8 ธันวาคม 2025
586

เริ่มเข้าวงการวิ่งได้ไม่นาน เรียนตามตรงว่าวิ่งไปไม่ถึง 500 เมตรก็ต้องยกธงขาว ขอหยุดเดินเพื่อพักหายใจหรือเติมเสบียงกันเล็กน้อย

เราเชื่อว่าทั้งคนที่รักสุขภาพและนักกีฬา ไม่มีใครไม่รู้จัก ‘aminoVITAL®’ หรือ Energy Gel ที่ช่วยสร้างพลังให้ทุกคนก้าวต่อไปได้เสมอ

เจ้าซองเจลลี่ชิ้นเล็ก ๆ นี้ เกิดขึ้นจากการต่อยอดองค์ความรู้ด้านกรดอะมิโน หรือ “AminoScience” ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญของอายิโนะโมะโต๊ะและความเชี่ยวชาญในด้าน “AminoScience” นี้ก็ยังเป็นพื้นฐานของการสร้างสรรค์ Ajinomoto Victory Canteen ภายใต้โครงการ Thailand Victory Project ให้เป็นศูนย์โภชนาการหลักสำหรับทัพนักกีฬาทีมชาติไทยในกีฬา SEA GAMES Thailand 2025 โดยมีเมนูอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ คัดสรรมาแล้วว่าได้คุณประโยชน์ครบถ้วน ทั้งยังตอบโจทย์ความต้องการของนักกีฬาครบทุกด้าน

คนธรรมดา ๆ ที่ไร้พลังวิเศษอย่างเราชักเริ่มอยากรู้แล้วว่าอาหารของว่าที่แชมป์โลกจะมีหน้าตาและรสชาติเป็นอย่างไร!

กินดี มีสุข

ก่อนจะมี Ajinomoto Victory Canteen เราขอเล่าจุดเริ่มต้นของโครงการให้ฟังคร่าว ๆ ว่า เกิดขึ้นจากอายิโนะโมะโต๊ะในญี่ปุ่นริเริ่มดูแลโภชนาการนักกีฬา โดยมีเป้าหมายสร้างสังคมกินดีมีสุข ผ่านความเชี่ยวชาญด้านกรดอะมิโน 

โครงการนี้ขยายมายังประเทศในกลุ่มอาเซียนในปี 2018 อายิโนะโมะโต๊ะประเทศไทยจึงผลักดันไปสู่การให้ความรู้ด้านโภชนาการแก่นักกีฬาทีมชาติ ต่อยอดจากผลิตภัณฑ์ aminoVITAL® ที่ช่วยให้นักกีฬาหรือคนรักสุขภาพออกกำลังกายได้ตามวัตถุประสงค์ ซึ่งได้ผลตอบรับดีมาก 

คุณฝน-พิรุณรัตน์ หวังประกอบสุข ผู้จัดการหน่วยงานสื่อสารองค์กร บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด เน้นย้ำว่าอาหารทุกคำมีความหมายสำหรับนักกีฬา เพราะอายิโนะโมะโต๊ะเชื่อว่าโภชนาการคือรากฐานของชัยชนะ

“นักกีฬาต้องรู้ว่ากินเพื่ออะไร ความเชี่ยวชาญเรื่อง “AminoScience” บวกกับความเข้าใจเรื่องโภชนาการสำหรับนักกีฬา ช่วยให้เราเอากรดอะมิโนมาทำให้นักกีฬากินอาหารอย่างถูกต้อง สมดุล และอร่อยด้วย” 

แม้อายิโนะโมะโต๊ะจะมีความเชี่ยวชาญ แต่โครงการนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดการร่วมมือของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ที่เห็นศักยภาพในการดูแลนักกีฬาญี่ปุ่นในโอลิมปิกฤดูร้อนที่ปารีสเมื่อปี 2024 ซึ่งการกีฬาแห่งประเทศไทยให้คำปรึกษาและข้อมูลโภชนาการแก่นักกีฬามาเสมอ เพียงแต่ขาดการมอบประสบการณ์จริง

Ajinomoto Victory Canteen จึงเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์สำคัญที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่าง ช่วยให้นักกีฬาทุกคนมีห้องอาหารที่เป็นสถานที่ให้ความรู้ มอบประสบการณ์ ช่วยคลายกังวลในช่วงซ้อมและแข่งขันหนัก และดูแลโภชนาการของตนเองต่อไปได้ 

นับเป็นความตั้งใจของทุกภาคส่วนที่อยากสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่การสนับสนุนด้วยเงินหรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ 

กินเพื่ออยู่ อยู่เพื่อกิน

เบื้องหลังโปรแกรม Winning Meals หรือมื้ออาหารแห่งชัยชนะที่ถูกหลักโภชนาการคือฝีมือของ คุณตั๋น-จิดาภา ศรีชวนะ นักกำหนดอาหารวิชาชีพ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งดูแลด้านโภชนาการสำหรับนักกีฬาไทยมาตั้งแต่ปี 2019 

หากจะเล่าให้เห็นภาพงานของเธอง่าย ๆ ก็ขอเล่าให้เห็นความแตกต่างว่านักโภชนาการมีขอบเขตกว้างมาก อย่างการมอบความรู้ทั่วไปเพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี 

ส่วนนักกำหนดอาหารทำงานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาล มุ่งเน้นไปที่รายบุคคล มีการพิจารณาข้อมูลผู้ป่วย เช่น ผลเลือด เพื่อวางแผนการรักษาทางอาหารเจาะจงมากขึ้น 

คุณตั๋นเล่าว่าในวงการกีฬามีอาชีพที่เรียกว่า Sport Nutritionist (นักโภชนาการการกีฬา) ซึ่งในประเทศไทยยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านนี้น้อยและหลักสูตรยังไม่แพร่หลาย

“ผู้ป่วยกินเพื่อสุขภาพและการฟื้นตัว แต่นักกีฬากินเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้ดีที่สุด 

“คนทั่วไปจะเข้าใจว่าอาหารเพื่อสุขภาพไม่อร่อย ต้องจืดเหมือนอาหารในโรงพยาบาล แต่ถ้าไม่อร่อยจนทานไม่ได้ คนไข้ก็จะเกิดปัญหา รักษาต่อยากมาก ยังไงก็ตาม ต้องทำอาหารให้เขากินให้ได้ก่อน ซึ่งคล้ายกับนักกีฬา ไม่ว่าเราจะคิดอาหารดีแค่ไหน แต่ถ้าเขาไม่กินก็ไม่มีประโยชน์”

ความท้าทายในการออกแบบโปรแกรม Winning Meals จึงเป็นการทำอาหารที่ดีต่อสุขภาพให้อร่อยและน่ารับประทาน เพื่อให้นักกีฬากินได้จริง โดยมีส่วนผสมจากผลิตภัณฑ์หลากหลายของจากอายิโนะโมะโต๊ะ อร่อย ปรุงง่าย ให้รสอูมามิ ไม่เพียงตอบโจทย์นักกีฬา แต่ยังนำไปปรับใช้กับคนทั่วไปได้

ภายใต้แนวคิด Eat with Purpose การกำหนดสัดส่วนอาหารที่เหมาะสมในแต่ละวันตามกิจกรรม แบ่งเป็น 3 หมวดหมู่ ได้แก่

หนึ่ง Easy Day – Eat to Maintain คงสมดุล รักษาร่างกายให้พร้อมในวันพักหรือวันซ้อมน้อย โดยมีสัดส่วนคาร์โบไฮเดรต 25% โปรตีน 25% และเน้นผักผลไม้ 50% 

สอง Moderate Day – Eat to Prepare สะสมพลังงาน เตรียมพร้อมสำหรับแข่งวันต่อไป เน้นพลังงานสำหรับการฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ โดยมีสัดส่วนคาร์โบไฮเดรต 33% โปรตีน 25% และผักผลไม้ 42%

สาม Hard Day – Eat to Recovery ฟื้นฟูร่างกาย เติมพลังหลังใช้งานหนักในวันแข่งขัน เน้นพลังงานสูงมาก โดยมีสัดส่วนคาร์โบไฮเดรต 50% โปรตีน 25% และผักผลไม้ 25%

เมนูประจำของที่นี่ครอบคลุมครบ 5 หมู่ เช่น ข้าวขาว/ข้าวกล้อง มะระหวานผัดน้ำมันหอย ซุปไข่น้ำ หมูผัดพริกขิง ไข่ตุ๋น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปผัดกะเพรา ผลไม้ ไปจนถึงน้ำพริกผักต้ม

นอกจากนี้ ยังเสริมด้วย 12 เมนูพิเศษที่พัฒนาร่วมกับ เชฟนานา มารีน่า และทีมโภชนาการของ Thailand Victory Project ที่หมุนเวียนมาเสิร์ฟทุกวันพุธ

โดยนำอาหารที่นักกีฬาคุ้นเคยและชื่นชอบมาปรับให้ได้สารอาหารตามหลักโภชนาการที่กำหนด อีกทั้งยังนำผลิตภัณฑ์ในเครืออายิโนะโมะโต๊ะมาเป็นอีกส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยเติมรสชาติความอร่อย ทำให้เมนูอาหารมีความหลากหลาย น่ากินมากยิ่งขึ้น เช่น เบอร์เกอร์หมูพะโล้กับสลัดไข่ เกี๊ยวซ่าหมูกับต้มเส้นกวยจั๊บแบบอุบลฯ ข้าวยำสมุนไพรกับคอหมูย่าง ยำยำต้มยำทะเลหม้อไฟแห้ง เมื่อรู้แล้วว่าวันนี้ตัวเองต้องการอะไรก็ตรงเข้ามาหยิบถาดอาหาร แล้วเตรียมตักข้าวพูน ๆ จานได้เลย

เมื่อรู้แล้วว่าวันนี้ตัวเองต้องการอะไร ก็ตรงเข้ามาหยิบถาดอาหาร แล้วเตรียมตักข้าวพูน ๆ จานได้เลย

ใส่สุดทุกคำที่กิน

เมื่อเดินเข้ามาใน Ajinomoto Victory Canteen ทุกคนจะหยิบถาดที่แบ่งสีตามแต่ละโปรแกรม 

Easy Day สีเขียว Moderate Day สีน้ำเงิน Hard Day สีแดง 

จิมมี่-พิฆเนศ สุขหยิก นักกีฬาคิกบ็อกซิ่งทีมชาติไทยผู้สร้างชื่อด้วยท่าเปิดตัวอันลือลั่น บอกว่าเจ้าถาดสีนี้ช่วยเธอได้มาก

“เราเป็นนักกีฬา เหนื่อยจากการฝึกซ้อมอยู่แล้ว ไม่อยากคิดเยอะว่าจะต้องกินอะไร ที่นี่เราเข้ามาดูปุ๊บ! ตักปั๊บ! กินปุ๊บ! กลับบ้าน! นอน!” จิมมี่เล่าให้ฟังอย่างออกรสออกชาติ “หนูมองว่านี่คือการสนับสนุนที่ดี ช่วยให้นักกีฬาใช้ชีวิตง่ายขึ้น โฟกัสกับการฝึกซ้อม เหมือนเป็นหลังบ้านที่คอยหนุนหลังอยู่เสมอ”

เธอสารภาพกับเราว่าเป็นคนกินอาหารตามใจปาก ไม่ได้ดูแลเรื่องการกินเป็นพิเศษ ภายหลังเข้าร่วมโครงการก็ได้รับความรู้ด้านโภชนาการจากทีมงานและเจ้าหน้าที่ ช่วยให้เธอมีความรู้และความเข้าใจสุขภาพของตัวเองมากขึ้น

“ของทอดมันได้แค่แซ่บ แต่โภชนาการไม่ดีเลย เนื้อก็ควรจะได้ประโยชน์จากไขมันดีเพื่อให้เอาไปใช้พลังงาน แต่ถ้าเราสะสมไขมันเยอะ ๆ เวลาออกกำลังกายจะเหนื่อยกว่าเดิม ความรู้ตรงนี้ทำให้หนูเลือกกินมากขึ้น แล้วไปเสริมพวกผักผลไม้ โอ๊ย หนูชอบมาก” 

การได้นั่งฟังเธอพูดเรื่องการคุมอาหารของตัวเองด้วยแววตาเป็นประกายกับน้ำเสียงกระตือรือร้น ก็พอจะบ่งบอกได้ว่าเธอมีความสุขกับการกินขึ้นมาก และภูมิใจที่ตัวเองมีองค์ความรู้ติดตัวจนอยากเล่าให้คนอื่นฟัง 

อาจเป็นเพราะการออกแบบกิจกรรมในห้องอาหารให้สนุกสนาน ผ่อนคลาย เพื่อให้นักกีฬาอยากเข้ามามีส่วนร่วมและเรียนรู้เรื่องโภชนาการไปพร้อมกัน

นักกีฬาส่วนมากอยู่ในวัยที่ต้องการความสนุก การมอบอาหารดี ๆ ให้อย่างตรงไปตรงมาอาจไม่เพียงพอ อายิโนะโมะโต๊ะจึงสอดแทรกความรู้ด้านโภชนาการเข้าไปในกิจกรรม หรือบางทีก็เป็นเกมสนุก ๆ แต่ได้ความรู้ใหม่ เช่น การปั้น Power Ball อาหารว่างที่แสนจะง่าย ได้ทั้งพลังงานและความอร่อยถูกปาก

เพราะการรู้ว่ากินไปเพื่ออะไรจะช่วยให้เราเลือกกินสิ่งที่อยากกินได้อย่างมีความสุข และกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ยั่งยืน 

ไฟท์สุดในทุกเกมส์

สิ่งหนึ่งที่คุณตั๋น นักกำหนดอาหารวิชาชีพจากอายิโนะโมะโต๊ะ ได้เรียนรู้จากการติดตามนักกีฬาไปโอลิมปิกฤดูร้อนที่ปารีส คืออาหารไม่ได้กินเพื่ออิ่มท้องเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอิ่มใจด้วยเช่นกัน 

หลายคนอาจจำภาพวันวานไม่ได้ แต่ศูนย์โภชนาการอาหารในหมู่บ้านนักกีฬาในโอลิมปิกเป็นไวรัลอยู่ช่วงหนึ่ง เพราะระดมเชฟระดับมิชลินสตาร์มาปรุงอาหารเพื่อสุขภาพบริการนักกีฬา รวมแล้วประมาณ 1,200 เมนู จากทั่วทุกมุมโลก จนมี Challenge นักกีฬารีวิวอาหารจากประเทศอื่น ๆ ให้เห็นอยู่บ่อย ๆ นอกจากนี้ พนักงานยังยิ้มแย้ม พูดคุย ทักทาย และร่วมยินดีกับนักกีฬา ทำให้พวกเขารู้สึกดีและมีความสุขกับการรับประทานอาหาร

ที่นั่นทำให้ทุกคนเห็นว่าการรับประทานอาหารเป็นช่วงเวลาเดียวที่นักกีฬาได้พักใจ ยิ้ม หัวเราะ และสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ๆ ขณะเดียวกันก็อยู่ภายใต้แผนโภชนาการอย่างรัดกุม ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและนำไปสู่ชัยชนะ 

SEA GAMES Thailand 2025 ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน หลากหลายภาคส่วนผนึกกำลังกันเพื่อหนุนหลังให้นักกีฬาทุกคนแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ โดยมีอาหารเป็นเชื้อเพลิงสำคัญ

อายิโนะโมะโต๊ะยังเตรียมนำความเชี่ยวชาญด้านกรดอะมิโนมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลทั้งกล้ามเนื้อ การนอนหลับ และภูมิคุ้มกันอย่างครอบคลุมทุกด้านในอนาคต เพราะเล็งเห็นว่านักกีฬามีวินัยแต่ต้องการอาหารที่มีทางเลือกมากขึ้น

“ลองเปรียบกับนักกีฬาเหมือนรถแข่ง ถ้าเขาไม่เติมน้ำมัน จะเอาพลังงานจากไหนไปแข่ง อาหารคืือแบบนั้น ไม่ว่านักกีฬาจะซ้อมหนักแค่ไหน ร่างกายแข็งแรงแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีน้ำมันที่ดีเติมเข้าไป เขาก็จะไม่มีแรงไปต่อ” 

วันที่ 9 – 20 ธันวาคมนี้ซึ่งการแข่งขันซีเกมส์จะเกิดขึ้น คงได้รู้กันว่านักกีฬาทีมชาติไทยของเราจะเครื่องแรงสักแค่ไหน

เมนูที่อยากแนะนำ

  • หมูตกครก ทำขึ้นเพื่อให้นักกีฬาได้กินของที่ชอบ โดยปรับให้ได้สารอาหารครบถ้วน มีเกลือแร่ที่ช่วยชดเชยการเสียเหงื่อ
  • ข้าวยำสมุนไพรหมูย่าง เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างหมูย่างกับสมุนไพร และมีโภชนาการครบถ้วนในจานเดียว ทั้งข้าว ใยอาหาร สารอาหารจากสมุนไพร และโปรตีน

Power Ball : เมนูแชมป์โลกที่ทุกคนทำตามได้

วิธีทำ 

  1. เตรียมโปรตีน ใส่เนื้อทูน่าในน้ำแร่ (บีบน้ำออก) ลงในภาชนะ ตามด้วยรสดีเมนูรสชาติที่ชอบ เคล้าให้เข้ากัน เตรียมไว้
  2. ใส่ข้าวหุงสุกลงในภาชนะ ตามด้วยงาขาวคั่วและรสดีเมนูรสชาติที่ชอบ เคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน
  3. ตักข้าว 20 กรัม ไส้ทูน่าที่เตรียมไว้ 10 กรัม จากนั้นใส่ข้าวด้านบนอีก 20 กรัม ปั้นให้เป็นก้อนกลม จัดใส่ภาชนะเสิร์ฟ

ทั้งสะดวก พกพาง่าย เติมพลังงานได้ทั้งระหว่างเดินทาง ก่อน-ระหว่าง-หลังการฝึกซ้อมหรือแข่งขัน แถมยังทำง่ายอีกด้วย

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ