แม้คนส่วนใหญ่ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ การใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับโจทย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมมีต้นทุน บทบาทของภาคการเงินจึงสำคัญมาก และสิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือความร่วมมือระหว่างประเทศ
สำหรับธนาคารยูโอบี สถาบันการเงินระดับภูมิภาคของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากฐานที่มั่นที่แข็งแรงที่สิงคโปร์แล้ว ธุรกิจของยูโอบีก็ยังไปได้ดีในกลุ่มประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทยด้วย
สิ่งที่ยูโอบีกำลังผลักดันให้เข้มข้นมากขึ้นคือเรื่องการเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance) ผ่านเครื่องมือทางการเงินและบริการหลากหลายมิติ แน่นอนว่าการจะชวนคนอื่นมาเปลี่ยนผ่านและทำเรื่องนี้ คนชวนก็ต้องทำองค์กรของตนให้พร้อมและเป็นตัวอย่างที่ดีได้เสียก่อน
ก่อนที่ เชา วง ยวน จะดำรงตำแหน่ง Chief Sustainability Officer ของธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เขาทำงานกับกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่มาก่อน จากนั้นก็ขยับมาลงหลักปักฐานที่ประเทศไทยซึ่งแตกต่างกับประเทศสิงคโปร์ที่เขาเกิดและเติบโตมาพอควร เขาเลือกอยู่ที่นี่และยังเชื่อว่าตนเองจะเป็นอีกฟันเฟืองที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้
วันนี้เราจึงนั่งคุยกับผู้บริหารด้านความยั่งยืนของธนาคารยูโอบี ประเทศไทย คุณพ่อยังหนุ่มที่ชอบตีกอล์ฟกับลูก ๆ เพื่อถอดแนวคิด เข้าใจวิธีทำของกัปตันทีมคนนี้ให้มากขึ้น

Chief Sustainability Officer ทำอะไร
งานของผมคือดูแลกลยุทธ์ความยั่งยืนทั้งหมดของธนาคาร ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องอาคารหรือการจัดการของเสีย แต่ครอบคลุมตั้งแต่การเปิดเผยข้อมูล กลยุทธ์ในแต่ละหน่วยธุรกิจ ไปจนถึงการสร้างแผนยุทธศาสตร์ความยั่งยืนทั้งองค์กร ธนาคารของเรามีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ภารกิจหลักคือให้บริการลูกค้าและสร้างเศรษฐกิจผ่านการปล่อยสินเชื่อและการจัดสรรเงินทุน ดังนั้นเราต้องพัฒนาสินเชื่อและโซลูชันทางการเงินที่ยั่งยืนควบคู่กับการทำงานเพื่อชุมชนและสังคม
เราพยายามทำให้ ‘วัฒนธรรมความยั่งยืน’ ฝังอยู่ในทุกส่วนของธนาคาร เหมือนกับการปลูกฝังวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยง พนักงานทุกคนคือตัวแทนของธนาคาร ถ้าพวกเขาเข้าใจเรื่องนี้ เขาประยุกต์ในงานของตัวเองได้ พูดคุยกับลูกค้า และร่วมมือกันข้ามสายงานเพื่อส่งมอบกลยุทธ์ความยั่งยืนทั้งองค์กรได้ ดังนั้นความยั่งยืนคือหัวใจที่เป็นแกนกลางสำหรับทุกกลยุทธ์ขององค์กรเลย
งานยุ่งไหม
งานด้านความยั่งยืนนี้เป็นงานที่น่าสนใจมาก ผมคิดว่าไม่มีใครไม่ยุ่งหรอก บางครั้งก็ยุ่งมากจนสงสัยว่า สิ่งที่ทำอยู่มันมีความหมายไหม
คำตอบคือมีความหมายมาก
สุดท้ายก็ต้องกลับมาที่ ‘เป้าหมาย’ ว่าสิ่งที่ทำอยู่มีจุดประสงค์อะไร ทำไมเราถึงขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืน ทำไมเราถึงสนับสนุนให้บริษัทต่าง ๆ นำโซลูชันที่ยั่งยืนมาใช้ ทั้งหมดก็เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับอาเซียนและประเทศของเรา ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก ถึงจะเหนื่อยแต่ก็มีความหมาย

งานของคุณวัดความสำเร็จกันอย่างไร
ความยั่งยืนนี่วัดยาก ไม่เหมือนงานที่วัดผลกำไรได้โดยตรง มันไม่ได้วัดจากเรื่องสินทรัพย์ กำไรที่จะวัดต้นทุนกันได้ง่าย มันมีมิติในการชี้วัดเยอะมาก
สำหรับผม ตัวชี้วัดสำคัญคือความตระหนักรู้ของพนักงาน เรามีการสำรวจและพบว่าพนักงานสนใจและอยากเรียนรู้เรื่องนี้มากขึ้น อย่างในประเทศไทยเรามีพนักงานถึง 7,000 คน ซึ่งการทำแบบสำรวจโดยสมัครใจเรื่องความยั่งยืน มีพนักงานตอบรับถึง 2,500 คน นั่นคือคนจำนวนมากสนใจ อยากเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น เราก็เชื่อมโยงกับพวกเขาและหาทางในการสร้างความเข้าใจและตระหนักรู้ให้พวกเขามากขึ้น
อีกเรื่องที่ชี้วัดได้ก็คือเราเพิ่งได้รับรางวัล เช่น Best Bank for ESG ในประเทศไทย จัดโดย Euromoney เราได้รางวัลนี้ 2 ครั้งแล้วใน 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนความก้าวหน้าของเราได้อย่างดี
สิงคโปร์กับไทยมีความต่างในมุมความยั่งยืนอย่างไร
สิงคโปร์เริ่มเรื่องการเงินเพื่อความยั่งยืนมาตั้งแต่ปี 2015 ส่วนไทยเริ่มทีหลังแต่พัฒนามาได้เร็วมาก ตอนนี้ทั้งภาคเอกชนและธนาคารไทยมีการพัฒนาด้านการเงินยั่งยืนอย่างก้าวกระโดด และไทยยังเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ออกพันธบัตรความยั่งยืนภาครัฐ
เรามองว่า Sustainable Finance สำคัญ เพราะปล่อยกู้ให้กับลูกค้าซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่ากิจกรรมของธนาคารเองหลายร้อยเท่า เราจึงตั้งเป้าการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก และสร้างกรอบการปล่อยกู้สีเขียว โดยเน้นการทำงานร่วมกับลูกค้า พนักงาน และชุมชน เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นธรรม
นิยามของคำว่าคาร์บอนต่ำคืออะไร
คือการใช้กระบวนการ เทคโนโลยี และสิ่งใหม่ ๆ เข้าไปแทนที่เทคโนโลยีที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาก ด้วยเทคโนโลยีที่ปล่อยน้อยหรือเป็นศูนย์ เช่น ใช้พลังงานแสงอาทิตย์แทนไฟฟ้าจากฟอสซิล หรือเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศและตู้เย็นเป็นรุ่นประหยัดพลังงาน
พอมองกลับมาดูที่โครงสร้างพลังงานของประเทศไทย ปัจจุบันแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ยังมาจากพลังงานฟอสซิลโดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ซึ่งผูกพันกับโครงสร้างพื้นฐานเดิม แต่แผนพัฒนากำลังผลิตล่าสุดตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้ได้มากกว่า 50% ภายในปี 2037 ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม
ธนาคารส่งเสริมเรื่องนี้อย่างไร
ที่ยูโอบี เราทำงานร่วมกับภาคเอกชนและรัฐบาลเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินยั่งยืน ช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ทำงานกับธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงทำการศึกษาการทดสอบภาวะวิกฤตด้านสภาพภูมิอากาศร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลที่มีอยู่

จะตรวจสอบอย่างไรไม่ให้เกิดการฟอกเขียว (Greenwashing)
เรามีกรอบสินเชื่อยั่งยืนตามหลักสากลที่กำหนดให้ผู้ปล่อยกู้ต้องติดตามการใช้เงิน เช่น ธนาคารจะปล่อยกู้รถไฟฟ้า ก็ต้องเป็นรถที่มีการปล่อยต่ำกว่า 50 กรัม CO₂ ต่อกิโลเมตร เป็นต้น มีการตรวจสอบเพื่อป้องกันการฟอกเขียวด้วย
อย่างบริบทของประเทศไทย มีมาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือ Taxonomy ที่ครอบคลุมภาคพลังงานและการคมนาคมซึ่งเป็นภาคส่วนหลักของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และจะขยายขอบเขตให้ครอบคลุมภาคเกษตร และภาคอุตสาหกรรม คิดรวมกันกว่า 97% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศ เรื่องนี้จะช่วยกันได้มากในการให้คำจำกัดความที่ชัดเจนว่าอะไรคือสีเขียว อะไรที่ไม่ใช่
ในมุมของความยั่งยืน มองเรื่องทุนมนุษย์และทุนทางสังคมอย่างไร
หลังจากเรามุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว เราก็เริ่มมองเรื่องการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศและผลกระทบต่อแรงงาน เช่น ผลกระทบจากคลื่นความร้อนต่อชั่วโมงการทำงานซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของแรงงานทุกคน นอกจากนี้ยังมีโครงการเพื่อสร้างผลกระทบต่อสังคมในมิติของการศึกษา อย่างห้องเรียนรู้ดิจิทัล UOB My Digital Space และการสอนความรู้ทางการเงินใน โครงการ UOB Money 101: Teen Edition ให้เยาวชนที่อยู่ในพื้นที่ขาดโอกาส ได้เข้าถึงความรู้ด้านการบริหารจัดการเงิน ทั้งทัศนคติและการวางเป้าหมายการเงิน เพื่ออนาคตของตนเองได้
คุณเห็นและแชร์อะไรบนเวที GCNT Expo 2025 บ้าง
ผมพบว่าบริษัทส่วนใหญ่ตระหนักถึงความยั่งยืน ทุกคนรู้จักเรื่องความยั่งยืนกันแล้ว รู้ว่ามันสำคัญ แต่ส่วนมากยังไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อ อย่างลูกค้า SMEs ทั้งหมด 100% รู้นะว่าเรื่องความยั่งยืนนั้นสำคัญ แต่มีแค่ครึ่งเดียวที่เริ่มลงมือทำและปรับองค์กรกันจริง ๆ คนจำนวนมากไม่รู้ว่าต้องทำต่ออย่างไร
เราได้พัฒนาเครื่องมือและโปรแกรมเพื่อช่วย SMEs ประเมินและวางแผนด้านความยั่งยืน Sustainability Compass และโครงการสนับสนุนนวัตกรรม (Sustainability Innovation Programme) โดยร่วมมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คำปรึกษาและยกระดับศักยภาพลูกค้า เช่น โครงการ Solar Roof ซึ่งรวมอยู่ในแพ็กเกจทางการเงินที่แสดงความคุ้มค่าที่ลูกค้าจะได้รับอย่างชัดเจน
ในฐานะกัปตันทีม คุณมีสไตล์การบริหารอย่างไร
ผมคิดว่าหลายคนคงเคยมีโอกาสอ่านหนังสือ Good to Great (เขียนโดย Jim Collins) ซีอีโอของผมพูดถึงหนังสือของเขาบ่อยมาก มันสร้างแรงบันดาลใจสุด ๆ เลย ผมรู้ว่าตอนนี้ผมขยับตัวเองมาสู่ระดับ 5 แล้ว ซึ่งผมต้องหาคนที่ใช่สำหรับองค์กรก่อน แล้วค่อยคุยเรื่องกลยุทธ์ในภายหลัง
(อธิบายโดยผู้เขียน : ระดับของผู้นำแบ่งเป็น 5 ระดับ คือ 1 ระดับบุคคล 2 ระดับทีม 3 ระดับผู้จัดการ 4 ระดับผู้นำ และ 5 ผู้บริหารระดับสูง)
ผมคิดว่าการที่มีคนที่ใช่ในทีมนี่ จะรู้ความสำคัญและเห็นภาพใหญ่ของทั้งองค์กร อย่างทีมของเราจะเป็นเหมือนจุดเชื่อมโยงสำคัญของทุกความร่วมมือระหว่างกัน การที่เราหาคนที่ใช่เจอ พวกเขาก็จะช่วยกันสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใช่ ถึงจะเป็นทีมเล็กแต่ก็สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้
ผมคิดว่าการเข้าใจคนนี่สำคัญมาก เข้าใจว่าอะไรเป็นแรงขับในชีวิตของพวกเขา ทำให้พวกเขาเข้าใจคุณค่าหลักขององค์กร แล้วเราค่อยเติมความรู้และข้อมูลเทคนิคเข้าไปให้พวกเขา

ส่วนชีวิตในฐานะคุณพ่อ คุณสอนลูกเรื่องความยั่งยืนอย่างไร
ผมว่าโรงเรียนสมัยนี้สอนเด็กได้ดี ลูกชายเคยมาบอกกับผมว่า พ่อทำงานด้านความยั่งยืน ขอบคุณคุณพ่อมากเลยที่ช่วยโลกและรักษาไว้เพื่อพวกเรา ผมก็แปลกใจเพราะว่าเขายังเด็กอยู่เลย ที่โรงเรียนสอนให้เด็กเข้าใจเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ไม่ใช่แค่ที่โรงเรียน ที่ยูโอบีเราเองก็มีโปรแกรมสอนเด็ก ๆ ที่เป็นลูกของพนักงานเกี่ยวกับการลดขยะและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนด้วย
กิจกรรมโปรดของคุณและลูกคืออะไร
กอล์ฟ แต่ทุกวันนี้ก็ไม่ค่อยมีเวลาไปออกรอบเท่าไหร่ ผมคิดว่ากอล์ฟนี่ช่วยเรื่องความสัมพันธ์ได้ดีมาก ช่วงหนึ่งผมไปออกรอบบ่อยมาก ไปกับลูก ๆ ด้วยเพราะเป็นกีฬาที่เล่นได้ทุกวัย ถึงจะอายุเยอะแล้วก็ยังตีกอล์ฟได้อยู่ และอีกมุมคือ ตอนออกรอบคุณต้องอยู่ในสนามกอล์ฟหลายชั่วโมง เป็นเวลาที่ใช้สร้างความสัมพันธ์กับลูกและเพื่อน ๆ
เป็นทั้งคุณพ่อและนายแบงก์ ตื่นนอนกี่โมง
ผมตื่นเช้าตอน 05.30 น. ทุกวัน เพราะต้องกินข้าวกับลูกก่อนส่งพวกเขาขึ้นรถโรงเรียน และเข้านอนประมาณ 4 – 5 ทุ่ม พยายามนอนให้ได้ 7 ชั่วโมงต่อวัน ผมว่าเป็นเรื่องของนิสัยนะ ถ้าตั้งใจจะเข้านอนเร็วก็ทำได้ มันจะปรับนาฬิกาชีวภาพเราเองน่ะ
สิงคโปร์มีต้นไม้เยอะมาก ความสัมพันธ์ของคนสิงคโปร์กับต้นไม้เป็นอย่างไร
พวกเราถูกปลูกฝังค่านิยม ‘Clean and Green’ มาตั้งแต่เด็ก เรามีการสำรวจเรื่องสีเขียวและความสะอาดในห้องเรียนด้วยเพื่อให้ทุกคนจัดการขยะได้ถูกต้อง มีนโยบายปลูกต้นไม้ตั้งแต่ทศวรรษ 1960 ตอนนั้นที่เพิ่งเริ่มสร้างประเทศ เราทำเพื่อความสวยงามและสร้างอากาศที่ดีมากกว่ามองเรื่องคาร์บอน เพราะยุคนั้นยังไม่มีใครรู้เรื่องมลพิษหรือความยั่งยืนเลย

แนะนำสถานที่ Unseen ในสิงคโปร์หน่อย
ผมไม่คิดว่าที่สิงคโปร์จะมีที่ที่ Unseen เยอะนะครับ (หัวเราะ) เพราะว่าประเทศเราเล็ก แต่ถ้าจะให้แนะนำก็ Pulau Ubin นั่งเรือออกไปไม่นาน คนสิงคโปร์จะไปปั่นจักรยานกันที่นี่ เป็นเกาะเล็ก ๆ มีหมู่บ้านอยู่ เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบครอบครัว ธรรมชาติยังสมบูรณ์เหมาะกับการพักผ่อน แต่เอาจริง ๆ วันหยุดคนก็เยอะ
คุณชอบไปเที่ยวทะเล ภูเขา หรือเล่นหิมะ
ตัวผมชอบอากาศเย็น ๆ แต่ก็ชอบทะเลและภูเขาด้วย ที่ผ่านมาไปเที่ยวมาก็เยอะในช่วงวันหยุด แต่ไม่มีที่ไหนดีไปกว่าประเทศไทย เพราะว่ามีครบทุกอย่าง ทั้งปะการังสวยงาม ภูเขาก็สวย จะที่เขาใหญ่หรือขึ้นไปเชียงใหม่ก็มีภูเขาเยอะ ถ้าให้เลือกไปท่องเที่ยว ผมว่าเมืองไทยเป็นตัวเลือกที่ลงตัว
คุณเคยกินคุกกี้สิงคโปร์หรือลอดช่องสิงคโปร์มั้ย
ไม่เคยได้ยินและไม่เคยกินเลยครับ (หัวเราะ)
ลองจินตนาการถึงอาเซียนรวมทั้งสิงคโปร์และไทยในอีก 100 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
เราน่าจะใช้เทคโนโลยีจำนวนมากที่ไม่เคยจินตนาการถึงหรือนึกออก อย่างเรี่อง Covid-19 นี่เห็นได้ชัดมากเลยว่าเราผลิตวัคซีนออกมาได้ในระยะเวลาอันสั้นแบบที่ไม่เคยทำได้มาก่อน เรื่องความยั่งยืนก็ด้วย ผมคิดว่าในอีก 100 ปีข้างหน้า เทคโนโลยีเรื่องพลังงานสะอาดและความยั่งยืนจะแพร่หลายมาก ๆ น่าจะเป็นโลกที่เราฝากอนาคตของลูกหลานเอาไว้ได้

