2 ธันวาคม 2024
1 K

ใครก็รู้ ไทยเรามีของเด็ดมากมาย

แต่สงสัยมั้ย ทำไมเราถึงไม่ ‘เด็ด’ ในด้านเศรษฐกิจ ได้เฉิดฉายในเวทีโลกสักที

ปัญหาอยู่ตรงไหน เราขาดอะไรอยู่

มองผิวเผิน ‘ไทยเด็ด’ คือโครงการ CSR ของ OR หรือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ช่วยเหลือชุมชนที่ผลิตสินค้าของตัวเอง แต่ขาดโอกาสและช่องทางในการขาย OR จึงใช้จุดแข็งของตัวเองมาแก้ปัญหา นำสินค้ามาขายใน PTT Station ทั่วประเทศ 

โอกาส และ ช่องทาง คือสิ่งที่มีค่ามากสำหรับการทำธุรกิจ 

แต่สำหรับธุรกิจที่เกิดขึ้นในชุมชนหลายจังหวัด การสร้างโอกาสและช่องทางท้าทายมาก บทความนี้ชวนไขความลับของไทยเด็ดว่า OR ทำอย่างไรถึงทำให้ชุมชนหนึ่งมีรายได้จากการขายสินค้าเป็นล้านชิ้น ผ่านโครงการนี้ 

นี่คือความลับ 3 ข้อที่เราและทีม OR ยินดีเล่าให้ฟัง

อย่าทำแค่ PR

ธุรกิจจะอยู่ได้ ต้องมีกำไรมากกว่าขาดทุน

กำไรมาจากรายได้ ในที่นี้คือการขายสินค้า ถ้าสินค้าไม่ดี คนไม่อยากซื้อ ต่อให้เราประชาสัมพันธ์ดีแค่ไหน อิมแพกต์จะไม่เกิด

นั่นทำให้ OR และทีมไทยเด็ด จริงจังเรื่องการคัดเลือกสินค้ามาก 

ไทยเด็ดก่อตั้งขึ้นเมื่อปลาย พ.ศ. 2561 จากความร่วมมือระหว่าง OR และหน่วยงานพันธมิตร 8 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

ทุกหน่วยงานตั้งใจอยากช่วยชุมชน ซึ่งถือเป็นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ไทยเด็ดเลือกสินค้ามาช่วยพัฒนาและเพิ่มช่องทางการขาย ปัจจุบันมีผู้ประกอบการชุมชนกว่า 450 ราย มีสินค้ามากกว่า 1,000 รายการ และในทุก ๆ ปีจะมีการคัดเลือกสินค้าดังกล่าวเพื่อยกระดับขึ้นเป็นสินค้าไทยเด็ด Select (สะสมรวม 18 รายการ)

หลักในการคัดเลือกสินค้าดีมี 2 ข้อใหญ่ หนึ่ง คือสินค้านั้นมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ทำได้ที่เมืองหรือจังหวัดเท่านั้น สอง คือสินค้านั้นต้องมีส่วนช่วยสังคมและชุมชน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หากสินค้านั้นมีเรื่องราวหรือ Story ที่ดี บันดาลใจ นี่คือสิ่งที่ไทยเด็ดตามหา

ขอยกตัวอย่างสัก 3 สินค้า จาก 3 จังหวัด

ข้าวสังข์หยด คือหนึ่งในข้าวพันธุ์พื้นเมืองของไทย มีต้นกำเนิดที่ชุมชนในตำบลชัยบุรี จังหวัดพัทลุง ชุมชนรวมตัวกันนำข้าวสังข์หยดมาโม่ ทำเป็นขนมปั้นขลิบที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ใช้ชื่อว่า ตราน้องหนึ่ง เป็นวิสาหกิจชุมชนของพัทลุง

สกลนครเด่นเรื่องผ้าทอย้อมคราม แต่กลุ่มทอผ้าที่บ้านคำประมง สกลนคร มีสมาชิกน้อยมากแค่ 11 คน ตำแหน่งอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมาก พวกเขาลงขันกันคนละ 100 บาทไปซื้อฝ้ายซีกวงมาย้อมและทอเป็นผ้าคลุมไหล่ กลายเป็นสินค้าที่ช่วยให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น จากที่เคยไม่มีเลย

ที่อำเภอบางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ มีผู้สูงอายุที่เป็นแม่บ้าน ไม่ได้มีรายได้ประจำเยอะมาก ทุกคนรวมกลุ่มกันเย็บกระเป๋ารูปแบบต่าง ๆ สิ่งที่ต่างคือกลุ่มนี้นำอุปกรณ์จากชุมชนอื่น ได้แก่ พู่ปลาประดิษฐ์ ผลิตโดยนักเรียนชาวเขาในแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และตัวห้อยถูก ผลิตโดยสมาชิกครอบครัวผู้ป่วยติดเตียงในบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า 

ทั้ง 3 ชุมชนมีปัญหา พวกเขาสร้างสินค้าเพื่อแก้มันด้วยวิธีที่ต่างกันไป หนึ่งในข้อพิสูจน์คือรายได้ที่พวกเขาได้รับหลังเข้าร่วมไทยเด็ด 

กลุ่มแม่บ้านที่บางแก้ว รายได้เพิ่มขึ้นจาก 50,000 บาท เป็น 300,000 บาทต่อเดือน กลุ่มผ้าทอย้อมครามบ้านคำประมง รายได้เพิ่มขึ้นจาก 300 บาท เป็น 18,000 บาทต่อเดือน ส่วนขนมปั้นขลิบชัยบุรี รายได้เพิ่มขึ้นจาก 100,000 บาท เป็น 500,000 บาทต่อเดือน (เฉพาะที่ขายในร้านไทยเด็ด ไม่รวมร้าน Café Amazon และร้านค้าทั่วไป)

ใช้ Ecosystem ให้เป็นประโยชน์

วิธีการขายของ สำคัญไม่แพ้การสร้างสินค้า

แม้ OR จะมีจุดเด่นมากเรื่องสถานีบริการ คำถามคือจะวางสินค้าอย่างไรให้คนรู้สึกอยากหยิบ

ไทยเด็ดมีวิธีการวางขายสินค้า 3 รูปแบบ หนึ่ง คือการสร้างเป็นร้านไทยเด็ดแยกออกมาต่างหาก สำหรับ PTT Station ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ สอง คือการทำเป็น Kiosk และสาม คือการทำเป็นมุมสินค้าไทยเด็ด เป็นชั้นวางของขนาดเล็กกะทัดรัด 

ข้อดีของการคิดวิธีวางมากกว่าหนึ่ง คือปรับให้เข้ากับ PTT Station ทุกขนาดที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศได้ ผู้ประกอบการจะได้รู้สึกยืดหยุ่นต่อการจัดวางสินค้าไทยเด็ด ไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียดมากเกินไป ถ้าเจ้าของสถานีบริการอยากขาย โอกาสสร้างรายได้ย่อมมีมาก

ในวันที่เราเขียนอยู่นี้ ไทยเด็ดมีร้านอยู่ใน PTT Station 355 สาขา และไทยเด็ดมีสินค้าทั้งหมด 1,034 รายการจาก 441 ชุมชน จะเห็นว่าถ้าวางขายแค่สถานีบริการอย่างเดียวคงไม่พอ 

อีกหนึ่งจุดแข็งของ OR คือมีพันธมิตรจำนวนมาก พวกเขาร่วมมือกับพันธมิตร 8 กระทรวงกระจายสินค้าไปตามกิจกรรมที่ทุกหน่วยต้องจัดอยู่แล้ว มีการทดลองเปิดตลาดขายสินค้า แล้วทำการ Matching ชวนผู้ประกอบการ Modern Trade มาเจอกับผู้นำชุมชน เพิ่มโอกาสในการนำสินค้าไปขายนอกสถานีบริการ

OR ยังทำอีกหนึ่งกิจกรรม คือตลาดเติมสุข นำผู้นำชุมชนมาออกบูทขายสินค้าร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆ ทั้งหมดนี้คืออาวุธที่ช่วยให้ขายสินค้าได้มากขึ้น

ช่วงหลัง OR เริ่มลงสนามธุรกิจเกี่ยวกับ Health & Wellness มีการสั่งสินค้าไทยเด็ดบางตัวเป็นของที่ระลึก ช่วยเพิ่มโอกาสมากยิ่งขึ้น

นั่นคือฝั่งวิธีขาย แต่อีกด้านที่ทีม OR ใส่ใจมาก คือการพัฒนาสินค้า

จุดอ่อนของสินค้าจากชุมชนทั่วประเทศ คือประสิทธิภาพในการผลิตสินค้า ฝั่งผู้ซื้อคาดหวังว่าสินค้าทุกชิ้นต้องมีมาตรฐานเท่ากัน แต่ฝั่งผู้ผลิตด้วยกำลังที่มีจำกัด อาจทำไม่ได้ทุกครั้งถ้าไม่มีคนช่วยเหลือ

OR เข้าไปช่วยตั้งแต่การช่วยคำนวณสินค้าที่ต้องผลิต เพื่อให้ทันกับความต้องการ บอกโจทย์และความต้องการของคนวันนี้ว่าต้องการสินค้าแบบไหน เช่น เล่าให้แม่บ้านผู้ผลิตกระเป๋าที่บางแก้วว่าควรเปลี่ยนแบบกระเป๋าอย่างไรให้ตอบโจทย์คนใช้วันนี้ 

แพ็กเกจจิงสำคัญมากเช่นกัน ปีหนึ่ง OR จะคัดเลือกสินค้าไทยเด็ด 4 – 5 รอบต่อปี ในช่วงนี้จะพบสินค้าหลายชิ้นมากที่แพ็กเกจจิงมีปัญหา ทีมช่วยกันคอมเมนต์ ถ้าไม่มีทุนก็หาทางแนะนำช่องทางเพื่อให้ทุกชุมชนแก้ปัญหาได้ 

สุดท้ายคือเรื่องเทคโนโลยี แม้จะมีแพลตฟอร์มมากมายให้เลือกทำ แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นคนมีอายุที่อาจจะไม่ถนัดเรื่องนี้มาก OR เข้าไปช่วยติวและช่วยทำ เพื่อให้ออร์เดอร์เข้ามาอย่างราบรื่นและทำการขายสำเร็จ 

โปรโมตด้วยหนังโฆษณาที่เล่าความจริง

ในโลกโฆษณา มีวิธีการมากมายในการทำหนังสักเรื่องให้คนดูแล้วรู้สึก

OR เลือกวิธีการที่เรียบง่ายที่สุด นั่นคือการเล่าความจริง 

จุดเด่นของไทยเด็ด คืออิมแพกต์ของโครงการนี้ดีมาก จริงมาก เพราะฉะนั้น การนำเรื่องจริงของผู้ประกอบการมาเล่าจึงเป็นเรื่องเหมาะสม ความยากคือจะเลือกชุมชนไหนมาเล่าผ่านหนังเรื่องนี้

ทีมงานใช้วิธีเลือกโดยดูว่าชุมชนมีสถานะอย่างไร ก่อนที่จะเข้าไทยเด็ด และหลังจากเข้าร่วมโครงการนี้ไปแล้ว มีรายได้แตกต่างกันแค่ไหน เราจึงได้เห็นเรื่องของขนมปั้นขลิบจากชัยบุรี ผ้าทอย้อมครามจากบ้านคำประมง และกระเป๋าจากบางแก้วในหนัง 

วิธีการถ่ายนั้นเรียบง่าย ใช้การเล่าแบบสารคดี สัมภาษณ์ผู้นำชุมชน เพราะเรื่องดีอยู่แล้ว การปรุงแต่งเกินไปเป็นสิ่งไม่จำเป็น เรื่องที่เราได้ดู นักแสดงที่เราเห็น ก็คือคนในชุมชนจริง ๆ ที่เปลี่ยนชีวิตจากไทยเด็ด ด้วยสินค้าที่พวกเขาตั้งใจทำด้วยตัวเอง 

ไทยเด็ดเป็นหนึ่งในเคสธุรกิจที่น่าศึกษามาก แม้โครงการนี้เริ่มต้นจาก CSR แต่สร้างผลเชิงบวกมากมาย ไทยเด็ดบอกเราว่า งานเพื่อสังคมทำเป็นธุรกิจได้ ถ้าเราใส่ใจในรายละเอียดและใช้ทรัพยากรอย่างเข้าใจจริง ๆ 

ก้าวต่อไปของไทยเด็ด คือการพัฒนาทั้งภายนอกและภายใน ภายนอกนั้นชัดเจนว่าไทยเด็ดจะเพิ่มการขายจาก PTT Station ไปสู่ร้าน Café Amazon ที่มีสาขาจำนวนมาก ส่วนภายในคือการพัฒนามาตรฐานสินค้าให้ดีขึ้นไปอีก เพิ่มจำนวนชุมชนและยอดขายให้อยู่ได้ยาว ๆ 

โลกวันนี้ใส่ใจเรื่องสังคม ความเท่าเทียม การมีส่วนร่วม คนที่เพิ่งเข้าสู่โลกนี้อาจต้องเจอกับบทวิเคราะห์ที่เต็มไปด้วยศัพท์ทางเทคนิคค่อนข้างเยอะ จำกันไม่ไหว บางทีทำไปก็กลายเป็นงานผิวเผิน ลงไม่ลึกถึงปัญหาจริง ๆ 

บางที วิธีง่าย ๆ ในการทำเรื่องนี้ คือการมองดูของที่มีอยู่ในประเทศเราว่ามีอะไรเด็ด พยายามเข้าใจมัน และดันให้ความเด็ดเหล่านั้นมีคนมองเห็น ใส่ใจยอดขาย เพื่อให้ชีวิตคนดีขึ้นตามเป้าหมายที่เราตั้งใจไว้จริง ๆ

Writer

ศิวะภาค เจียรวนาลี

บรรณาธิการที่ปั่นจักรยานเป็นงานหลัก เขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก