ความสุขอยู่ที่ใจหรืออยู่ที่ไหนกัน
ในโลกที่ปุถุชนจำนวนมากกำลังไขว่คว้าหาความสุข นักจิตวิทยากำลังบำบัดให้คนเป็นทุกข์กลับมาเป็นสุข นักวิทยาศาสตร์กำลังค้นหาตัวแปรใส่เพิ่มในสมการแห่งความสุข ยังมีนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยกลุ่มหนึ่งกำลังสร้างพื้นที่แห่งความสุขแถวถนนบางนา-ตราด นี่เอง
สภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ความสุขแบ่งบานเป็นอย่างไร ต้องมีกลิ่นหอมเหมือนดอกไม้หรือเปล่า หรือต้องใช้เงินเท่าไหร่กันเชียว ล้วนเป็นคำถามที่กัปตันทีม ปอ-อรดา เกิดหงษ์ ประธานผู้อำนวยการ Storied Place แห่ง บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) กำลังหาคำตอบร่วมกับทีมงานระดับโลก

เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักโครงการมิกซ์ยูส The Forestias by MQDC ขนาดมหึมากว่า 398 ไร่ มีป่าเขียวชอุ่ม 30 ไร่เป็นศูนย์กลางด้วยความตั้งใจอยากให้สังคมเมืองอยู่ร่วมกับป่าได้ ทำให้เนื้อเพลงที่ร้องว่า ถ้าเราเหนื่อยล้า จงเดินเข้าป่า ของ แม็กซ์ เจนมานะ ฟังดูไม่ไกลเกินเอื้อม
หลังจากโครงการนี้เปิดโซนที่อยู่อาศัยมาสักพักหนึ่ง ก็ถึงเวลาของการปั้นพื้นที่ด้านหน้าติดถนนกว่า 2 แสนตารางเมตรให้เป็นประโยชน์ให้กับคนเมือง เส้นบางนา-ตราด ไม่ใช่แค่ประตูสู่ภาคตะวันออก แต่เป็นจุดหมายปลายทางของครอบครัวยุคใหม่ที่อยากเพิ่มพื้นที่ใช้ชีวิต สังเกตได้จากโครงการปลูกบ้านที่ขึ้นเร็วยิ่งกว่าปลูกต้นไม้ และเป็นหนึ่งในโซนกรุงเทพฯ ที่มีโรงเรียนนานาชาติมากที่สุด งานของอรดาเริ่มต้นจากการสำรวจวิถีชีวิตชาวบางนา นำมาสู่การแก้ปัญหาตามเสียงพร่ำบ่นว่า “บางนาอยู่สบาย แต่อยู่แล้วไม่สนุก หากมีสีสันมากขึ้นก็คงจะดี”
เกิดเป็นแนวคิดการสร้างพื้นที่แห่งความสุขในชื่อ ‘Happitat at The Forestias’ ซึ่งคงเดาได้ไม่ยากว่ามาจากคำว่า Happiness (ความสุข) และ Habitat (ถิ่นที่อยู่) แต่บอกก่อนว่าพื้นที่แห่งนี้จะเป็นห้างก็ไม่ใช่ สวนสนุกก็ไม่เชิง
อรดานิยามสถานที่แห่งนี้ว่าเป็น ‘Themed Destination of Happiness’ พื้นที่ที่ให้คนมาเยือนมีความสุข อยากกินได้กิน อยากเที่ยวได้เที่ยว อยากหลบร้อนเข้าป่า สูดอากาศบริสุทธิ์ก็มาได้ ไม่จำเป็นต้องซื้อของกลับไปแม้แต่ชิ้นเดียว เราลองมาค้นหากันต่อว่าความสุขของเราจะตรงกับตัวอักษรไหนในบทสนทนานี้
ความสุขของคนมีหลากหลาย เราออกแบบพื้นที่ความสุขจากอะไร
ความสุขของแต่ละคนปัจเจกมาก เราจึงศึกษางานวิจัยจากทั่วโลกว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้มนุษย์มีความสุข จนกระทั่งได้แกนหลักของการพัฒนา Happitat อย่างแรก คือการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของโครงการ The Forestias อยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาจากญี่ปุ่นชี้ว่าคนไข้ที่ใกล้ชิดกับพื้นที่สีเขียวจะฟื้นตัวเร็วกว่าปกติ ป่าจึงเป็นสถานที่บำบัดทั้งกายและใจไปพร้อมกัน
ถัดมา คือการมีความสัมพันธ์ที่ดี จากงานวิจัยเก่าแก่ที่สุดในโลกของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ศึกษาปัจจัยที่ทำให้คนมีความสุขมาตลอดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ยืนยันว่าการมีความสัมพันธ์ที่ดีจะทำให้ชีวิตยืนยาวและไม่หดหู่ในยามแก่ เราจึงออกแบบพื้นที่ให้เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันของคนหลายวัย (Multi-generation) ไม่มีการแบ่งโซนเด็ก โซนผู้ใหญ่ โซนวัยรุ่น และชวนร้านต่าง ๆ มาออกแบบกิจกรรมให้คนทุกวัยทำร่วมกันได้ เช่น คุณแม่ทำเล็บกับคุณลูก คุณป้าเรียนเปียโนกับคุณหลาน คุณลูกเข้าฟิตเนสกับคุณพ่อ สัตว์เลี้ยงก็เช่นกัน ให้น้องหมาน้องแมวมาพักผ่อนกับเจ้าของได้ ทีมงานถึงขั้นไปค้นคว้าว่าสุนัขฟังเพลงแนวไหนแล้วมีความสุข ลองเดาดูไหมคะ
เฉลยให้ว่า…น้องหมาชอบฟังเรกเก้ค่ะ
แสดงว่ารูปแบบของความสุขมาได้จากทุกทิศทาง ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง
ใช่ค่ะ เวลาดีไซน์พื้นที่ก็จะพยายามแตกสเปกตรัมไปทุกด้าน เพลงบางประเภทให้ความรู้สึกเคลิ้มผสานกับกลิ่นที่ทำให้ผ่อนคลายก็จะเหมาะกับโซนที่สงบ และมีบางโซนที่ใส่แสงสีเสียงให้เกิดความตื่นตัวอยากเรียนรู้ ส่วนโซนอาหารก็จะใช้สีโทนร้อนที่กระตุ้นความอยากอาหาร
นอกจากนี้ เราไม่ได้ออกแบบความสุขในมิติทางกายภาพอย่างเดียว แต่มองลึกลงไปหลายชั้นให้เชื่อมโยงกับออนไลน์ได้ด้วย เป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดื่มด่ำได้ทั้งทางกายภาพและดิจิทัล (Immersive Phygital Experiences) รวมถึงมีทีมที่ใหญ่มากกำลังพัฒนา Metaverse เราตั้งใจจะจัดกิจกรรมตลอดทั้งปี 365 วัน ไม่ว่าจะดูหนัง เต้นลีลาศ อ่านหนังสือ เดินป่า ไปจนถึงการร่วมกิจกรรมจากที่บ้านได้

ออกแบบพื้นที่ให้รองรับกิจกรรมหลากหลายขนาดนี้ยากไหม
เราโชคดีมากที่ได้พาร์ตเนอร์ที่เขาเต็มที่กับเรามากเพื่อตอบโจทย์ทั้งความยั่งยืนและนวัตกรรม (Sustainnovation) ยิ่งมาออกแบบโครงสร้างตึกในเมืองร้อนแบบบ้านเรา เห็นชัดเลยว่าเขาใส่ใจเรื่องช่องลมสุด ๆ เพื่อลดการใช้พลังงานภายในตึก ส่วนเรื่องระบบทำความเย็น เรามีตึกกลางที่ผลิตพลังงานทั้งหมดในโครงการ เรียกว่า Central Utility Plant หรือ CUP ทำให้ไม่ต้องติดคอมเพรสเซอร์แอร์พ่นความร้อนออกมาจากบ้านทุกหลัง ตึกทุกตึก และน้ำที่ใช้ในการหล่อเย็นก็นำมาบำบัด หมุนเวียนรดน้ำต้นไม้ในป่าต่อไป
ทรงตึกไม่ได้เป็นบล็อกสี่เหลี่ยมทั่วไป ออกแนวโค้ง ๆ แบบหัวมังกร (ซินแสกล่าวไว้) ประกอบด้วย 3 อาคารติดกัน เลื้อยเข้าไปถึงพื้นที่ป่า 30 ไร่ เริ่มจากตึก Bloominas ด้านหน้าถนน ประกอบไปด้วยร้านค้าต่าง ๆ ส่วนถัดมาคือตึก Wonderwild เป็นศูนย์การเรียนรู้สำหรับคนทุกวัย ด้านในสุดคือตึก Festie Town เป็นเมืองแห่งความรื่นเริง มีทั้งพื้นที่จัดแสดง คลับหนังสือ เปรียบเสมือนสวนสนุกที่ไม่ได้มีเครื่องเล่น

สวนสนุกที่ไม่ได้มีเครื่องเล่นเป็นยังไง
Happitat at The Forestias มีพื้นที่การค้าและพื้นที่ส่วนกลางเยอะมาก มีพื้นที่สีเขียวที่ไม่ใช่แค่สวนสวย แต่เป็นสวนกินได้แบบ Forest Pocket ให้ร้านอาหารเด็ดไปปรุงอาหารได้เลย แถมยังเป็นแรงบันดาลใจให้คนเมืองได้ลองกลับไปทำสวนเล็ก ๆ ที่บ้านของตัวเอง นอกจากนี้ยังมีพาร์ตเนอร์ระดับโลก ITEC Entertainment มาช่วยออกแบบประสบการณ์ สร้างเส้นทางความสุขทั้งบนโลกออฟไลน์และออนไลน์
ในวันแรกที่พาร์ตเนอร์ระดับโลกมารวมตัวกัน เขาเข้าใจคอนเซปต์ของเราไหม
ต้องมาจูนกันพอสมควร เพราะนี่ไม่ใช่โปรเจกต์ที่มีอยู่แล้วในตลาด เราไม่ได้อยากทำศูนย์การค้าหรือสวนสนุก แต่ผสมผสานหลายอย่างเข้าด้วยกัน เขาพูดเลยนะว่าไม่เคยทำโปรเจกต์แบบนี้เลย แต่พอมาฟังแนวคิดเราแล้วเขาชอบมาก เลยอยากมาลองกันสักตั้ง
เคยลองลิสต์พาร์ตเนอร์ในโครงการ The Forestias ทั้งพื้นที่สร้างประสบการณ์และที่อยู่อาศัย โอ้โห เยอะมาก เป็นร้อยบริษัท ทั้งในไทยและต่างประเทศ เพราะเราอยากได้มืออาชีพมาทำในส่วนที่ถนัดจริง ๆ อย่างเรื่องต้นไม้ ก็มีทั้งงานดูแลต้นไม้ พัฒนาพรรณไม้ ไปจนถึงสกัดกลิ่นต้นไม้ หนึ่งในพาร์ตเนอร์ของเราคือ Patom Organic Living มาช่วยออกแบบกลิ่นเฉพาะของ Happitat at The Forestias ที่มาจากต้นไม้ในป่าของเรา ก้าวแรกที่เข้าอาคารมาทุกคนจะได้สัมผัสกลิ่นนี้อย่างแน่นอน

การตามหาความสุขในเมืองใหญ่ต้องแลกด้วยเงินไหม
นั่นเป็นคำถามที่เราสงสัยเหมือนกันว่าทำไมความสุขต้องเสียเงิน เราสร้างพื้นที่ให้คนเข้ามามีความสุขแบบฟรี ๆ ไม่ได้เหรอ แล้วถ้าเขาแฮปปี้ อยากให้รางวัลตัวเองด้วยการจับจ่ายใช้สอยก็ว่ากันไป ใน Happitat จึงเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมที่ไม่ต้องเสียเงินเลย
คุณบี-ทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และผู้ก่อตั้ง MQDC ยังเคยบอกว่า ถ้านักเรียนนักศึกษาอยากมาเดินเล่นแล้วหิวข้าว ทำยังไงดี เราจึงออกแบบกิจกรรมเดิน 10,000 ก้าวได้รางวัล แลกอาหารเครื่องดื่มจากร้านค้าได้ ที่สนุกไปกว่านั้น คือเรากำลังทำแอปพลิเคชันศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพในป่า ให้คนทุกเพศทุกวัยฝึกเป็นนักสำรวจด้วยการช่วยสแกนเก็บข้อมูล นับจำนวนสิ่งมีชีวิต หรือแอปฯ เลี้ยงสัตว์เลี้ยงดิจิทัล หากอยู่บ้านแล้วเหงา อยากพาสัตว์เลี้ยงดิจิทัลมาเดินเล่น ก็มาเจอเพื่อน ทำกิจกรรมร่วมกันได้ในพื้นที่ของ Happitat at The Forestias

แค่จินตนาการตามก็สนุกแล้ว แต่เราจะวัดความสุขของคนจริง ๆ ได้ยังไง
เราไม่ได้บอกว่าตัวเองเป็น Developer หรือ Retailer แต่เรามองภาพใหญ่กว่านั้น คือการเป็น Happiness Creator ผู้สร้างสรรค์ความสุข ซึ่งเราก็ย่อมอยากให้งานของเราวัดผลได้ โชคดีที่วันนี้มีเทคโนโลยีทันสมัย ตัวชี้วัดก็จะหลากหลาย ตั้งแต่การสัญจร ความหนาแน่น และการแสดงออกทางความสุขของผู้มาเยือนด้วย AI Recognition ที่จับหน้าคนได้ว่าเราสร้างรอยยิ้มให้คนที่มาเยือนกี่คนต่อวัน ระบุได้ว่าโซนไหนหรือกิจกรรมใดที่คนแจกรอยยิ้มกันมาก ซึ่งจะช่วยให้เราคัดกรองประสบการณ์ได้ดียิ่งขึ้น การวัดผลอีกมุมหนึ่งคือวัดได้จากผู้เช่า หากผู้เช่าแฮปปี้ ธุรกิจเติบโตไปกับเรา มีลูกค้าน่ารักมาอุดหนุนร้านค้าสม่ำเสมอ ก็สะท้อนว่าความสุขเกิดขึ้นจริง
สิ่งสำคัญที่สุดคือกลับมาวัดที่ทีมเราเอง ถ้าคนทำงานไม่มีความสุข ก็ไม่มีทางส่งต่อความสุขให้คนอื่นได้
คุณปอมีความสุขกับการทำงานตอนนี้ไหม
(ยิ้มกว้างอย่างมีความสุขก่อนตอบ) ด้วยเนื้องานย่อมมีความกดดันอยู่แล้ว แต่ปอเป็นประเภทสุขนิยม เครียดบ้างตามสภาพ แต่ปล่อยวางให้เร็ว ตำแหน่งหน้าที่ในปัจจุบันเราเป็นทั้ง Developer และ Operator เมื่อสร้างเสร็จก็ต้องอยู่กับมันต่อไป ถือว่าเราได้พัฒนาตัวเองมากขึ้นจากพื้นฐานงานเดิมที่เติบโตมาจากบริษัทโฆษณาแบรนด์ใหญ่ 4 – 5 แห่ง แล้วย้ายมาทำงานในธุรกิจรีเทลมากกว่า 10 ปี
ในที่สุดก็มางานร่วมกับ MQDC ซึ่งตอบโจทย์ชีวิตมากขึ้น เพราะเป็นธุรกิจที่อยากพัฒนาสังคมไปควบคู่กัน (Business-social Integration) ปอมาตั้งยูนิตใหม่ ‘Storied Place’ ในการพัฒนาเรื่องราวและประสบการณ์สำหรับโครงการมิกซ์ยูส ซึ่งยังมีอีก 3 – 4 โครงการทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่ปอดูแลอยู่

งานในเอเจนซี่โฆษณาและงานบริหารที่ทำอยู่ มีอะไรเหมือนกันบ้าง
สิ่งที่เหมือนกันของงานเอเจนซี่โฆษณาและการบริหารงานที่นี่ คือไดนามิกเวอร์!
ทุกอย่างเคลื่อนไหวเร็วมาก ต้องตอบความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย ทักษะการบริหารจัดการก็ต้องมีขั้นสุดเพื่อผ่านความกดดันไปให้ได้ เหมือนเราผ่านกวดวิชามาแล้ว
การทำงานกับทีมงานระดับโลกยากไหม
ชอบนะ ชอบเลย ชอบมาก (ย้ำ 3 รอบ) ทุกคนเป็นมืออาชีพ มาทำงานจริง ๆ แบบไม่มีอารมณ์มาเกี่ยวข้อง และเก่งในงานของตนเอง เหมือนฟันเฟืองที่หมุนไปด้วยกัน ทำให้งานลื่นไหลเร็วมาก ที่สำคัญ เราต้องเปิดกว้างรับฟังในข้อเสนอของเขา เพราะถ้าเราไปบอกว่าต้องการอะไร เราก็ไม่ต้องจ้างเขาไหม
หากจะจ้างมืออาชีพระดับโลก ต้องให้เกียรติและค่อย ๆ ปรับความคิดให้ตรงกัน เรามีหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมตลาดในประเทศให้เขาเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคไทย เพราะเรากำลังช่วยกันสร้างสิ่งที่จะอยู่กับคนไทยไปอีก 100 ปีหรือนานกว่านั้น

คุณใช้วิธีอะไรเมื่อต้องการชวนคนในทีมระดมสมองสร้างสรรค์งาน
ต้องไม่เครียดกับมัน ไม่บังคับว่าต้องเสร็จภายในวันนี้พรุ่งนี้ งานสร้างสรรค์ต้องให้เวลากับมัน
มันต้องมีบรรยากาศที่กระตุ้นให้เกิดไอเดีย เปิดโอกาสให้คิดได้เต็มที่ เวลาเรามอบหมายให้น้อง ๆ ไปคิดมาเองก่อน มักจะได้อะไรที่ดีกว่าเสมอ จะเห็นมุมที่เราไม่ได้คิดมาก่อน ซึ่งมันดีนี่หว่า เอามาตบอีกนิดเดียวใช้ได้เลย
ท่าทางจะไม่มีเวลางานที่ตายตัวแน่เลย ได้มีเวลาเที่ยวเติมความสุขบ้างไหม
ปอเป็นแนว Work-life Integration งานกับชีวิตรวม ๆ กันไป หลังทานข้าวเย็นก็ยังประชุมดึกต่อได้ วันเสาร์-อาทิตย์ก็ไม่ต่างจากวันธรรมดา พอเราทำงานด้านนี้ ไลฟ์สไตล์ก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน เวลาเดินห้างจะชอบถ่ายรูปสำรวจคู่แข่งคู่ค้าส่งให้ทีม แต่ทีมงานไม่จำเป็นต้องตอบตลอดนะ จะมีคนที่ประจำงานเวลานั้นคอยประสานงานกัน ธุรกิจรีเทลเมื่อเปิดดำเนินการแล้วหลังจากนั้น 365 วันไม่มีคำว่าวันหยุด หลังประตูห้างปิด 4 ทุ่ม คือช่วงเวลาปรับปรุงพื้นที่ เตรียมงานวันถัดไปทันที
ส่วนตารางเที่ยวก็ปน ๆ อยู่ในตารางงาน ที่นี่เรามีนโยบาย Work from Anywhere อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ ปอเป็นคนชอบเที่ยวแบบช้า ๆ อยู่เมืองหนึ่งนานมาก อยู่โคเปนเฮเกนได้ 12 วัน ทั้งที่นักท่องเที่ยวทั่วไปอยู่กันแค่ 2 – 3 วัน เพราะเราเอางานไปทำด้วย ตื่นสายหน่อยค่อยเริ่มทำงาน ยังไงก็เป็นคนชอบเช็กอีเมล และเราทำงานกับพาร์ตเนอร์ทั่วโลก บางทีไทม์โซนตรงกันก็ประชุมสะดวกดี ช่วงหลังชอบนอน Airbnb ไปซึมซับวัฒนธรรมท้องถิ่นกับเจ้าบ้าน สนุกดี

นิยามตัวเองเป็นกัปตันทีมแบบไหน
Visionary + Coaching + Transformational หน่อย ๆ
ด้วยสถานการณ์ที่หลากหลาย เราคงนำทีมสไตล์เดียวไม่ได้ ที่ผ่านมามีโอกาสทำเรื่อง Lead Change ค่อนข้างเยอะ ต้องคิดไว ทำไว และเคลื่อนทัพไปด้วยกัน มีทั้งงานที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ อย่างโควิด-19 ที่ต้องทำตามนโยบายรัฐแบบกะทันหัน ทีมงานและร้านค้าหลายพันชีวิตต้องพลิกตัวตามทันที
ส่วนโปรเจกต์ Happitat at The Forestias กับนิยาม Themed Destination of Happiness ก็เป็นรูปแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ต้องเริ่มจากการฉายภาพให้ทั้งทีมเห็นภาพแบบเดียวกัน ซึ่งทีมเราเก่งกันทุกคนอยู่แล้ว มีทั้งเก่งในงานและมีแพสชันส่วนตัวพ่วงเข้ามาด้วย เราจึงอยากโค้ชให้ทุกคนใส่เข้ามาเต็มที่เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดียิ่งขึ้น
ความสุขกับความสำเร็จเหมือนกันไหม
ปอไม่ได้มองว่าความสุขอยู่ที่การทำผลลัพธ์ออกมาให้สำเร็จ แต่เป็นเรื่องระหว่างทางในการทำงาน เป็นคนสุขนิยม ชอบมีความสุขระหว่างวัน ยิ่งอายุมาก ความสุขจึงไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่เลย ทำให้คนรอบข้างมีความสุข ทำดีกับสังคมและโลกบ้าง สักวันหนึ่งก็คงถึงวันที่เราเกษียณจากงาน แต่ความสุขของเราไม่จำเป็นต้องเกษียณตาม แก่ไปก็อยากทำงานเพื่อสังคมแนวนี้ต่อ พัฒนาการศึกษา เติมเต็มความสุข ให้คนได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น
ในท้ายที่สุด เราอยากสร้างความสุขในใจคน ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีพื้นที่ให้คนได้สร้างความทรงจำดี ๆ กันสักเท่าไหร่ เป็นเพียงแค่ความสุขชั่วครู่แล้วก็จางหายไป อาชีพสร้างพื้นที่แห่งความสุขคือการชวนคนมาค้นพบพื้นที่ความสุขในหัวใจด้วยตัวเอง


10 Things you never know
about Orada Kerdhong
1. เมืองที่ชอบไปไม่มีเบื่อ
โคเปนเฮเกน เป็นเมืองที่ชิลล์ดี ชอบทั้งดีไซน์เมืองและวิธีคิดของผู้คน
2. พื้นที่ความสุขที่อยากให้มีมากขึ้นในเมืองไทย
อยากให้สวนสาธารณะมีกิจกรรมที่ทำร่วมกันได้มากขึ้น นั่งปิกนิก ฟังเพลงกัน
3. มุมที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใครในกรุงเทพฯ
คิดถึงโรงแรมลอยละล่อง อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แถวทรงวาด เวลานั่งทานข้าวเหมือนอยู่ต่างจังหวัดเลย
4. มุมที่เพิ่งค้นพบว่าชอบมากใน The Forestias
บนสกายวอล์กในป่า ใกล้น้ำตก มีรังผึ้งหลวงอยู่ตรงนั้นด้วย ตอนกำลังมองพระอาทิตย์ตกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่อีกโลก
5. ร้านที่อยากเปิดใน Happitat at The Forestias แล้วนั่งเฝ้าร้านเองได้ทั้งวัน
Tea Room เป็นคนชอบดื่มชามาก ดื่มวันละ 8 แก้ว จนปีนี้ตั้งเป้าว่าจะต้องดื่มน้ำเปล่าบ้างแล้ว
6. กิจกรรมที่ทำแล้วรู้สึกลดอายุตัวเอง
ดูคอนเสิร์ตกับเที่ยวดิสนีย์ เพิ่งไปดูงานดิสนีย์ที่สหรัฐอเมริกา 5 วันติด
7. ไอเทมที่ต้องพกไว้เสริมความมั่นใจ เพิ่มพลังทำงาน
กำไลเครื่องรางติดตัว เป็นสายมูนิด ๆ เน้นขอให้โชคดีแบบรวม ๆ
8. วิธีแก้เครียดหลังเลิกงาน
ไม่ค่อยเลิกงานตามเวลา แต่ส่วนใหญ่ชอบทานมื้อเย็นกับเพื่อนพี่น้อง
9. เพลงที่ฟังทีไร ยิ้มทุกที
ใน Spotify ชอบเพลย์ลิสต์ที่ชื่อว่า Butter
10. สิ่งที่เพิ่งเรียนรู้และกำลังตื่นเต้นอยากเอามาใช้
เพิ่งไปเรียนคอร์ส Quality Service กับ Disney Institute เรียนรู้วิธีคิดและส่งพลังงานบวกแบบดิสนีย์ สนุกมาก
