16 กันยายน 2024
1 K

หากเช้านี้ต้องกินข้าวต้มกับไข่เค็ม หลายคนก็คงจะรู้สึกว่าเป็นมื้อเช้าธรรมดา ๆ มื้อหนึ่ง 

แต่เมื่อได้รู้ว่าข้าวต้มไข่เค็มมื้อนี้ไม่ใช่ข้าวต้มไข่เค็มทั่วไป แต่เป็นข้าวต้มร้อน ๆ จากข้าวหอมมะลิอุบลราชธานี เพื่อทานคู่กับไข่เค็มจากอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี มื้อเช้ามื้อนี้ก็ดูจะพิเศษขึ้นมาทันที

ความพิเศษของมื้อเช้ามื้อนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น แต่ยังเสิร์ฟมาพร้อมมะพร้าวน้ำหอมราชบุรี เพื่อความชื่นใจคลายร้อน และปิดท้ายด้วยกาแฟดอยช้าง หอมกรุ่นเพื่อสร้างความกระปรี้กระเปร่าก่อนออกไปทำงาน

อาหารเช้าหน้าตาธรรมดา ๆ นั้นกลับกลายเป็นมื้อสุดพิเศษและมีผลต่อจิตใจอย่างมาก เพราะทุกวัตถุดิบนั้นมีเรื่องราวและมีที่มา

แต่คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมวัตถุดิบเหล่านี้ถึงได้สิทธิ์ในการนำชื่อแหล่งผลิตมาห้อยท้ายเพื่อประโยชน์ทางการค้าและการันตีคุณภาพของสินค้า

วันนี้เราจะมาตอบคำถามข้อนี้พร้อมทำความรู้จักกับกัปตันทีมที่ชื่อ กนิษฐา กังสวนิช รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ผู้ผลักดันการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือ GI ผ่านการทำงานในกระทรวงพาณิชย์มากว่า 20 ปี

GI หรือ Geographical Indications คืออะไร

อธิบายง่าย ๆ คือชื่อสินค้าที่เมื่อเอ่ยถึงแล้ว ผู้บริโภคบอกได้เลยทันทีว่าผลิตจากแห่งหนตำบลไหนในประเทศ เป็นเพราะชื่อเสียง คุณภาพ และคุณลักษณะเฉพาะของสินค้าได้รับอิทธิพลโดยตรงจากสภาพดิน ฟ้า อากาศ ของแหล่งผลิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ใช้ในกระบวนการผลิต

ระบบการคุ้มครอง GI มีที่มาที่ไปและแนวคิดเบื้องหลังการพัฒนาหลักการอย่างไร

GI ไทย เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ได้รับอิทธิพลจากระบบของสหภาพยุโรป ซึ่ง GI ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่ง เป็นสิทธิชุมชน ยากจะลอกเลียนแบบหรือหาจากที่อื่นได้อีก จำกัดด้วยพื้นที่ รวมทั้งยังมีระบบควบคุมคุณภาพและกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ตรวจสอบย้อนกลับได้

อย่างข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ พื้นที่เพาะปลูกคาบเกี่ยว 5 จังหวัดในภาคอีสาน ได้แก่ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ศรีสะเกษ และยโสธร แต่ไม่ใช่ทุกอําเภอของ 5 จังหวัดหรือจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียงจะมีสิทธิ์ใช้ชื่อข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ได้ แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาคือผลผลิตที่มีจํากัด ยิ่งข้าวเมล็ดเรียวเหนียวนุ่มหนึบอร่อย มีความหอมเป็นพิเศษ คนก็ยอมที่จะจ่ายในราคาที่สูงขึ้น คุณภาพก็ต้องคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป การควบคุมมาตรฐานการผลิตต่าง ๆ ก็ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด นับเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคด้วย เลยเกิดการสร้างระบบ GI โดยมีกฎหมายรองรับ 

จะเห็นว่าในการทําธุรกิจเกี่ยวกับสินค้า GI จะมีการใช้ทรัพย์สินทางปัญญามากกว่า 1 ประเภทเสมอ หนึ่ง คือการสร้างแบรนด์ ซึ่งจะได้รับการคุ้มครองด้วยการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า สอง คือการใช้ชื่อ GI ซึ่งสิทธิ์การใช้ชื่อ GI นี้เป็นสิทธิ์ร่วมกันของชุมชนผู้ผลิตสินค้า GI ได้รับความคุ้มครองด้วยการขึ้นทะเบียนโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ใช้คู่กับตราสัญลักษณ์ GI ได้โดยผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์ GI แล้วจะต้องยื่นต่ออายุทุก 2 ปี เพื่อตรวจสอบรับรองมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง

กรมทรัพย์สินทางปัญญามีวิธีคัดเลือกสินค้าเข้ามาเป็นสินค้า GI อย่างไรบ้าง

กรมทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้เป็นผู้คัดเลือกสินค้าเพื่อมาขึ้นทะเบียน เป็นความต้องการของชุมชนในพื้นที่เอง เป็นการทำงานเชิงบูรณาการของกระทรวงพาณิชย์ร่วมกับหน่วยงานของรัฐในระดับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนร่วมกันพิจารณาสินค้าที่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI ได้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาอำนวยความสะดวกในการให้ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับเงื่อนไขและขั้นตอนการขึ้นทะเบียน

คุณค่าของ GI ที่มีต่อผู้เกี่ยวข้อง ทั้งเชิงสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมมีอะไรบ้าง

GI มีส่วนช่วยสร้างความสามัคคีเข้มแข็งให้กับชุมชน เพราะ GI เป็นสิทธิที่ให้กับชุมชน ผู้ผลิต GI ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ หรือสมาคม ดังนั้นประโยชน์ต่อสังคมคือการสร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน ความเป็นเจ้าของร่วมกัน สำหรับด้านเศรษฐกิจนั้น GI เปรียบเสมือนเครื่องมือทางการตลาดและการสร้างแบรนด์รูปแบบหนึ่งของสินค้าชุมชน และสร้างมูลค่าให้กับสินค้าได้ ถ้าเทียบกับสินค้าประเภทเดียวกันแต่ถ้าไม่ใช่ GI ก็อาจไม่ได้มีมูลค่าทางการตลาดเท่านี้ และยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว การสร้างอาชีพและกระจายรายได้ในส่วนภูมิภาคอีกด้วย ส่วนทางด้านสิ่งแวดล้อม แน่นอนตอนนี้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจส่งผลกระทบกับคุณลักษณะเฉพาะของสินค้า GI ที่เป็นสินค้าเกษตร ดังนั้นคนในพื้นที่ควรตระหนักและมีบทบาทนำในการรักษาสภาพแวดล้อมเอาไว้ให้คงเดิม เพื่อควบคุมคุณภาพและกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐาน 

ปัจจุบันสินค้า GI มีกี่รายการ ประมาณการมูลค่ารวมเท่าไหร่

มี 208 รายการ สร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 70,000 ล้านบาท มีผู้ผลิตและผู้ประกอบการ GI กว่า 800,000 ราย สินค้า GI มีทั้งกลุ่มอาหาร (Food) เช่น ข้าว ผลไม้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลไม้เมืองร้อนของบ้านเรา หอม กระเทียม พริกไทย อาหารแปรรูป เช่น หมูย่างเมืองตรัง เป็นต้น และกลุ่มที่ไม่ใช่อาหาร (Non-food) เช่น ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ครกหิน เครื่องเคลือบดินเผา เป็นต้น 

ตัวอย่างกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่ขึ้นทะเบียนกับ GI

ขอเล่าถึงเนื้อโคขุนโพนยางคําจังหวัดสกลนคร เป็นการรวมตัวของสหกรณ์ที่เข้มแข็งมาก มีสมาชิกมากถึง 6,000 ราย เราเห็นการรวมตัวของชุมชน การสร้างความเข้มแข็ง มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบ วิธีการควบคุมคุณภาพก็ควบคุมตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ ควบคุมอาหารที่ใช้เลี้ยงวัว การผลิตแจกจ่าย การชำแหละก็เป็นระบบและสะอาด มีมาตรฐานในการตกแต่งเนื้อ เพื่อไม่ให้เสียคุณค่า เรียกว่าเป็นต้นแบบของ GI Champion ได้เลย

กรมทรัพย์สินทางปัญญามีแนวทางในการสนับสนุนสินค้า GI ที่เป็นรูปธรรมอย่างไรบ้าง

การสนับสนุนจะเริ่มตั้งแต่การส่งเสริมให้ขึ้นทะเบียนคุ้มครอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทําอยู่แล้ว และจะทําต่อไป ต่อมาคือเรื่องการควบคุมคุณภาพมาตรฐานการผลิต ซึ่งอันนี้เป็นจุดที่ต่อไปในอนาคตจะทวีความสําคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อรักษาคุณภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค ซึ่งขณะนี้ กรมฯ อยู่ระหว่างการปรับปรุงกฎหมาย GI ที่จะมีการระบุเรื่องการควบคุมคุณภาพของกระบวนการผลิตเด่นชัดมากขึ้น 

นอกจากนี้ เราก็ให้ความสําคัญกับการตลาด เพื่อให้ผู้ผลิตใช้ประโยชน์จาก GI และสร้างรายได้ขึ้นจริง ๆ เราส่งเสริมทั้งการตลาดออนไลน์และออฟไลน์ งาน THAIFEX – Anuga Asia เป็นงานระดับนานาชาติที่ใหญ่มาก จะมีคู่ค้าจากทั่วโลกมาเจรจาธุรกิจ เป็นการเปิดช่องทางให้ส่งออกถ้าเขามีกำลังพอ นอกจากนี้ก็มีการร่วมมือที่ดีกับพันธมิตรอย่างตลาดจริงใจ ซึ่งอยู่ในกลุ่มเซ็นทรัลฟู้ด รีเทล และพันธมิตรใหม่อย่าง The Cloud ในงาน Thailand Coffee Fest และ Thailand Rice Fest เมื่อ พ.ศ. 2566 ซึ่งเราดีใจมาก ๆ เลย เป็นพาร์ตเนอร์ใหม่ที่เราอยากจะจูงมือไปยาว ๆ เพราะมีปรัชญาในการทํางานที่ใกล้เคียงกันมาก ทั้งในเรื่องของชุมชน สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาแบบยั่งยืน ส่วนออนไลน์ก็จะมีความร่วมมือกับ Lazada, TikTok, Shopee, และ Born Thailand  

ส่วนปีหน้านั้น เราจะทำงานเชิงรุกมากขึ้นในตลาดต่างประเทศ มันจะไม่ใช่แค่การไปคุยกับคู่ค้าในต่างประเทศ แต่ต้องสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภค ให้เขาเริ่มรู้จัก GI ไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่เราทํามาเยอะมากกับองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization : WIPO) โดยในการประชุมสมัชชาใหญ่ของ WIPO ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้นำระดับประเทศกว่า 190 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมที่เจนีวา มีพาวิลเลียน GI ASEAN ซึ่งนำสินค้า GI จากประเทศอาเซียนไปจัดแสดงในการประชุมดังกล่าว ได้สร้างการรับรู้ให้สินค้า GI ของไทยและอาเซียนให้เป็นที่รู้จักในตลาดต่างประเทศมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เราได้ไปยื่นคำขอขึ้นทะเบียนสินค้า GI ไทยในต่างประเทศด้วย ซึ่งปัจจุบันเรามีกาแฟดอยตุง กาแฟดอยช้างที่ไปขึ้นทะเบียน GI ในสหภาพยุโรปกับญี่ปุ่น และสำหรับข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ก็อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนที่จีน เป็นต้น 

เป้าหมายของการจดทะเบียน GI คืออะไร และมีกลยุทธ์รวมถึงแผนการสื่อสารเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้นอย่างไร

เราต้องการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อให้เศรษฐกิจระดับชุมชนเข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน ทุกคนที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตและการจัดจำหน่ายได้ประโยชน์ เราอยากสร้างการรับรู้เกี่ยวกับ GI มากขึ้นในประเทศ เพราะยังมีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่รู้จักว่า GI คืออะไร มีความหมายต่อวิถีการดำรงชีวิตของเกษตรกร อาชีพเชิงช่าง และการสืบสานวัฒนธรรมและองค์ความรู้ท้องถิ่นอย่างไร กรมทรัพย์สินทางปัญญามีพันธมิตรด้านการสื่อสารในประเทศอย่าง The Cloud ตลาดจริงใจ ของ Tops Market ในอนาคตกรมฯ มีแผนโปรโมตสินค้าผ่านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เช่น สื่อบันเทิง ศิลปะร่วมสมัย เป็นการกระตุ้นให้เกิด Cross Industry Innovation อีกด้วย ทั้งนี้ เราต้องดำเนินการไปพร้อม ๆ กับการควบคุมคุณภาพเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค เนื่องจากสินค้า GI เป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงมายาวนาน ผู้บริโภคอาจไปเจอประสบการณ์ที่ไม่ดีหรือมีการปลอมแปลง แอบอ้างชื่อ

คุณมีแนวทางอย่างไรในการสร้างช่องทางการมีส่วนร่วมของคนทั่วไปต่อการผลักดัน GI 

ประชาชนคนทั่วไปคือผู้บริโภคที่ปัจจุบันมีทางเลือกมากมาย การมีส่วนร่วมของประชาชนคือช่วยอุดหนุนซื้อสินค้า GI แต่ก่อนจะตัดสินใจซื้อ ประชาชนต้องตระหนักว่าเขาซื้ออะไร ซื้อเพราะถูกใจ ซื้อเพราะคุณภาพดี ซื้อเพราะอยากให้กำลังใจ ซื้อเพราะอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ต่อยอดสินค้าประจำถิ่น

ส่วนช่องทางการเข้าถึงสินค้า GI มีหลากหลายช่องทาง เช่น เดินทางไปเยือนถึงถิ่นที่ผลิต อยากซื้อผ้าไหมยกดอกลำพูนก็ไปจองซื้อถึงกี่ทอผ้าเลย จะได้ไปชมเบื้องหลังการทอผ้าไหมด้วย คนที่ช่างทานแต่ไม่ชอบเข้าครัวก็ไปทานได้ตามร้านอาหารที่พิถีพิถันในการเลือกสรรวัตถุดิบ เช่น ร้าน R-HAAN, North Restaurant, Sorn (ศรณ์) เป็นต้น คนที่ช่างทำ ชอบทำอาหาร ก็หาซื้อวัตถุดิบ GI ได้ที่ตลาดจริงใจของ Tops Market ทั้ง 38 สาขา คนที่ชอบความสะดวกสบายก็สั่งซื้อออนไลน์ได้ทาง Born Thailand, Shopee และ Lazada ซึ่งเรามี Landing Page ให้เข้าถึงได้ง่ายค่ะ

จากนิสิตคณะอักษรศาสตร์ คุณเข้าสู่วงการและมีเส้นทางการสนับสนุนประเด็นทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างไร

หลังจากเรียนจบอักษรศาสตร์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ตั้งใจที่จะรับราชการ จึงขวนขวายไปเพิ่มพูนทักษะความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะที่ University of Michigan at Ann Arbor ที่บ้านสนับสนุนให้รับราชการด้วย เพราะเห็นว่าเป็นงานที่มีคุณค่าและมั่นคง เริ่มงานที่กระทรวงการต่างประเทศก่อนช่วงสั้น ๆ และเบนเข็มมาที่กระทรวงพาณิชย์ เพราะชอบเรื่องการค้า การลงทุนระหว่างประเทศ ซึ่งเราเชื่อว่าจะทำงานได้ดี ตัวเราต้องเข้าใจการค้าและระบบเศรษฐกิจภายในประเทศให้ดีก่อน พอมีโอกาสได้มาทำงานที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาก็ตกหลุมรักเลย เพราะทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสิ่งสําคัญมากกับการพัฒนาสังคม การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อเติบโตแข็งขันในอนาคต และเผชิญความท้าทายได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน โครงสร้างประชากร ความเหลื่อมล้ำ สาธารณสุข และการใช้ประโยชน์จาก Generative AI ทรัพย์สินทางปัญญาจึงเป็นเรื่องใกล้ตัวจริง ๆ หนังสือ เพลง เครื่องใช้สอยในชีวิตประจำวันที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีทำให้เราทึ่งในความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์

อะไรคือข้อดี-ข้อเสียของการผลักดันประเด็นทรัพย์สินทางปัญญาผ่านบทบาทข้าราชการ

ข้อได้เปรียบ คือเรามีภารกิจชัดเจนตามกฎหมาย มีกลไกการประสานงานระหว่างหน่วยงานของรัฐและองค์กรเอกชนทั้งในและระหว่างประเทศ มีเป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และมีงบประมาณประจำปีรองรับการทำงานให้บรรลุนโยบาย 

แต่ก็มีความท้าทาย ทรัพย์สินทางปัญญามีผู้มีส่วนได้เสียหลายกลุ่ม ข้าราชการไม่ได้เป็นคนที่ลงสนามจริงเหมือนเอกชน ต้องพยายามเข้าถึงทุกกลุ่มเพื่อสร้างความเชื่อใจและเชื่อมั่นระหว่างกัน จะได้ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกเอกชน และร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ช่วยกันสร้างระบบนิเวศที่ดึงดูดการลงทุนใน R&D การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง และการต่อยอดอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ก็ต้องเพิ่มช่องทางการสื่อสารให้มากขึ้น 

อะไรคือคุณค่าที่คุณยึดถือและให้ความสำคัญจนกลายมาเป็นแนวคิด-วิสัยทัศน์ในการทํางาน

เราเป็นคนช่างสังเกต เห็นคุณค่าของความหลากหลายมาตั้งแต่เด็ก ๆ และยิ่งมากขึ้นเมื่อเราโตขึ้นมา และได้เดินทางภายในประเทศและใช้ชีวิตในต่างแดน เราได้เห็นคุณค่าของความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นด้านวัฒนธรรม เชื้อชาติ หรือภาษา ทําให้โลกทัศน์เรากว้างขึ้น มันจึงสะท้อนออกมาเป็นปรัชญาในการทํางานที่เราจะให้ความสำคัญและให้คุณค่าของความหลากหลายของเพื่อนร่วมงาน พอมาทํางานกันเป็นทีมแล้ว ต่างคนต่างมีส่วนในการทําให้การตัดสินใจของเรามันดีขึ้น หลายครั้งเวลาทําโปรเจกต์ต่าง ๆ บางครั้งก็นำไปสู่นวัตกรรมในการทํางานใหม่ ๆ 

อะไรคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งผลต่อชีวิตของคุณ

มองย้อนกลับไป ชีวิตเรียบ ๆ ไม่มีจุดผกผัน ทุกการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทีละน้อยจากประสบการณ์และปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตให้แก้ เมื่อเจอความท้าทายที่เกิดขึ้นจากข้อจำกัดต่าง ๆ ทำให้ต้องคิด ต้องลงสนาม ต้องปรับมุมมอง ทัศนคติในการทำงานและการใช้ชีวิต หล่อหลอมเป็นตัวเราในวันนี้

สิ่งที่ได้เรียนรู้และอยากแชร์จากประสบการณ์ส่วนตัว คือเมื่อเจอกับปัญหาอุปสรรค การหยุดเพื่อดึงสติและกลับสู่ความมั่นคงทางอารมณ์และจิตใจจะช่วยให้เราผ่านพ้นทุกอย่างไปได้ 

กำลังใจจากครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ และการมี Quite Moment กับสิ่งที่ทำให้ใจเราสงบ เช่น งานศิลปะในพิพิธภัณฑ์ การเดินชมจิตรกรรมฝาผนังทีระเบียงวัดพระแก้ว ก็มีส่วนช่วยได้มาก หรืออยู่กับธรรมชาติก็สร้างพลังให้เราได้มากค่ะ

10 ของดี GI ในแบบของ กนิษฐา กังสวนิช

รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา

1.  ภาคใต้

หมูย่างเมืองตรัง

2.  ภาคเหนือ

ผ้าไหมยกดอกลําพูน

3.  ภาคอีสาน

ผ้าไหมแพรวากาฬสินธุ์

4.  ภาคกลาง

มะยงชิดนครนายก และมะม่วงน้ำดอกไม้คุ้งบางกะเจ้า

5.  ภาคตะวันออก

พริกไทยจันท์

6.  ภาคตะวันตก

มะนาวเพชรบุรี

7.  จากทะเล

มุกภูเก็ต

8.  จากผืนป่า

กาแฟดอยช้าง

9.  จากท้องนา

ข้าวฮางหอมทองสกลทวาปี

10.  จากผืนดิน

กระเทียมและหอมแดงศรีสะเกษ

Writer

ลิตา ศรีพัฒนาสกุล

ชอบอ่านหนังสือก่อนนอน ออกกำลังกาย และกำลังตามหางานอดิเรกใหม่ ๆ

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ