14 สิงหาคม 2025
851

สื่อบันเทิงของจีนมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วไปพร้อมกับโลก เริ่มเข้าไปสู่สตรีมมิงหรือแม้กระทั่งไปอยู่ในแพลตฟอร์มอย่าง TikTok เพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่อยู่ในวัยทำงาน ซึ่งต้องการความรวดเร็ว น่าติดตาม และไม่ต้องคิดเยอะ อีกทั้งยังมีอิทธิพลของดาราจีนที่มีผลต่อไทย และดาราไทยที่ไปโด่งดังในประเทศจีน จนนับได้ว่า Soft Power ของไทยและจีนมีอิทธิพลต่อกัน

ในวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ไทย-จีน ทางสำนักพิมพ์มติชนจัดงาน ‘Thai-Chinese Golden Fest 2025’ โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญในแต่ละแขนงมาให้ความรู้เกี่ยวกับด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับประเทศจีน แต่ในส่วนที่เราสนใจมากที่สุดคือวัฒนธรรมสื่อบันเทิงในหัวข้อ ‘จากกระบี่เย้ยยุทธจักรถึงสตรีมมิง: พลัง C-Pop และดาราจีน’ หัวข้อนี้ได้นำผู้ที่ใกล้ชิดกับวัฒนธรรมสื่อบันเทิงจีนในไทยมาให้ข้อมูลวงในที่น่าสนใจได้แก่ นนทรีย์ นิมิบุตร และ ปริภัณฑ์ วัชรานนท์ ตำนานในวงการภาพยนตร์ ณัฐพร รุ่งขจรกลิ่น และ ปรภาว์ สมบัติเปี่ยม จาก WeTV Thailand ที่มาให้ข้อมูลเชิงลึกในโลกธุรกิจสื่อบันเทิง พร้อมพาไปไขรหัสความสำเร็จของละครแนวตั้ง จากอิทธิพลของ C-POP สู่การพลักดันดาราไทยไปสู่ตลาดจีนผ่านอุปสรรคความแตกต่างทางนโยบาย

เบื้องหลังการพากย์เสียงภาพยนตร์เพื่อเชื่อมวัฒนธรรม 

ปริภัณฑ์ วัชรานนท์ หรือที่ใครหลาย ๆ คนรู้จักในชื่อของ โต๊ะ (พันธมิตร) ผู้อยู่เบื้องหลังเสียงพากย์ในตำนาน มาให้ข้อมูลของวงการนักพากย์ว่า ที่จริงแล้วการพากย์เสียงไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่ใครหลายคนคิด เพราะการพากย์เป็นตัวละครแต่ละตัวต้องปรับอารมณ์และเข้าถึงบทบาทของตัวละครนั้น ๆ ซึ่งโต๊ะสนใจวรรณกรรมจีนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การพากย์เสียงของเขาจึงมีเอกลักษณ์น่าจดจำจนถึงทุกวันนี้ 

โต๊ะพูดเสริมว่า การพากย์จากเสียงต้นฉบับเป็นภาษาไทยยังเป็นเหมือนการเชื่อม 2 ประเทศเข้าด้วยกัน เพราะเป็นการทำลายกำแพงภาษา ทำให้คนไทยเข้าใจและคุ้นเคยกับวัฒนธรรมจีนมากขึ้น 

บทเรียนจากภาพยนตร์จีนสู่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย

นนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยที่ฝากผลงานดังไว้ทั้ง 2499 อันธพาลครองเมือง หรือผลงานล่าสุดอย่าง มนต์รักนักพากย์ น้อยคนจะรู้ว่าเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง Production House ให้ผู้กำกับจากเกาะฮ่องกงระดับตำนานอย่าง หว่อง กา ไว ในภาพยนตร์อย่าง In the Mood for Love ซึ่งจากการร่วมงานครั้งนั้น นนทรีย์ได้รับบทเรียนในการทำภาพยนตร์ว่า อย่าใช้เงินตัวเองในการทำภาพยนตร์ เขายังพูดติดตลกด้วยว่า “แต่ผมเอาบ้านไปจำนองทำหนังเกือบทุกเรื่อง” ทั้งนี้ก็เพื่อลดความเสี่ยงของผู้กำกับ และอาจเป็นสาเหตุให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์จีนไปได้ไกลกว่า 

นนทรีย์ยังฝากข้อคิดไว้อีกว่า ภาพยนตร์ไม่ควรเป็นเพียงสิ่งที่ดูแล้วผ่านไป แต่ควรทำให้ผู้ชมได้ข้อคิดอะไรบางอย่าง อย่างหนังจีนกำลังภายใน มองเผิน ๆ อาจเป็นเพียงละครย้อนยุคธรรมดาทั่วไป แต่จริง ๆ มักแฝงคุณธรรมบางอย่างไว้เป็นข้อคิดให้แก่ผู้ชม

อิทธิพลของ C-POP ในไทยและความสำเร็จของละครแนวตั้ง

ณัฐพร รุ่งขจรกลิ่น Country Manager และ ปรภาว์ สมบัติเปี่ยม Head of Marketing จาก WeTV Thailand พูดถึงอิทธิพลของ C-POP และความสำเร็จของละครแนวตั้งในปัจจุบัน ทั้งสองพูดไปในทางเดียวกันว่า ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจาก C-POP ค่อนข้างมาก และตอนนี้ยังเป็นยุคที่มีซีรีส์จีนจำนวนมากอยู่ในตลาดสตรีมมิง โดย WeTV เล็งเห็นถึงกระแสนี้จากฟีเจอร์ในแอปพลิเคชันที่มีการจับคอมเมนต์แบบเรียลไทม์ บวกกับยอดการรับชมในสตรีมมิงที่สูงขึ้น และคนไทยก็ยินดีจ่ายเงินสมัครสมาชิกเพื่อติดตามต่อเรื่อย ๆ 

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ‘ละครแนวตั้ง’ กำลังได้รับความนิยมอย่างมากใประเทศไทย ทั้งคู่บอกว่าละครแนวตั้งเป็นสื่อที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นสื่อบันเทิงขนาดสั้น ดูง่าย เจาะกลุ่มวัยทำงานที่ไม่ต้องการคอนเทนต์ที่หนัก เปิดดูไปพร้อมกับทำอย่างได้

อุปสรรคจากนโยบายที่แตกต่าง 

ตัวแทนจาก WeTV Thailand ยังบอกอีกว่า อุปสรรคในการที่ไทยจะโปรโมต T-POP ไปสู่ประเทศจีน คือไทยมักโปรโมตในลักษณะคู่พาร์ตเนอร์ หลายครั้งทางการจีนต้องทำการเซนเซอร์หรือถึงขั้นห้ามฉาย เราจึงจำเป็นต้องปรับตัวและหากลยุทธ์ใหม่ ๆ เพื่อให้ธุรกิจสื่อบันเทิงของไทยไปสู่ประเทศจีนได้โดยไม่มีปัญหา 

งานเสวนาในครั้งนี้ เราได้เห็นถึงความสัมพันธ์ของวัฒนธรรมสื่อบันเทิงไทย-จีนว่า สื่อบันเทิงของทั้ง 2 ประเทศมีอิทธิพลต่อกันมานานและให้บทเรียนสำคัญแก่กัน เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและนำไปต่อยอดไปสู่ความสำเร็จในอนาคต

ภาพ : สำนักพิมพ์มติชน

Writer

พันธยศ ดีดอม

นักศึกษา IR ที่เชื่อว่าถ้าทุกคนเลี้ยงแมวโลกจะสงบสุข