จะมีอะไรน่าตื่นเต้นไปกว่าการรอคอยเทศกาลสนุก ๆ ที่จัดเพียง 2 ปีครั้ง และไม่มีครั้งไหนเลยที่จะมีรสชาติเหมือนกัน
‘Thailand Biennale’ หรือ ‘มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ไทยแลนด์เบียนนาเล่’ จัดมาแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง กระบี่ 2018, โคราช 2021, เชียงราย 2023 ซึ่งล้วนแล้วเป็นเมืองที่มีความพร้อมในการจัดงานหลายปัจจัยประกอบกัน โดยเฉพาะการมี ‘ผู้นำ’ ที่เห็นความสำคัญของศิลปะ
และปี 2025 ที่จะถึงนี้ เป็นคราวของ Thailand Biennale, Phuket 2025 ณ เมืองท่องเที่ยว ธรรมชาติสวยงาม รุ่มรวยไปด้วยวัฒนธรรมเปอรานากัน ผสมผสานกันทั้งไทย จีน มลายู มุสลิม และฮินดู อย่างภูเก็ต
แค่คิดว่าจะมีศิลปินนานาชาติมาสร้างสรรค์งานร่วมสมัยในพื้นที่เมืองที่มีรากอันน่าสนใจแบบนี้ก็สนุกรอแล้ว

เบียนนาเล่ในครั้งนี้ มี อริญชย์ รุ่งแจ้ง ศิลปินร่วมสมัยดีเด่น รางวัลศิลปาธร ประจำ พ.ศ. 2563 ผู้ทำงานระดับโลก และ David Teh ภัณฑารักษ์ นักวิจัย และนักวิจารณ์ศิลปะ รับหน้าที่เป็น Artistic Director (ผู้อำนวยการศิลป์) รวมถึงมี มาริสา พันธรักษ์ราชเดช และ Hera Chan เป็น Curator (ภัณฑารักษ์)
มากไปกว่าแค่การจัดนิทรรศการศิลปะชั่วครั้งชั่วคราว พวกเขาคิดไปไกลถึงการพัฒนาวงการศิลปะร่วมสมัยไทย การเติมสีสันให้แง่มุมทางศิลปะของจังหวัดภูเก็ต และการเป็นศูนย์กลางให้กับภูมิภาค
อริญชย์จะเล่าให้เราฟังทั้งหมด ก่อนที่มหกรรมศิลปะจะจัดขึ้นจริงในช่วงปลาย พ.ศ. 2568

Thailand Biennale, Phuket 2025 จัดงานเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา ณ จังหวัดภูเก็ต ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งที่เมืองเวนิส ในวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2567 ชั่วระยะเวลาที่อริญชย์และสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม จัดนิทรรศการของเหล่าศิลปินไทย ‘Our Roots Run Deep’ รากเราหยั่งลึก และเราชาว The Cloud ที่ได้เดินทางไปด้วย ก็มีโอกาสได้ชม ปิ๊ก-ศรวณีย์ ธนะธนิต ศิลปินศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดง ประจำ พ.ศ. 2565 ใส่ชุดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผ้าพื้นเมืองภูเก็ต วาดลวดลายเต้นร่วมสมัยบนเรือกอนโดลา โดยมีเด็กหนุ่มชาวอิตาเลียนเล่นไวโอลิน เพลงที่แต่งขึ้นมาเพื่อ Thailand Biennale, Phuket 2025 ที่ภูเก็ต อยู่ข้าง ๆ


“Thailand Biennale จัดขึ้นมาเพื่อจุดประกายให้กับศิลป์ประยุกต์และงานเชิงวัฒนธรรมต่าง ๆ ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมที่มีอยู่แล้ว” อริญชย์เริ่มเล่าถึงแนวคิดพื้นฐาน
เขาต้องการงานศิลปะที่สร้างจากความเป็นปัจเจกบุคคล (Individual) ไม่มีข้อจำกัดในด้านการใช้ไอเดีย ไม่มีข้อจำกัดด้านนวัตกรรม เพราะงานแบบนั้นจะมีจุดเด่นเฉพาะตัว และนำไปประยุกต์ในงานหลากหลายได้ แม้แต่งานเชิงคอมเมอร์เชียลเองก็ตาม
ตัวอย่างใกล้ตัวคือ VTR เปิดตัว Thailand Biennale ที่ไม่ได้เป็นวิดีโอตามสเตอริโอไทป์ที่ใคร ๆ ก็ใช้กัน แต่เน้นสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่น ๆ สร้างสรรค์งานรูปแบบใหม่ ๆ เท่านี้กลุ่มผู้ทำก็สนุกมากแล้ว


และในฐานะ Artistic Director เขาก็ตั้งใจมากที่จะเลือกศิลปินที่เป็นหัวหอกในวงการศิลปะระดับโลกมาแสดงงาน เพราะเขาเหล่านั้นจะใช้ภูเก็ตเป็นที่มาของแรงบันดาลใจ ทั้งยังมีฐานผู้ติดตามงานกระจายอยู่ในที่ต่าง ๆ ของโลก ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย
นี่คือวิธีที่จะขยายการรับรู้เกี่ยวกับภูเก็ตของผู้คนได้
แม้แต่การที่ ปิ๊ก ศรวณีย์ ไปเต้นบนเรือกอนโดลา นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายการรับรู้เช่นกัน
“ภูเก็ตถูกถ่ายทอดผ่านภาพเคลื่อนไหวมากมายนะครับ ในรายการทีวี โฆษณาของการท่องเที่ยวฯ ในภาพยนตร์ ในหลาย ๆ มีเดีย หลาย ๆ มิติ แต่ส่วนใหญ่ภาพเคลื่อนไหวเหล่านั้นเป็นตัวแทนในการเล่าเรื่องของธรรมชาติและการท่องเที่ยว เราจะทำให้ใช้ภาพเคลื่อนไหวนั้นเป็นงานศิลปะเพื่อสร้างแรงบันดาลใจอย่างอื่นได้”
ก่อนเดินทางไปเวนิส เราได้ติดตามคณะทำงานไปที่ภูเก็ต เดินชมสถานที่ต่าง ๆ ที่อาจกลายเป็นพื้นที่จัดงานในปี 2025 อย่างพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว โรงเรียนจีนฮกเกี้ยนที่กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เชิงวัฒนธรรมของคนภูเก็ตหรือบ้านชินประชา บ้านชิโน-ยูโรเปียน หลังแรกของเมือง แล้วก็จินตนาการถึงความน่าสนใจที่จะเกิดขึ้น
ทั้งนี้ นอกจากประโยชน์ของวงการศิลปะร่วมสมัยหรือความคิดสร้างสรรค์ อีกเป้าหมายที่ทีมทำงานตั้งใจไว้ก็คือ การทำประโยชน์ให้กับคนพื้นที่ให้ได้มากที่สุดด้วย



ธีมครั้งนี้คือ ‘นิรันดร์[กัลป์]’ หรือในภาษาอังกฤษใช้คำว่า ‘Eternal Kalpa’ เล่าถึงการใส่ใจธรรมชาติ ไม่ซ้ำกับคีย์เมสเซจของ 3 ครั้งที่ผ่านมา
“ในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน ความเร่งรีบ ความเคร่งเครียด และอุตสาหกรรม ภูเก็ตเป็น Sanctuary (สถานที่ศักดิ์สิทธิ์) ที่ทุกคนจะต้องมาชำระจิตวิญญาณ แล้วเราจะทำยังไงให้เราอนุรักษ์ Sanctuary ของโลกใบนี้ได้ นั่นคือเราต้องพูดถึงความสำคัญของธรรมชาติ-สิ่งแวดล้อม”
ศิลปินจะนำเสนอแนวคิด นวัตกรรม วิธีการทำงานศิลปะในรูปแบบร่วมสมัย (Contemporary) โดยคำว่า ‘ศิลปิน’ ก็ไม่ได้หมายถึงคนทำงานวาดภาพหรือ Visual เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่หมายถึงคนทำงานสร้างสรรค์ทั้งหมด รวมถึงเหล่าผู้ที่เติบโตมาจากการเป็นศิลปินอันเดอร์กราวนด์หรืออินดี้
“อย่าง SouthSide เขาทำของเขาเอง ไม่ได้ทำภายใต้สังกัดไหน เขาอยากจะเขียนอะไรก็เขียนได้เอง แล้วกลายเป็นว่าสิ่งที่เขาทำมันโดนใจ เพราะการผลิตซ้ำของเนื้อหากลายเป็นสิ่งที่ Cliché ไปแล้ว โอกาสที่จะเกิดแนวดนตรีใหม่ มิติใหม่ มักจะเกิดจากคนเหล่านี้ที่มีอิสระในการสร้างสรรค์ ไม่ได้ทำตามคำสั่งของใคร” อริญชย์พูดถึงดูโอฮิปฮอปจากภูเก็ต ที่เริ่มจากใต้ดินในปี พ.ศ. 2550 และโด่งดังในวงกว้างในภายหลังได้
“ผมว่าอันนี้ถือว่าร่วมสมัย” Artistic Director ว่า


อริญชย์ รุ่งแจ้ง เป็นศิลปินที่ทำงานศิลปะร่วมสมัยในระดับนานาชาติมานานและมีเพื่อนศิลปินกระจายอยู่ทั่วโลก เมื่อพัฒนาธีมเรียบร้อยแล้วก็จะทะยอยเชิญชวนศิลปินที่เหมาะกับงานเข้ามาสนุกร่วมกัน แม้แต่การไปเยี่ยมเยียนงานเวนิสเบียนนาเล่ในครั้งนี้เอง อริญชย์ก็ได้พบกับที่เขาสนใจด้วย
ส่วนพื้นที่ในการจัดงาน ทีมตั้งใจให้คนเดินไปยังที่ต่าง ๆ ได้ในระยะเวลา 15 – 20 นาที หรือรัศมีไม่เกิน 3 กิโลเมตร และวางแผนให้งานไม่ได้มีเยอะจนเกินไปจนดูไม่ครบใน 3 วัน


“คนไทยมีศักยภาพเยอะมากแต่ไม่มีเวที เรามีบุคลากรที่เก่งมาก ๆ แต่ผลักดันให้ไปอยู่บนเวทีระดับแถวหน้าไม่ได้ คนเก่งมาก ๆ เราก็ไม่มีแรงจูงใจให้เขาใช้ความสามารถในการทำงานกับองค์กร เขาต้องไปหาโอกาสที่อื่น” อริญชย์บอกว่านี่เป็นเรื่องของการจัดการเงินของรัฐที่ไม่ดีพอ
จริง ๆ แล้ว ในฐานะ Artistic Director เขาหวังให้เบียนนาเล่ครั้งนี้เป็นมากกว่างานนิทรรศการศิลปะงานหนึ่ง
“ถ้าไม่มี Venice Biennale หรืองานเทศกาลศิลปะต่าง ๆ ที่จัดขึ้น เราก็จะรับรู้แค่ว่าเวนิสเป็นเมืองที่มีคลองเยอะหรืออยู่ริมน้ำ แต่ตอนนี้เมืองเวนิสกลายเป็นสัญลักษณ์ของการจัดงานศิลปะที่เป็นหัวหอกของโลก
“สมมติว่าเวนิสเป็นศูนย์กลางของศิลปะร่วมสมัยในยุโรป เราก็อยากสร้าง Thailand Biennale ให้กลายเป็นศูนย์กลางสำหรับคนเอเชียหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” อริญชย์เสนอ
“เราอยากสร้างแพลตฟอร์มของเราเอง ดึงดูดผู้คนในแถบนี้ให้มาดูศิลปะที่เป็นต้นแบบแรงบันดาลใจ มีนวัตกรรมใหม่ ๆ มีแนวคิดที่เข้ายุคเข้าสมัยมานำเสนอ”

ในมุมของ สศร. นั้น นอกจากอยากผลักดัน Thailand Biennale ยังอยากจะนำด้านศิลปะไปเติมเต็ม ‘แบรนดิ้ง’ เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าให้กับจังหวัดภูเก็ตในระยะยาวด้วย ซึ่ง สศร. มองว่าในงานครั้งนี้ ภูเก็ตควรจะมีชิ้นงานประติมากรรมถาวรขึ้นมาสักชิ้นหนึ่ง ในพื้นที่ที่เหมาะสม
“ถ้าลงไปภูเก็ตในอนาคตก็จะได้ 2 สตอรี สตอรีเดิมคือธรรมชาติ ส่วนสตอรีที่ 2 คือเรื่องศิลปะ จะได้จำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยจัด Thailand Biennale ที่ภูเก็ต แล้วชิ้นนี้ก็คือชิ้นที่เป็นที่ระลึกสำหรับงานครั้งนั้น” คุณโกวิท ผกามาศ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม กล่าว
น่าสนใจว่า Thailand Biennale, Phuket 2025 ครั้งนี้จะทำให้จังหวัดภูเก็ตเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน

