รู้ไหมว่า Central Pattana เจ้าของศูนย์การค้าที่เราผูกพันคุ้นเคย มีการพัฒนาที่อยู่อาศัย ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ภายใต้ชื่อบริษัท Central Pattana Residence มาตั้งแต่ พ.ศ. 2557 ปัจจุบันพัฒนาไปแล้วกว่า 51 โครงการ มูลค่ารวม 65,700 ล้านบาท
ทั้งหมดนี้มีที่มาจากกัปตันทีม เรืออากาศเอก กรี เดชชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจที่อยู่อาศัย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Central Pattana Residence ซึ่งเชื่อว่า บ้านไม่ใช่เพียงแบบแปลนหรือโครงสร้าง แต่คือระบบที่ต้องรองรับชีวิตของคนทั้งครอบครัวไปอีกหลายสิบปี
เส้นทางของเขาไม่ได้เริ่มจากสายพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่เริ่มจากการเป็นวิศวกรมาก่อน ดังนั้นจึงมีความแม่นยำของตัวเลขและโครงสร้าง ผสานกับมุมมองของคนที่เข้าใจการอยู่อาศัยจริงของเจ้าของบ้าน จึงกลายเป็นรากฐานของแนวคิดการพัฒนาโครงการที่แตกต่าง ถอดออกมาเป็นระบบวิศวกรรม โครงสร้างฟังก์ชัน ความปลอดภัย และความน่าอยู่ในทุกช่วงชีวิต ตอบโจทย์ภายใต้โมเดล Retail-Led Mixed-Use Development ของ Central Pattana ที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิตแบบครบวงจร ทั้งการอยู่อาศัย การทำงาน การพักผ่อน และสิทธิพิเศษจาก Ecosystem ของเครือเซ็นทรัล ดังนั้นธุรกิจที่อยู่อาศัยจึงไม่ได้เป็นเพียงส่วนต่อขยายของศูนย์การค้า แต่เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการพัฒนาเมืองอย่างเป็นระบบ
นี่คือความตั้งใจของกัปตันทีมสู่การสร้างผลกำไรหลักหลายพันล้านบาท

คิดตลอดว่าลูกค้าอยากได้อะไร
หลังจากเริ่มต้นในสายงานวิศวกร จนมาอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศมาแล้วหลายแห่ง คุณกรีได้รับโอกาสให้มาพัฒนาธุรกิจใหม่ให้กับทางเซ็นทรัลพัฒนาในส่วนงานของการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อส่งเสริมโมเดล Retail-Led Mixed-Use Development ให้ครบวงจร โดยธุรกิจที่อยู่อาศัยไม่ใช่เพียงส่วนขยายของศูนย์การค้า แต่เป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนหลักของการพัฒนาเมืองอย่างเป็นระบบ ซึ่ง Central Pattana Residence ไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่เป็น Lifestyle Creator ที่สร้างวิถีชีวิตและรูปแบบการอยู่อาศัยใหม่
“จุดเริ่มต้นการพัฒนาโครงการของ Central Pattana Residence เราได้รับโจทย์แรกที่ท้าทายโดยให้พัฒนาคอนโดมิเนียมที่อยู่ติดกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลต่างจังหวัด โดยเริ่มต้นที่จังหวัดขอนแก่น”
แม้จะเคยผ่านการทำอสังหาริมทรัพย์มาหลากหลายรูปแบบ แต่พอต้องมาสร้างคอนโดมิเนียมภายในศูนย์การค้าโดยเฉพาะที่ตลาดต่างจังหวัด คุณกรีจึงต้องมานั่งทบทวนโจทย์ในการทำงานใหม่อีกครั้ง คุณกรีมองว่าโจทย์นี้ใช้สูตรเดียวกับกรุงเทพฯ ไม่ได้
“คนอยู่คอนโดในกรุงเทพฯ เพราะต้องการร่นระยะเวลาการเดินทาง แต่ถ้าอยู่ขอนแก่น ใช้เวลาเดินทางไม่มากอยู่แล้ว แล้วราคาคอนโดในต่างจังหวัดก็ใกล้เคียงกับบ้านเดี่ยว เลยต้องมานั่งคิดหาความต้องการแท้จริงของผู้บริโภค เอาคอนโดมิเนียมที่ทำในกรุงเทพฯ มาขายไม่ได้ จึงเริ่มมีการส่งทีมลงไปสำรวจพื้นที่ ลองสำรวจตลาด ทำโฟกัสกรุ๊ป แม้แต่ลงไปสำรวจลูกค้าด้วยตัวเอง จนได้เห็นกลุ่มเป้าหมายหนึ่ง คือครอบครัวเจ้าของกิจการที่มีแนวโน้มซื้อให้ลูกหลานหรือลงทุนปล่อยเช่า ซึ่งคนกลุ่มนี้ไม่ได้เน้นเรื่องราคาเป็นหลัก แต่เขาชอบของดีมีคุณภาพที่อยู่สบายในราคาสมเหตุสมผล
“ผมจึงทำคอนโดภายใต้แบรนด์ Escent ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีที่สุด มีห้องหน้ากว้าง 7.5 เมตร ซึ่งจะแตกต่างจากคอนโดของคนอื่นซึ่งจะเป็นห้องทางลึก และนอกจากนั้นเรายังให้สิทธิพิเศษภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเป็น Privilege ให้กับลูกบ้านของเรา ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่เราแตกต่างจากคู่แข่งเป็นอย่างมาก เพราะเรามี Ecosystem ที่แข็งแรงในการส่งเสริม Lifestyle ของลูกบ้านให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น สรุปว่าผมขายคอนโดที่ขอนแก่นหมดในเวลาไม่ถึงปี” คุณกรีเล่าถึงการพัฒนาโครงการในช่วงแรกที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ก่อนจะเริ่มขยับขยายทำโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมในอีกหลากหลายสถานที่
สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้น คือแทบทุกโครงการที่ทำขายในช่วงแรก ๆ นั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ปิดการขายได้อย่างรวดเร็วในระยะเวลาไม่ถึงปี โดยแทบไม่มีการโฆษณาด้วยซ้ำ


มากกว่าที่อยู่อาศัยใกล้ศูนย์การค้า
คุณกรีคิดง่าย ๆ ว่า ถ้าลูกค้าที่สนใจซื้อที่อยู่อาศัยใกล้ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ฟังก์ชันการใช้งานต้องสอดคล้องกับ Lifestyle ลูกค้า สำหรับ Central Pattana Residence การอยู่ใกล้ศูนย์การค้าไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวก แต่คือการออกแบบวิถีชีวิต
“เราประสบความสำเร็จด้านการขายเพราะเราพยายามอย่างมากในการที่จะเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าอย่างแท้จริง เพื่อพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยและความต้องการของลูกค้า
“ตอนนั้นเทรนด์ของคอนโดเน้นไปที่การอยู่อาศัยและลงทุนปล่อยเช่า โดยเฉพาะเมื่อเป็นคอนโดที่อยู่ติดกับศูนย์การค้า เพราะความสะดวกสำหรับลูกค้าคือเหมือนมีห้องรับแขกที่ใหญ่โตที่สุด อยากหาอะไรก็มีให้บริการทุกอย่างเพียงแค่เดินไปไม่กี่ก้าว ทำให้ลูกค้าที่ซื้อคอนโดของเราไปมีการขายต่อออกไปน้อยมาก เราเลยมาต่อยอดบริการโดยช่วยอำนวยความสะดวกทำเรื่องการปล่อยเช่าต่อให้สำหรับลูกค้าที่สนใจอยากลงทุนเพิ่มเติม โดยคนที่อยากเช่าคอนโดมาเข้าคิวรอเช่าเลยนะ และกลายเป็นอีกหนึ่งความแตกต่างที่สร้างความเชื่อมั่นให้ตลาด” คุณกรีเล่าความสำเร็จของโครงการช่วงแรก ๆ อย่างภูมิใจ
ไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัยใกล้ศูนย์การค้าภายใต้โมเดล Retail-Led Mixed-Use Development แต่นี่ถือเป็นหนึ่งในกลไกหลักของการพัฒนาเมืองที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิตแบบครบวงจรได้อย่างลงตัว ทั้งอยู่อาศัย ทำงาน พักผ่อน บริการ และไลฟ์สไตล์ผ่านระบบนิเวศของเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป
โดยในปัจจุบัน Central Pattana Residence ได้เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จ ขยาย Portfolio มาสู่ตลาดบ้านเดี่ยวที่กรุงเทพฯ โดยมีหลาย Segment ครอบคลุมทั้งกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการที่หลากหลายและทำเลที่คลอบคุลมทั่วกรุงเทพฯ โดยทุกโครงการอยู่บนมาตรฐานเดียวกันทั้งในแง่มาตรฐานของคุณภาพ ความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และความสมบูรณ์แบบในการใช้ชีวิตในระยะยาว ซึ่งปัจจุบันมีแบรนด์บ้าน 4 ระดับด้วยกัน คือ
นิยาม : ถ่ายทอดที่สุดของความหรูหราแบบ Modern Classic ในระดับ Super Luxury
บ้านนิรดา : เน้นความเป็นส่วนตัวสูงสุดระดับ Luxury สะท้อนความภาคภูมิ
บ้านนินญา : บาลานซ์พื้นที่ร่วมสมัยเพื่อครอบครัวรุ่นใหม่
บ้านนิรติ : จุดเริ่มต้นของการสร้างคุณภาพชีวิตในทำเลศักยภาพ
สร้างจากความเข้าใจชีวิต
ทุกแบรนด์พัฒนาภายใต้แนวคิดเดียวกัน คือบ้านที่สร้างจากความเข้าใจชีวิต ด้วยวิธีการมองบ้านผ่านสายตาเจ้าของบ้าน ทุกโครงการเริ่มต้นจากคำถามเดียวกัน
“หากนี่คือบ้านของเรา เราต้องการให้การใช้ชีวิตในทุกวันเป็นอย่างไร”
ก่อนถอดออกมาเป็นการออกแบบโครงสร้าง ระบบวิศวกรรม ฟังก์ชัน ความปลอดภัย และรายละเอียดที่จะส่งผลต่อการอยู่อาศัยในระยะยาว โดยบางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ลูกค้าคิดไม่ถึงด้วยซ้ำ แบ่งออกได้เป็น 3 มิติหลัก
หนึ่ง Structure and System
โครงสร้างที่ออกแบบมาเพื่อการอยู่อาศัยระยะยาว อย่างบ้านเดี่ยวทำ Slab on Beam โดยลงเสาเข็มไว้ทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน ป้องกันความเสียหายจากการที่ดินรอบบ้านทรุดตัว เรื่องของระบบวิศวกรรม ไม่มีการลดสเปกแม้จะเป็นจุดที่มองไม่เห็น เลือกใช้อิฐมวลเบาแทนการใช้ผนังสำเร็จรูป เพื่อให้ลูกค้าทุบ ขยาย หรือปรับเปลี่ยนห้องได้ตลอดทุกช่วงวัย ปรับห้องน้ำในบ้านให้เรียบเสมอกันหมดเพื่อรองรับผู้สูงอายุ โครงสร้างมีแผ่นพื้นลอนเหลี่ยมสามขา รองรับน้ำหนักได้ดีกว่าพื้นท้องเรียบ ลดการแอ่นตัว พื้นคอนกรีตวางคอมเพรสเซอร์แอร์ ออกแบบมาเฉพาะสำหรับวางคอยล์ร้อน (CDU) ให้ความแข็งแรงทนทาน และเตรียมจุดชาร์จรถไฟฟ้าไว้ให้ ไปจนถึงระบบป้องกันน้ำท่วมครบวงจรที่ป้องกันได้จริง หลายรายละเอียดเป็นสิ่งที่ลูกค้าอาจไม่เห็นในวันแรก แต่จะรู้สึกถึงคุณค่าในระยะยาว


สอง Privacy & Security
มีระบบความปลอดภัยสูงสุด 7 ระดับ ในทุกระดับมีรายละเอียดน่าสนใจ เช่น การทำประตู 2 ชั้นในหมู่บ้าน หรือเรียกว่า Double Gate Security โดยชั้นแรกเป็นประตูจาก Main Entrance ถึง Clubhouse สำหรับรองรับ Visitor กรณีไม่อยากให้ Visitor เข้าไปรบกวนพื้นที่ส่วนตัวภายในบ้าน และส่วนชั้นที่ 2 จะมีการ Screen อีกครั้งก่อนเข้าพื้นที่ในส่วนที่เป็นที่อยู่อาศัยของลูกบ้าน เพื่อสร้างความปลอดภัยและอุ่นใจในการอยู่อาศัย นอกจากนี้ยังมีระบบ License Plate Recognition ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนอัตโนมัติ, Visitor Management System (VMS) ระบบบันทึกข้อมูลสำหรับ Visitors ที่มาติดต่อ รวดเร็ว และแม่นยำ, SECURITY 24 ชั่วโมง, CCTV ติดตั้งกล้องวงจรปิดครอบคลุมทุกพื้นที่ทั้งภายในพื้นที่โครงการและในบ้าน และรั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร รวมทั้ง Magnetic Sensor & Shock Sensor ที่ประตู-หน้าต่าง ตรวจสอบการเปิด-ปิด และตรวจจับแรงสั่นสะเทือน ของบานประตูและหน้าต่าง ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบเพื่อสร้างความอุ่นใจในชีวิตประจำวัน


สาม Privilege & After Sales
บริการหลังการขายและสิทธิพิเศษใน Ecosystem ของเซ็นทรัลที่ดูแลลูกบ้านตั้งแต่วันแรกที่เข้าอยู่ไปจนถึงระยะยาว โดยเฉพาะการรับประกันและดูแลรักษาหลังจากซื้อ
ลูกบ้านจะได้รับสิทธิพิเศษในฐานะ ‘Central Citizens’ โดยรับสิทธิพิเศษจากเครือเซ็นทรัลเพื่อเติมเต็มคุณภาพชีวิตในทุกมิติ อาทิ บริการช่องจอดรถพิเศษเฉพาะลูกบ้านในศูนย์การค้าเซ็นทรัล ส่วนลดและสิทธิพิเศษจากแบรนด์ในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป เช่น Tops, Robinson, Power Buy, Centara Hotels นอกจากนี้ในด้านบริการหลังการขาย เรายังมีทีมบริหารนิติบุคคลมืออาชีพจากเซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ คอยดูแลบริการหลังการขายอย่างครบวงจร และอำนวยความสะดวกลูกค้าผ่านแอปพลิเคชัน และมีบริการ Mr.Service สำหรับตรวจสอบคุณภาพบ้านและคอนโดทั้งภายในและภายนอกรวมถึงตรวจระบบน้ำ ไฟ และประปา
“แม้แต่นิติบุคคลเราก็ทำโดยใช้ชื่อบริษัทของเราเอง ไม่ได้แยกออกไปเป็นบริษัทอื่น งานนี้จริง ๆ หากทำไม่ดีก็จะโดนตำหนิได้ง่าย ๆ แต่ชีวิตผมโชคดีอยู่อย่างหนึ่ง คือผมโดนตำหนิน้อยมาก” นี่คือคำตอบของกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท


อาชีพในฝัน
ตลอดช่วงชีวิตวัยทำงาน เขาผ่านการทำงานมาหลากหลายองค์กรทั้งรัฐและเอกชน ซึ่งชีวิตการทำงานในช่วงแรกของเขาประกอบอาชีพทั้งทหารอากาศและวิศวกร เราสงสัยว่าอะไรทำให้เขาเลือกทำ 2 อาชีพนี้ควบคู่กัน
“ตอนเด็ก ๆ ผมอยากเป็นทหาร แต่จริง ๆ เรียนจบวิศวกรรมศาสตร์ ย้อนไปตอนเป็นนักเรียน ผมสอบโรงเรียนเตรียมทหารได้แต่แม่ไม่ให้เรียน สอบโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้แม่ก็ไม่ให้เข้า (หัวเราะ) เมื่อมีโอกาสจบวิศวกรรมศาสตร์มาก็สอบเข้าทำงานที่กรมช่างโยธา ตำแหน่งเป็นวิศวกรออกแบบโครงสร้าง หน้าที่หลักคือทำสนามบิน ตรวจสอบสนามบินและความพร้อมรบของสนามบิน”
เมื่อเข้ามาทำงานในกรมช่างโยธา คุณกรีมีความชำนาญ จึงได้เลื่อนขั้นทางวิศวกรค่อนข้างเร็ว จนได้รับเชิญให้ไปสอนหนังสือในโรงเรียนนายเรืออากาศ และมีโอกาสรับทำงานออกแบบโครงสร้างบ้างตามที่รุ่นพี่ชวน
แม้จะได้ทำงานในหน่วยงานที่ฝันอย่างทหารอากาศ ส่วนเนื้องานก็เป็นงานที่ชอบอย่างวิศวกรแล้ว อะไรทำให้คุณกรีลาออกจากงานที่มั่นคงและเป็นความฝันแบบนั้น – เราถามต่อ
“บริษัทที่ผมทำงานให้รับงานจากทางบริษัทอสังหาฯ ขนาดใหญ่ในยุคนั้น จึงได้เห็นอาชีพ Developer ว่าเป็นอาชีพที่มีทั้งแรงผลักและแรงดึงที่พอดี และผสมกับตอนนั้นการเติบโตในเส้นทางของทหารอากาศเริ่มไม่ตรงกับเป้าหมายของชีวิต และผมเป็นคนชอบคิดอะไรที่ไม่หยุดนิ่ง จึงคิดว่างานสายอสังหาฯ ในการเป็น Developer เป็นงานที่มีความท้าทายดี

“อีกหนึ่งความโชคดีของผมที่ทำให้ผมได้รับโอกาสดี ๆ มาเสมอถึงแม้จะย้ายมาสายงานใหม่ คือผมได้เปรียบในเรื่องความเข้าใจอย่างแท้จริงในทุกขั้นตอนของการทำงาน โดยเฉพาะงานก่อสร้าง มันเป็นหัวใจ ถ้าคุมต้นทุนได้ดี เข้าใจการออกแบบการเลือกใช้วัสดุที่ดีมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้บริษัทลดต้นทุนไปได้มากแต่ยังคุมคุณภาพได้ดีมีมาตรฐาน เพราะผมใช้การคำนวณและใส่วัสดุให้พอดี โดยยังคำนึงถึงความปลอดภัยและการใช้งานได้จริงในการอยู่อาศัยของลูกค้าเป็นหลักเพราะผมลงรายละเอียดในการทำงาน”
นอกจากพื้นฐานวิศวกรที่ทำให้เขาเข้าใจต้นทุน โครงสร้าง และวัสดุอย่างลึกซึ้ง คุณกรียังมีความถนัดในการเพิ่มมูลค่าให้กับบ้านได้ด้วยการปรับรายละเอียดเล็ก ๆ โดยยกตัวอย่างการเพิ่มต้นทุนการก่อสร้างไม่มากแต่สร้างบ้านที่มูลค่าเพิ่มขึ้นได้
“บ้านส่วนมากในตลาด ชั้น 2 จะมีห้องน้ำ 2 ห้อง ห้องแรกอยู่ในห้องพ่อแม่ อีกห้องหนึ่งแบ่งกันระหว่างลูก 2 คน ซึ่งบางบ้านลูกชายทำห้องน้ำสกปรกลูกสาวก็ทะเลาะกัน ผมเลยขอทำคานเพิ่มตรงระเบียงใช้งบเพิ่มขึ้นไม่มากทำห้องน้ำอีกห้อง แล้วจะขายให้ได้ราคาดีขึ้น ซึ่งสุดท้ายก็ขายเพิ่มขึ้นได้จริง และกลายเป็นรูปแบบมาตรฐานของแปลนบ้านในยุคนั้น”
นอกจากมุมมองในเรื่องเนื้องานการทำงานที่คุณกรีมีการใส่ใจ ลงรายละเอียดด้วยตัวเองทุกขั้นตอน คุณกรียังให้มุมมองเพิ่มเติมสำหรับคนทำงานยุคใหม่ ซึ่งบางคนอาจคิดว่ารับงาน 1 ตำแหน่ง แต่พอทำงานจริงกลับได้งานอื่นเพิ่มเป็น 5 ตำแหน่ง สำหรับคนอื่นอาจมองว่าคือภาระ แต่สำหรับคุณกรี เขามองมันเป็นโอกาสมากกว่าอุปสรรค
“ผมพูดกับน้อง ๆ ในบริษัทถึงทุกวันนี้ว่า เมื่อไหร่ที่บริษัทให้งานเราเยอะขึ้น แสดงว่าเรากำลังจะโตแล้ว ถ้าบริษัทดีจริง ให้โอกาสคุณทำงาน ปีถัดไปคุณก็จะได้เติบโตในสายงานมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่ผมคิดมาตลอด”

Imagining Better Living
ตั้งแต่ พ.ศ. 2557 ที่คุณกรีมาบุกเบิกร่วมพัฒนาธุรกิจที่อยู่อาศัยให้กับ Central Pattana Residence เขามีส่วนสำคัญในการขยายพอร์ตโครงการที่พักอาศัยทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เป็นกัปตันทีมที่คอยขับเคลื่อนโครงการมากกว่า 51 แห่งทั่วประเทศ เราสงสัยและถามในมุมมองคนที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ มากว่า 40 ปี ของคุณกรีว่า แรงบันดาลใจในการสร้างบ้านของเขาในตอนนี้คืออะไร
“การสร้างบ้าน คือการสร้างความสุขให้ผู้คน ถ้าบ้านดี คนที่อยู่มีความสุข บ้านก็จะเป็นสถานที่ที่มีคุณค่ามาก สำหรับผม ‘บ้าน’ ไม่ใช่เพียงโครงสร้างหรือพื้นที่ใช้สอย แต่คือระบบหรือพื้นที่ที่ต้องรองรับการใช้ชีวิตของครอบครัวได้อย่างมั่นคงในระยะยาวตั้งแต่วันแรกที่เข้าอยู่จนถึงหลายสิบปีข้างหน้า โดยบ้านที่ดีต้องทำให้ทุกวันของชีวิตดีขึ้นอย่างแท้จริง”
นอกจากนี้ คุณกรีมีวิสัยทัศน์ว่า Central Pattana Residence ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย แต่กำลังวางรากฐานคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนและเมืองในระยะยาวด้วยแนวคิด ‘Imagining Better Living’ ซึ่งสอดคล้องกับ Brand Purpose : Imagining better futures for all ของเซ็นทรัลพัฒนา ที่มองการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืนในทุกมิติ
“นอกเหนือจากการใช้ Empathy ในมุมมองเจ้าของบ้านมาเป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบโครงการที่ดีแล้ว ยังมีโจทย์สำคัญคือการนำความแข็งแกร่งภายในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ปมาผสานเข้ากับการอยู่อาศัยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกบ้านผ่านสิทธิพิเศษและบริการหลากหลายด้านเพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ในทุกมิติ
เพราะเราไม่ได้อยากดูแลแค่วันที่ลูกค้าซื้อบ้านกับเรา แต่เราอยากให้ลูกค้าและครอบครัวรู้สึกถึงความสุขของการเป็น Central Citizens ไปในระยะยาว ไม่ว่าจะอยู่บ้านหรือคอนโด นี่จึงเป็นหนึ่งในแนวคิดหลักของ Central Pattana Residence ที่มองการพัฒนาโครงการอย่างรอบด้าน เพื่อยกระดับมาตรฐานธุรกิจที่อยู่อาศัย และเติบโตไปพร้อมกับเมืองไทยอย่างยั่งยืนนี้”


8 Things you never know
about Kree Dechchai
1. เมืองแบบไหนที่เป็นแรงบันดาลใจในการทำงาน
เมืองที่มีโครงสร้างดี ปลอดภัย เดินง่าย มีคอมมูนิตี้น่าอยู่
2. มุมโปรดในบ้านที่สะท้อนความเป็นบ้านที่ดี
มุมที่มีแสงดี โล่ง อากาศไหลเวียน
3. สิ่งแรกที่ทำหลังตื่นนอน
ยืดตัว ยืดเส้น
4. โปรเจกต์ล่าสุดที่ภูมิใจที่สุด
โครงการบ้านนินญา กระบี่ และคอนโดมิเนียม Phyll กระบี่ ที่ให้บรรยากาศรีสอร์ต วิวเขา 360 องศาที่สวยที่สุดในเมืองกระบี่
5. วิธีฟื้นพลังที่ใช้มาตลอดในการทำงาน
ออกกำลังกายและใช้เวลาอยู่บ้านกับครอบครัวทำกิจกรรมที่ชอบ
6. ถ้ามีเวลาว่าง 1 วันเต็ม จะไปดูอะไรในโครงการก่อนเป็นอย่างแรก
ขับรถดูเรื่องสภาพความเรียบร้อย คุณภาพการทำงาน และความปลอดภัยของโครงการที่ดูแลอยู่
7. ช่วงเวลาที่ Productive ที่สุดของวัน
ช่วงเช้า เพราะคิดชัดที่สุด ส่วนช่วงเย็นใช้เวลาไล่รายละเอียด เพราะทุกคนจะมายืนรอหน้าห้องเต็มไปหมดเลย
8. ถ้าเพื่อนถามว่าทำไมต้องซื้อบ้านจากจาก Central Pattana Residence
เพราะคือบ้านที่คิดเรื่องคุณภาพมาอย่างรอบด้าน ดูแลหลังการขายอย่างมืออาชีพ พร้อมสิทธิพิเศษจาก Ecosystem ของเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป ครบทั้ง Eat – Play – Stay – Shop ในชีวิตประจำวัน



