เมื่อเดือนก่อน ดิฉันไปบรรยายให้กลุ่มผู้ประกอบการกลุ่มใหญ่เรื่องการทำธุรกิจให้ยั่งยืน พอถึงช่วงท้ายเปิดเป็นช่วงถามตอบ มีผู้ประกอบการท่านหนึ่งยกมือถามขึ้นมาว่า
“แต่ที่อาจารย์เล่าเป็นตัวอย่างญี่ปุ่นหมดเลย คิดว่าบริบทไทยคงแตกต่างกัน พอจะมีตัวอย่างอะไรที่เป็นไปได้บ้างไหม”
ดิฉันก็เลยยกตัวอย่างองค์กรไทยที่ตั้งใจทำสินค้าและบริการดี ๆ เพื่อลูกค้าแบบทุ่มสุดตัว อยากให้เห็นว่าองค์กรไทยดี ๆ และยั่งยืนมีหลายแห่งมาก ทว่า ผู้ถามท่านนั้นยังคงถามต่อ
“แต่ธุรกิจของผมเหนื่อยมากช่วงนี้ เจอสงครามราคา เจอสินค้าจากนอกประเทศเข้ามาตี”
ดิฉันก็อธิบายอีกตัวอย่าง เรื่ององค์กรที่เอาชนะสงครามราคามาได้อย่างไร แต่ผู้ถามท่านนั้นเหมือนยังไม่มั่นใจ หากมีเวลาเหลือต่อ ท่านคงถาม “แต่…” อีกหลายคำถามต่อมาแน่
ด้วยสภาพเศรษฐกิจ ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ด้วยคู่แข่งรายใหม่ที่เข้ามา ด้วยกฎหมายนโยบายความยั่งยืนที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ผู้ประกอบการยุคใหม่ต้องเจอกับภัยรอบด้าน
ดิฉันกลับบ้านมาคืนนั้นถึงค่อยนึกถึงบริษัทแห่งหนึ่งออก เสียดาย ไม่มีโอกาสกลับไปบอกผู้ประกอบการท่านนั้น ได้แต่เขียนเป็นบทความฝากไว้เผื่อได้ผ่านตาแทน
เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งตั้งใจทำธุรกิจที่ใคร ๆ ต่างบอกว่ายาก ผู้บริโภคก็ไม่คุ้นชินกับพฤติกรรมนี้สักเท่าไร และต้องหมุนเวียนสินค้า ต้องบริหารเงินเป็นอย่างดี เป็นธุรกิจที่ทำได้ยากจริง ๆ แต่ภายในเวลาไม่ถึง 10 ปี เขาเปลี่ยนพฤติกรรมคน ทำให้คนสนุกสนานกับการเช่าสินค้าและมีชีวิตที่มีสีสันยิ่งขึ้นได้
นี่คือเรื่องราวของบริษัท Rentio บริษัทที่ต่อสู้กับการทำดียิ่งขึ้นทุก ๆ วัน เพื่อความสุขของลูกค้า
แพลตฟอร์มที่ให้คนเช่าสินค้าได้อย่างเพลิดเพลิน
Rentio ก่อตั้งในปี 2015 เป็นแพลตฟอร์มให้บริการเช่าสินค้าต่าง ๆ เช่น กล้องถ่ายรูป คอมพิวเตอร์ โปรเจกเตอร์ รถเข็นเด็ก ไดร์เป่าผม กระเป๋าเดินทาง จนถึงหุ่นยนต์ทำความสะอาดพื้น

สินค้าบนเว็บก็มีหลากหลายให้เลือกกว่า 5,000 ชนิด โดยบนเว็บจะแบ่งตามหมวดสินค้า เช่น หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า หมวดอุปกรณ์เสริมความงาม หมวดห้องครัว หมวด Gadget และแบ่งตามลักษณะการใช้งาน เช่น งานแต่งงาน การไปเที่ยวต่างประเทศ การไปเที่ยวทะเล ครอบครัวที่เพิ่งมีลูก
หากคลิก ‘การไปเที่ยวทะเล’ จะมีสินค้าที่น่าจะเกี่ยวกับการเที่ยวทะเล เช่น กล้อง 360 องศา กล้องกันน้ำ กระเป๋าเดินทาง กล้อง GoPro ให้ลูกค้าเลือกช้อปเช่าสินค้าหลายอย่างได้ตามใจชอบ
เมื่อเจอสินค้าที่สนใจ ลูกค้ากดดูปฏิทินได้ทันทีว่าสินค้าชิ้นนั้นสะดวกให้จองได้วันไหนบ้าง เวลาคืนก็ทำได้ง่ายดาย จะส่งคืนผ่านบริษัทรับส่งสินค้า หรือไปคืนที่ร้านสะดวกซื้อก็ได้
ตัวอย่างหน้าให้เช่าชุดนอนยี่ห้อ TENTIAL ชุดนอนราคาสูงที่ขึ้นชื่อว่าใส่แล้วหลับสบาย ร่างกายฟื้นฟูดี ลูกค้าเลือกเช่าชุดที่ผ่านการตรวจสอบเรียบร้อยแล้วได้ (ซักและทำความสะอาดแล้ว) เดือนละ 2,400 เยน หรือเช่าชุดใหม่ในราคาเดือนละ 2,700 เยน
หากมองฝั่งขวา จะขึ้นตารางปฏิทิน เราเห็นได้เลยว่าเหลือสินค้าสีนี้ ไซซ์นี้ ให้เช่าได้วันไหนบ้าง เหลือในสต็อกกี่ตัว (ในภาพคือวันที่ 3 – 21 เหลือวันละ 2 ตัว)
แพ็กเกจราคาก็หลากหลายตามความต้องการของลูกค้า ทั้งแบบ 4 วัน 3 คืน แบบเช่ารายเดือน และแบบเช่าซื้อ ลูกค้าบางคนเช่าสินค้ามาลองแล้วติดใจก็เลือกซื้อสินค้าชิ้นนั้นได้เลย

ตัวอย่างกระเป๋าเดินทางล้อเลื่อนสำหรับเด็ก มีแพ็กเกจเช่ารายเดือนหรือเช่าแค่ครั้งเดียว (7 คืน 8 วัน) ด้านล่างมีคำอธิบายสินค้าอย่างละเอียดว่ากระเป๋าใบนี้จุกี่ลิตร ใส่อะไรได้บ้าง เช่น ผ้าขนหนูของแม่และลูก 2 ผืน เสื้อผ้าผู้ใหญ่และเด็กคนละ 2 ชุด เครื่องสำอาง ทำให้ลูกค้าเห็นภาพมากขึ้น



ด้วยความสะดวกสบายในการเช่าและในการคืนเช่นนี้ ปัจจุบัน Rentio มีผู้ใช้บริการรายเดือนเฉลี่ยเดือนละ 1.4 แสนคน (ปี 2024)
จุดเริ่มต้นธุรกิจร้านเช่าสินค้าทางออนไลน์
เคนจิโร่ มิวะ พนักงานหนุ่มบริษัท Rakuten บริษัทแพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดังอยากจะแต่งชุดเชิดสิงโตเลียนแบบตลกคนหนึ่งเพื่อเซอร์ไพรส์เพื่อนในงานแต่งงาน เขาลองค้นหาสินค้าดู และพบชุดอุปกรณ์ครบเซตให้เช่าราคาเซตละ 30,000 เยน (ประมาณ 8,000 บาท) มิวะคิดว่าราคาเช่านี้ค่อนข้างสูงทีเดียว แต่ก็ดีกว่าไปซื้ออุปกรณ์ทั้งเซตและคงไม่มีโอกาสได้ใช้อีก เขาเลยตัดสินใจลองเช่าชุดนั้นดู
ปรากฏว่าในวันแต่งงาน เจ้าบ่าวและเพื่อน ๆ ต่างถูกอกถูกใจการแสดงของมิวะเป็นอย่างยิ่ง มิวะเริ่มรู้สึกว่ามีคนยอมจ่ายเงินแพง ๆ เพื่อสัมผัสประสบการณ์บางอย่างแค่ครั้งเดียว (โดยไม่ต้องซื้อของชิ้นนั้น ๆ) ตลาดให้เช่าน่าจะยังมีโอกาสทางธุรกิจอยู่
เมื่อมิวะลองค้นหาข้อมูล เขาพบว่ามีบริษัทหลายแห่งให้เช่าสินค้าก็จริง แต่เว็บไซต์ใช้บริการค่อนข้างยุ่งยาก ไม่ค่อยเป็นมิตรกับผู้ใช้สักเท่าไร เช่น เมื่อกดเลือกสินค้าใส่ตะกร้า กำลังจะจ่ายเงิน ระบบก็ขึ้นว่า สินค้าที่ลูกค้าสนใจไม่มีในคลังสินค้า จะเช่าได้เมื่อไรก็ไม่รู้

ภาพ : marketeer.jp/miwa
นอกจากนี้ สมัยเรียนมิวะเคยทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าออนไลน์แห่งหนึ่ง มิวะได้รับข้อความจากลูกค้าว่า ขอลองเช่าเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นนี้ก่อนซื้อจริงได้ไหม หรือ ขอส่งสินค้าคืนได้ไหม เนื่องจากสินค้าไม่ค่อยเหมาะกับที่บ้านสักเท่าไร ในสมัยนั้นบริษัทยังไม่รับคืนสินค้า ซึ่งมิวะก็รู้สึกสงสารลูกค้าแทน
มิวะจึงชวนเพื่อนอีกคนหนึ่งที่ทำงานวิศวกรมาร่วมสร้างธุรกิจให้เช่าสินค้าไปด้วยกัน
รุ่นพี่ของมิวะรวมถึงคนในวงการขายเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างบอกเขาว่า ตลาดให้เช่าสินค้านั้นเล็กมาก ไม่มีใครอยากเช่าหรอก สู้ขายเครื่องใช้ไฟฟ้าเหมือนเดิมดีกว่า แต่มิวะก็ยังยืนยันจะลงมือทำ
เนื่องจากยังไม่ค่อยมีใครทำธุรกิจเช่นนี้มาก่อน ตอนแรกมิวะก็ไม่รู้จะนำสินค้าอะไรมาให้คนเช่าดี จึงลองนึกดูว่ามีสินค้าอะไรที่คนไม่กล้าจ่ายเงินแพง ๆ ซื้อมาใช้ทันที พวกเขานึกถึงเครื่องชงกาแฟ เครื่องทำขนมปัง กล้อง 360 องศา
พวกเขาลองเอา Apple Watch ของตนเองมาให้เช่าด้วย ผลปรากฏว่าคนเช่าไม่ยอมคืนสินค้ากลับมา วุ่นวายคู่หูต้องมาปรับระบบเรื่องการป้องกันการขโมยของเว็บให้รัดกุมยิ่งขึ้น
เมื่อทดลองให้เช่าไปได้ 1 เดือน มิวะพบว่าสินค้าประเภทเครื่องชงกาแฟกับอุปกรณ์เบเกอรีไม่มีลูกค้าเช่าเลย แต่สินค้าที่ยอดการเช่าค่อนข้างไปได้ดีคือกล้อง 360 องศา
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น มิวะสังเกตว่าคนมักค้นหาคำว่า ‘GoPro เช่า’ ‘กล้องโพลารอยด์ เช่า’ เขาจึงลองสั่งกล้องโพลารอยด์มาให้เช่ามากขึ้น ผลปรากฏว่าเสียงตอบรับดีมาก ภายในเดือนเดียว บริการเช่ากล้องโพลารอยด์ทำยอดสูงถึง 3 แสนเยน
มิวะเข้าใจตลาดมากขึ้น คนไม่ได้เช่าสินค้าเพราะอยากทดลองสินค้าอย่างที่เขาคิดตอนแรก แต่เช่าเพราะอยากใช้แค่ครั้งเดียว ดังเช่นกรณีกล้องโพลารอยด์ คนอยากใช้ตามอีเวนต์ต่าง ๆ แต่พอจบงานก็ไม่มีใครอยากเก็บไว้ใช้ครั้งต่อ ๆ ไป เขาจึงมุ่งใช้กลยุทธ์ SEO เน้นคีย์เวิร์ดคำว่า ‘เช่า กล้องโพลารอยด์’ ‘เช่า กล้อง GoPro’ มากขึ้น
ระหว่างคลำทางเรื่องธุรกิจเช่าสินค้า มิวะก็เปิดร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าออนไลน์ไปด้วย เพื่อหารายได้สนับสนุนธุรกิจหลักอีกทาง แต่เพียงแค่ 3 เดือนการให้เช่ากล้องโพลารอยด์ก็สร้างรายได้ให้บริษัทถึงเดือนละล้านกว่าเยน ทำให้มิวะตัดสินใจเลิกขายเครื่องใช้ไฟฟ้า หันมาจริงจังกับบริการเช่าเครื่องใช้ไฟฟ้าแทน
ความท้าทายของธุรกิจให้เช่า
ในสมัยนั้นไม่มีบริษัทใดกล้านำเสนอสินค้าให้ลูกค้าเช่าอย่างหลากหลายนัก ส่วนใหญ่จะเป็นร้านที่ให้เช่าสินค้าเฉพาะทาง และลูกค้ามักเป็นมืออาชีพหรือเช่าไปทำงาน เช่น ร้านให้เช่ากล้อง ลูกค้าเป็นช่างภาพมืออาชีพ
สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากธุรกิจให้เช่ามีความเสี่ยงและต้องใช้เงินทุนสูง การซื้อของราคาสูง 1 ชิ้น สมมติกล้องตัวละ 1 ล้านเยน ควรต้องปล่อยเช่าให้ได้สัก 10 ครั้งขึ้นไปถึงจะคุ้มทุน ทางบริษัทต้องพยายามหาผู้เช่าให้ได้มากพอ หมุนเวียนกันมาเช่า ยิ่งปล่อยกล้องให้เช่าได้มากเท่าไร บริษัทถึงค่อยได้กำไรมากขึ้นเท่านั้น
มิวะให้ความสำคัญกับการเลือกสินค้ามาปล่อยเช่าเป็นอย่างยิ่ง สิ่งแรกที่เขาทำคือลองทำหน้าเว็บของสินค้าชนิดต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่ซื้อสินค้านั้นมาสต็อก พอมีออร์เดอร์จากลูกค้าเข้ามา ถึงค่อยสั่งสินค้ามา 1 ชิ้นแล้วส่งให้ลูกค้าเช่า หากสินค้าใดได้รับความนิยม มีออร์เดอร์เข้ามาระหว่างปล่อยเช่าอยู่ ก็ค่อยสั่งสินค้าชนิดนั้นเข้ามาเพิ่มทีละชิ้น ๆ
ตอนแรกธุรกิจ Rentio ก็เติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป มิวะเองไม่ได้คิดจะหานักลงทุน เขาคิดจะเพิ่มทุนด้วยการกู้ธนาคารเอา แต่โชคดีที่ช่วง Rentio กำลังเติบโต มีนักลงทุนเข้ามาเสนอเงินทุนให้มิวะ ทำให้เขาใช้เงินทุนมาซื้อสินค้าให้เช่าได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น และยิ่งเติบโตในเวลาอันรวดเร็ว
ให้คนเช่าง่าย คืนง่าย
ในช่วง 3 ปีแรก มิวะเป็นคนดูแลแผนกความพึงพอใจของลูกค้าด้วยตนเอง ทั้งตอบแชตเอง ตอบอีเมลเอง เขาชอบการได้ฟังเสียงของลูกค้าและได้ช่วยเหลือลูกค้าเป็นอย่างยิ่ง นั่นทำให้มิวะเรียนรู้ได้เร็วมากว่าจุดไหนของเว็บไซต์ที่ผู้ใช้ยังใช้งานลำบากอยู่ ประเด็นไหนที่ลูกค้าลำบาก และรีบปรับทันที
ยกตัวอย่างเช่นเรื่องการคืนสินค้า มิวะตัดสินใจยกเลิกค่าส่งสินค้าไป-กลับ เมื่อลูกค้าบอกว่าไม่รู้จะคืนสินค้าทางไหน มิวะก็ทำคู่มืออธิบายวิธีส่งสินค้าคืน พร้อมแนบแบบฟอร์มที่กรอกข้อมูลที่อยู่ผู้รับใส่ลงไปในกล่องสินค้าด้วย ลูกค้าบางท่านที่เช่าโปรเจกเตอร์ไป โทรมาบอกศูนย์บริการว่าเก็บปลั๊กไฟและเครื่องลงกล่องแบบเดิมไม่ได้ มันมีกล่องเล็กกล่องน้อยเต็มไปหมด มิวะก็ออกแบบกล่องใส่สินค้าใหม่เพื่อให้ลูกค้าใส่สินค้าลงกล่องได้อย่างสะดวก ง่ายดายที่สุด

ภาพ : markelabo.com/n/n3ccd5c22161b
“ผลลัพธ์จากการที่เราตั้งใจฟังเสียงลูกค้า ค่อย ๆ ปรับ ค่อย ๆ แก้ เลยสร้าง Rentio ในทุกวันนี้ครับ
แทบไม่มีไอเดียไหนที่มาจากสิ่งที่พวกเราเสนอเลย ส่วนใหญ่ไอเดียมาจากการพูดคุยกับลูกค้าทั้งนั้นครับ” มิวะกล่าว
นอกจากนี้ มิวะยังให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของลูกค้าอย่างจริงจัง โดยสร้างแผนกขึ้นมาฟังเสียงและพยายามแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าโดยเฉพาะ หากลูกค้ารีวิวสินค้าหรือพูดถึง Rentio ว่าอย่างไร ระบบจะดึงสิ่งที่ลูกค้าพูดเข้าโปรแกรม Slack และแชร์ให้พนักงานทุกคนในบริษัทอ่าน
เมื่อพนักงานแผนกความพึงพอใจของลูกค้าเห็นข้อความแจ้งเตือนและเห็นว่าต้องแก้ไขอะไรบางอย่าง พนักงานก็จะรีบติดต่อผู้จัดการเพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไข เพราะฉะนั้น Rentio ถึงปรับการบริการต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และทำให้ลูกค้าพึงพอใจได้ เนื่องจากมีแผนกที่ดูแลความพึงพอใจของลูกค้าโดยตรง และพนักงานทุกคนในองค์กรรับรู้ตลอดว่าลูกค้าพูดถึงบริษัทและการบริการว่าอย่างไร
ตัวอย่างเล็ก ๆ ที่ทาง Rentio เติมเข้าไปบนเว็บไซต์ คือช่องรีวิว แต่ก่อนจะมีช่องเขียนรีวิวสินค้าแค่ช่องเดียว แต่ปัจจุบันแยกช่องรีวิวเป็น 2 ช่อง คือช่องรีวิวสินค้ากับช่องรีวิวการบริการ เพราะแต่ก่อนเนื้อหารีวิวจะปนกันระหว่างรีวิวสินค้ากับการบริการ ลูกค้าบางคนเขียนวิพากษ์วิจารณ์สินค้า แต่ชื่นชอบการให้ความช่วยเหลือลูกค้า เวลาให้คะแนนก็จะให้ลำบาก Rentio จึงตัดสินใจแยกช่องรีวิวเพื่อให้ลูกค้าท่านอื่น ๆ ที่พิจารณาเช่าสินค้าอ่านข้อมูลได้ง่ายขึ้น

Customer First
Rentio ให้ความสำคัญกับลูกค้าเพียงใด ดูได้จากเว็บไซต์และการตัดสินใจสำคัญ ๆ ของพวกเขา
ครั้งหนึ่ง ในการประชุมปรับราคาแพ็กเกจให้บริการ พนักงาน Rentio พบว่ามีลูกค้าบางท่านเช่าสินค้ารายเดือน แต่เช่าไปเรื่อย ๆ จนค่าเช่าสูงกว่าค่าสินค้าแล้ว เช่น สินค้าราคา 1 แสนเยน ลูกค้าเช่าเดือนละ 5,000 เยน แต่พอเช่าไป 30 เดือน กลายเป็นจ่าย 150,000 เยน ซึ่งสูงกว่าค่าสินค้าทั่วไปอีก
แน่นอนว่าลูกค้าไม่ได้ตั้งใจจ่ายขนาดนั้น แต่บางทีเมื่อเช่าสินค้ามาใช้แล้วชินก็ลืมคืนบ้าง หรือต่อแพ็กเกจอัตโนมัติไปเรื่อย ๆ บ้าง เมื่อคำนวณดูแล้ว Rentio มีรายได้จาก ‘การชำระเกิน’ เช่นนี้สูงถึงเดือนละ 2 ล้านเยนทีเดียว
เงินจำนวนนี้เป็นรายได้อันงดงามของบริษัท แต่มิวะและผู้บริหารทุกคนลงความเห็นว่า การกระทำเช่นนี้ไม่เป็นผลดีกับลูกค้าเลย พวกเขาเลยตัดสินใจปรับแพ็กเกจราคาว่า กรณีลูกค้าเช่ารายเดือนแล้วค่าเช่ามีจำนวนเงินเกินกว่าราคาสินค้า ระบบจะยุติการตัดบัตรเครดิตโดยอัตโนมัติ และลูกค้าท่านนั้นจะได้สินค้าชิ้นนั้นไปเลย
การตัดสินใจที่ดูเหมือนเสียผลประโยชน์ของบริษัทนี้กลับทำให้มีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นมาก ลูกค้าประจำก็เช่าสินค้าเพิ่มขึ้น จากอัตราส่วนลูกค้าประจำที่เคยอยู่ที่ร้อยละ 20 กลับค่อย ๆ สูงขึ้นจนกลายเป็นร้อยละ 40 – 50 หลังการประกาศนโยบายนี้
จากการกระโดดเข้าสู่วงการที่ท้าทาย ใคร ๆ ก็คิดว่าเป็นเรื่องยาก ตลาดไม่มี มิวะและพนักงาน Rentio ทุกคนกลับเห็นความสำคัญของการให้เช่าสินค้า พวกเขาพยายามรับฟังและนำเสียงของลูกค้ามาปรับปรุงการให้บริการอย่างต่อเนื่องและจริงจัง
ผลลัพธ์คือลูกค้าที่ใช้บริการ Rentio เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าเปลี่ยนพฤติกรรมจากซื้อหรือไม่ซื้อมาเป็นการทดลองเช่ามากขึ้น มีบริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายแห่งเสนอสินค้าบริษัทให้ Rentio ปล่อยเช่าให้ลูกค้า รายได้จึงเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
“คนส่วนใหญ่มองว่า ตลาด E-commerce แตก Segment ย่อยมาก สินค้าเริ่ม Niche ขึ้นเรื่อย ๆ มีการฉ้อโกงกันง่าย ผมเชื่อว่าหากเราทำเช่นนั้น ลูกค้าคงไม่รักเรา พนักงานก็คงหนีกันไปทำงานที่อื่น ธุรกิจเช่นนี้คงอยู่ไม่ได้ในระยะยาวแน่
“แต่พวกผมตั้งใจทำธุรกิจแบบมองในระยะยาว เราต้องการสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้กับสังคมครับ ยกตัวอย่างเช่นบนเว็บ Rentio เราเริ่มทำตัวอักษร ‘ระยะเวลาสั้นที่สุดที่เช่าได้’ ให้เด่น ๆ แน่นอนว่ารายได้เราลดลง เพราะคนเลือกจะเช่าแค่ 3 – 4 คืน แทนที่จะเป็น 7 คืนหรือ 1 เดือน แต่เราก็ประชุมกันในทีมว่า อะไรที่ดีกับลูกค้ามากกว่ากัน ผลก็คือเราให้ลูกค้าเลือกเช่าสั้นที่สุดเท่าที่พวกเขาอยากเช่าได้
“สิ่งที่ผมอยากทำไม่ใช่การสร้างยอดขายให้ได้มาก ๆ แต่เป็นการเพิ่มจำนวนลูกค้าที่ดีใจที่มีบริษัทเราอยู่ครับ”
เคนจิโร่ มิวะ
บทสัมภาษณ์บนเว็บ KEIEISHA TERRACE ปี 2023
ภาพ : www.rentio.jp
