เอเจนซี่โฆษณาเป็นธุรกิจที่ทำงานกับคน
ในงาน FOCAL สัมมนาประจำปีที่ GroupM Thailand จัดขึ้นเพื่อเล่าเรื่องสำคัญที่นักการตลาดควรให้ความสนใจ ลินดา-ปัทมวรรณ สถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ GroupM Thailand และนายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย จับไมค์ขึ้นพูดต่อหน้าลูกค้าของบริษัทจำนวน 800 กว่าคนว่า ต้องการทำให้โฆษณารับใช้ผู้คนได้ดียิ่งขึ้น (Make Advertising Work Better for People) ซึ่งมาจากวิสัยทัศน์ของ Christian Juhl, CEO GroupM Global ที่เห็นพลังจากสื่อที่เข้มข้นขึ้นมากกว่าที่เคยเป็นมา โดยเฉพาะสื่อดิจิทัลที่ก่อให้เกิดทั้งเรื่องดีเรื่องร้ายได้ในเวลาไม่ถึงข้ามคืน
“ผู้คนที่ว่ามี 3 กลุ่ม กลุ่มแรก คือผู้รับสาร เราต้องส่งสารให้ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา ไม่ให้สารไปอยู่กับคนที่ไม่เหมาะสม กลุ่มที่ 2 คือลูกค้า คือต้องทำการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพและถูกต้อง กลุ่มสุดท้าย คือองค์กร เราต้องทำสิ่งที่ถูกต้องสำหรับคนของเราด้วย” ลินดาขยายความ
GroupM เป็นกลุ่มบริษัทมีเดียเอเจนซี่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และสร้างบุคลากรให้วงการมาแล้วมากมาย เราเชื่อว่า ถ้าเลือกคนในวงการนี้มา 10 คน มีความเป็นไปได้มากว่ามากกว่า 5 คนในนั้นจะเคยทำงานที่ GroupM และอาจมีบางคนที่เคยเข้า-ออกมามากกว่า 1 ครั้ง
GroupM เป็นองค์กรที่ในวงการเรียกกันว่าเป็นเหมือนโรงเรียน เพราะนอกจากมีโอกาสได้ทำงานที่ท้าทายและมีชั้นเรียนที่เสริมทักษะเรื่องงานแล้ว ยังมีชั้นเรียนเรื่อง Soft Skills ต่าง ๆ จนขึ้นชื่อเรื่องการสร้างคนให้เติบโตไปในสายงานที่หลากหลายทั้งในและนอกวงการโฆษณา
ลินดาก็เป็นหนึ่งในลูกหม้อของ GroupM
ตั้งแต่เข้ามาทำงานในตำแหน่งที่ Stephanie Bell CEO ณ ขณะนั้นขอให้เธอตั้งขึ้นเองทั้งชื่อตำแหน่ง ขอบข่ายหน้าที่ และเงินเดือนที่อยากได้ อดีตนักกลยุทธ์ที่วงการกำลังต้องการตัวนิยามงานของตัวเองว่าจะเป็นผู้ทำความเข้าใจมนุษย์ เพื่อทำให้ทุกการสื่อสารส่งคุณค่าถึงผู้คน
มาคุยกับลินดาวันนี้ เราเลยอยากชวนเธอคุยเรื่องคน ทรัพยากรที่บริหารยากที่สุด แต่ก็สำคัญที่สุดของเอเจนซี่โฆษณา ซึ่งลินดาบอกว่า ต้องเริ่มจากการบริหารตัวเองให้ได้ก่อน

Live Play Work
ชีวิตลินดาไม่เคยอยู่กับที่ เธอติดตามคุณพ่อที่เป็นทูตไปประจำการในประเทศต่าง ๆ ตลอด 19 ปีแรกของชีวิต และกลับมาเริ่มงานแรกที่ประเทศไทยในวัย 20 ปี ที่ Lintas เอเจนซี่โฆษณาที่โด่งดังมากในยุคนั้นว่าเป็นศูนย์รวมของหัวกะทิและนักเรียนนอก ในตำแหน่งผู้ดูแลลูกค้า (Client Service) ก่อนจะเติบโตในวงการและเลือกเดินทางในสายนักกลยุทธ์ จากกลยุทธ์แยกกันไปเติบโตที่เธอบอกว่ามี ลาภ-สมเกียรติ ลาภธนัญชัยวงศ์ เพื่อนร่วมรุ่นที่ทำงานมาด้วยกันเป็นผู้สมคบคิด
ปัจจุบันลาภเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BBDO Bangkok และเป็นหนึ่งใน Client Service ที่ลูกค้าและคนในวงการนับถือมากที่สุด
ลินดาเป็นนักกลยุทธ์ที่วางกลยุทธ์ในการดำเนินชีวิต เธอบอกว่าเธอจะไม่รอให้สถานการณ์บังคับให้เปลี่ยน แต่จะเป็นฝ่ายประเมินสถานการณ์และวางแผนเพื่อรับมือแทน เธอวางแผนตั้งแต่ปีแรกของการทำงานว่าจะทำงานเพื่อเก็บเงินสัก 10 ปี เพื่อให้ตัวเองทำ Gap Year ออกเดินทางท่องโลกได้ 1 ปีแบบไม่ต้องทำงาน
ลินดาชอบทำงานมากพอ ๆ กับชอบเที่ยว เธอบอกว่า ถ้าให้เลือกไฮไลต์ในแต่ละปี ก็เลือกยากมากว่าจะเป็นความประทับใจที่ได้จากงานที่ทำหรือจากทริปที่ไป
“มีความจำเป็นต้องวางแผนเที่ยวทุกปี” เป็นเป้าของ CEO เอเจนซี่โฆษณาที่มี Billing สูงที่สุดในประเทศไทยบอกว่าจะพยายามรักษาไว้ให้ไม่พลาด
“พี่มองว่าชีวิตไม่ต้องเอางานเป็นที่ 1 ตลอด แต่ก็ต้องมีความรับผิดชอบและบริหารจัดการให้ได้” ลินดาว่าไว้แบบนั้น
บางคนบอกว่างานเยอะจนไม่มีเวลาไปเที่ยว แต่ลินดาเชื่อว่าการวางแผนสำคัญสำหรับการสร้างชีวิตที่อยากจะมี “งานสำคัญ เพราะทำให้เรามีรายได้ แต่ด้านอื่นของชีวิตก็ต้องไม่ทิ้ง” เธอเล่าเคสล่าสุดให้ฟังว่ามีประชุมสำคัญที่ให้คนอื่นทำแทนไม่ได้ในช่วงเดียวกับทริปไอซ์แลนด์ที่วางแผนเอาไว้ เธอก็เลือกที่จะเดินทางตามแผนและประชุมแบบมีภูเขาน้ำแข็งเป็นฉากหลัง เธอยอมรับว่า “ถ้าในอุดมคติเลยก็ไม่ควรทำ แต่ก็รู้ว่าด้วยหน้าที่มันเป็นอย่างนั้นไม่ได้ เลยต้องเลือกที่จะทำแบบนั้น”
ความเชื่อนี้ ลินดาไม่ได้แค่อนุญาตตัวเอง แต่ลูกน้องหลายคนก็เคยได้รับมอบหมายให้วางงานแล้วออกเดินทาง พร้อมรับอาสาให้คำปรึกษาและช่วยวางแผนการเดินทางให้ ลินดาเชี่ยวชาญเรื่องการดำน้ำ เดินป่า และไปเที่ยวประเทศแปลก ๆ เป็นเจ้านายที่ชอบบอกลูกน้องว่า “ถ้าพี่ยังจัดเวลาได้ พี่ว่าทุกคนก็ทำได้”

Being a Big Sis
18 ปีในองค์กรที่เริ่มจากระดับหัวหน้าทีมจนถึงกัปตันเรือลำใหญ่ สิ่งที่เปลี่ยนไปคือการมีลูกน้องในจำนวนที่จำชื่อทุกคนได้ มาเป็นการมีผู้ใต้บังคับบัญชาเกือบ 800 คน ซึ่งเธอจำชื่อได้ไม่หมด
ลินดาเล่าว่า “ก็เห็นนะ เวลาจะกลับบ้าน พอลิฟต์มาก็เห็นน้องคนหนึ่งที่เราไม่ได้คุ้นหน้า พอเห็นเราแล้วก็ถอยเลย ไม่เข้าลิฟต์มาด้วย เขาคงไปลิฟต์อีกตัวหนึ่ง”
แล้วคุณรู้สึกยังไง – เราถาม
“เป็นเรื่องปกตินะ ก็เหมือนเราตอนเด็ก ๆ ที่ก็ไม่ได้อยากคุยกับนายตลอดเวลา ไม่ได้อยากให้นายมาถามอะไรถ้าฉันไม่พร้อม” ลินดาตอบพร้อมยิ้มใจดี พร้อมเสริมว่า “พี่ว่าเขาไม่ได้กลัวหรอก คงจะเกรงใจ”
แต่ถ้าน้องคนนั้นผ่านมาอ่าน ลินดาเล่าต่อว่าจริง ๆ แล้วเธอเชื่อว่าการฟังสำคัญ และสิ่งที่ CEO อย่างเธอต้องปฏิบัติ คือทำตัวให้ยังมีคนอยากมาพูดอะไรให้ฟังอยู่ เธอเลยไม่ชอบนั่งในห้อง แต่ถ้ามีเวลาก็จะชอบเดินไปทักทายคนรอบ ๆ ออฟฟิศ ถามไถ่ ชวนคุย
เธอมีมาตรวัดที่เรียบง่าย คือ “ถ้ายังมีคนเล่าเรื่องไร้สาระให้ฟังอยู่ ก็แสดงว่าเรายังไม่ได้ทำอะไรผิดไปซะหมด”
ในฐานะผู้นำองค์กร แม้จะมีทัศนคติในแง่บวกมากแค่ไหน ก็ย่อมมีวันที่เหนื่อยล้าแต่บอกใครไม่ได้ ลินดาเล่าว่า LINE Group ที่สร้างขึ้นมาเพื่อการบ่นของเหล่าพี่ ๆ ที่ไว้ใจซึ่งกันและกันนั้นมีอยู่จริง “เรามักพูดกันว่า It is what it is. มันก็เป็นแบบนี้แหละ ฉะนั้น มูฟออนแล้วไปทำอย่างอื่น ยังมีอีกหลายคนที่เราต้องดูแล”
ช่วงโควิดเมื่อหลายปีก่อนในขณะที่เศรษฐกิจดิ่งลงเหว กิจกรรมเกือบทั้งหมดหยุดชะงัก ลินดาชวนคนทั้งบริษัทมาเปิด ‘ตลาดนัดคุณลินดา’ ผ่านการประชุมออนไลน์ เพื่อให้ทุกคนได้เอาของในบ้านมาขาย พร้อมเลือกองค์กรหรือโครงการที่อยากเอาเงินที่ได้ไปช่วย ลำพังเงินจากการผลัดกันซื้อผลัดกันขายไม่ได้มากอะไร แต่การได้กลับมาเห็นหน้าค่าตากัน (ผ่านหน้าจอ) ได้หัวเราะด้วยกันหลังจากห่างหายกันไปก็เป็นความตั้งใจที่แม้จะเล็กน้อยแต่น่ารักมาก


Handle with Care
ลินดาเป็นผู้นำสูงสุดที่เข้าถึงได้ง่ายมาก โดยเฉพาะกับคนที่เคยทำงานใกล้ชิดกันมาก่อน และการเป็นผู้นำในระดับนี้ย่อมมักถูกคาดหวังให้ตอบเรื่องที่บางครั้งอาจจะไม่ถูกใจคนถาม เราถามเธอว่ามีกลยุทธ์ในการรับมืออย่างไร
ลินดาตอบในหมวก CEO ว่า “ต้อง Agree to Disagree ให้มันไปต่อได้ ทุกการตัดสินใจทำให้ทุกคนพอใจไม่ได้ เราอ้างอิงถึงผลกระทบที่จะเกิด จะไม่คุยเรื่องว่าเพราะใครเป็นยังไง แต่จะคุยกันที่เหตุผล เราเป็นองค์กร เราไม่ได้รันด้วยความรู้สึก”
แต่เมื่อปรับมาเป็นโหมดพี่สาว เธอก็ยอมรับว่ามีหลายครั้งที่คนเข้ามาหาแบบใช้ความรู้สึกเป็นตัวนำ ซึ่งต้องปล่อยให้พรั่งพรูมาจนจบก่อนจะชวนให้มองที่เหตุและผลของปัญหา “วิธีการสื่อสารของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนเล่าน้อย บางคนเล่าเยอะ ในขณะที่บางคนมาด้วยอารมณ์ล้นเอ่อ บางคนก็เดินเข้ามาแล้วก็เดินออกไปใน 5 นาที ด้วยสิ่งที่เขารู้แต่แรกอยู่แล้วว่าเขาอยากแก้ปัญหานี้ยังไง”
ลินดาบอกด้วยว่าเธอยินดีจะเผชิญหน้ากับบทสนทนาที่น่าลำบากใจ เพราะจะได้ฟังสิ่งที่อีกฝ่ายอยากจะพูด และถ้ามันเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด ก็จะได้มีโอกาสอธิบาย
ในบรรดาบทสนทนาที่ถ้าเลี่ยงได้ใครก็คงอยากจะเลี่ยง แต่ลินดาก็รับมืออย่างเข้มแข็งและตรงไปตรงมาครั้งหนึ่ง คือการอธิบายถึงการจากไปของสมาชิกในทีม ซึ่งมีข้อมูลที่ละเอียดอ่อนแต่ก็เป็นบทเรียนอันล้ำค่า ลินดาเลือกที่จะเรียกทุกคนมาล้อมวงและอธิบายเรื่องนี้อย่างซื่อตรงและให้เกียรติ ผู้อยู่ในเหตุการณ์จำได้ว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เห็นน้ำตาของผู้นำหญิงคนนี้ และมันก็เป็นบทสนทนาที่ทำให้ทุกคนได้จัดการกับความรู้สึกตัวเองและเดินหน้ากันต่อไปได้

Wind Beneath the Wings
งานมีความหมายอะไรกับชีวิตของคุณ – เราถามผู้ที่เป็นมนุษย์เงินเดือนมา 34 ปีตรงหน้า ลินดาตอบว่า “ช่วงแรก ๆ คือการพิสูจน์ตัวเอง แต่พอโตขึ้นก็ไม่ได้อยากพิสูจน์อะไรแล้ว นอกจากอยากสนับสนุนให้น้อง ๆ ประสบความสำเร็จ”
โอกาส คือสิ่งที่ทำให้พนักงานหลายคนอยู่กับ GroupM มาได้ยาวนาน ทั้งได้ทำงานกับลูกค้าที่หลากหลาย ได้ลองทำงานที่มีความท้าทายใหม่ ๆ รวมทั้งชั้นเรียน ข้อมูล และเครื่องมือที่จะช่วยให้พนักงานสร้างสรรค์งานได้เต็มที่
ลินดาขยายความพิเศษเรื่องนี้ว่า “เพราะความใหญ่ของ GroupM อนุญาตให้เราทำสิ่งเหล่านี้ได้ เรามีลูกค้าในมือเยอะ เลยทำให้ลงทุนในเครื่องมือ เทคโนโลยี หรือวิธีการใหม่ ๆ เพื่อให้การบริหารสื่อโฆษณามีประสิทธิภาพและดีต่อผู้คนมากขึ้น ฉะนั้น ถ้าพนักงานของเรามีความสนใจอะไร ก็มีโอกาสที่เราจะสนับสนุนเขาได้”
GroupM Thailand เคยเป็นผู้สนับสนุนหลักที่ทำให้เกิดรายการที่สร้างฝันให้คนทั่วประเทศอย่าง The Voice Thailand, Thailand’s Got Talent, The Face Thailand และอื่น ๆ มาแล้ว ด้วยการเป็นผู้รับเหมาซื้อโฆษณามาให้สำหรับลูกค้าของบริษัท เมื่อมีเงินจากผู้สนับสนุน ผู้ผลิตก็ได้ทำรายการอย่างที่ตั้งใจ สร้างสิ่งใหม่ให้วงการ และลูกค้าที่ซื้อโฆษณาก็ได้การเข้าถึงที่มีคุณภาพ
ในยุคออนไลน์ GroupM ก็ลงทุนในเครื่องมือที่จะทำให้การวางแผนมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างเทคโนโลยีที่ระบุกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเข้าถึงได้แม่นยำขึ้น วางแผนแบบภาพรวมสำหรับสื่อโทรทัศน์ร่วมกับสื่อออนไลน์โดยใช้ข้อมูลชุดเดียวกันได้ด้วย ทำให้การซื้อสื่อแม่นยำขึ้น ลดการเห็นโฆษณาที่ผู้บริโภครู้สึกไม่เกี่ยวข้อง และลดค่าใช้จ่ายของลูกค้าในการลงสื่อที่อาจจะกว้างเกินความจำเป็นได้ด้วย
แม้จะเป็นธรรมชาติของวงการที่จะมีการเปลี่ยนงานกันบ่อย ลินดาก็ยังยืนยันว่าระหว่างที่อยู่ด้วยกันก็จะสนับสนุนให้ดีที่สุด “เวลาเห็นน้องได้ไปทำตามเส้นทางที่ตัวเองสนใจ พี่ก็ยินดีด้วยที่ได้เห็นน้องเติบโต คนส่วนมากบอกได้ว่าไม่ชอบอะไร แต่ตอบไม่ได้ว่าชอบอะไร ฉะนั้น ในระหว่างที่อยู่ด้วยกัน เราอยากให้คุณได้สร้างผลงานชิ้นโบแดง”
แล้วอะไรที่จะเป็นผลงานชิ้นโบแดงของคุณ – เราถาม
ลินดาตอบฝันใหญ่ว่า “อยากทำให้วงการสื่อโฆษณาไทยไปมีชื่อเสียงในเวทีโลกในฐานะผู้สร้างนวัตกรรม การเป็นคนแรกมีความหมายกับพี่ เพราะมันสร้างอิมแพกต์ได้”

10 Things you never know
about Pathamawan Sathaporn
1. จุดหมายของทริปถัดไป
นิวซีแลนด์ มอริเชียส คิวบา ยังมีแรงอยู่ ไปได้
2. เรื่องล่าสุดที่ได้เรียนรู้
เทคโนโลยียังไปได้อีกเรื่อย ๆ แล้วก็มี Unicorn เยอะมาก ชอบอ่านเวลามีคนอีเมลเข้ามาแนะนำตัว แนะนำโปรดักต์ใหม่ ๆ
3. ที่กินข้าวกลางวันประจำ
ฟู้ดคอร์ตในตึกเพลินจิต เซ็นเตอร์
4. กินกับใคร
เพื่อน ๆ ที่ออกมาจากห้องแล้วเจอ เจอใครก็ไปกับเขา หรือถ้าเขาลืมเราก็โทรหาแล้วตามไป
5. คุยเรื่องอะไรกัน
อัปเดตวงการบันเทิง ข่าวในโลกออนไลน์
6. สื่อที่จะเข้าถึงคุณได้มากที่สุด
กลุ่มกินข้าวกลางวันนี่แหละ พอกลับบ้านก็จะเข้าโซเชียลมีเดีย ชอบไปเสิร์ชดูเรื่องที่ได้ยินมา
7. ถ้าได้ Spot โฆษณาฟรี 30 วินาที จะบอกอะไรกับผู้ชม
อยากบอกว่าทุกคนมีส่วนที่จะทำดีได้ ให้เป็น Encouragement ทุกคนว่าคุณสร้างอิมแพกต์ได้
8. วิธีคลายเครียดที่ชอบ
ไปเที่ยว
9. มื้อเช้าที่กินประจำ
กาแฟดำ อเมริกาโน่ไม่เปรี้ยว
10. เรื่องที่อยากจะพูดใน Town Hall ครั้งถัดไป
อยากให้ทุกคนมองความท้าทายเป็นโอกาสที่จะสร้างงานที่ภาคภูมิใจ
