25 กันยายน 2025
2 K

งาน นวราตรี (Navaratri) หรือ วันวิชัยทัสมิ จะจัดขึ้นที่ วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก สีลม) จะตรงกับเดือนกันยายน-ตุลาคมของไทย และในปี 2568 จะเกิดขึ้นระหว่าง 22 กันยายน – 2 ตุลาคม 2568 รวม 9 วัน 9 คืนเต็ม ตามประเพณีฮินดูบูชาพระแม่อุมาเทวีทั้ง 9 ปาง (Nava Durga) ตามลำดับ และมีการประดับตกแต่งวัดอย่างสวยงามให้ผู้ศรัทธาได้สักการะตลอดวัน เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของความดีเหนือความชั่ว

กิจกรรมสำคัญในแต่ละวัน

  • วันที่ 1–3 : บูชาพระแม่ทุรคาในปางนักรบ ขับไล่สิ่งไม่ดีออกจากชีวิต
  • วันที่ 4–6 : บูชาพระแม่ลักษมี เทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์และความรุ่งเรือง
  • วันที่ 7–8 : บูชาพระแม่สรัสวดี เทวีแห่งปัญญา ศิลปะ และดนตรี
  • วันที่ 9 (วันวิชัยทัสมิ) : วันแห่งชัยชนะ ถือเป็นวันสำคัญที่สุด

อารามบอยเคยพาทุกท่านไปชมวัดมาแล้วหลายศาสนา ทั้งวัดเนื่องในศาสนาพุทธที่จะพุทธเถรวาทหรือพุทธมหายานผมก็เคยพาไปมาหมดแล้ว หรือมัสยิดผมก็เคยพาไปชม คราวนี้เลยอยากขยายจักรวาลของอารามบอยไปยังศาสนสถานเนื่องในศาสนาใหม่กันบ้าง กับ ‘ศาสนาฮินดู’ และถ้าพูดถึงวัดเนื่องในศาสนาฮินดู ชื่อของสถานที่ที่จะพาไปชมวันนี้น่าจะเป็นชื่อแรก ๆ ที่แวบเข้ามาในหัวก่อนเลย นั่นก็คือ ‘วัดพระศรีมหาอุมาเทวี’ หรือ ‘วัดแขก สีลม’ นั่นเอง

วัดฮินดูโดยคนอินเดียใต้ บนที่ดินสวนผักของชาวพุทธ

วัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือที่หลายคนนิยมเรียกว่า วัดแขก สีลม ถือเป็นวัดเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 100 ปีแล้วนะครับ สร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2422 โดยชาวอินเดียจากรัฐทมิฬนาฑูซึ่งตั้งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศอินเดีย 

ก่อนจะมีวัด พื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นสวนผักมาก่อน เจ้าของสวนคือ นางปั้น อุปการโกษากร ภรรยาของ หลวงอุปการโกษากร (เวท วัชราภัย) โยมอุปัฏฐากของวัดสุทธิวรารามที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่ ซึ่ง นายไวตรีประเดียอะจิ นายนารายเจติ และ นายโกบาระตี นำที่ดินของพวกตนไปแลกกับที่ดินของนางปั้น พอได้ที่ดินมาก็ได้ขอพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เพื่อสร้างวัด และสร้างวัดขึ้นโดยมีการอัญเชิญรูปเคารพทั้งหมดมาจากอินเดียใต้ อันเป็นดินแดนต้นกำเนิดมาประดิษฐานเป็นประธานในเทวาลัย

วัดของพระแม่มาริอัมมัน

แม้ชื่อภาษาไทยที่เรียกกันจะระบุว่าวัดแห่งนี้เป็นวัดของพระแม่อุมา แต่หากสังเกตชื่อภาษาอังกฤษดี ๆ จะพบว่าชื่อจริง ๆของวัดคือ Sri Mariamman Temple (วัดศรีมาริอัมมัน) หรือชื่อในภาษาทมิฬด้านล่างที่อ่านว่า อรุลมิกุ ศรีมหา มาริอัมมัน โกวิล หรือ ปราสาทพระแม่ศรีมาริ 

ดังนั้น จริง ๆ แล้ว วัดแขกแห่งนี้คือวัดของพระแม่มาริอัมมันนั่นเอง

พระแม่มาริอัมมันเป็นเทพพื้นเมืองของชาวทมิฬ หรือก็คือพระแม่ท้องถิ่นในอินเดียภาคใต้ มีสถานะเป็นพระแม่แห่งสายฝน (มาริ แปลว่า ฝน) และยังเป็นพระแม่แห่งโรคฝีดาษและโรคพื้นเมืองด้วย ซึ่งแสดงลักษณะของเทพเจ้าพื้นเมืองที่มักเกี่ยวข้องกับเรื่องความอุดมสมบูรณ์ โดยพระแม่เป็นเทพสตรีที่มีกายสีแดง มีเขี้ยวแบบยักษิณี ตามลักษณะของเทพีท้องถิ่นที่มักดุร้าย

แล้วทำไมถึงเรียกว่า ‘วัดพระศรีมหาอุมาเทวี’ ล่ะ ทำไมไม่เรียกวัดพระศรีมาริอัมมันเหมือนวัดเดียวกันในประเทศอื่นอย่างในสิงคโปร์หรือมาเลเซีย 

นั่นก็เพราะว่าตามความเชื่อของอินเดีย พระแม่ทุกองค์ล้วนแต่เป็นภาคหนึ่งของพระแม่อุมา ประกอบกับพระนามของพระแม่อุมาเป็นที่รับรู้ในหมู่คนไทยมาแต่เดิมนั่นเอง

วัดพระศรีมาริอัมมัน ประเทศสิงคโปร์
วัดพระศรีมาริอัมมัน ประเทศมาเลเซีย

สถาปัตยกรรมอินเดียใต้ขนานแท้ในกรุงเทพฯ

เนื่องจากวัดแขกสีสมสร้างโดยชาวอินเดียใต้ เพื่อชาวอินเดียใต้ งานศิลปกรรมที่พบในวัดจึงเป็นงานศิลปะแบบอินเดียใต้แท้ ๆ สังเกตได้อย่างชัดเจนจากงานสถาปัตยกรรมที่เรียกว่า ‘วิมาน’ 

วิมาน คือปราสาทแบบอินเดียใต้ที่มีการซ้อนกันของเรือนธาตุเป็นชั้น ๆ ไปจนถึงยอด โดยมีเส้นรอบนอกเป็นแบบขั้นบันได ถ้าใครนึกภาพไม่ออก ลองนึกถึงปราสาทในศิลปะขอมอย่างปราสาทหินพิมาย ปราสาทหินพนมรุ้งก็ได้ครับ สถาปัตยกรรมแบบนั้นได้แรงบันดาลใจมาจากวิมานแบบอินเดียใต้เช่นกัน ลักษณะนี้แตกต่างจากสถาปัตยกรรมแบบอินเดียเหนือที่เรียกว่าศิขระที่แม้จะเป็นปราสาทเหมือนกัน แต่เส้นรอบนอกของศิขระเป็นเส้นโค้ง

นทิภีมะ ประเทศอินโดนีเซีย สถาปัตยกรรมได้แรงบันดาลใจจากศิขระ

นทิภีมะ ประเทศอินโดนีเซีย สถาปัตยกรรมได้แรงบันดาลใจจากศิขระ

อาคารทรงวิมานหลังแรกที่สะดุดตาทุกคนที่สุดก็คงจะหนีไม้พ้นโคปุระหรือซุ้มประตูทางเข้า มีอยู่ 2 ด้าน คือฝั่งทิศเหนือและทิศตะวันออก โดยทิศหลักคือทิศตะวันออก เนื่องจากเป็นโคปุระที่อยู่ตรงกับเทวาลัยประธาน ในขณะที่ฝั่งทิศเหนือเป็นฝั่งที่ติดถนนสีลม โดยวิธีสังเกตว่าทิศไหนเป็นทิศหลัก ให้สังเกตจากความสูง เพราะโคปุระฝั่งทิศตะวันออกมีชั้นหลังคาที่ซ้อนกัน 5 ชั้น ในขณะที่โคปุระฝั่งเหนือซ้อนกันเพียง 3 ชั้นเท่านั้น

ถ้าใครไปเทวาลัยที่อื่นในต่างประเทศแล้วเห็นว่าประตูสูงไม่เท่ากัน ให้รู้ไว้เลยว่าฝั่งที่สูงกว่าจะเป็นฝั่งหลัก

ทีนี้หลายคนอาจจะคิดว่า ถ้าซุ้มประตูยังสูงขนาดนี้ เทวาลัยประธานต้องสูงแบบสุด ๆ แน่นอน แต่เปล่าเลยครับ 

เทวาลัยประธานของวัดแขกสีสมหลังเล็กกว่าโคปุระมาก ลักษณะนี้ไม่ใช่ว่าเพราะงบไม่พอนะครับ แต่เพราะการสร้างเทวาลัยประธานให้เล็กกว่าโคปุระเป็นลักษณะที่พบในศิลปะอินเดียใต้ในยุคหลังในสมัยวิชัยนคร เนื่องจากในช่วงเวลานั้นอินเดียมีสงครามกับอิสลาม เทวาลัยประธานในยุคหลังจึงมักสร้างให้มีขนาดเล็กกว่า เพื่อป้องกันรักษาเทวาลัยประธานไม่ให้ถูกทำลาย เหมือนกับหลอกกองทัพศัตรูว่าหลังเล็ก ๆ เนี่ยไม่ใช่เทวาลัยหลัก ไม่มีอะไรสำคัญในนั้น 

ทั้งที่จริง ๆ แล้ว รูปเคารพสำคัญสุดในเทวาลัยแห่งนั้นอยู่ในนี้

ภายในเทวาลัยประธานของวัดพระศรีมหาอุมาเทวีหรือวัดพระศรีมาริอัมมัน ประเทศไทยแห่งนี้ ก็ต้องเป็นรูปเคารพตามชื่อวัด นั่นก็คือ ‘พระแม่มาริอัมมัน’ นั่นเอง โดยตั้งอยู่ภายในครรภคฤหะตรงกลาง เมื่อพระเทวีทุกองค์เป็นส่วนหนึ่งของพระแม่อุมา รูปเคารพที่ตั้งขนาบพระแม่มาริอัมมันก็คือพระคเณศและพระขันธกุมาร พระโอรสของพระอุมา โดยพระคเณศตั้งอยู่ฝั่งขวาของพระแม่ ส่วนพระขันธกุมารตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของพระแม่ 

แต่ถ้าใครไม่แน่ใจหรือจำไม่ได้ ให้แหงนหน้าขึ้นไปนิดหนึ่งครับ จะเห็นว่าบนหลังคาเหนือทางเข้ามีซุ้มขนาดเล็กที่มีรูปเทพเจ้าอยู่ด้านใน ตรงกลางก็คือพระแม่มาริอัมมัน ฝั่งขวาเป็นพระคเณศที่มีพระเศียรเป็นช้าง อีกฝั่งหนึ่งเป็นพระขันธกุมารที่เป็นเทพบุรุษ และเมื่อเข้าไปนมัสการพระเป็นเจ้า ก็จะพบรูปเคารพของเทพเจ้าตามตำแหน่งของซุ้มเลยครับ

นอกจากเทวาลัยประธานแล้ว ภายในวัดแขกสีลมยังมีเทวาลัยอื่น ๆ เทวาลัยที่ประดิษฐานศิวลึงค์ สัญลักษณ์ของพระศิวะ เทวาลัยของเทพนพเคราะห์ที่ประดิษฐานแบบมณฑล คือตั้งอยู่ในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัสซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของอินเดียใต้เช่นกัน รวมถึงยังมีเทวาลัยของพระพรหมที่ถือว่าค่อนข้างแปลกเพราะในอินเดียไม่ค่อยนิยมไหว้พระพรหมกัน ส่วนด้านข้างเป็นของเทพท้องถิ่นของชาวอินเดียใต้ เช่น พระอัยนาร์ พระกัตตรวรายัน เป็นต้น

นวราตรี และ วิชัยทัศมี

วัดพระศรีมหาอุมาเทวีหรือวัดแขกแห่งนี้มีพิธีกรรมสำคัญหลายพิธี แต่พิธีที่น่าจะเป็นที่รู้จักมากที่สุดคงจะหนีไม้พ้น ‘พิธีนวราตรี’ หรือที่บางคนเรียกว่า ‘พิธีดูเซร่า’ ซึ่งเป็นชื่อเรียกพิธีนี้ในอินเดียภาคเหนือ 

พิธีนวราตรีนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของพระแม่ทุรคาเหนือมหิษาสูร หรืออสูรรูปควายในระหว่างวันขึ้น 1 ค่ำ ถึง 3 ค่ำของเดือนอัศวิน เป็นชื่อเดือนแบบอินเดียที่อยู่ระหว่างเดือนกันยายนกับตุลาคมตามปฏิทินเกรกอเรียนแบบที่เราใช้กันในปัจจุบัน ชื่อนวราตรีนั้นแสดงถึงการรบกัน 9 วันระหว่างพระแม่กับอสูร จึงเป็นการฉลอง 9 วัน 9 คืน โดยในแต่ละวันพระแม่จะมาในปางต่าง ๆ เช่น วันที่ 1 ชื่อไศลปุตรี วันที่ 5 ชื่อสกันทมาตา วันที่ 9 ชื่อสิทธิทาตรี เป็นต้น

พระแม่ทุรคารบกับมหิษาสูร ถ้ำเอลโลรา ประเทศอินเดีย

หากเป็นพิธีที่จัดในอินเดียเหนือจะเป็นการไหว้พระแม่ในปางทั้ง 9 แต่ของวัดแขกสีลมนั้นจัดตามแบบแผนของอินเดียใต้จึงเป็นการไหว้พระแม่ทั้ง 3 โดยวันที่ 1 – 3 ไหว้พระแม่ทุรคา วันที่ 4 – 6 ไหว้พระลักษมี และวันที่ 7 – 9 ไหว้พระสรัสวตี เมื่อผ่านทั้ง 9 วันแล้ว พอเข้าวันที่ 10 เรียกว่าวันวิชัยทัศมี เป็นวันแห่งชัยชนะของพระแม่เหนืออสูรรูปควาย มีขบวนแห่ที่จะมีการปิดถนนในย่านนั้น 

อย่างปีนี้มีการปิดถนนสีลมฝั่งขาเข้า ถนนสุรศักด์ ถนนสาทรเหนือ และถนนนราธิวาสฝั่งขาเข้า เพื่อให้ขบวนแห่ได้ปรากฏให้ผู้คนได้ชื่นชม โดยมีทั้งหมด 5 ขบวน ขบวนแรกเป็นของแม่ทุรคาและพระแม่กาลี ขบวนที่ 2 เป็นของพระกัตตวรายัน บริวารของพระแม่มาริอัมมันซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทพท้องถิ่นของอินเดียใต้ ขบวนที่ 3 เป็นของร่างทรงพระขันธกุมาร ขบวนที่ 4 เป็นของพระขันธกุมาร และขบวนสุดท้ายของพระแม่ พระคเณศ และพระกฤษณะ (ในฐานะภาคหนึ่งของพระคเณศ) 

ในพิธีนวราตรี เราไปร่วมได้ครับ แต่ถ้าใครจะไปแนะนำให้ไปด้วยรถสาธารณะ เพราะผู้คนมากันมากมายมหาศาลทุกปี ส่วนตัวผมยังไม่เคยไปร่วมด้วยตนเอง แต่คิดว่าจะลองไปร่วมสักครั้งเหมือนกัน

สุดท้าย ถ้าใครสนใจจะเดินทางไปนมัสการหรือไปขอพร เดินทางไปได้เลยครับ แม้ในอดีตวัดแขกสีลมแห่งนี้จะเป็นศาสนสถานเฉพาะของชาวฮินดูเท่านั้น แต่ในปัจจุบันทุกคนเข้าไปนมัสการได้ หากต้องการจะนมัสการให้ถูกต้องก็ติดต่อพราหมณ์ภายในวัดให้ช่วยแนะนำและเป็นผู้ประกอบพิธีให้ได้เลย 

อ้อ ภายในวัดถ่ายภาพได้ แต่ไม่ได้ถ่ายได้ทุกอย่างนะครับ เพราะบรรดารูปเคารพของพระเป็นเจ้าต่าง ๆ ทั้งที่อยู่ด้านในเทวาลัย ทั้งที่อยู่ตามผนังอาคารนั้น ทางวัดไม่อนุญาตให้ถ่ายนะครับ 

Writer

ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล

ต้า วัดไทย เด็กประวัติศาสตร์ศิลปะผู้ดูวัดมาแล้วกว่าพันวัดแม้จะยังไม่ครบทุกจังหวัด ชื่นชอบในความงามของศิลปะทั้งไทยและเทศรวมถึงเรื่องราวของสถานที่นั้นๆ ปัจจุบันยังคงออกเที่ยวชมวัดทุกศาสนารวมถึงวังต่างๆ อย่างต่อเนื่องพร้อมกับนำเรื่องราวมาเผยแพร่บน Facebook อยู่เป็นระยะๆ

Photographer

โตมร เช้าสาคร

ชอบถ่ายวิวมากกว่าคน ชอบกินเผ็ดและกาแฟมาก เป็นคนอีโค่เฟรนลี่ รักสีเขียว ชวนไปไหนก็ได้ไม่ติด ถ้ามีตัง