Gundam ซีรีส์อนิเมะไซไฟและโมเดลหุ่นรบชื่อดังที่ทุกวันนี้ก้าวข้ามสถานะสื่อบันเทิงเพียงอย่างเดียวไปไกลแล้ว แต่กลายเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมร่วมสมัย (Pop Culture) และไอคอนระดับโลก
ภาพจำของหุ่นยนต์รบสีขาวอันเป็นเอกลักษณ์นี้ เผยโฉมครั้งแรกในปี 1979 ในชื่อ Mobile Suit Gundam ที่ว่าด้วยเรื่องสงครามอวกาศในโลกอนาคต โดย Gundam จะมาคู่กับกันพลา (Gunpla หรือ Gundam Plastic Model) เสมอ ซึ่ง Gunpla คือโมเดล Gundam พลาสติกที่ผลิตโดย ‘Bandai’ บริษัทของเล่นเบอร์ต้นจากญี่ปุ่น

“สำหรับผม Gundam เปรียบเหมือนพ่อ ครู และบางทีก็เป็นปีศาจ เพราะมันทำให้ผมอดนอน”
โจ-พงศกร ศรีชูวงศ์ กล่าวอย่างติดตลก โจทำงานในวงการของเล่นหลากหลายบทบาท ตั้งแต่ซ่อมและทำสีโมเดล ออกแบบตัวต้นแบบ รับตามหาของเล่นให้ลูกค้า ไปจนถึงการออกแบบบ้านเพื่อรองรับของสะสม ภายใต้ชื่อ JAB (Joyful & Build) Studio

ด้วยนิสัยที่ชอบแกะส่วนประกอบของโมเดลเพื่อสำรวจกลไกภายใน โจจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพาเราย้อน ‘แกะรอย’ ไปดูว่า Bandai มีกลยุทธ์อะไรในการทำให้ Gundam ผูกพันกับหัวใจเหล่านักสะสม ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญของการสร้างแบรนด์จนกลายเป็นธุรกิจระดับโลก วัฒนธรรมประจำชาติ และแหล่งสร้างอาชีพให้ผู้คนมากมาย
RX-78-2 Gundam (ปี 1980)
เมื่อพูดถึงของเล่นประเภทหุ่นยนต์รบ มีโมเดลมากมายที่เคยประสบความสำเร็จและเลือนหายไป แต่ในกรณีของ Gundam นี่คือหนึ่งในปรากฏการณ์ที่ยืนหยัดอยู่แถวหน้าของวงการ หนึ่งในเหตุผลสำคัญ คือ ‘สายสัมพันธ์’ ต่อคนดูและนักสะสม
“Bandai เริ่มต้นจากการจ้างบริษัท SUNRISE สร้างอนิเมะ Gundam เพื่อใช้เป็นสื่อช่วยขายของเล่น เพราะถ้าผู้คนชอบตัวละครในเรื่อง พวกเขาก็จะอยากได้หุ่นตัวนั้นกลับไปอยู่ในบ้าน นี่คือความผูกพันที่ค่อย ๆ สร้างขึ้นพร้อมกับเนื้อเรื่อง”
โจเทียบกลยุทธ์ของ Gundam เหมือน ‘พีระมิดแห่งความสำเร็จ’ ซึ่งรากฐานสำคัญที่สุดคือเรื่องราวและความผูกพัน ตามมาด้วยดีไซน์และวัสดุการผลิต
“หลายแบรนด์ทำของเล่นดีมาก แต่ไม่มีเรื่องราวรองรับ สุดท้ายก็ยากที่จะมัดใจคน”
ตัวอย่างความผูกพันที่เห็นได้ชัดที่สุด คงไม่พ้น ‘RX-78-2 Gundam’ หุ่นตัวเอกในซีรีส์แรกที่ออกฉายเมื่อปี 1979 จนถูกยกให้เป็น ‘คุณปู่’ ของทุกตัว ออกแบบโดย คุนิโอะ โอคาวาระ
ดีไซน์สีขาวคาดน้ำเงิน-แดง เรียบง่ายแต่แข็งแกร่ง มีเขาแหลม 2 ข้างติดที่หัว แม้ไม่ซับซ้อน แต่คลาสสิกเหนือกาลเวลา รวมกับเรื่องราวต้นกำเนิดที่อยู่ในใจใครหลายคน ไม่ว่า Bandai จะออกโมเดลรุ่นนี้มากี่เวอร์ชันก็ยังขายดีเสมอ เพราะไม่ใช่แค่การขายของเล่น แต่คือความทรงจำที่จับต้องได้
ภาพ : global.bandai-hobby.net/en-us/item/01_5373
“สมัยนั้นต้องใช้กาวติด ไม่ใช่ชิ้นส่วนแบบ Joint ต่อประกบเหมือนเดี๋ยวนี้” โจเล่าถึง Gunpla ตัวแรกสุดที่ Bandai ผลิตขึ้น ซึ่งห่างไกลจากเทคโนโลยีในปัจจุบันมาก
“โมเดลเป็นพลาสติกสีเดียวทั้งตัว ต่อเสร็จก็ต้องขัด อุด ลงสี งานทำมือทั้งนั้น เพราะเทคโนโลยีสมัยนั้นยังไปไม่ถึง จึงเรียกได้ว่าเป็นงานคราฟต์อย่างแท้จริง”
RX-78-2 จึงกลายเป็นทั้งสัญลักษณ์และจุดเริ่มต้นที่ Bandai ยังพัฒนาและต่อยอดได้อยู่เสมอ ซึ่งการสร้างความผูกพันกับตัวละครนี้ไม่ได้จบที่อนิเมะบนเจอหรือร้านขายของเล่น แต่ยังแผ่ขยายลงไปถึง ‘ห้องเรียน’ ของเด็กญี่ปุ่นแทบทุกหนแห่ง
โจเล่าให้ฟังถึงโครงการที่เรียกว่า ‘Gundam Caravan’ ซึ่ง Bandai ใช้เป็นกลยุทธ์สำคัญเพื่อปลูกฝังความผูกพันนี้ตั้งแต่ต้นทาง
“เด็กญี่ปุ่นทุกคนจะได้เล่น Gundam มันเหมือนของที่โตมากับเขา พอได้ประกอบเอง เขาจะเริ่มเรียนรู้กลไกว่าทำไมรูทรงกระบอกถึงหมุนได้ ทำไมชิ้นส่วนบางอย่างต่อแล้วขยับได้
“เด็กบางคนชอบวาดรูป ชอบแต้มสี ส่วนเด็กบางคนเริ่มสนใจวิธีหล่อพลาสติกหรือการทำแม่พิมพ์
พอเริ่มต่อเป็น หลายคนก็อยากได้หุ่น Gundam ที่ละเอียดขึ้น สวยขึ้น ซึ่งพวกเขาก็จะกลายเป็นลูกค้าในอนาคต”
กลยุทธ์ที่ชาญฉลาดนี้จึงทำให้ Gundam ค่อย ๆ แทรกซึมอยู่ในหัวใจ ความทรงจำ และประสบการณ์ของผู้คนเรื่อยมา จนมีแฟนคลับหลากหลายช่วงวัย ตั้งแต่เด็กตัวเล็ก ๆ วัยทำงาน ไปจนถึงวัยเกษียณ


Custom Gundam
นอกจากเรื่องราวความผูกพันที่ใช้เวลาสั่งสมกว่าครึ่งศตวรรษ อีกสิ่งที่ทำให้แตกต่างจากของเล่นทั่วไป คือการเป็นมากกว่า ‘โมเดลที่ต่อเสร็จแล้ววางโชว์’ แต่ยังเปิดโอกาสให้ปรับแต่งได้ตามต้องการ ทั้งแต่งแต้ม พ่นสี หรือดัดแปลงชิ้นส่วน ทั้งหมดนี้คือวัฒนธรรมอีกแขนงในวงการที่เรียกกันว่า ‘Custom’
“Custom Gundam ไปได้ทุกทางเลย อยากทำอะไรเราก็ทำได้ ขอแค่ถูกลิขสิทธิ์ก็พอ”
โจอธิบายอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความหมายของการปลดปล่อยจินตนาการ และเพราะจินตนาการนั้นไร้ขีดจำกัด วงการ Custom จึงเติบโตไปทั่วโลก จน Bandai ก็ต้องขยับตาม ด้วยการจัด GUNPLA BUILDERS WORLD CUP (GBWC) เวทีแข่งขัน Custom Gunpla ในระดับโลก
“คนเก่ง ๆ มีเพิ่มขึ้นทุกวัน และพวกเขาก็อยากปล่อยของ จากเดิมที่ GBWC เป็นแค่อีเวนต์เล็ก ๆ ตอนนี้จึงกลายเป็นเวทีใหญ่ที่คนรัก Gundam ทั่วโลกเฝ้าติดตาม
“Bandai เขาเห็นแล้วว่าการสนับสนุนงานแข่งพวกนี้มันส่งเสริมทั้งเศรษฐกิจและแบรนด์ของเขาเอง และกลายเป็นเวทีโชว์งานศิลปะด้วย”


โจเองก็เริ่มเส้นทางสาย Custom ตั้งแต่โมเดลตัวแรกที่ซื้อมา แม้หลายคนจะกล้า ๆ กลัว ๆ กับของเล่นชิ้นโปรด แต่โจปลดปล่อยจินตนาการเต็มที่ จนทุกวันนี้การ Custom ไม่ใช่แค่งานอดิเรก แต่กลายเป็นอาชีพของเขา
“ผมรับทำตั้งแต่ลงสี ซ่อมโมเดล ไปจนถึงรับประกอบ สำหรับคนที่มีเงินแต่ไม่มีเวลา หรือบ่อยครั้ง ลูกค้าก็ส่งโมเดลเปล่า ๆ มาให้เราดีไซน์ได้เต็มที่ เพราะเขาไว้ใจ มันจึงกลายเป็นงานที่ทำเพื่อหาเลี้ยงชีพได้จริง ๆ”
“ก่อนหน้านี้ผมเรียนรู้จากหนังสือและอินเทอร์เน็ต ทำตามก่อน ไม่แปลกที่ทำตามแล้วไม่เหมือน เพราะเรายังขาดความชำนาญ ทำไปเรื่อย ๆ มันก็จะค่อย ๆ มาเอง อย่างแรกต้องอย่าไปกลัวผิด ผิดเป็นครู คุณจะมีครูได้กี่คนคุณตั้งเป้าไว้ก่อน ถ้าคุณทำตัวแรกเสียจุดหนึ่ง ตัวที่ 2 คุณก็จะไม่เสียจุดนั้นแล้ว แต่ถ้าตัวที่ 2 คุณเสียที่อื่น มันคือครูคนที่ 2 คุณก็ไปทำตัวที่ 3 สุดท้ายแล้วมันจะลดความผิดพลาดไปเรื่อย ๆ”
โจยกตัวอย่างงาน 2 ชิ้นที่สะท้อนให้เห็นถึงการ Custom ที่ปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ ทั้งยังชี้ให้เห็นว่าในโลกของ Gunpla การ Custom คือศิลปะ
และ ‘ขีดจำกัดเดียว’ ของศิลปะนี้ คือจินตนาการของคุณเอง


Turn A Gundam
การมีรากฐานและความผูกพันอาจช่วยให้ Gundam อยู่ได้ แต่สิ่งที่ทำให้มันก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอ คือความกล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ ๆ ของ Bandai
เพราะแม้จะมีฐานแฟนคลับเหนียวแน่น Bandai ก็ไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับความสำเร็จในอดีต พวกเขากล้าพอที่จะลองผิดลองถูกและหมั่นพัฒนาเสมอ
หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจน คือการเปิดตัว MG 1/100 ∀ Turn A Gundam (ปี 2007)

หุ่นตัวนี้แตกต่างจาก Gundam ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ด้วยดีไซน์โค้งมนเหมือนนำรูปทรงเรขาคณิตหลากชนิดมาประกอบกัน อีกทั้งเป็นโมเดลที่ออกแบบโดยนักออกแบบจากฝั่งตะวันตก ไม่ใช่ชาวญี่ปุ่นอย่างที่เคยเป็นมา
“ยุคนั้นมีแต่คนด่าครับ แทบทุกคนบอกว่าไม่เหมือน Gundam เลย แต่ผมชอบนะ เพราะมันแปลกดี มีหนวดด้วย” โจเล่าพร้อมหัวเราะเล็ก ๆ
Turn A Gundam อาจไม่ใช่หุ่นยอดนิยม แต่ก็ทำให้เห็นการทดลองสิ่งใหม่อย่างไม่กลัวความล้มเหลว

RX-78-2 Gundam (ปี 2020)
หาก RX-78-2 คือ ‘เจ้าหุ่นขาวคลาสสิก’ ที่เปิดตำนาน Gundam ในปี 1980 เวอร์ชันที่จะกล่าวต่อไปนี้คือการนำหุ่นตัวเดิมรุ่นเดียวกันนั้นกลับมาปัดฝุ่นใหม่ในปี 2020 ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ล้ำสมัยขึ้น
“ตัวนี้คือที่สุดของผมเลย”
โจพูดถึง Gundam รุ่น RX-78-2 ที่ออกมาเนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปีที่เรื่องราวของสงครามหุ่นรบอวกาศนี้ออกมาสู่สายตาชาวโลก

ภาพ : global.bandai-hobby.net/en-us/item/01_3328
“แค่เห็นด้วยตาก็รู้ว่ามันพัฒนาไปขนาดไหน ทั้ง Mechanic รูปร่างหน้าตา จุดขยับ รายละเอียดต่าง ๆ อย่างสติกเกอร์เรซินเล็ก ๆ พาร์ตเหล็ก พาร์ตโปร่งแสง การแยกส่วน ทุกอย่างออกแบบมาแบบที่ผมมองว่า Bandai ใส่ใจกับสินค้าของพวกเขามากจริง ๆ”

RX-78-2 ในเวอร์ชันนี้ ไม่ใช่แค่การย้อนกลับไปขายหุ่นตัวเดิมอีกครั้ง แต่คือการนำหุ่นตัวเดิมที่เต็มไปด้วยความทรงจำและความผูกพันมาผ่านกระบวนการออกแบบใหม่ ใส่เทคโนโลยีและวัสดุใหม่ ๆ ปลุกชีวิตมันขึ้นมาอีกครั้ง ในรูปแบบที่ดีที่สุดเท่าที่ยุคสมัยนี้จะทำได้
ทั้งหมดนี้คือวิธีคิดของ Bandai ที่ทำให้ Gundam และ Gunpla เดินทางเหนือกาลเวลามากว่า 46 ปี จนถ้าจะเรียกว่าทั้งสองเป็นเพียงของเล่นและของสะสมก็คงจะเป็นคำนิยามที่แคบเกินไป
เพราะในสายตาของใครหลายคน โมเดลเหล่านี้คือ ‘ผืนผ้าใบ’ ที่พวกเขาใช้ระบายจินตนาการและแต้มเติมความสุข ในขณะเดียวกันมันก็กลายเป็นรากฐานชีวิตของใครอีกหลายคน
“สำหรับผม Gundam ไม่ใช่แค่ของเล่น มันคือส่วนหนึ่งของชีวิต เป็นชิ้นส่วนสำคัญของวงการและวัฒนธรรม ถ้าไม่มีมัน ผมคงไม่โตมาเป็นตัวเองในวันนี้” โจบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ถ้ามีโอกาสได้เจอคนที่สร้าง Gundam ขึ้นมา ผมอยากบอกเขาว่า ขอบคุณที่สร้างสิ่งนี้มา เพราะคุณไม่ได้แค่สร้างหุ่น แต่คุณสร้างคน สร้างอาชีพ สร้างความสุข และสร้างแสงสว่างในใจผมจริง ๆ”



