14 พฤษภาคม 2025
2 K

การติดตั้งรูฟท็อปโซลาร์เซลล์ตามบ้านเรือนคืนทุนได้ภายใน 3 – 5 ปี และประหยัดค่าไฟเทียบเท่าการลงทุนที่มีผลตอบแทน 20 – 25 เปอร์เซ็นต์ต่อปี แถมยังมีความผันผวนต่ำ

ทั้งที่มีข้อดีและประเทศไทยแดดจัดขนาดนี้ แต่ทำไมเรากลับไม่ค่อยเห็นโซลาร์เซลล์ตามหลังคาบ้านเรือนทั่วไป

หากคุณกำลังสงสัยเรื่องเดียวกันนี้ หรือประสบปัญหาจ่ายค่าไฟแพงอยู่ เราอยากชวนมารู้จักแคมเปญ ‘ก๊วนหิวแสง’ ในโครงการรวมกลุ่มติดโซลาร์ (Solar Collective Purchase) ของกองทุนแสงอาทิตย์ที่ดำเนินการโดยวิสาหกิจเพื่อสังคม RE Generation

จุดมุ่งหมายของโครงการนี้คือส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานโซลาร์ได้ในต้นทุนที่ต่ำลง แต่ยังคงอยู่ในคุณภาพที่น่าเชื่อถือ

วันนี้เราจึงนัดหมาย จั๊ก-พชร แกล้วกล้า เจ้าหน้าที่ฝ่ายนโยบายและนวัตกรรมจากสภาองค์กรของผู้บริโภค และ ธี-ธีระพงศ์ แสงลาภเจริญกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ RE Generation Thailand ตัวแทนจากก๊วนหิวแสง มาตอบสารพัดปัญหาเรื่องการติดโซลาร์เซลล์ในบ้านเรา รวมถึงเล่าเบื้องหลังโครงการนี้ว่าแก้ปัญหาให้ครัวเรือนที่อยากติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้อย่างไรบ้าง

ก๊วนท้อใจกับค่าไฟแพง

ก่อนจะไปถึงเรื่องโครงการ เราอยากชวนมองภาพรวมก่อนว่า โดยทั่วไปแล้วการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในบ้านเรือนใช้สอยประโยชน์ได้หลากหลายรูปแบบ อย่างโมเดล Net Metering ที่คล้ายกับการ ‘ฝากไฟ’ ที่ผลิตได้และหลงเหลือจากการใช้งานช่วงกลางวัน เพื่อนำมาใช้ต่อในช่วงกลางคืนหรือเวลาจำเป็น เช่น ไฟดับ ไฟตก ซึ่งช่วยให้คืนทุนได้ไวขึ้นและจูงใจให้คนที่ไม่ค่อยได้อยู่บ้านตอนกลางวันอยากติดตั้งโซลาร์เซลล์กันมากขึ้น

ส่วนอีกโมเดลคือ Net Billing ที่นำไฟฟ้าเหลือจากการใช้งานมาจำหน่ายเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง ซึ่ง 2 วิธีการนี้ปรับใช้กันในหลายประเทศ เพียงแต่อยู่ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป

แต่บริบทประเทศไทย ในปัจจุบัน Net Metering ยังทำไม่ได้ เพราะตามกฎหมายแล้ว แต่ละครัวเรือนไม่ได้รับอนุญาตให้เก็บไฟที่เหลือจากช่วงกลางวัน ส่วน Net Billing ก็มีข้อจำกัด เพราะรัฐบาลยังปิดโควตารับซื้อพลังงานไฟฟ้าจากรูฟท็อปโซลาร์เซลล์อย่างไม่มีกำหนดแน่ชัดว่าจะเปิดให้ประชาชนขายไฟคืนได้อีกเมื่อไหร่

ฉะนั้น กลุ่มที่ติดโซลาร์เซลล์ในไทยแล้วคุ้มค่าที่สุด ณ ตอนนี้ คือบ้านที่ใช้ไฟเยอะในช่วงกลางวัน เช่น โฮมออฟฟิศ คลินิก บ้านของคนรักสัตว์เลี้ยงที่อยากเปิดแอร์ให้น้องหมาน้องแมว คนเลี้ยงปลาที่ต้องคอยเปิดออกซิเจน ตลอดจนบ้านที่มีผู้ป่วยติดเตียง ทว่าคนกลุ่มนี้ยังต้องเผชิญกับความความยากของการติดโซลาร์เซลล์หลายด้าน

หนึ่ง คือต้นทุนสูง แม้จะรู้ว่าคุ้มค่าและคืนทุนไวกว่าหลายปีก่อนหน้านี้ แต่ยังคงเป็นเงินก้อนใหญ่จนชวนให้ลังเลใจ

สอง คือความซับซ้อนของข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ติดโซลาร์เซลล์ ความรู้ความเข้าใจ ไปจนถึงวิธีการคัดกรองช่างที่น่าเชื่อถือ

สาม คือเอกสารแจ้งและขออนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่อนข้างซับซ้อน บางคราวก็ใช้เวลาดำเนินการยาวนานนับปี

ฉะนั้น แคมเปญก๊วนหิวแสงจึงเกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้

รวมก๊วนหิวแสง (อาทิตย์)

ผู้คนเบื้องหลังโครงการนี้ไม่ได้เพิ่งมาทำเรื่องพลังงานหมุนเวียน แต่เชี่ยวชาญและต่อสู้กันมายาวนาน

จั๊กเล่าว่าพวกเขาเริ่มจากการก่อตั้งมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ก่อนจะขยับมาเป็นสภาองค์กรของผู้บริโภคที่ขับเคลื่อนให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิที่ควรได้รับ รวมถึงเรื่องพลังงานหมุนเวียนอย่างโซลาร์เซลล์

“ตอนที่ยังเป็นมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เราร่วมกับองค์กรอื่น ๆ อีก 15 – 16 องค์กร จัดตั้ง ‘กองทุนแสงอาทิตย์’ กองทุนนี้ไม่มีความเป็นนิติบุคคล เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคนแล้วบริหารจัดการแบบหลวม ๆ โดยที่เอาผู้แทนของแต่ละองค์กรมาประชุมกันเป็นครั้งเป็นคราวเพื่อกําหนดทิศทางการดําเนินงาน โดยมุ่งส่งเสริมการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนของประชาชน”

การขับเคลื่อนค่อย ๆ ขยับมาทีละก้าว โดยเริ่มจากการติดตั้งในโรงพยาบาลที่ต้องใช้ไฟฟ้า 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นภาพตัวอย่างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่เกิดขึ้น เมื่อใช้พลังงานโซลาร์เซลล์

ต่อมาคือการติดตั้งในโรงเรียนอาชีวศึกษา เพื่อเป็นต้นแบบการศึกษาเรียนรู้ด้านการติดตั้งโซลาร์เซลล์และกระตุ้นให้บรรจุเป็นหลักสูตรแยกจากไฟฟ้าทั่วไป เพราะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกัน หลังจากนั้นจึงขยับมาเป็นขั้นที่ 3 คือการทำให้ประชาชนแต่ละครัวเรือนเข้าถึงการติดตั้งได้ง่ายขึ้น และใช้ประโยชน์จากโซลาร์เซลล์ได้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ธีจาก RE Generation Thailand เริ่มเข้ามาร่วมหาโมเดลใหม่ ๆ เพื่อแก้ปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน

“เราเคยทำงานที่กรีนพีซ ซึ่งเขาทำเรื่องรณรงค์เป็นหลัก พอเราออกจากกรีนพีซ ก็มาทํา RE Generation Thailand ซึ่งเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมแบบไม่แสวงหาผลกำไร (Not-for-Profit Social Enterprise) เราอยากพัฒนาโมเดลใหม่ ๆ ของพลังงานหมุนเวียน เพื่อให้เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น เรามองว่าโซลาร์เซลล์มีโอกาสและมีความเป็นไปได้มาก มันคือเครื่องสร้าง Passive Income จึงน่าจะมีโมเดลธุรกิจหรือหนทางอะไรที่ทําให้ Win-Win ทุกฝ่าย

“ก่อนหน้านี้ ผมลองหาดูว่าจะมีโมเดลธุรกิจไหนที่แก้ปัญหาให้คนที่อยากติดโซลาร์เซลล์ได้บ้าง ทีแรกคิดถึงแพลตฟอร์มคล้าย ๆ Booking หรือ Agoda ขึ้นมาก่อน จนได้มาคุยกับองค์กรผู้บริโภคสากล เขามีรายงานเล่มหนึ่ง พูดถึง One-stop Shop ของพลังงานหมุนเวียนแบบกระจายศูนย์ ซึ่งเราเจอกรณีศึกษาหนึ่งที่น่าสนใจ

“เขาทําสิ่งที่เรียกว่า ‘Consumer Collective Purchase’ คือการรวมกลุ่มผู้บริโภคมาซื้อของอะไรบางอย่างด้วยกัน แล้วใช้ ‘ปริมาณ’ เป็นพลังในการต่อรอง เพื่อทําให้ได้ของที่ดีขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น หรือได้ของถูกลง จากคอนเซปต์นั้นเลยลองพัฒนาต่อจนกลายเป็นโครงการ Solar Collective Purchase คือโครงการรวมกลุ่มผู้บริโภค และเป็นแคมเปญที่ชื่อว่าก๊วนหิวแสง”

ก๊วนหิวแสงให้บริการครบวงจร ตั้งแต่การประเมินความคุ้มค่าก่อนติดโซลาร์เซลล์ (เข้าไปคำนวณได้ที่เว็บไซต์ collectivesolar.thailandsolarfund.org/solar-calculator) การดำเนินการด้านเอกสารแจ้งและขออนุญาต การรวมกลุ่มกันติดโซลาร์เซลล์ในต้นทุนที่ถูกลงหลักหมื่น การคัดกรองช่างที่น่าเชื่อถือ รวมถึงบริการหลังการขายเพื่อความอุ่นใจหลังติดโซลาร์เซลล์

“ตัวโครงการเป็น Not for Profit พื้นที่แรกเราทําในกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ถ้าโมเดลนี้เวิร์ก ก็คาดหวังว่าจะมีรายได้ส่วนหนึ่งมาใช้เป็นทุนหมุนเวียน ขยายไปยังพื้นที่อื่น ๆ แล้วกระจายผู้ที่ติดได้มากขึ้น อันนี้เป็นเป็นไอเดียแรกและเป็นสมมติฐานของเรา” ธีอธิบาย

รวมก๊วนสร้างความมั่นคงทางพลังงาน

แม้จะมีบริการครบวงจรและทำในรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคม แต่ทั้งคู่ย้ำกับเราว่า ปลายทางที่อยากไปถึงอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการระดมคนมาใช้บริการ One-stop Shop ของก๊วนหิวแสงเยอะ ๆ แต่เป็นการทำให้ทุกครัวเรือนทั่วประเทศเข้าถึงสิทธิ์การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปได้ ไม่ว่าจะไปติดกับเจ้าไหนก็ตาม รวมถึงขับเคลื่อนให้เกิดโปรซูเมอร์ (Prosumer) คือผู้บริโภคผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ ตลอดจนจำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตได้เช่นเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้ย่อมเกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนนโยบายจากภาครัฐ ทั้งเรื่อง Net Metering และ Net Billing อย่างที่เล่าไปข้างต้น

“เราอยากทวงคืนอธิปไตยด้านพลังงาน” จั๊กเอ่ยอย่างมุ่งมั่น

“เราอยากผลิตไฟฟ้าได้เอง เรามีความมั่นคงของตัวเองได้ เรื่องนี้เป็นแรงผลักให้เรายังคงทำสิ่งนี้ต่อไป”

เพราะพวกเขาเชื่อว่าระหว่างที่รอแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง และอยู่ท่ามกลางระบบที่ไม่เป็นธรรม การลุกมาทำอะไรสักอย่างแม้จะมาจากภาคประชาชน แต่คงช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ไม่มากก็น้อย

“เรามองโครงการนี้เป็นงานศึกษา ไม่ใช่การขายที่แสวงผลกำไรเป็นหลัก ทุกข้อมูลที่ได้จากในโครงการจะเป็นองค์ประกอบให้สภาฯ นำมาทํานโยบาย เพื่อส่งไปถึงรัฐว่าเราลองทำมาแล้ว รูปแบบนี้นะ แล้วรัฐควรส่งเสริมหรือไม่ อย่างไร”

ธียกตัวอย่างข้อมูลใหม่ที่ได้พบจากการลงมือทำคราวนี้คือการติดโซลาร์ในหลาย ๆ ครอบครัวที่ต้องผ่านการตัดสินใจร่วมกันกับสมาชิกในบ้านหลายคน บ้างก็ต้องการคำปรึกษาบางอย่าง แต่ยังไม่พร้อมสมัครร่วมโครงการ

โมเดลนี้จึงเป็นเหมือนพื้นที่ทดลองและเก็บข้อมูลหน้างาน เพื่อนำมาพัฒนาต่อไปว่าควรใช้โมเดลเดิม หรือปรับปรุงเป็นรูปแบบใหม่

เส้นทางของก๊วนหิวแสงจึงยังคงทอดยาวอีกแสนไกล แต่พวกเขาไม่เคยคิดจะยอมแพ้ เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ทำแล้วดี แต่เป็น ‘สิทธิ’ ที่เราควรจะได้รับและเข้าถึงได้ทุกครัวเรือน (และหากคุณอยากเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน สมัครเข้าร่วมโครงการได้ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 ที่ collectivesolar.thailandsolarfund.org)

Writer

ธัญญารัตน์ โคตรวันทา

มนุษย์อยู่ไม่ติดบ้าน มีงานอดิเรกคือการเดิน

Photographer

โตมร เช้าสาคร

ชอบถ่ายวิวมากกว่าคน ชอบกินเผ็ดและกาแฟมาก เป็นคนอีโค่เฟรนลี่ รักสีเขียว ชวนไปไหนก็ได้ไม่ติด ถ้ามีตัง