11 มีนาคม 2025
2 K

ถ้าคุณผู้อ่านเป็น 1 ใน 11 ล้านคนที่ยื่นภาษี หรือ 1 ใน 4 ล้านคนที่เสียเงินจ่ายภาษี เราคือทีมเดียวกัน ทีมที่ตื่นเต้นทุกไตรมาสแรกของปีว่าจะยื่นภาษีทันหรือไม่ ทีมยื่นภาษีที่ไม่ได้อยากเอาชนะใคร แค่อยากเสียภาษีให้ถูกต้อง 

คอลัมน์กัปตันทีมรอบนี้ เป็นเรื่องราวของแอปพลิเคชัน ‘iTAX ที่พึ่งทางใจของ First Jobber เป็นที่คลายทุกข์ให้มนุษย์เงินเดือนในการประหยัดภาษี และเป็นที่รักของ HR ช่วยลดงานทำเงินเดือน โดย อาจารย์มิก-ผศ.ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ CEO ผู้ก่อตั้ง และรองคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ชายหนุ่มผู้มุ่งมั่นในภารกิจเดียวมาตลอด 13 ปี ดังข้อความที่ปรากฏบนหน้าเว็บไซต์ iTAX ว่า 

ผู้เสียภาษีคือฮีโร่ตัวจริงของประเทศนี้ เราจึงพัฒนาเทคโนโลยีที่ทำให้ภาษีเป็นเรื่องง่ายที่สุดสำหรับทุกคน เพราะนี่คือสิ่งที่ผู้เสียภาษีสมควรได้รับ 

ผู้เขียนตื่นเต้นกับการได้เจออาจารย์มิกอีกครั้งในรอบเกือบสิบปี แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนได้เจอทุกปีผ่านแอปฯ iTAX ความจริงเจอแทบทุกวันบนหน้าเฟซบุ๊กผ่านโพสต์แสบ ๆ คัน ๆ #อาจารย์มิกเป็นคนซีเรียส ใจจริงอยากเตรียมกระเช้าของขวัญมอบให้แทนคำขอบคุณ ในโอกาสที่ปีนี้ข้อมูลภาษีทุกอย่างเชื่อมลงระบบสรรพากรจนไม่ต้องกรอกอะไรเพิ่มแล้ว ผู้เขียนคิดเองเออเองว่า iTAX ต้องได้ร่วมพัฒนากับกรมสรรพากรเป็นแน่ เลยตั้งต้นบทสนทนานี้ว่าอาจารย์มิกได้ทำอะไรกับสรรพากรบ้าง

“ไม่ได้ทำเลยครับ” เขาตอบพร้อมหัวเราะ

คนถามร้องอ้าวเสียงดังลั่นห้อง ซึ่งเป็นปฏิกิริยาเดียวกับทุกคนที่คิดว่า iTAX คงเป็นพาร์ตเนอร์สำคัญแน่ ๆ แต่เมื่อไม่ใช่ จะบอกว่าเขาทำตามหรือเปล่าก็ไม่รู้ อาจารย์มิกตอบเพียงว่า

“การมี iTAX ทำให้เขาขยับหรือเปล่า ถ้าใช่ก็ดีครับ ถ้าในที่สุดผมเจ๊งแล้วคนได้ประโยชน์ ผมแฮปปี้!”

จุดยืนที่ไม่มีวันมาเจอกัน นั่นทำให้ผมจะไม่เจ๊ง  

กรมสรรพากร และ iTAX มีเป้าประสงค์เดียวกัน คืออยากให้คนเสียภาษีถูกต้อง แต่ทั้ง 2 รายนี้กลับมีจุดยืนตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง กรมสรรพากรอยากจัดเก็บภาษีให้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ iTAX อยากช่วยคนประหยัดภาษีให้ได้มากที่สุด เป็นจุดยืน 2 ฝั่งที่ไม่มีวันมาบรรจบกัน

“การช่วยให้คนเสียภาษีน้อยที่สุดไม่ใช่ KPI ของกรมสรรพากรแน่นอน และเขาก็ไม่มีวันขายโฆษณาลดหย่อนภาษีบนหน้าเว็บไซต์ นี่จึงเป็นจุดสมดุลที่เราอยู่เคียงคู่กับกรมสรรพากรจนถึงทุกวันนี้” อาจารย์มิกมองเห็นตำแหน่งทางธุรกิจของตนเองอย่างชัดเจน

กลุ่มเป้าหมายของ iTAX ก็ชัดเจนตั้งแต่สมัยอาจารย์มิกเป็นนักศึกษาปริญญาเอกอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ดำดิ่งกับงานวิจัยในเรื่องแนวทางป้องกันการเลี่ยงภาษี ได้เห็นความก้าวหน้าของการจัดการด้านภาษี เพราะบ้านเมืองเขาจริงจังถึงขั้นผิดติดคุก ไม่ว่าชาติไหนก็ย่อมมีคนเสียภาษีไม่ถูกต้อง แบ่งได้เป็น 2 ประเภท

หนึ่ง คนขี้โกง รู้ว่าต้องทำยังไงให้ถูกแต่ไม่ทำ

สอง คนอยากทำให้ถูกแต่ทำไม่เป็น อาจารย์มิกขอเรียกกลุ่มนี้ว่า ผู้ประสบภัย

“แม้แต่นักกฎหมายยังมองภาษีเป็นยาขม แทนที่เราควรช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหล่านี้ที่ไม่ได้มีเจตนาชั่วร้าย แต่กลับเอากฎหมายมาลงโทษทุกคน มันผิดฝาผิดตัวไปหมด ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้โทษประชาชนไม่ได้นะ” นี่คือความจริงสุดชอกช้ำที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ iTAX

วุ้นแปลภาษาภาษี

ภารกิจแปลภาษากฎหมายให้กลายเป็นภาษาคน ใครอยากรู้ว่ายากขนาดไหน ให้ลองเปิด ‘บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร พุทธศักราช 2481’ แค่เริ่มต้นก็ไม่มีคำว่า ‘ภาษี’ อยู่ในนั้น บันเทิงล่ะทีนี้

หน้าที่ยุคแรกของ iTAX คือการทำให้แบบฟอร์มภาษีกลายร่างมาเป็นแบบสอบถาม สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับเจ้าหน้าที่สรรพากรในยุคนั้นมากโข แทนที่ทุกอย่างต้องจบในหน้ากระดาษเดียว กลับกลายเป็นกระบวนการถามตอบไปทีละข้อด้วยความใจเย็นผ่านหน้าเว็บไซต์ขาวสะอาด ไม่มีตารางยุบยับน่าสะพรึงกลัว 

โสดไหม มีรายได้ทางเดียวหรือเปล่า พ่อแม่มีรายได้ไหม ซื้อประกันหรือยัง

ผู้เขียนยังจำได้ดีว่าเวลากดตอบใช่ / ไม่ใช่ ไปทีละข้อ จะมีเจ้าหมูเขียวคอยเชียร์เป็นกำลังใจให้ จนสุดท้ายออกมาเป็นแบบฟอร์มพร้อมยื่นภาษี มหัศจรรย์!

แต่สำหรับคนที่คำนวณภาษีผ่าน iTAX จนชำนาญแล้ว อาจรู้สึกเสียเวลาที่ต้องมาตอบทีละข้อ อาจารย์มิกจึงเดินหน้าพัฒนาจากเว็บไซต์สู่แอปพลิเคชัน เพื่อให้ผู้ใช้งานระดับโปรวางแผนภาษีจากที่ไหนก็ได้เพียงปลายนิ้ว

อ้อ เล่ามาถึงตอนนี้ iTAX ยังไม่มีรายได้เลยนะ 

“เรามีปัญหาเรื่องเงินมาโดยตลอด เงินหมดไป 2 รอบ เงินตัวเองด้วย เงินคนอื่นด้วย โชคดีที่เราได้พี่ ๆ นักลงทุนที่พร้อมซัพพอร์ต เขายังเดินมาถามผมเลยว่าไหวหรือเปล่า” 

โอ้โห ผู้เขียนอยากขอบคุณเหล่านักลงทุนของ iTAX เสียเหลือเกินที่เชื่อมั่นในอาจารย์มิกและทีม ในขณะเดียวกันเขาก็อยากมอบคำขอบคุณให้กับผู้ใช้งาน

“ผมขอบคุณผู้ใช้งานทุกคนมาก ๆ ที่ไว้ใจบอกความจริง 100% กับเราเรื่องรายได้ในระดับเศษสตางค์ ขนาดบอกธนาคารยังบอกเลขกลม ๆ เลย เราคงเป็นไม่กี่เจ้าที่คนจะซื่อสัตย์กับคำตอบของตัวเอง สิ่งที่ผมทำได้คือการรักษาข้อมูลผู้ใช้ให้ดีที่สุด ความไว้ใจของผู้ใช้ที่ให้มาเป็นสิ่งที่ผมไม่มีวันทำลาย”

อาจารย์มิกเล่าต่อถึงระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลที่ใช้มาตรฐานระดับสายการบิน สะท้อนไปยังต้นทุนสูงสุดของธุรกิจคือค่าใช้จ่ายฝั่งเทคโนโลยี 

“ผมว่า iTAX ก็เหมือนธนาคารนะ แต่เป็นธนาคารข้อมูล ความถูกต้องปลอดภัยจึงเป็นเรื่องที่เราประนีประนอมไม่ได้ ฝ่าย IT Dev ทุกคนของเป็นระดับซีเนียร์ แพงแต่ฉลาด รู้ทันแฮกเกอร์” 

เมื่อคนใช้ iTAX แต่จ่ายเงินให้สรรพากร

ยิ่งคุยยิ่งกลัวจะเจ๊ง จนถึงเวลาต้องถามโมเดลรายได้กับอาจารย์กฎหมายภาษีท่านนี้

“ผมไม่ได้มาทางสายธุรกิจ อาจารย์สอนธุรกิจก็ไม่ใช่ บอกตามตรงเวลาไปขอเงินใครจะรู้สึกเขินอาย จนไปเข้าคลาสธุรกิจเยอะขึ้น พบว่าหากเราแก้ปัญหาให้คนและส่งมอบคุณค่าบางอย่างให้ เราก็มีความชอบธรรมหาเงินจากโซลูชันนั้นได้ แล้วเราไม่ใช่สรรพากร ไม่ได้เอาเงินภาษีใครมาใช้”

อาจารย์มิกวิเคราะห์จุดแข็งที่ทำให้กล้าเล่นใหญ่ขึ้นว่า “จากที่แรก ๆ เอาโฆษณาโบรกเกอร์กองทุนหรือประกันไปวางไว้มุมเว็บแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ แต่ตอนนี้เปิดหน้าโฮมมาเจอเลย เรามีฐานผู้ใช้รายได้สูงที่มองหาช่องทางประหยัดภาษีอยู่แล้ว เราจึงทำพื้นที่โฆษณาได้ใหญ่ขึ้น ทำราคาได้ดีขึ้น” 

ใครล่ะจะไม่แฮปปี้เมื่อประหยัดภาษีได้มากขึ้น iTAX จึงไม่ใช่แอปฯ ที่ผู้ใช้มาเยือนทุกเดือนมีนาคมอีกต่อไป แต่เป็นแอปฯ ที่คนเข้าตลอดทั้งปีเพื่อคอยเช็กยอดภาษี กลายเป็นขวัญใจมหาชนด้วยยอดผู้ใช้กว่า 1.2 ล้านคนในปัจจุบัน 

ช่วงโควิด-19 iTAX ผุดบริการใหม่ขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง ที่ The Cloud ก็มีส่วนร่วมเป็นบริษัทแรก ๆ นั่นคือโปรแกรมเงินเดือนสำหรับองค์กร 

“เรากลายเป็นที่รักของ HR เพราะการทำเงินเดือนเป็นแค่งานแอดมิน ไม่เพิ่มรายได้อะไร ทำดีเสมอตัว ทำชั่วโดนด่า เราจึงเน้นให้พนักงานจัดการข้อมูลทุกอย่างได้ผ่านแอปพลิเคชัน เช่น การกรอกข้อมูลลดหย่อนภาษี ล.ย.01 แล้วคำนวณหักภาษีตามจริงให้เสร็จสรรพ ทำให้ HR มีเวลาไปทำอย่างอื่นมากขึ้น”

การเพิ่มฐานลูกค้าองค์กรยังช่วยสร้างรายได้ต่อเนื่องในตลาดที่ใหญ่มาก กว่า 3 ใน 4 ของคนยื่นภาษีในไทยเป็นพนักงานบริษัทที่ยื่น ภ.ง.ด.91 แถมใครใช้แล้วออกยาก เพราะ Switching Cost สูง เสียเวลาเกินกว่าจะไปเริ่มโปรแกรมเงินเดือนใหม่ ปัจจุบัน iTAX จึงแทบไม่ได้ทำการตลาด แต่เกิดการจากบอกปากต่อปาก ไม่ว่าจะเป็นคนขายประกัน เจ้าหน้าที่ FA (Financial Advisor) หรืออินฟลูเอนเซอร์ในสื่อโซเชียล มักแนะนำให้ลูกค้าดาวน์โหลด iTAX วางแผนภาษีด้วยตนเอง

เมื่อคนใช้ iTAX อยากบอกสรรพากร

คนเลี่ยงภาษีเป็นคนไม่ดี ใช่หรือไม่ – ใช่ เจ้าหน้าที่รัฐย่อมตอบเช่นนี้

เด็กอายุ 14 ปี ขายของในอินสตาแกรมจนหาเงินปลดหนี้ให้พ่อแม่ได้ แต่ไม่ได้เสียภาษีให้ถูกต้อง เด็กคนนี้เป็นคนไม่ดีใช่หรือไม่ – เจ้าหน้าที่รัฐเริ่มอึ้งไปซักพัก

นี่คือเสี้ยวหนึ่งของเนื้อหาในกิจกรรม Hackathon ที่อาจารย์มิกเคยทำร่วมกับเจ้าหน้าที่สรรพากรในการนำสตาร์ทอัพและเจ้าหน้าที่รัฐมานั่งบนโต๊ะเดียวกัน เวิร์กช็อปเข้มข้น Empathize ผู้ใช้จริง ผลลัพธ์ของกิจกรรมอาจไม่ได้นำไปใช้ต่อ แต่การปรับ Mindset ข้าราชการคงเป็นผลผลิตเล็ก ๆ ที่ทำให้การยื่นภาษีเป็นมิตรขึ้นอย่างทุกวันนี้ก็เป็นได้

อาจารย์มิกให้เครดิตทีมสรรพากรสมัยที่ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดประตูให้ iTAX ได้เข้าไปเสนอไอเดีย “ผู้ใช้เราซ้อมใหญ่กันมาหมดแล้ว ข้อมูลครบพร้อมยื่นจริง เราอยากจิ้มทีเดียวส่งตรงถึงสรรพากร ตอนนั้นเลยเกิดวิธีใหม่ กรมสรรพากรกำหนดเพียงว่าต้องยื่นข้อมูลเหล่านี้มาให้ครบ ส่วนเราจะให้คนกรอกข้อมูลมาแบบไหนก็ตามสบาย ผมว่าเป็นความร่วมมือที่ยิ่งใหญ่มาก ที่สำคัญ เปิดกว้างสำหรับทุกเจ้า ใครจะมาทำบริการแบบเดียวกับ iTAX ก็อนุญาตให้เข้ามาทำได้”

แก้บริการภาครัฐด้วยสตาร์ทอัพ

เมื่อเห็น iTAX เดินทางมาถึงจุดนี้ ผู้เขียนจึงคิดฝันไปไกลว่าจะมีสตาร์ทอัพอีกจำนวนมากมาช่วยภาครัฐให้บริการประชาชนได้ดียิ่งขึ้น ในฐานะที่อาจารย์มิกเคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย จึงอยากขอถอดบทเรียนสักหน่อย

เขาเริ่มต้นด้วยประโยคนี้ “ประเทศไทยเป็นประเทศ User ไม่ใช่ประเทศ Maker”

หมายความว่ายังไงนะ – ผู้เขียนถาม

“ลองดูในมือถือเราสิว่ามีแอปพลิเคชันอะไรเป็นของคนไทยบ้างที่ไม่ใช่แอปพลิเคชันธนาคารนะ” เขาถามกลับ  

จริงด้วย คนไทยเป็นผู้ใช้ที่น่ารักเสียจริง ภาครัฐก็ใจดีชอบทำความร่วมมือกับบริษัทต่างชาติ แต่พอเป็นการสนับสนุนบริษัทคนไทยกลับมองว่าเอื้อเอกชน “เป็นสตาร์ทอัพในไทยเหมือนเป็นแต้มลบ พูดแล้วเหมือนตลกร้ายเวลามีคนบอกว่ารัฐเป็นนักคุมกำเนิดตัวยง ไม่ปล่อยให้สตาร์ทอัพไทยได้เกิด” อาจารย์มิกสรุป

หากรัฐคิดว่าตัวเองต้องเป็นเจ้าภาพ ทำทุกอย่างเองทั้งระบบหน้าบ้านหลังบ้าน มันคือต้นทุนรัฐที่สูงขึ้น ทำไม่ดีอาจโดนคนสรรเสริญในทางลบเข้าไปอีก อาจารย์มิกยกตัวอย่างในอินโดนีเซียที่มีปัญหาไม่ต่างจากบ้านเรา การให้เอกชนมาใช้ประโยชน์จากข้อมูลรัฐเป็นเรื่องอ่อนไหว เขาจึงใช้วิธีแยกหน้าบ้าน-หลังบ้าน ภาครัฐถอยออกมาหนึ่งก้าว ทำแค่ระบบหลังบ้านให้ดี ส่วนงานหน้าบ้านใครอยากทำก็ใส่ความคิดสร้างสรรค์เข้ามาได้เลย

“การรถไฟที่นั่นเปิดให้เอกชนมาเชื่อมขายตั๋วรถไฟและให้ค่าคอมมิชชันต่อเที่ยว ใครอยากจัดโปรโมชันก็เชิญเต็มที่ เกิดการแข่งขันกระจุย สุดท้ายคนที่ชนะในตลาดนั้นคือ Traveloka แอปฯ สีฟ้าที่เรารู้จักกันในนามแพลตฟอร์มขายตั๋วเครื่องบิน โรงแรม ที่จริงเขาโตมาจากขายตั๋วรถไฟในอินโดนีเซีย หน้าตาโอเค ราคารับได้ คนก็จะไหลมาหาเอง”

ยิ่งฟังยิ่งชอบสูตรนี้ รัฐทำหลังบ้าน ชวนคนมีไอเดียมาทำหน้าบ้าน แข่งกันด้วยกลไกตลาด ผู้ใช้ได้ประโยชน์สูงสุด 

แม่ค้าออนไลน์ได้ยินจะต้องขนลุก

เรื่องราวที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ อาจารย์มิกเล่าให้ฟังด้วยความปรารถนาดี กรุณาใช้สติและเครื่องคิดเลขในการอ่าน

เมื่อถามถึงเรื่องที่ต้องจับตาในปีนี้ อาจารย์มิกถกเขียนเสื้อขึ้นทีหนึ่ง ก่อนอธิบายชัดถ้อยชัดคำว่า แพลตฟอร์มขายของออนไลน์ที่มียอดขายเกิน 1,000 ล้านบาทใน พ.ศ. 2567 และจดทะเบียนในไทย สรรพากรจะขอให้แนบ ‘บัญชีพิเศษ’ มาให้ด้วย อาจารย์แกะศัพท์นี้ให้ฟังต่อ บัญชีพิเศษ คือรายการชี้แจงว่าแต่ละยอดเงินนั้นมาจากร้านค้าใดบ้าง ยอดค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มจะเป็นตัวคำนวณย้อนกลับได้ว่าร้านค้ามีรายได้จากการขายของเต็ม ๆ เท่าไหร่ ซึ่งข้อมูลนี้น่าจะถึงมือสรรพากรอย่างช้าในช่วงกลาง พ.ศ. 2568 

“นี่เป็นท่าที่ฉลาดมากเลยนะ เพราะสรรพากรไม่มีอำนาจไปขอชื่อร้านค้าโดยตรง จู่ ๆ จะไปขอรายชื่อร้านที่ขายดีที่สุด 100 อันดับแรก ทำไม่ได้ ผิดกฎหมาย แต่นี่คือการใช้วิธีสืบกลับจากยอดขาย สรรพากรบอกว่ามีตั้ง 20 กว่าแพลตฟอร์มในไทย” อาจารย์วิเคราะห์ ใครรอด ใครโดน ก็ขึ้นอยู่กับว่าร้านค้าได้เสียภาษีอย่างถูกต้องหรือไม่ในปีที่ผ่านมา

“นี่คือสิ่งที่เราตั้งตารอได้เลย ผมมั่นใจว่าจะมีแม่ค้าจำนวนมากได้หนังสือตราครุฑให้เข้าไปชี้แจง และผมคิดว่าเจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่ทั้งประเทศประมาณ 1,900 คน ตาเหลือกแน่ เพราะจะตามมาด้วยภาษีอีกหลายตัว เช่น หากยอดขายเกิน 1.8 ล้านบาท ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หากจดย้อนหลังก็จะโดนเบี้ยปรับเงินเพิ่ม”

อูย ปรับเป็นรายเดือนด้วยนะ ผู้เขียนคิดคำนวณตาม สุ้มเสียงของอาจารย์มิกไม่ได้ออกมาในเชิงข่มขู่แม้แต่น้อย กลับมองเห็นเป็นโจทย์ที่ท้าทาย พร้อมเปรยว่า อยากช่วยแก้ปัญหามากกว่าแค่ออกโรงเตือน “ถ้าผมไปทำความร่วมมือกับแพลตฟอร์มได้ เอาข้อมูลมาฟีดโดยตรง เราก็จะช่วยวางแผนภาษีกันได้ ผมเชื่อเสมอว่ามีคนจำนวนมากอยากทำให้ถูก แค่ยังทำไม่เป็น” 

อาจารย์มิกเห็นปลายทางสุดท้ายว่า เวลาเรายื่นภาษีจะเหลือเพียงกดครั้งเดียวจบ เนื่องจากช่วงนี้ สรรพากรกำลังขอความยินยอมเชื่อมข้อมูลต่าง ๆ ทั้งเบี้ยประกัน ดอกเบี้ยเงินฝาก กองทุน หลังจากช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ผู้เสียภาษีจะสบายขึ้น เทคโนโลยีกำลังเดินเข้าหาเรา เช่นเดียวกับภาษีที่กำลังเดินเข้าหาประชาชน

จบแบบนางงามแล้วกัน

เราคุยกันเกือบ 2 ชั่วโมง อาจเป็นเพราะจิตวิญญาณอาจารย์ทำให้เล่าเรื่องสนุกมาก ในขณะที่คนสัมภาษณ์ก็เต็มไปด้วยอารมณ์ร่วมของคนเคยเสียค่าปรับภาษี งั้นขอเป็นคำถามสุดท้ายก่อนลงจากเวที เอ้ย ก่อนปิดสมุด

อะไรคือสิ่งที่ยังทำให้สอนหนังสือและทำ iTAX ควบคู่กันไป 

“ตอบแบบนางงามเลยนะ ผมว่า 2 อย่างนี้เกื้อกูลกัน ในโลกวิชาการ เราไม่ได้เป็นเพียงอาจารย์เนิร์ด ๆ แต่มีประสบการณ์ในโลกธุรกิจ เวลาผมสอน กฎหมายว่ามาตามนี้ก็จริง แต่ธุรกิจก็มีวิธีป้องกันความเสี่ยงในแบบของเขา ส่วนการสอนเด็กที่พื้นฐานความรู้เป็นศูนย์ ผมต้องเข้าใจจริง ๆ ว่าเขามาจากความไม่รู้ ทำยังไงให้เขารู้ ซึ่งถูกจริตกับการทำแอปฯ iTAX มากเลย มันคือการสอนคนในเรื่องยากมากให้กลายเป็นเรื่องง่าย”

อาจารย์มิกจบประโยคเหมือนกำลังบอกกับตัวเอง “การที่ผมมี 2 อย่างนี้อยู่ในชีวิตไปพร้อมกัน มันเป็นเรื่องดีมากเลย”  จบการสนทนาด้วยความปลื้มปริ่ม แม้ไม่ใช่ในฐานะลูกศิษย์ แต่ในฐานะลูกทีมที่อยากร่วมเดินทางกับกัปตันทีมคนนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เราอยากเติบโต ได้เงินเดือนเยอะ ๆ เสียภาษีพอประมาณแบบถูกต้อง และอยากเห็นคน (ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์) เข้าสู่ระบบมาช่วยกันเพิ่มรายได้ภาษีให้ประเทศ มาเถอะนะ เรื่องภาษีไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

10 Things you never know

about Asst. Prof. Dr. Yutthana Srisavat

1.  i ใน iTAX มาจากคำว่าอะไร

Intuitive โซลูชันภาษีที่ง่ายมาก ไม่ต้องรู้กฎหมายภาษีก็ทำเองได้

2.  ส่วนตัวยื่นภาษีช่วงไหน

ยื่นช่วงปลายมีนาคม เพราะจ่ายเพิ่มทุกปีและยังได้ผ่อน 0% 3 เดือน

3.  ออฟฟิศสไตล์ iTAX เป็นยังไง

Virtual Office 0 เมตรจากเตียงนอน

4.  เคยโดนค่าปรับภาษีไหม

ไม่เคยโดนจ่าย แค่โดนตรวจ จะไม่มีวันพลาด มันคือศักดิ์ศรีของผมครับ

5.  กิจวัตรประจำวันช่วงนี้

กำลังเขียนหนังสือประวัติศาสตร์ภาษีจากทั่วโลก

6.  อยากเรียนเรื่องอะไรอีก

ภาษาจีน, Pure Math และ Pure Science

7.  หนังที่ชอบ

Inception

8.  ของกินแก้เครียด

ช็อกโกแลตไส้ถั่วอัลมอนด์

9.  อยากบอกอะไรคนหนีภาษี

ถ้าเขายังไม่เรียกคุณวันนี้ เขาแค่ยังไม่มีเวลาเรียกคุณ

10. อยากบอกอะไรกรมสรรพากร

ทำดีแล้วครับ ทำงานคุ้มภาษีเราแล้ว

Writer

ธันยมัย อนันตกรณีวัฒน์

นักข่าวเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยเชื่อว่า GDP คือคำตอบ แต่กลับชื่นชอบในแนวคิด Circular Economy ว่าจะสร้างอนาคตอันสดใสให้กับโลกที่ร้อนขึ้นทุกวัน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล