘ล้มแล้วลุก’ เวลาพ่อเจอปัญหา เขาจะมองว่าคือความท้าทาย เราต้องมีสติ ซึ่งทุกวันนี้เราก็เอามาใช้กับชีวิตและการทำงาน”

ในความสัมพันธ์ของพี่ชายและน้องสาว ทั้งคู่บอกว่าอยู่ด้วยกันแบบสบาย ๆ แยกงานกับชีวิตส่วนตัวชัดเจน

“ด้วยโครงสร้างบริษัททำให้เราต้องแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน เราจึงอยู่กันแบบไม่ตีกันค่ะ” น้องสาวหัวเราะ 

เราถามว่า แล้วถ้าความเห็นไม่ตรงกัน ทำอย่างไร 

“กับรุ่นคุณพ่อก็อาจจะคุยลำบาก เพราะเขามีความคิดในแบบของเขา ต้องอธิบายด้วยเหตุและผล ทดลองทำให้เขาเห็นว่าสิ่งที่เราอยากทำมันดียังไง แต่คุณพ่อคุณแม่ค่อนข้างเปิดกว้างกับเรา” อิศราบอก

“ส่วนผมกับน้องยิ่งคุยกันง่ายเลย เราคิดคล้าย ๆ กัน มองเป้าหมายเหมือนกัน เรามองว่าแบรนด์ใบห่อไปต่อได้ เป็นธุรกิจครอบครัวที่มีโครงสร้างชัดเจน มีระบบการจัดการที่ดี และโตต่อไปอย่างยั่งยืนได้

“จนถึงวันนี้ เราภูมิใจที่ได้ต่อยอดในสิ่งที่คุณพ่อสร้างมาให้ดีขึ้นไปอีก ในอนาคตเราอยากทำให้ใบห่อเป็น Global Brand ที่เวลานึกถึงสมุนไพรไทย คนจะนึกถึงเรา และอยากพัฒนาวงการสมุนไพรไทยให้ไปไกลกว่านี้” 

ภาพฝันของสองพี่น้องบ้านอัคคะประชา มีหน้าตาประมาณนี้ล่ะ

Facebook : ห้างขายยาตราใบห่อ baihor 

Writer

พัฒนา ค้าขาย

นักเขียนชาวเชียงใหม่ผู้รักทะเลและหนังสุขซึ้ง สนใจประเด็น gender ความสัมพันธ์ และเรื่องป๊อปทุกแขนง

Photographer

ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์

ช่างภาพ และ baker ฝึกหัด