6 กันยายน 2024
2 K

จังหวัดพระนครศรีอยุธยาถือเป็นที่เที่ยวขวัญใจมหาชน ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แถมยังรุ่มรวยด้วยประวัติศาสตร์ แต่เมืองเก่าแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่อดีตอันงดงาม หากยังเป็นต้นแบบของ ‘เมืองสีเขียว’ ที่พร้อมไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต 

เพราะอยุธยาเป็นที่ตั้งของ ‘โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา’ ศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมนอกโรงงานแห่งแรกของโตโยต้า ที่องค์กรตั้งใจให้เป็นแหล่งให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสำหรับทั้งคนในชุมชนและนักท่องเที่ยว อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสู่สังคมเป็นกลางทางคาร์บอนของโตโยต้าด้วย

ศูนย์การเรียนรู้โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา ตั้งอยู่ไม่ห่างจากตลาดหัวรอมากนัก นับว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์กลางเมืองที่ใครก็เข้าถึงได้ ลองก้าวเข้าไปทำความรู้จักศูนย์แห่งนี้ไปด้วยกัน เผื่อในอนาคตใครแวะไปเที่ยวอยุธยา จะได้มีที่เที่ยวน่าสนใจและยั่งยืนเพิ่มขึ้นในลิสต์ 

จากเรือนจำสู่ศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม

หากเราเดินทางเลียบเส้นทางแม่น้ำป่าสัก ซึ่งเต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องและการจราจรอันขวักไขว่ของคนในชุมชน ณ มุมหนึ่งของถนน เราจะสังเกตเห็นกำแพงยาวสีขาวซึ่งมีป้ายกำกับว่าเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

สถานที่แห่งนี้เคยเป็นเรือนจำเก่าซึ่งเปลี่ยนโฉมใหม่ให้เป็น ‘โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา’ ด้วยความร่วมมือจาก โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ร่วมกับเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้คนในจังหวัดและนักท่องเที่ยวเข้าใจความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมถึงเข้าถึงความรู้ด้านความยั่งยืนได้ง่าย

ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้กำลังเป็นต้นแบบของเมืองจำลองที่แสดงให้เห็นว่า คำว่ายั่งยืนที่เข้ากับบริบทไทยนั้นเป็นอย่างไร รวมสารพัดวิธีลดโลกร้อนที่ชุมชนทำได้ ผู้คนระดับปัจเจกอย่างเราก็ทำได้ ทั้งแยกขยะ ลดการใช้ไฟ เดินทางท่องเที่ยวที่ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 8 ไร่ พื้นที่ว่าใหญ่แล้ว แต่ความตั้งใจของทีมโตโยต้าประเทศไทยนั้นใหญ่กว่า เพราะจุดเริ่มต้นของการสร้างพื้นที่แห่งนี้ต่อยอดมาจากโปรเจกต์ลดเมืองร้อนด้วยมือเรา หรือ ลดเปลี่ยนโลก ที่โตโยต้าประเทศไทยพยายามผลักดันด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมของชุมชนและโรงเรียน ภายใต้กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม 5 ด้าน จากเครือข่าย 162 ชุมชน และ 299 โรงเรียนทั่วประเทศ

ครั้นเมื่อกิจกรรมนี้จบลง จะทิ้งองค์ความรู้ที่ได้ให้หายไปก็น่าเสียดาย ทีมงานโตโยต้าประเทศไทยเลยตัดสินใจและลงความเห็นกันว่า น่าจะเอาเอาองค์ความรู้จากกิจกรรมนี้มาต่อยอดให้เกิดขึ้นจริงในจังหวัดอยุธยา

องค์ความรู้ 5 ด้านที่ว่านั้น ได้แก่ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว (Eco Forest), การอนุรักษ์น้ำ (Water Conservation), การเดินทางอย่างยั่งยืน (Sustainable Transportation), การใช้พลังงานทางเลือก (Renewable Energy) และการจัดการขยะ (Waste Management)

หน้าตาจะเป็นอย่างไร เราจะพาไปดูทีละจุด

5 จุดเรียนรู้เรื่องความยั่งยืน

 จุดที่ 1 : พื้นที่สีเขียว (Eco Forest)

เมื่อเริ่มโปรเจกต์ชุบชีวิตพื้นที่เก่าแห่งนี้ นอกเหนือจากการรีโนเวตอาคารเรือนจำเก่าเป็นศูนย์การเรียนรู้แล้ว กระดุมเม็ดแรกที่โตโยต้าประเทศไทยลงมือทำ คือการเพิ่มพื้นที่สีเขียว

พวกเขาใช้วิธีเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกป่านิเวศอย่างยั่งยืน เพื่อเพิ่มออกซิเจนและดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตามหลักปฏิบัติของ ศ.ดร.อาคิระ มิยาวากิ จากมหาวิทยาลัยโยโกฮาม่า ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกป่าที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

ต้นไม้น้อยใหญ่นานาพรรณถูกปลูกลงบนผืนดินแห่งนี้ ให้เป็นดั่งป่ากลางเมืองที่มอบอากาศดี ๆ ให้คนสูดหายใจ แถมในอนาคตจะมีการจัดกิจกรรมดนตรีในสวน เพื่อชวนคนเมืองมาพักผ่อนให้สบายใจในเวลาว่าง คาดว่าป่านิเวศในเมืองสีเขียวแห่งนี้จะดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 90 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี

จุดที่ 2 : การอนุรักษ์น้ำ (Water Conservation)

เมื่อเดินเล่นภายนอกอาคารสักพัก นอกจากต้นไม้นานาพรรณในพื้นที่แห่งนี้ เราจะเห็นแทงก์น้ำทรงประหลาดตาสูงเด่นอยู่ไม่ไกล เป็นต้นแบบการอนุรักษ์น้ำของพื้นที่แห่งนี้นั่นเอง

ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้จำลองพื้นที่กักเก็บน้ำเวลาฝนตกผ่านแทงก์น้ำรูปทรงต้นไม้ยืนต้นทำหน้าที่รองรับน้ำฝน และพื้นที่รูพรุนที่เก็บน้ำไว้ได้จริง เพื่อน้ำมาใช้ประโยชน์ได้โดยง่าย ไม่ว่าจะนำน้ำมารดน้ำต้นไม้และใช้กิจกรรมต่าง ๆ ในสวน ก็ใช้น้ำจากพื้นที่แห่งนี้ได้เลย เป็นการส่งเสริมการใช้น้ำอย่างประหยัดและใช้น้ำอย่างคุ้มค่าที่สุด

 จุดที่ 3 : การเดินทางอย่างยั่งยืน (Sustainable Transportation)

ใครสนใจประเด็นด้านการเดินทางที่ยั่งยืนต้องชอบสิ่งนี้

โตโยต้าประเทศไทยได้จำลองการใช้งานจริงของยานยนต์ที่เป็นมิตรกับโลกที่สุด อย่างรถไฟฟ้าขนาดเล็ก เพื่อลดการเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิง

ศูนย์การเรียนรู้เมืองสีเขียวอยุธยา เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ทดลองขับ Toyota Ha:mo ยานยนต์ไฟฟ้าคันจิ๋ว 1 ที่นั่ง แจ๋วด้วยระบบ Harmonies Mobility Network เป็นนวัตกรรมการแบ่งปันรถกันใช้ด้วยยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Compact EV Car Sharing) เพื่ออนาคต โดยนำไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานขับเคลื่อน

หากไม่อยากขับรถจริงจัง สายชิลล์อย่างเรายังมายืมจักรยานปั่นเล่นในศูนย์การเรียนรู้ได้ เพียงแค่สังเกตหาจุดจอดจักรยาน ปลดล็อกการใช้งาน ก็ยืมปั่นทั่วบริเวณศูนย์การเรียนรู้เมืองสีเขียวได้เลย

โตโยต้าประเทศไทยตั้งใจส่งเสริมการเดินทางที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษโดยการปั่นจักรยาน ซึ่งจักรยาน นับเป็นพาหนะยอดฮิตของชาวญี่ปุ่นที่ไม่ต้องใช้น้ำมัน เป็นการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดภาวะมลพิษในอากาศได้จริงด้วย

 จุดที่ 4 : การใช้พลังงานทางเลือก Renewable Energy

หากสังเกตหลังคาบริเวณโรงจอดรถ เราจะพบกับหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ Solar Power Parking Canopy บนพื้นที่กว่า 450 ตารางเมตร

หลังคาพลังงานแสงอาทิตย์แห่งนี้ผลิตไฟฟ้าได้กว่า 80 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมงแดด นับว่าเยอะพอสมควรเมื่อเทียบเท่ากับการลดค่าไฟฟ้าของบ้าน 26 หลัง (คำนวณค่าไฟเฉลี่ย 2,000 บาทต่อเดือน) ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 150 ตันต่อปี

ต่อมาคืออาคารควบคุมอัจฉริยะ หรือ Smart Grid Building นิทรรศการการลดการใช้พลังงาน โดยส่งเสริมการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยพลังงานไฟฟ้าที่ได้จะนำมาเก็บในแบตเตอรี่เก็บประจุที่ผลิตจากเซลล์แบตเตอรี่ของรถยนต์ไฮบริดที่ใช้แล้ว เพื่อนำไฟฟ้าที่ได้จากแสงอาทิตย์มาใช้ในพื้นที่เมืองสีเขียวแห่งนี้

จุดที่ 5 : การจัดการขยะ (Waste Management)

การจัดการขยะอย่างถูกต้อง ถือเป็นการดูแลโลกที่ง่ายที่สุดที่เราทุกคนทำได้

ศูนย์การเรียนรู้เมืองสีเขียวอยุธยาเปิดโอกาสให้น้อง ๆ นักเรียนมาเรียนรู้การจัดการขยะ ผ่านการเรียนรู้การจัดการขยะอย่างครบวงจร ตั้งแต่การลด-แยก-จัดการขยะ มุ่งเน้นการนำกลับมาใช้ใหม่หรือการรีไซเคิล และการลดขยะจากต้นทาง ลดการใช้ขยะและส่งเสริมการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการนำกลับมาใช้ใหม่

ทั้งหมดนี้คือจุดเรียนรู้ที่น่าสนใจในศูนย์การเรียนรู้โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา ซึ่งเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 – 20.00 น. โดยปัจจุบันมีผู้เข้าชมแล้วมากกว่า 150,000 คน นับเป็นวิธีไปสู่สังคมเป็นกลางทางคาร์บอนที่ไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อองค์กร แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อสังคมอีกด้วย

เชื่อว่าเที่ยวอยุธยาครั้งต่อไป ทุกคนจะได้ความรู้ดี ๆ ในการดูแลโลกกลับบ้านไปแน่นอน

เรียนรู้เรื่อง ‘โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา’ เพิ่มเติมได้ที่นี่

Writer

นิภัทรา นาคสิงห์

ตื่นเช้า ดื่มอเมริกาโน เลี้ยงปลากัด นัดเจอเพื่อนบ่อย แถมยังชอบวง ADOY กับ Catfish and the bottlemen สนุกดี

Photographer

กษิดิศ พันธารีย์

ชอบถ่ายภาพ ชอบไปญี่ปุ่น พอ ๆ กับที่ชอบนอนอยู่บ้าน