5 มิถุนายน 2025
2 K

“สำหรับฤดูร้อน แทนที่จะสาดน้ำเฉลิมฉลองกันแบบคนไทย เราสาดเสียงดนตรีกัน” ชาวฝรั่งเศสโดยกำเนิดอย่าง Jean Bourdin ยิ้มกว้าง

ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึง ‘Fête de la Musique’ หรือ ‘World Music Day’ เทศกาลดนตรีสาธารณะที่คึกคักที่สุดของประเทศฝรั่งเศส

งานนี้ถือกำเนิดขึ้นในปี 1982 วันที่ 21 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันที่ยาวนานที่สุดในปฏิทินยุโรป พระอาทิตย์ซีกโลกเหนือส่องแสงนานที่สุด และถือเป็นวันแรกอย่างเป็นทางการของฤดูร้อนอันสดใส

ในวันพิเศษนั้น ผู้คนจะหอบเครื่องดนตรีประจำตัวออกมาบรรเลงกันตามถนน บางคนเป็นนักดนตรีอาชีพ บางคนเป็นนักดนตรีสมัครเล่น เป็นนักเรียน ชาวฝรั่งเศสที่มีดนตรีเป็นส่วนสำคัญของชีวิตก็ตั้งตารอคอยเทศกาลนี้กันในทุก ๆ ปี

วันเวลาผ่านไป Fête de la Musique เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และเริ่มจัดขึ้นที่ประเทศต่าง ๆ ราว 120 ประเทศ และเดินทางมาถึงประเทศไทย ดินแดนในอีกซีกโลกที่ผู้คนสนุกสุดเหวี่ยงไปกับดนตรีไม่แพ้กัน

สำหรับปีนี้ เทศกาลจะเกิดขึ้นที่ One Bangkok โครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) หัวมุมถนนวิทยุ-พระราม 4 ที่เราคุ้นเคยกันดี และใช้ชื่อว่า Bangkok World Music Day ’25

ก่อนจะไปถึงวันงานจริง เราจะไปคุยเรียกน้ำย่อยกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 4 คนด้วยกัน คนแรกคือ Astrid Renoux ตัวแทนฝ่ายศิลปะและวัฒนธรรมจากสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ผู้เคยจัดงานนี้ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ จนเติบโตมีผู้เข้าร่วมนับล้าน ก่อนจะย้ายมาประจำที่ประเทศไทย

ถัดมาคือ Jean Bourdin ผู้อำนวยการสมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ (Alliance Française Bangkok) เพื่อนบ้านของโครงการ One Bangkok

จากนั้นก็ Polo Ruesz นักดนตรีและ Managing Director บริษัทจัดเทศกาลดนตรีชื่อ Live Promotions BKK เขาเติบโตในประเทศไทย เรียนโรงเรียนฝรั่งเศสที่นี่ตั้งแต่เด็กก่อนจะกลับไปฝรั่งเศส และย้ายกลับมาไทยเมื่อ 5 ปีก่อน

สุดท้ายคือ ปุ๋ม-จรินทร์ทิพย์ ชูหมื่นไวย Head of Art & Culture and Head of Strategic Branding & Creative Solutions ของโครงการ One Bangkok ชาวไทยคนเดียวในวันนี้ ผู้เรียกตัวเองว่าเป็น ‘แฟนตัวยง’ ของเทศกาล

สำหรับฝรั่งเศส ดนตรีไม่เคยเป็นแค่ความบันเทิงหรือกิจกรรมทางเลือกในยามว่าง แต่เป็น ‘เรื่องใหญ่’ มากมาโดยตลอด ตั้งแต่ยุคสมัยของดนตรีคลาสสิก เรื่อยมาจนถึงยุค 50 ปีหลังที่ศิลปินฝรั่งเศสเริ่มมีชื่อเสียงระดับโลก จนถึงยุคสมัยใหม่ที่อุตสาหกรรมดนตรีขยายจนใหญ่โต

ทุกวันนี้ฝรั่งเศสมีฮอลล์ดนตรีขนาดใหญ่ในทุก ๆ เขตการปกครอง และอุตสาหกรรมดนตรีก็ได้สร้างงานมากมายให้กับประเทศฝรั่งเศส ทั้งสร้างงานให้นักดนตรี ช่างเทคนิค หรือแม้แต่ทนายความ

“ดนตรีในฝรั่งเศสนั้นเชื่อมกันอย่างแนบแน่นกับกระทรวงวัฒนธรรมค่ะ เขาพัฒนานโยบายในทุกภูมิภาคเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงศิลปะและวัฒนธรรมได้” Astrid จากสถานทูตฝรั่งเศสเริ่มกล่าวถึงที่มาที่ไป “สิ่งนี้ทำให้เกิดนิสัยของการสร้างสรรค์ การฝึกฝน ความรักศิลปะ ไปจนถึงนิสัยการไปดูคอนเสิร์ตของคนฝรั่งเศส”

ส่วน Polo ผู้เป็นนักดนตรีอาชีพเล่าให้เราฟังว่า หลักสูตรฝรั่งเศสให้ความสำคัญกับวิชาดนตรีมาก ๆ โรงเรียนเขาเองก็เคยพาไปดูคอนเสิร์ตใหญ่ถึง 4 ครั้งในชีวิตการเรียน

นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนดนตรีที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากในประเทศด้วย แม้แต่ดนตรีคลาสสิกระดับสูงที่ Conservatory ก็ยังเรียนได้โดยไม่ต้องจ่าย

ได้ยินแล้วก็รู้สึกอิจฉาเบา ๆ เพราะเราต่างรู้ดีว่าไม่ใช่ทุกคนในประเทศไทยที่จะเข้าถึงการเรียนดนตรี หรืออยู่ใกล้ชุมชนที่จะซึมซับการเล่นดนตรีได้ หลายคนจึงได้แต่เก็บความฝันนี้ไว้จนโต

Fête de la Musique ปี 1982
ภาพ : www.franceinfo.fr

Fête de la Musique เป็นหนึ่งในนโยบายที่รัฐตั้งใจจะส่งเสริมอาชีพทางดนตรี หลังจากที่พวกเขาทำแบบสำรวจครั้งใหญ่แล้วพบว่า มีคนฝรั่งเศสกว่า 5 ล้านคนที่เล่นดนตรีเป็นกิจวัตร

หลักการพื้นฐานที่สุดของเทศกาลนี้คือนี่จะต้องเป็น ‘งานฟรี’ สำหรับทุกคนบนถนน ทุกแนวดนตรี ทุกรูปแบบการแสดง ซึ่งเทศกาลนี้ได้รับความนิยมในหมู่คนฝรั่งเศสมาก เพราะความผูกพันกับอุดมการณ์ของสาธารณรัฐที่ว่า Liberté, Égalité, Fraternité (เสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ)

“ในเชิงสัญลักษณ์ พวกเขาเลือกวันได้ดีมากเลย มันเป็นทั้งการเฉลิมฉลองทางดนตรีและการมาถึงของฤดูร้อน พอฤดูร้อนมาถึง คนก็จะเดินทางไปเที่ยวกัน” Jean จากสมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพพูดด้วยรอยยิ้ม

“และช่วงนั้นยังเป็นช่วงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตจากไร่นา ผู้คนจะนำพืชผลกลับบ้านกัน ประเทศฝรั่งเศสเคยเป็นประเทศเกษตรกรรมอยู่นานมาก”

เมื่อก่อน Fête de la Musique เป็นเทศกาลสาธารณะมากถึงขนาดที่ใครก็มาตั้งเวทีย่อม ๆ เล่นเองได้ แม้ในช่วงหลังจะไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้วเพราะเหตุผลด้านความปลอดภัย แต่บรรยากาศของ ‘ความเป็นอิสระ’ ก็ยังอบอวลอยู่ในเทศกาลดนตรีอยู่ไม่หายไปไหน

ถ้านึกถึง Fête de la Musique พวกคุณจะนึกถึงความทรงจำไหนในชีวิต – เราถามชาวฝรั่งเศสทั้ง 3 คน ในฐานะคนไทยที่ยังไม่เคยได้ไปเยือนสักที ก็อยากจะเข้าใจความผูกพันที่เขามีต่อเทศกาลนี้บ้าง

“มีเยอะมากจนไม่รู้จะเล่าอันไหนก่อนเลย!” Jean เอ่ยก่อนจะเล่าถึงความหลังที่เขาโปรดปรานที่สุด

“ครั้งหนึ่งตอนเรียนมหาวิทยาลัย ผมเคยสอบตกเพราะเที่ยวเทศกาลดนตรีจนดึกมาก ตอนนั้นมีหนึ่งในนักดนตรีที่ผมชอบที่สุดมาแสดง ผมออกจากที่นั่นไม่ได้ ถึงวันถัดมาจะมีการสอบที่สำคัญมากก็เถอะ แต่สุดท้ายนักดนตรีคนนั้นก็กลายมาเป็นเพื่อนที่ดีมาก ๆ ของผม”

Fête de la Musique จะจัดขึ้นในวันที่ 21 มิถุนายนของทุกปี หมายถึงมันจะตรงกับวันไหนของสัปดาห์ก็ได้ ในขณะที่ปีนี้ประเทศไทยเลือกจัดวันที่ 14 มิถุนายน ซึ่งตรงกับวันเสาร์ เพื่อให้ผู้คนได้มาสัมผัสประสบการณ์ให้มากที่สุด

ส่วน Polo ที่โตมากับโรงเรียนฝรั่งเศสในกรุงเทพฯ เขามีประสบการณ์กับเทศกาลที่ต่างออกไป แต่ก็สนุกไม่น้อยหน้ากัน

“สำหรับผม หนึ่งในความทรงจำที่ดีที่สุดคือคอนเสิร์ตแรกของผมใน Fête de la Musique ที่สวนสาธารณะใกล้ถนนข้าวสาร นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้ขึ้นเวทีใหญ่และมีคนปรบมือให้ ตอนนั้นผมคิดเลยว่า อยากทำสิ่งนี้ไปตลอดชีวิต”

จากความทรงจำในวันเยาว์ ก็มาถึงความทรงจำถัดมาในเมืองบอร์กโดซ์ Polo บอกว่าพวกเขาได้ขึ้นแสดงบนเวทีที่ใหญ่ที่สุดของเมือง และเขารู้สึกราวกับได้เป็น ‘ราชาของโลก’ ในวันนั้น

ฟังแล้วก็คิดว่าคงมีนักดนตรีมากมายจริง ๆ ที่เติบโตมากับเทศกาล Fête de la Musique ไม่ใช่แค่เขาคนเดียว

แล้วคุณล่ะ – เราหันไปถาม Astid บ้าง

“ฉันไม่มีช่วงเวลาที่เฉพาะเจาะจงนะ แต่คิดว่าเป็น ‘ความรู้สึก’ มากกว่า” เธอตอบเรา “เป็นความรู้สึกตอนวัยรุ่นและได้เดินเล่นตามถนนอย่างเป็นอิสระ จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เพื่อดูเพื่อน ๆ แสดง ทุกคนร่าเริงมาก ตอนนั้นฉันมีความสุขมากจริง ๆ

“ทุกวันนี้ Fête de la Musique ก็ยังเป็นหนึ่งในวันสำคัญที่สุด มันเป็นช่วงเวลาของครอบครัวที่คุณจะอนุญาตให้ลูก ๆ เข้านอนดึกหน่อย เพื่อส่งต่อสิ่งต่าง ๆ ให้กับพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นดนตรีหรือศิลปะก็ตาม”

สิ่งเปลี่ยนแปลงที่สุดของเทศกาล Fête de la Musique เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี คือการแพร่กระจายไปกว่า 120 ประเทศทั่วโลกและเข้าถึงคนนับล้าน

จากเทศกาลของคนฝรั่งเศส ก็กลายเป็นเทศกาลระดับโลก

และในที่สุดความสนุกนี้ก็มาถึงประเทศไทย ในชื่อว่า Bangkok World Music Day หรือเทศกาลดนตรีกรุงเทพฯ

“ผมคิดว่าในช่วงที่ผ่านมาบรรยากาศวงการดนตรีในไทยเปลี่ยนไปเยอะมาก” Polo ยืนยัน

“ตอนยังเด็ก ผมออกจากประเทศไทยไปเพราะอยากทำงานในวงการดนตรี แต่ไทยในตอนนั้นยังไม่มีอะไรรองรับเท่าไหร่ แต่พอกลับมาราว ๆ 5 ปีก่อน ผมก็ทึ่งกับจำนวนเทศกาลดนตรีใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น และมีสถานที่จัดแสดงใหม่ ๆ อีกเยอะเลย One Bangkok Forum ก็เป็นหนึ่งในนั้น ส่วนศิลปินไทยก็เริ่มเป็นที่รู้จักในต่างประเทศมากขึ้น

“เหมือนเป็นการประกาศเลยว่า กรุงเทพฯ จะเป็นศูนย์กลางดนตรีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” เขาว่า “ผมดีใจมากที่เลือกกลับมาอยู่ที่นี่ เพราะผมได้เห็นและมีส่วนร่วมกับมันไปด้วย”

Bangkok World Music Day แจ้งเกิดในประเทศไทยมาหลายปีแล้ว ก่อนหน้านี้ได้ทดลองจัดที่ในสถานที่เปิดและสถานที่ปิด เช่น บาร์ ร้านอาหาร หรือสวนสาธารณะอย่างสวนเบญจกิติ

ส่วนสถานที่จัดงานประจำปี 2025 ก็คือ One Bangkok โครงการใหม่ประจำถนนวิทยุที่ให้ความสำคัญกับการเชื่อมผู้คนไว้ด้วยกัน

“พวกเราเห็นว่าศิลปะและวัฒนธรรมเป็นสิ่งสำคัญมาก เราเลยพยายามสร้างโปรแกรมที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิต” ปุ๋ม จรินทร์ทิพย์ จาก One Bangkok กล่าว

ก่อนหน้านี้เราเคยพูดคุยกับทีมงานคุณภาพของเธอ ทุกคนตั้งใจผลักดันศิลปะและวัฒนธรรมให้กับโครงการกันอย่างเต็มที่จริง ๆ

“เราอยากสร้างคอมมูนิตี้ที่ดีค่ะ ไม่ว่าจะเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักดนตรี ครอบครัว เพื่อน ๆ ก็ตาม เราอยากให้คนมาสนุกด้วยกัน แบ่งปันวัฒนธรรมกัน สิ่งที่เราคิดสอดคล้องกับจิตวิญญาณของเทศกาลนี้มาก ๆ เป็นเหตุผลที่ One Bangkok ตัดสินใจเข้าร่วมกับ Bangkok World Music Day ’25 ในปีนี้”

ปีก่อน ๆ สเกลของงานอาจจะยังไม่ใหญ่มากนัก แต่ปีนี้จะมีถึง 5 Venues และเต็มไปด้วยหลากหลายแนวเพลงให้เลือกฟังตามจริต

ที่ One Bangkok Park จะประกอบด้วยเวทีหลัก พื้นที่สำหรับ Busking และ Performance

Alliance Française จะมีวงดนตรีคลาสสิกแจ๊ส

Chang Canvas จะผสมผสานทั้งอินดี้ไทย สากล และวงเครื่องทองเหลือง

Parade Square มีทั้งวงคอรัส วงเครื่องทองเหลือง และ Busking

และสุดท้ายคือที่ The Wireless Club ที่มีดีเจเข้าร่วมอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

สำหรับศิลปิน ไฮไลต์ฝั่งไทยจะอยู่ที่ ภูมิ วิภูริศ ศิลปินไทยรุ่นใหม่ที่เป็นที่รู้จักในหมู่ผู้เสพอินดี้โฟล์กทั่วทุกมุมโลก จากนั้นก็จะมีตัวแม่อย่าง จีน กษิดิศ มี The Paradise Bangkok Molam International Band ที่สร้างความหลากหลายของแนวเพลง รวมถึง LANDOKMAI และ mindfreakkk

ส่วนฝั่งฝรั่งเศส จะมีศิลปินอย่าง Afrodream และ Émile Londonien และอีกหลาย ๆ คนที่จะมาเยือนแฟน ๆ ชาวไทยถึงที่

รวม ๆ แล้วจะมีศิลปิน 28 คน (หรือวง) เป็นศิลปินไทย 80 เปอร์เซ็นต์ ศิลปินต่างชาติอีก 20 เปอร์เซ็นต์ และมีดีเจต่างชาติประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ฝรั่งเศสบ้าง ญี่ปุ่นบ้าง เมียนมาบ้าง อังกฤษบ้าง และดีเจไทยอีกประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์

ปุ๋มบอกว่า ในวันงานจะมีเวทีหลัก เวทีกลางคืน และเวทีดีเจ โดยพวกเขาตั้งใจให้เวทีหลักอยู่ที่ One Bangkok Park แต่กำลังพิจารณาแผนสำรองหากฟ้าฝนไม่เป็นใจไปด้วย

“เราจะเปิดรับสมัครดนตรีเปิดหมวก การแสดงริมถนน เวทีขนาดเล็ก ๆ และมีตลาดกลางแจ้งขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าเกี่ยวกับดนตรีหรือเทศกาลด้วย” เธอเล่าถึงบรรยากาศวันงานเสียจนเราอยากให้ถึงวันนั้นไว ๆ ก่อนที่ Polo จะสมทบ

“เราจะสร้างบรรยากาศแบบฝรั่งเศสเลยครับ ครอบครัวจะเดินจากเวทีหนึ่งไปอีกเวทีหนึ่งได้ สนุกกับสิ่งใหม่ ๆ ใช้เวลาด้วยกันทั้งวัน คุณมาเที่ยวได้ตั้งแต่บ่าย 2 ยันตี 2 เลยครับ”

เมื่อเราถามพวกเขาว่า ใครกันที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของเทศกาล Bangkok World Music Day ’25 Jean ก็ตอบขึ้นมาทันที

“ทุกคนเลยครับ! ใครก็ตามที่อยากใช้เวลาวันดี ๆ ไปกับการช้อปปิ้งพร้อมฟังดนตรีไปด้วย มันเป็นโอกาสดีมาก ๆ ที่จะได้เข้าถึงแนวเพลงอันหลากหลาย ตั้งแต่ดนตรีคลาสสิก ป๊อป แจ๊ส อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงเฮฟวีเมทัล แถมยังเกิดขึ้นทั้งวันในที่เดียวกันด้วย”

ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ ที่แต่ละองค์กรจะได้ทำงานร่วมกัน ทั้งยังเกี่ยวเนื่องกับวาระสำคัญอย่างการเฉลิมฉลองครบรอบ 340 ปีที่คณะทูตจากฝรั่งเศสชุดแรกเดินทางมาสู่สยามด้วย

Astrid บอกว่าการจัดงานดนตรีครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงรากความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ที่ฝังลึกในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

“เราหวังว่าเทศกาลนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้ ทั้งในแง่การแสดง การฝึกฝนดนตรี และในฐานะที่มีการจัดงานโดยองค์กรฝรั่งเศสในไทย เด็กบางคนอาจจะอยากเรียนภาษาฝรั่งเศสก็ได้นะ มันเป็นกิจกรรมที่ต่อยอดไปได้อีกมากมายค่ะ”

อยากเห็นแล้วว่า Bangkok World Music Day ’25 ในแบบของ One Bangkok จะน่าสนใจขนาดไหน

Writer

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล