เมื่อราว ๆ 1 ปีก่อน ดาว-ดารณี ฉัตรพิริยะพันธ์ เข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN เธอเป็นทายาทของ บริษัท เมทัล คอปเปอร์ จำกัด ธุรกิจที่ดำเนินงานเกี่ยวกับการรีไซเคิล
ครอบครัวของเธอเริ่มลงทุนใน LPN เมื่อ 3 ปีก่อน เพราะเชื่อมั่นในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และวิสัยทัศน์ของ LPN ที่ไม่เพียงแต่ตั้งใจสร้าง ‘บ้าน’ ที่สวยและตอบโจทย์ แต่ยังต้องมั่นใจว่าจะอยู่ได้อย่างสบายกายและใจไปตลอดหลายสิบปี
หลังเรียนจบสาขาการเงิน เธอเดินทางไปเรียนต่อด้านภาษาที่ประเทศจีนจนทำธุรกิจกับคนจีนได้อย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะกลับมารับช่วงต่อธุรกิจที่บ้านด้วยการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ
ตอนนี้บทบาทของดาวเปลี่ยนไปแล้ว จากธุรกิจรีไซเคิลมาบริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จากดูแลพนักงานหลักร้อย เธอมาดูแลพนักงานหลักพันคน
ประสบการณ์ ความถ่อมตัว และคุณสมบัติในการรับฟังที่มี ทำให้เธอเป็นผู้บริหารที่แตกต่าง และทำให้เธอเข้าใจพนักงาน คู่ค้า และลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างรวดเร็ว เธอกำลังพา LPN ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อนำแบรนด์ไปสู่เป้าหมายที่วางไว้

ครอบครัวของคุณเริ่มเข้ามาลงทุนในธุรกิจ LPN ตั้งแต่ พ.ศ. 2565 เห็นโอกาสอะไรในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และทำไมต้องเป็น LPN
เราเห็นว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตของผู้คน ซึ่งมันแตกต่างจากธุรกิจรีไซเคิลมากเลย เป็นความท้าทายที่เราต้องนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากคุณพ่อมาใช้กับการบริหารองค์กรขนาดใหญ่อย่าง LPN ก็ต้องปรับตัวเยอะพอสมควร
ที่เลือก LPN เพราะเหตุผลหลัก ๆ 2 ข้อ
หนึ่ง บริษัทนี้อยู่มาแล้ว 36 ปี และยังคงเป็นแบรนด์ที่คนยังรู้จัก สนใจ พูดถึงสินค้าของเรา ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพที่เชื่อถือได้ การบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐานและครบวงจร เรียกได้ว่าสำหรับการอยู่อาศัยเรามีครบทุกอย่าง ทำให้วันนี้ LPN ยังอยู่ในใจของผู้บริโภคไม่เคยหายไปไหน
สอง เราเชื่อในปรัชญาการทำงานของ คุณพิเชษฐ ศุภกิจจานุสันติ์ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง และเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ LPN เป็น LPN ในทุกวันนี้
คุณพิเชษฐ ศุภกิจจานุสันติ์ เป็นผู้นำแบบไหน ทำไมถึงเชื่อในคนคนนี้
คุณพิเชษฐให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลและมีแนวคิดการทำงานที่เน้นเรื่องความยั่งยืน ตั้งแต่การวางรากฐานองค์กร การออกแบบโครงการ ไปจนถึงการพัฒนางานบริการหลังการขายที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ซื้อและผู้อยู่อาศัยจริง
LPN เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์แรก ๆ ที่ให้ความสนใจกับเรื่องนี้ มีแนวทางการทำงานที่เรียกว่า 6 GREEN LPN ที่ให้ความสำคัญเสมอ ได้แก่
1. Green Enterprise ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการองค์กรและบุคลากร
2. Green Design Concept การออกแบบผลิตภัณฑ์ภายใต้ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
3. Green Marketing Management การตลาดที่เป็นธรรมกับผู้บริโภคและคู่แข่ง
4. Green Financial Management การกำหนดผลตอบแทนและการเติบโตขององค์กรให้เหมาะสม
5. Green Construction Process การก่อสร้างที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคมโดยรอบ
6. Green Community Management การดูแลและบริหารจัดการคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัยในโครงการหลังส่งมอบ
เขาไม่ได้มองตัวเองว่าเป็นแค่บริษัทอสังหาฯ ออกแบบ สร้าง ขาย แล้วจบ แต่ให้ความสำคัญกับชุมชนโดยรอบโครงการ เอาใจใส่การดูแลลูกค้าหลังจากนั้นด้วย เราอยู่ได้ คนอื่นก็ต้องอยู่ได้ มันคือความยั่งยืนที่แทรกตัวอยู่ในทุกกระบวนการ และเป็นสิ่งที่เราจะนำมาใช้ต่อในการบริหารของตัวเองเช่นกัน
การบริหารธุรกิจรีไซเคิลกับอสังหาริมทรัพย์ดูจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
มีทั้งความเหมือนและความแตกต่าง ความเหมือนคือเราต้องหาลูกค้า หาตลาด ต้องขยายกลุ่มเป้าหมาย ต้องมีกลยุทธ์ใหม่ ๆ เพื่อช่วยในการขาย อย่างที่รู้กันดีว่าโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราเองก็ต้องปรับตัวให้ทัน
ส่วนที่แตกต่างคือตัวธุรกิจ สเกลธุรกิจก็ต่างกัน แต่เราไม่กังวล เพราะเชื่อในประสบการณ์การทำงานของตัวเอง สิ่งที่ LPN มีแข็งแรงอยู่แล้ว
แต่มีเรื่องหนึ่งที่ช่วงนี้เราพบปัญหาของลูกค้าหลายราย คือปัจจุบันเรามีลูกค้าในกลุ่มที่ประกอบอาชีพอิสระ หรือ Freelance มากขึ้น หรือบางส่วนก็ทำธุรกิจบนออนไลน์ ทำให้ Rejection Rate หรืออัตราการถูกปฏิเสธเมื่อลูกค้าขอกู้เงินค่อนข้างสูงกว่าที่คิด เราจึงต้องหาแคมเปญและกลยุทธ์เพื่อช่วยลูกค้ากลุ่มนี้ และอีกหลาย ๆ กลุ่มที่ประสบปัญหาคล้าย ๆ กัน จะดูแลลูกค้าก่อนยื่นกู้ยังไง ก็เป็นอีกเรื่องที่ LPN ไม่ได้มองข้าม

สิ่งแรกที่คุณเข้ามาทำคืออะไร
มี 3 เรื่อง
เรื่องแรก คน เราอยากพัฒนาพนักงานให้เท่าทันโลกยุคใหม่และความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป
เรื่องที่ 2 ลูกค้า ต้องออกแบบโปรดักต์ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายมากขึ้น อย่างโครงการ Lumpini Park ON 19 ที่ซอยอ่อนนุช 19 ก็มีการออกแบบโปรดักต์ที่ไม่เหมือนเก่า เป็นโครงการแรกที่ออกแบบพื้นที่บางส่วนของโครงการเพื่อลูกค้าที่มีสัตว์เลี้ยงโดยไม่รบกวนลูกค้ากลุ่มที่ไม่เลี้ยงสัตว์
เรื่องสุดท้าย การเงิน เราต้องทำให้บริษัทมีเสถียรภาพทางการเงิน จะลงทุนหรือทำอะไรก็แล้วแต่ จะต้องมั่นใจว่าบริหารสภาพคล่องให้ดีอยู่เสมอได้ ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดียังไง ธุรกิจเราจะได้มีสภาพคล่องตลอดเวลา
คุณสนใจเรื่องคนเป็นอันดับแรก ‘คน’ สำคัญกับธุรกิจอสังหาฯ ยังไง
สำคัญมาก เราต้องมีพนักงานที่พร้อมจะปรับตัวไปพร้อมกับเราและเท่าทันกับความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน ต้องเรียนรู้และว่องไวตามสถานการณ์เศรษฐกิจ สังคม และโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
อย่างทีมการตลาดก็ต้องขยันดูงานต่าง ๆ คิดไวทำไว และนำมาต่อยอดไอเดียการทำงานมากขึ้น หรือพนักงานขายเราก็ส่งไปอบรมทักษะต่าง ๆ รวมทั้งบุคลิกภาพ เทคนิคการขายต่อเนื่อง หรือนำดาต้าที่มีมาพัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานรอบด้านมากที่สุด เพื่อดูแลลูกค้าให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
ลูกค้าเปลี่ยนไปจากเดิมมากแค่ไหน
ลูกค้าปัจจุบันเน้นเรื่องการเช่ามากกว่าการซื้อ จะได้ย้ายที่อยู่ได้ง่าย อย่างนักศึกษาจบใหม่ที่เพิ่งทำงาน เขาอาจจะต้องย้ายงานบ่อย พอย้ายงานทีก็ต้องย้ายที่อยู่ จากที่เราเคยเน้นขาย Real Use ก็ต้องปรับกลุ่มเป้าหมายเป็นนักลงทุนที่ซื้ออสังหาฯ เพื่อปล่อยเช่า โดยที่เราเตรียมผู้เช่าให้เขาเลย
สมมติเขามาลงทุน เราจะจับคู่ผู้เช่ากับผู้ให้เช่า ราคาก็จะตามโลเคชัน โดยการันตี Yield ประมาณ 7 – 8 เปอร์เซ็นต์
จุดแข็งของเราคือเราหาผู้เช่าได้ง่าย เพราะคนเชื่อมั่นในแบรนด์ รวมถึงเรามีบริษัทในเครือ LPP หรือ แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ ที่มีบริการหลังการขายที่ดีมาก พร้อมรับฝากขาย ฝากเช่า และบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการอยู่อาศัยอย่างครบวงจร สัก 1 – 2 เดือนก็หาผู้เช่าได้แล้ว
โครงการหนึ่งที่เราประสบความสำเร็จในการปล่อยเช่ามาก ๆ คือลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต – คลอง 1 ที่รังสิต ให้ผลตอบแทน 7 – 8 เปอร์เซ็นต์ มีมหาวิทยาลัยหลายแห่งอยู่โดยรอบ อยู่ห่างจากห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต 1 กิโลเมตรเท่านั้น แถมเรายังมีบริการรถรับส่งไปมหาวิทยาลัยรังสิตกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ทั้งหมดมีประมาณ 10,000 ยูนิต ซึ่งตอนนี้ใกล้จะหมดแล้ว
อีกโครงการที่เน้นการลงทุนปล่อยเช่าคือ EARN by LPN อยู่ใกล้นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ซึ่งเราได้ร่วมมือกับบริษัทต่าง ๆ ในย่านอมตะฯ ที่สนใจซื้อคอนโดให้พนักงานของตัวเอง และโครงการจะพร้อมโอนให้แก่ลูกค้าได้ในช่วงปลาย พ.ศ. 2568 นี้

เชื่อว่า 36 ปีที่ผ่านมาของ LPN ต้องเผชิญวิกฤตหรือสภาวการณ์ที่ยากลำบากมานับครั้งไม่ถ้วน คิดว่าอะไรที่ทำให้ LPN ยังได้รับการยอมรับจนถึงวันนี้
อันนี้เป็นแนวคิดธรรมาภิบาลตั้งแต่สมัยคุณพิเชษฐที่ดีมาก ๆ ที่ให้ความสำคัญในการดูแลลูกค้า และไม่ทิ้งลูกค้าไม่ว่าจะวิกฤตไหนหรือมีอะไรเกิดขึ้นก็แล้วแต่ เรายังคงให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าของเรา อย่างตอนแผ่นดินไหวที่ผ่านมา เราส่งวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเข้าไปตรวจสอบทุกตึกที่ LPN สร้างในฐานะ Developer ไปจนถึงโครงการอื่น ๆ ที่ LPP บริหาร ที่ถึงแม้ไม่ใช่ LPN เป็นผู้สร้างรวมแล้วประมาณ 240 โครงการ ซึ่งนอกจากการใส่ใจดูแลลูกค้าแล้ว เราเห็นเลยว่าทุกโครงการของ LPN ได้รับความเสียหายน้อยมากจริง ๆ ซึ่งก็สะท้อนคุณภาพของโครงการ LPN ที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย ตามกระบวนการก่อสร้างที่มีแบบแผนชัดเจนของเรา
คุณเข้ามาบริหารในปีที่เศรษฐกิจถดถอย ธุรกิจได้รับผลกระทบแค่ไหน แก้เกมยังไง
กระทบพอสมควร เราจึงต้องปรับกลยุทธ์ให้เท่าทันเศรษฐกิจที่ถดถอยเพื่อให้คงยอดขายได้อยู่
คอนเซปต์หลักของเราคือ Healthy Resilience
Healthy คือการเงินที่แข็งแรง ต้องระมัดระวังเรื่องการเงิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการซื้อที่หรือใช้จ่ายลงทุนอะไรก็ตาม
Resillience คือความยืดหยุ่นที่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์หรือเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ถ้าวันนี้เป็นแบบนี้ วันพรุ่งนี้จะทำยังไง
อย่างก่อนวันแผ่นดินไหว คอนโดมิเนียมเรายังขายได้ พอแผ่นดินไหวปุ๊บ ลูกค้าตกใจ ก็เกิดจังหวะชะลอการตัดสินใจซื้อทันที
ตอนนั้นทำยังไง
เราชะลอเรื่องการตลาดไปช่วงหนึ่ง และเร่งเยียวยาลูกบ้านที่ได้รับผลกระทบเพื่อเรียกความมั่นใจกลับมา
หรืออย่างการเงิน เราจับมือกับธนาคาร ช่วยลูกบ้านผ่อนฟรี 36 เดือน เพื่อให้ลูกค้ายื่นกู้ได้ง่ายยิ่งขึ้น
ลูกค้าซื้อได้ แต่กู้ไม่ได้ ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่และหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น เราก็ต้องออกแคมเปญและหาเครื่องมือทางการเงินที่จะช่วยดูแลลูกค้า เพื่อที่อย่างน้อยเขาจะได้มีบ้านและสร้างพอร์ตของตัวเอง
LPN อยู่มา 36 ปี เจอมาหลายวิกฤต ตั้งแต่ พ.ศ. 2540 ยุคแฮมเบอร์เกอร์ สถานการณ์โควิด-19 เราเลยต้องมีความยืดหยุ่นเพื่อที่จะปรับตัวให้ทัน

ดารณี ฉัตรพิริยะพันธ์ เป็นผู้นำแบบไหน
เราชอบฟัง ฟังทุกภาคส่วน เวลาเขามีปัญหาก็จะช่วยรับฟัง จะได้ช่วยแก้ปัญหาได้ เราต้องเข้าถึงง่าย จะเข้าไปหาพนักงานทุกคน
ถ้าเราเป็นพนักงานคนหนึ่ง จะไปหาคุณดาวได้ยังไง
เราจะไปหาเอง (หัวเราะ) เราเดินไปทั่ว ทุกฝ่าย ทุกแผนก อย่างฝ่ายขายเราก็ไปหาถึงที่ ไปคุยว่าสถานการณ์เป็นยังไง เจออะไร ติดปัญหาอะไรไหม
อะไรคือส่วนผสมสำคัญในการบริหารธุรกิจสำหรับคุณ
หนึ่ง ธรรมาภิบาล เราต้องเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่เอารัดเอาเปรียบ
สอง การบริหารความเสี่ยง เราจะประเมินความเสี่ยงจากการรับฟังคนอื่นรอบ ๆ เพื่อที่จะตัดสินใจได้ถูกในข้อมูลที่เรามีตามความเป็นจริง
สาม เรื่องคน และไม่ใช่แค่พนักงาน แต่เป็นทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
องค์กรที่มีคนหลักพันคนแบบนี้ คุณจะดูแลทุกคนได้ยังไง
การดูแลทุกคนเป็นโจทย์ยาก ต่างคนต่างมีความคิดแนวคิดของตัวเอง หรืออย่างคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่าก็ยาก คนรุ่นเก่าจะมีแนวคิดที่ดี ผ่านประสบการณ์เยอะ ส่วนคนรุ่นใหม่วิธีคิดอาจจะไม่เหมือนกัน แต่เขาไฟแรง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
ถ้าผสมผสานระหว่างความใหม่กับความเก๋าเข้าด้วยกันได้ เราจะได้ทีมที่แข็งแรงมาก ๆ และพนักงานจะทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข

คุณแตะเรื่องความยั่งยืนมาตลอดตั้งแต่เราเริ่มคุยกัน ความยั่งยืนสำคัญกับธุรกิจอสังหาฯ ยังไง
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมอยู่แล้ว ในทุกกระบวนการของ LPN มีมาตรฐานในการทำงานที่อ้างอิงมาจาก Sustainable Development Goals (SDGs) และ Global Reporting Initiative (GRI) ซึ่ง LPN ทำมา 10 กว่าปีแล้ว
Sustainability สำหรับเรา คือบริษัทต้องเติบโตอย่างยั่งยืนด้วย การจะเป็นอย่างนั้นได้ต้องมีองค์ประกอบ 3 อย่าง เราอยู่ได้ สังคมต้องอยู่ได้ และโลกอยู่ได้
เริ่มจากตัวเรา (Profit) บริษัทดำเนินงานมีกำไร และเราก็แบ่งปันไปที่สังคมรอบข้าง (People) แล้วเราก็ทำสิ่งดี ๆ ให้กับโลก (Planet) ด้วยแนวคิดต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบหรือการทำเพื่อชุมชน
เช่น เราไม่ได้แค่สร้างโครงการน่าอยู่ แต่ต้องมั่นใจว่าจะไม่เบียดเบียนสังคมที่อยู่รอบ ๆ อย่างโครงการที่เราอยู่ตอนนี้ (BAAN 365 SUKHUMVIT 77) ถ้าสังเกตด้านหน้าจะเป็นสนามใหญ่ เพราะเราต้องการคืนพื้นที่สีเขียวให้กับชาวอ่อนนุช
เราทำกำไรอย่างพอเหมาะพอเพียง ราคาขายก็จะไม่สูงมาก เพื่อให้ทุกคนมีที่อยู่อาศัยที่ดีได้
ในการจะพัฒนาโครงการขึ้นมาโครงการหนึ่ง LPN คำนึงถึงอะไรบ้าง
เริ่มตั้งแต่การซื้อที่ดิน เราจะเลือกซื้อที่ดินละแวกชุมชน เพราะมองว่ามีความต้องการที่อยู่อาศัย และจะไม่ซื้อที่ดินที่ดูแล้วพัฒนาต่อไม่ได้ กลยุทธ์ของเราคือเจาะตามเมืองหรือกลุ่มที่เป็นชุมชน
เราวิเคราะห์ก่อนว่า ที่ดินตรงนั้นมีผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบแค่ไหน คอนเซปต์ในการออกแบบและพัฒนาควรเป็นยังไง คนกลุ่มไหนถึงจะสนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ตรงนี้ ไม่ใช่ว่าเรามีแบบอยู่แล้ว แล้วจะใช้กับที่ดินตรงไหนก็ได้
การออกแบบของเราต้องสอดคล้องไปกับชุมชนและบริบทข้างเคียง ไม่เบียดเบียนผู้คน รับฟังว่าการพัฒนาของเราจะไปกระทบอะไรต่อการใช้ชีวิตของเขาบ้าง เราทำงานกับผู้ออกแบบเหมือนเป็นทีมเดียวกัน เขาจะรู้อยู่แล้วว่า LPN ให้ความสำคัญกับเรื่องอะไร อย่างน้ำ ลม ไฟ แดด แสง ธรรมชาติ พลังงาน
ถ้าไปคอนโดของเราจะรู้สึกเลยว่าลมดี บรรยากาศดี โปร่งโล่งสบาย
ถัดมาถึงการก่อสร้าง เรามี Green Construction Process Standard Checklist เช่น ฝุ่น เสียง ทำตามมาตรการ ทำตามกฎหมายทุกอย่าง ไปจนถึงการส่งมอบ ถ้าโครงการอยู่ใกล้ชุมชน เราจะทำรั้วสูงถึง 6 เมตร ทุกโครงการมีการล้างล้อรถก่อนเข้าออกเพื่อไม่ให้รบกวนชุมชน
เราใช้หลัก People, Profit, Planet โดยให้ความสำคัญกับสังคม ตัวเราเอง และโลก โดยมีกลยุทธ์ 6 GREEN LPN เป็นตัวครอบอีกทีหนึ่ง นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับทุก Stakeholder ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า สังคมสิ่งแวดล้อม หรือคู่ค้า
มีตัวอย่างไหม
อย่างเรื่องพนักงานและสังคม เรามี LPC Social Enterprise เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ไม่เน้นกำไร ช่วยเหลือสตรีด้อยโอกาสที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ช่วยฝึกฝนเขาให้สร้างงานสร้างอาชีพได้ เพื่อวันหนึ่งจะได้เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ ส่วนหนึ่งทำงานกับเราต่อไปเรื่อย ๆ อีกส่วนเขาก็ออกไปทำงานข้างนอก ไปเติบโตของเขาเอง
มาสู่บริการหลังการขาย เรามีบริษัท LPP ที่ทำเรื่องนิติบุคคล ซึ่งนิติบุคคลต้องมีแม่บ้านในการทำความสะอาด เราก็สร้างงานให้กับสตรีด้อยโอกาสจาก LPC นี่แหละ โดยจ้างงานในราคาสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำทางกฎหมาย 10 เปอร์เซ็นต์ และมี Career Path ให้เขาเติบโตด้วย

ฟังแนวคิดการทำธุรกิจและการพัฒนาโครงการของ LPN มาทั้งหมด ผลลัพธ์ที่ได้บนวิสัยทัศน์เหล่านั้นจะเป็นโครงการแบบไหน
BAAN 365 SUKHUMVIT 77 ที่เราอยู่ตอนนี้เป็นตัวอย่างที่ดีมาก ๆ นี่เป็นโปรดักต์ที่เราปรับเปลี่ยนตามความต้องการของผู้บริโภค
ชั้นล่างเป็นห้องนอนของผู้สูงอายุ เพราะตอนนี้สังคมไทยเป็น Aging Society ลูกที่มีครอบครัวก็อยากดูแลคุณพ่อคุณแม่ซึ่งชอบอยู่ชั้น 1 มากกว่า และมองถึงพื้นที่พักผ่อนของพวกเค้าที่ไม่ใช่แค่ห้องนอนด้วย เพราะเราเรียนรู้พฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าที่มีผู้สูงอายุอาศัยร่วมกัน และพื้นที่วางลิฟต์ในบ้าน จะได้สะดวกสบายเวลาอยากขึ้นไปอยู่ร่วมกับลูกหลานชั้นบน
พื้นที่ส่วนกลางหลักอย่างห้องนั่งเล่นหรือครัวอยู่ชั้น 2 สมมติแขกมาบ้านก็จะได้ขึ้นไปใช้พื้นที่ด้านบน ไม่ต้องรบกวนพื้นที่ของผู้สูงอายุชั้นล่าง สระว่ายน้ำข้างหลังก็ไม่ต้องกังวลว่าจะชนกับสระว่ายน้ำอีกบ้าน เพราะเราออกแบบให้มีความเป็นส่วนตัวสูง พื้นที่นอกบ้านของบ้านหนึ่งจะติดกับส่วนที่ไม่เปิดโล่งของบ้านอีกหลัง จะไม่มีการออกมาว่ายน้ำพร้อมกันแล้วเจอกันแน่นอน
ห้องน้ำก็ออกแบบให้รับแสงธรรมชาติได้ดี เปิดโล่ง จากการสำรวจปัจจุบันพบว่าคนเราใช้เวลาในห้องน้ำค่อนข้างเยอะ เราจึงพิถีพิถันพื้นที่ส่วนนี้ โดยเฉพาะทิศทางแสง เลือกใช้บล็อกแก้วเพื่อให้รับแสงได้ดีและการระบายอากาศ ที่สำคัญแม้จะเป็นโลเคชันใจกลางเมือง แต่เราออกแบบให้มีพื้นที่สีเขียวเยอะ เหมือนเป็นโอเอซิสของตัวเอง

ไม่ได้ออกแบบเพื่อความสวยงามแค่ตอนขาย แต่นึกถึงใจคนที่อยู่ด้วย
ใช่ เรามีบริษัทในเครือที่ดูแลที่บริหารจัดการโครงการหรือนิติบุคคลด้วย จึงเข้าใจลูกค้า ผู้อยู่อาศัยดี และไม่ออกแบบอะไรที่สวยวันนี้ แต่จะกลายเป็นภาระในอนาคต เราถือว่าเราไม่ได้ขายทิ้ง แต่ขายแล้วยังดูแลต่อ
LPN จึงให้ความสำคัญ 3 เรื่อง คือ Green, Clean, Lean
Green การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เวลาพัฒนาโครงการจะต้องมั่นใจว่าจะมีพื้นที่สีเขียวด้านหน้า คนอยู่สบายใจ คนในชุมชนที่ผ่านไปผ่านมาก็จะรู้สึกร่มรื่น สบายตา
Clean การจัดการบริหารขยะ ซึ่งเราทำมาตั้งแต่ พ.ศ. 2546 โดยเรียนรู้จากพฤติกรรมลูกค้าของเราเอง มีถังขยะแยกเป็นขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย เรามีโครงการส่งเสริมให้ลูกค้าคัดแยกขยะมากมาย
Lean ลดการใช้พลังงานและวัสดุ เราให้ความสำคัญกับลม น้ำ แสง หรือทรัพยากรต่าง ๆ ตอนนี้เราเริ่มใช้พลังงานสะอาดในสำนักงานขาย หรืออย่างการออกแบบก็ใช้แนวคิดเดียวกัน อาจจะสังเกตว่าเพดานของ LPN อาจจะไม่ได้สูงมาก เพราะเราออกแบบตามการตัดวัสดุเพื่อให้เหลือเศษวัสดุทิ้งน้อยที่สุด
เราออกแบบเน้นให้คนอยู่ประหยัดพลังงานได้ มีการจัดการเรื่องไฟส่วนกลาง มีเวลาเปิดปิด หรือบางจุดที่ไม่จำเป็นต้องติดแอร์ เราก็จะให้การออกแบบเข้ามาช่วยให้โปร่งโล่งอยู่สบาย
อย่างโครงการคอนโดมิเนียมที่เตาปูน แทนที่จะเป็นล็อบบี้ติดแอร์เหมือนทั่วไป เราทำเป็น Semi-outdoor เป็นโซนเปิดโล่ง ไม่ต้องใช้แอร์เลย ลมเย็นสบายมาก
เราไม่ได้ออกแบบเพื่อความสวยงามฉาบฉวย แต่เน้นเรื่องการอยู่อาศัย เพราะรู้ดีว่าลูกค้าต้องอยู่บ้านของเรา โครงการของเรา ไปอีก 20 – 30 ปี หรืออาจจะตลอดชีวิตของเขา


10 Things you never know
about Daranee Chatpiriyapan
1. หนังสือที่จะแนะนำให้ทีมงานคนโปรด
Atomic Habits ของ James Clear เรามีชีวิตที่ดีขึ้นได้จากการเปลี่ยนนิสัยเล็ก ๆ
2. ตอนทำงาน คุณฟัง…
ไม่ฟังอะไรเลย ทำงานอย่างเดียว (หัวเราะ)
3. ฉายาสมัยเรียน
ถ้าเขาจะพูดถึงเรา น่าจะเป็น ‘เด็กเรียน’ ไม่เที่ยวเลย
4. ถ้านั่งจิบกาแฟกับใครก็ได้ในโลก
Elon Musk เพราะเขามีวิสัยทัศน์ ถ้าได้ไอเดียของเขามาปรับใช้กับธุรกิจน่าจะดีมาก ๆ
5. ถ้าทำงานทางไกลจากประเทศอะไรก็ได้ จะไปประเทศ…
เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เขาพัฒนาไปได้เร็วมาก ที่สำคัญคนน่ารัก
6. คติประจำใจ
สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมดีเสมอ ไม่ว่าเราจะตัดสินใจยังไงก็ตาม
7. ความเร็ว หรือ ความสมบูรณ์แบบ
ความสมบูรณ์แบบ อาจจะช้าแต่แน่นอนกว่า แต่บางอย่างก็ต้องใช้ความเร็วในการตัดสินใจเพื่อให้ได้ประโยชน์มากกว่า
8. คำจำกัดความสไตล์การบริหารของตัวเอง
ผู้ฟังที่ดี
9. สิ่งที่ทำก่อนนอน
เล่นกับลูก คลายเครียด
10. ถ้าวันนี้ไม่ได้เป็นผู้บริหาร LPN คุณจะ…
อาชีพที่ใฝ่ฝันแต่เด็กคือหมอ
