ทุกครั้งที่มีการจัดอีเวนต์หรือคอนเสิร์ต สิ่งที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังไม่ใช่แค่เสียงเพลงหรือภาพความประทับใจ แต่คือ ‘ภูเขาขยะ’ ปริมาณมหาศาลในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ส่วนใหญ่เป็นภาชนะพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งและอุปกรณ์ตกแต่งที่ไม่ถูกนำกลับมาใช้ซ้ำ ซึ่งการกำจัดขยะเหล่านี้ ไม่เพียงแค่สิ้นเปลืองทรัพยากร แต่ยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก ทั้งจากการขนส่งและฝังกลบ
ปัญหานี้ไม่ได้อยู่ไกลจากเราเลย กรุงเทพมหานครกำลังกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของการจัดคอนเสิร์ตและมหกรรมระดับนานาชาติ ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกหลั่งไหลเข้ามา แต่สิ่งที่ตามมาคือขยะกองโตที่ผู้จัดงานแทบไม่เคยรู้ว่ามีปริมาณเท่าไหร่ รีไซเคิลได้กี่เปอร์เซ็นต์ และส่วนที่เหลือไปจบลงที่ไหน
เราจะทำให้งานอีเวนต์ในเมืองใหญ่ ‘สะอาด’ ขึ้นได้อย่างไร เพื่อให้ทุกงานสนุกได้โดยไม่ทิ้งรอยเท้าคาร์บอนให้โลกต้องแบกรับ
ด้วย Pain Point นี้ ‘GEPP Sa-Ard’ ผู้พัฒนา Waste Intelligence Platform โดยได้รับการสนับสนุนจาก UOB FinLab หน่วยงานของธนาคารยูโอบี ได้ลงมือทำงานอย่างเข้มข้นกับ ‘ศูนย์แสดงสินค้า อิมแพ็ค เมืองทองธานี’ หนึ่งในพื้นที่จัดงานที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
ไม่ใช่แค่ ‘เก็บสะอาด’ ตามชื่อ แต่ยังเก็บอย่างชาญฉลาด บนแพลตฟอร์มจัดเก็บ ตรวจสอบ ติดตาม วิเคราะห์ข้อมูลการจัดการขยะในองค์กร อาคาร หรือแม้กระทั่งในระดับเมือง และรายงานการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากลอย่าง GRI (Global Reporting Initiative) ได้
คอลัมน์สูตรคูณ ชวนนั่งคุยกับ บัลลังก์ ว่องธวัชชัย Head of Digital Engagement and Ecosystem Partnership ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และ โดม บุญญานุรักษ์ CMO และผู้ร่วมก่อตั้ง GEPP Sa-Ard ถึงเบื้องหลังการทำงานร่วมกันครั้งนี้

UOB FinLab
“ฝันของเราคืออยากเห็นยูนิคอร์นเกิดขึ้นที่ไทย แต่ก่อนที่จะได้ภาพนั้น เราต้องสร้างสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจให้ดีขึ้นเสียก่อน เราเจอธุรกิจเก่ง ๆ หลายเจ้าที่ต้องการ Transform แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ต้องใช้เงินขนาดไหน หรือต้องหาลูกค้าจากไหน UOB FinLab จะช่วยสร้าง Ecosystem แบบนั้น” บัลลังก์บอก
UOB FinLab ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2558 ในฐานะ Strategic Community Enabler ของธนาคาร UOB โดยเชื่อมระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อพัฒนาและผลักดันการเติบโตของธุรกิจ SMEs และ Start-up ทั่วภูมิภาคอาเซียน ด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล (Digital Transformation) และแนวคิดด้านความยั่งยืน (Sustainability) มาปรับใช้ในการพัฒนาองค์กร
หนึ่งในกลุ่มธุรกิจ SMEs ที่ทางยูโอบีมองว่าน่าสนับสนุน คือ Green Tech หรือธุรกิจเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน
“ปัจจุบันเราปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 350 ล้านตันต่อปี มาจากทั้งภาคพลังงาน ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และการกำจัดขยะ เรามองว่าในเมืองไทยมีคนทำนวัตกรรมและเทคโนโลยี Green Tech อยู่เยอะ แต่เขายังไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง
“ด้วยความมุ่งมั่นที่จะไปสู่เป้า Net Zero ในปี 2065 UOB FinLab จึงอยากเป็นสะพานที่จะบ่มเพาะธุรกิจเหล่านี้ให้เขาเดินต่อไปได้ ผ่านโครงการ GreenTech Accelerator ให้ความรู้ด้วยคอร์สบ่มเพาะธุรกิจ มีระบบเมนเทอร์ สร้างเครือข่ายด้วยการหาพาร์ตเนอร์ซึ่งเป็นลูกค้าของเราที่ล้วนแล้วแต่มีปัญหาที่ต้องการโซลูชันใหม่ ๆ มาแก้”

GEPP Sa-Ard
GEPP Sa-Ard ออกเสียงภาษาไทยได้ตรงตัวว่า ‘เก็บสะอาด’ เป็นหนึ่งใน 15 บริษัทที่ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการ GreenTech Accelerator ปี 2024
ฟังเพียงชื่อก็เห็นถึงความตั้งใจว่าอยากเก็บขยะให้สะอาด แต่ยิ่งไปกว่านั้น คือสร้างแพลตฟอร์มที่อยากให้องค์กรจัดการขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ชุดข้อมูลบน Cloud-based ที่จัดเก็บมาอย่างเป็นระบบ
ระบบของ GEPP Sa-Ard ช่วยนับปริมาณขยะที่คัดแยกภายในอาคาร และดูข้อมูลแยกเป็นปริมาณขยะที่เป็นของเสียอันตรายและไม่อันตรายได้ ขยะที่ถูกนำไปรีไซเคิล ขยะที่นำไปฝังกลบ แถมยังวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะให้กับองค์กร
“หนึ่งในพาร์ตเนอร์ที่เป็นลูกค้าของ UOB คืออิมแพ็ค เมืองทองธานี ที่มีเป้าหมายในการบริหารจัดการปริมาณขยะและต้องการจัดหาระบบการบันทึกจำนวนขยะภายในงานอีเวนต์ สอดคล้องกับ GEPP Sa-Ard ที่ทำงานเรื่อง Waste Management มาตลอด นั่นคือสาเหตุที่เราเลือกเขาเข้ามาในโครงการ” บัลลังก์บอก

ภารกิจเก็บขยะ พร้อมเก็บข้อมูล
เพราะเป็นศูนย์จัดอีเวนต์ซึ่งมีส่วนแบ่งทางการตลาดเยอะที่สุดของประเทศ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จึงมีระบบจัดการขยะของตัวเองที่แข็งแรงอยู่แล้ว ถึงอย่างนั้นก็มีบางสิ่งที่พัฒนาได้
โดมจาก GEPP Sa-Ard สรุปโจทย์ 3 ข้อใหญ่
หนึ่ง การบริหารจัดการขยะในแต่ละอีเวนต์ แม้จะมีการแยกประเภทและบันทึกข้อมูลอยู่ แต่ยังไม่ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการจัดการอย่างเต็มรูปแบบ
สอง การบันทึกปริมาณขยะให้อยู่ในระบบ เป็นอีกบริการที่อิมแพ็คอยากให้กับลูกค้า เพื่อให้ข้อมูลการจัดการขยะส่งต่อให้ลูกค้านำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สาม ข้อมูลขยะที่บันทึกไว้ อิมแพ็คตั้งเป้าส่งต่อให้ลูกค้าใช้วิเคราะห์และวัดผล พร้อมร่วมกันกำหนดเป้าหมายเพิ่มอัตราการรีไซเคิล
เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด GEPP Sa-Ard จึงเริ่มต้นจากทำความเข้าใจ กระบวนการจัดการขยะในอิมแพ็คก่อนว่า ในอีเวนต์หนึ่ง แยกขยะเป็นกี่ประเภท แยกเสร็จแล้วส่งไปที่ไหน หรือถ้ารีไซเคิลจะมีการจัดการแบบไหน และต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ
ผู้รับผิดชอบนี่แหละจะเป็นผู้ที่บันทึกข้อมูลขยะ


“ข้อมูลขยะมีการคัดแยกและบันทึกตามวิธีจัดการ เช่น การขายหรือการฝังกลบ ข้อมูลจึงไม่ได้ส่งไปที่แผนกสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังส่งไปที่แผนกบัญชี เพราะขยะบางส่วนนำไปขายได้ พร้อมทั้งนำระบบ GEPP Sa-Ard มาใช้บันทึกข้อมูลขยะได้ง่ายขึ้น และช่วยลดภาระหน้างานได้จริง ซึ่งใช้งานผ่านมือถือของพนักงานที่ได้รับมอบหมายได้”
ราว 4 เดือน GEPP Sa-Ard บันทึกข้อมูลขยะในอีเวนต์ไปมากกว่า 80 งานเพื่อนำไปประมวลผลต่อ เมื่อเปรียบเทียบกับการบันทึกปริมาณขยะในอดีต การบันทึกผ่านระบบออนไลน์ช่วยให้เห็นภาพรวมทั้งหมดได้ชัดเจนขึ้น ลดปริมาณขยะ เพิ่มอัตราการรีไซเคิล ลดค่าใช้จ่ายโดยรวมในการจัดการขยะ และจัดทำรายงานตามรูปแบบที่แพลตฟอร์มกำหนดได้
ด้วยความคุ้มค่าที่พิสูจน์ได้ด้วยตัวเลข ทำให้อิมแพ็คเดินหน้าทำต่ออย่างจริงจัง เปลี่ยนหน้าที่ของพนักงานจัดการขยะให้กลายเป็นเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อม ลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับให้บริการงานอีเวนต์ได้

เก็บความรู้ สร้างความสัมพันธ์
ในการทำงานทั้งหมดที่ว่ามา ตั้งแต่การทำความเข้าใจปัญหาของลูกค้าไปจนถึงการแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ทุกขั้นตอนของ GEPP Sa-Ard ล้วนมี UOB FinLab คอยหนุนอยู่เบื้องหลัง
“เราเริ่มตั้งแต่ Grooming และคอยเป็นเมนเทอร์ให้ธุรกิจ พาเขาไปเจอลูกค้า จากนั้นหา Pain Point และรับ Requirement เพื่อแก้ไขปัญหา เรามอบเงินทุนไปทำโครงการนำร่อง จนเมื่อโครงการจบ เราก็ให้เขาทำรายงานพรีเซนต์กับทาง CEO เพื่อให้เขาประเมินความพึงพอใจในผลงานของบริษัทต่อไป หาก CEO พึงพอใจ เขาก็ต่อยอดโครงการนี้ไปสู่เฟสต่อไปได้” บัลลังก์บอก
“นอกจากนี้ เรายังมีงานที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนที่เราจะเชิญ Green Tech ของเรามาบออกบูท เป็นสปีกเกอร์ในงานบ้าง เขาก็จะได้ลูกค้าใหม่ ๆ ที่รู้จักเขามากขึ้นด้วย”
ในการจับมือครั้งนี้ GEPP Sa-Ard บอกว่าได้เรียนรู้สิ่งใหม่มากมาย ทั้งในเชิงธุรกิจ ในเชิงการกระชับความสัมพันธ์กับลูกค้า และการได้เจอ Green Tech ที่มีไฟฝันคล้าย ๆ กันอีกหลายบริษัท
“เราได้เจอเพื่อน ๆ Green Tech ทั้งไทยและต่างประเทศ ทำให้เราเห็นว่าเราทำธุรกิจแบบเดี่ยว ๆ ไม่ได้ ถ้าจับมือกันเป็นแพ็กเกจ ก็จะเดินหน้าไปด้วยกันได้ ช่วยพัฒนากันเองด้วย เพื่อที่ Ecosystem ของเราจะได้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น” โดมบอก

“ส่วนทาง UOB เราได้เห็นแพสชันในเรื่องสิ่งแวดล้อมของคนรุ่นใหม่ และได้เห็นว่าเมืองไทยมีนวัตกรเยอะมากจริง ๆ เพียงแต่ว่าเขาอาจจะอยู่ไม่ถูกที่ถูกเวลา เขาต้องการที่ที่จะสร้างเขา ต้องการการรวมตัวที่แข็งแรง ซึ่ง UOB FinLab พยายามจะสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่แค่มุมธุรกิจอย่างเดียว แต่คือมุมของโลกที่เราจะสร้างให้ยั่งยืนไปด้วยกัน” บัลลังก์สมทบ


“ในการทำงานนี้ ถึงแม้ทีมต้องทำงานกันเยอะ แต่เราก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทำได้ ทุกอีเวนต์ต่อจากนี้ ทุกคนจะเห็นข้อมูลว่าเราสร้างขยะไปเท่าไหร่ จะทำดีขึ้นได้ยังไง นั่นแปลว่าในอุตสาหกรรม MICE ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศจะมีความเปลี่ยนแปลงเรื่องความยั่งยืนอย่างชัดเจน
“พอเขาเห็นข้อมูลขยะ เขาก็ต้องอยากรู้เรื่องอื่นด้วย น้ำไฟที่ใช้ล่ะ คนที่ทำงานล่ะ ทุกคนจะมีความตระหนักรู้เรื่องความยั่งยืน และความยั่งยืนจะไม่ใช่เรื่องของคนที่ต้องรักษ์โลกอย่างเดียวแล้ว มันจะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของการทำธุรกิจ” โดมทิ้งท้ายด้วยความหวัง

Website : gepp.me
Facebook : GEPP Sa-Ard
